- หน้าแรก
- แค่เลิกเข้าสังคม ฉันก็งดงามสะท้านภพ
- บทที่ 7 ตามหาต้นตอของปัญหา
บทที่ 7 ตามหาต้นตอของปัญหา
บทที่ 7 ตามหาต้นตอของปัญหา
บทที่ 7 ตามหาต้นตอของปัญหา
"เอาล่ะ ขอโทษกันซะ"
ในที่สุด เซียวอิงหวยที่ลงมือปรามทั้งสองฝ่ายก็สามารถทำให้พวกเขาสงบลงได้
เด็กหนุ่มหัวรั้นทั้งสองคนทำได้เพียงเอ่ยขอโทษกันและกันด้วยใบหน้าบึ้งตึง
"เรื่องนี้จบลงแล้วก็จริง แต่ฉันชักจะอยากรู้แล้วสิว่าคนสวยที่ทำให้พวกนายสองคนทะเลาะกันได้เป็นคุณหนูจากตระกูลไหน"
ฟางโย่วเซิงเป็นเสือผู้หญิง เขาเคยควงซูเปอร์โมเดลและเคยนอนกับสาวงามที่ติดอันดับท็อปทรีของโลกมาแล้ว
เขาภูมิใจในตัวเองที่ผ่านผู้หญิงสวยๆ มานับไม่ถ้วน และไม่เคยคิดเลยว่าจะมีใครทำให้ผู้ชายต่อยตีกันได้ตั้งแต่ยังไม่ได้เอ่ยปากพูดด้วยซ้ำ
เขาจึงรู้สึกอยากรู้มากว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร
หัวใจของซูชิงชิงกระตุกวูบเมื่อได้ยินเช่นนั้น และไม่รู้ทำไม เธอถึงเกิดลางสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา
เธอหันไปหาเขาพร้อมกับรอยยิ้มหวานหยดย้อย
"พี่รองคะ ผู้หญิงคนนั้นก็คงไม่ได้ตั้งใจหรอกค่ะ เธอถูกจีบแล้วก็ดันเข้ามาพัวพันกับเรื่องวุ่นวายโดยไม่รู้ตัว พวกเราปล่อยเรื่องนี้ไปไม่ดีกว่าเหรอคะ"
ท่าทางของเธอดูใจดีและไร้พิษสง ราวกับว่าเธอกำลังเป็นห่วงผู้หญิงนิรนามคนนั้น และเอาใจเขามาใส่ใจเรา
มันช่างเข้ากับภาพลักษณ์ที่เธอสร้างไว้ได้อย่างไร้ที่ติ
เป็นไปตามคาด เสิ่นเจาอันถอนหายใจ เขาจับมือเรียวเล็กของซูชิงชิงขึ้นมาจุมพิตอย่างทะนุถนอม
"ชิงชิงของฉันจิตใจดีเสมอเลย พี่รอง ครั้งนี้พวกเราปล่อยผ่านไปเถอะ"
สีหน้าของฟางโย่วเซิงเย็นชาลงเมื่อเห็นท่าทีใกล้ชิดสนิทสนมของทั้งสองคน และอารมณ์ฉุนเฉียวก็ปะทุขึ้นมา
"วันนี้ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร! ลูกพี่ลูกน้องของฉันถูกซ้อมจนสะบักสะบอมขนาดนี้ แต่กลับไม่ได้แม้แต่ช่องทางการติดต่อ มันสมเหตุสมผลแล้วเหรอ"
ต่างหูสีฟ้าของชายหนุ่มเปล่งประกายเจิดจ้า ประกอบกับใบหน้าลูกครึ่งที่หล่อเหลาเป็นพิเศษ ทำให้เขาดูโดดเด่นไม่เหมือนใคร แฝงไปด้วยความโหดเหี้ยมและดื้อรั้น
ในบรรดาทั้งสี่คน ฟางโย่วเซิงคือคนที่เอาแต่ใจตัวเองที่สุดและหล่อเหลาที่สุด
เขาเป็นลูกครึ่ง มีดวงตาสีเขียวมรกตคู่สวยดุจหมาป่า
เขาใช้ชีวิตอย่างบ้าระห่ำและรักสนุก
นอนกับผู้หญิงที่สวยที่สุด ใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่ายที่สุด
แต่จิตใจของเขาก็มืดบอดที่สุดเช่นกัน เขาสามารถงัดทุกวิถีทางมาใช้ในโลกธุรกิจและการลงทุนอื่นๆ
ผู้นำตระกูลฟางคนก่อนก็เป็นพวกเจ้าชู้ประตูดิน มีลูกเต้าไข่ทิ้งไว้เป็นโหล
ซึ่งรวมถึงฟางโย่วเซิงด้วย
แต่ทว่าตอนนี้ บรรดาพี่น้องที่อาจเป็นภัยคุกคามส่วนใหญ่ หากไม่ถูกส่งตัวไปไกลแสนไกลเพื่อดูแลธุรกิจมืดนอกกฎหมายของตระกูลฟางในต่างประเทศ ก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว
ฟางโย่วเซิงในวัยเพียง 24 ปีกลับประสบความสำเร็จถึงเพียงนี้ เขาครอบครองสติปัญญาที่เฉียบแหลมและเล่ห์เหลี่ยมอันแพรวพราว
และเขาก็เป็นผู้ชายคนแรกที่ซูชิงชิง 'ยอมแพ้' ที่จะครอบครอง
ซูชิงชิงรู้ดีว่าเธอไม่มีทางควบคุมผู้ชายอย่างเขาได้
แม้ว่าพวกเขาจะผ่านอะไรด้วยกันมามาก และเกือบจะล้ำเส้นกันในคืนนั้นเมื่อครึ่งปีก่อน... แต่ตอนนี้ พวกเขาไม่มีความสัมพันธ์อื่นใดนอกจากความเป็นเพื่อน
ซูชิงชิงรู้สึกเสียดาย แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้
ฟางโย่วเซิงไม่ใช่ผู้ชายที่จะทนอยู่คนเดียวได้
ในอ้อมกอดของเขามักจะมีผู้หญิงที่รู้ความและไวน์ชั้นเลิศอยู่เสมอ
ซูชิงชิงไม่มีหนทางที่จะเข้าใกล้เขาได้เลย
"พี่รองคะ แบบนี้... มันจะไม่ดีนะคะ"
ขนตายาวงอนของเธอสั่นระริกเล็กน้อย ดูน่าสงสารราวกับหญิงงามกุมหน้าอกด้วยความเจ็บปวด
"ชิ"
ยิ่งฟางโย่วเซิงมองพวกเขาก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด เขาลุกขึ้นและเดินออกจากห้องพักฟื้นไป โดยเดินสวนกับพวกเขาที่หน้าประตู
ดวงตาสีเขียวมรกตของเขาฉายแววเย็นชาอย่างเห็นได้ชัด แฝงไปด้วยความหม่นหมองที่ซ่อนเร้น
"พี่สาม ดูแลชิงชิงให้ดีล่ะ"
ขณะที่พูดแบบนั้น ดวงตาดุจหมาป่าของเขากลับจ้องมองไปที่ซูชิงชิงอย่างเปิดเผย
"เรื่องนั้นพี่รองไม่ต้องคอยบอกผมหรอกครับ เชิญพี่ตามสบายเถอะ"
เสิ่นเจาอันยิ้มบางๆ ไม่ได้สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย
ในบรรดาทั้งสี่คน ตำแหน่งของเสิ่นเจาอันนั้นชอบธรรมที่สุดและได้มาง่ายดายที่สุด
ท้ายที่สุดแล้ว ผู้นำตระกูลเสิ่นก็เป็นคนรักเดียวใจเดียว เขารักเพียงแม่ของเสิ่นเจาอันไปตลอดชีวิต และพวกเขาก็มีเสิ่นเจาอันเป็นลูกเพียงคนเดียว
ชื่อเสียงด้านความรักเดียวใจเดียวของตระกูลเสิ่นนั้นโด่งดังมาเนิ่นนาน และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ซูชิงชิงเลือกเขาเช่นกัน
ในฐานะลูกชายคนเดียว ทันทีที่เข้าเรียนมหาวิทยาลัย เสิ่นเจาอันก็เริ่มเข้ามาสืบทอดกิจการของตระกูลเสิ่นภายใต้การชี้แนะจากผู้เป็นพ่ออย่างเป็นธรรมชาติ
ห้าปีผ่านไปตั้งแต่วันนั้น
เขาสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำตระกูลเสิ่นไว้อย่างมั่นคง
พูดได้เต็มปากเลยว่าตระกูลเสิ่นคืออาณาจักรส่วนตัวของเขา
พ่อแม่ที่รักใคร่กลมเกลียวของเขาได้ออกเดินทางท่องเที่ยวรอบโลกไปแล้ว และมักจะส่งวิดีโอมาให้เขาดูเป็นครั้งคราว
ครอบครัวที่อบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความรักของเสิ่นเจาอัน คือสิ่งที่ซูชิงชิงโหยหามากที่สุด
ดังนั้น เขาจึงเป็นผู้ชายที่เธอพยายามทุ่มเทตามจีบอย่างหนักที่สุด และหลังจากผ่านไปหลายปี ในที่สุดเธอก็สมหวัง
"แล้วนายจัดการกับพวกลูกเมียน้อยในตระกูลยังไงล่ะ"
ซ่งอี้ชะงักไปครู่หนึ่ง หันไปมองเซียวอิงหวย
"ฉันจัดการเองน่า"
"ช่วงนี้มีคนนึงกล้ามาเสนอหน้าถึงที่เลยนะ เมื่อไม่กี่วันก่อนก็หอบโปรเจกต์มาที่ตึกบริษัทฉัน นายว่าฉันควรเจอเขาไหมล่ะ"
เซียวอิงหวยหรี่ตาลงเล็กน้อย ประกายแห่งจิตสังหารวาบผ่านแววตา
ตอนนี้ภายในตระกูลซ่งกำลังวุ่นวายอย่างหนัก
ลูกเมียน้อยทั้งสามคน พอรู้ว่าคุณพ่อซ่งป่วยหนัก ก็เริ่มวางแผนแย่งชิงทรัพย์สมบัติกันแล้ว
"เมื่อไม่นานมานี้มีโครงการสร้างสะพานเซียงเจียงแห่งที่สองไม่ใช่เหรอ จับหมอนั่นไปเป็นคนตอกเสาเข็มซะสิ"
แววตาของเซียวอิงฮุยแฝงไปด้วยความมุ่งร้าย
"ไอ้เด็กบ้า หุบปากไปเลย"
เซียวอิงหวยมีใบหน้าที่ดูสูงส่งและเย่อหยิ่ง
โครงหน้าของเขาคมคาย ดวงตาเรียวยาวและเชิดขึ้นเล็กน้อย
ประกอบกับส่วนสูงเกือบ 1.9 เมตรของเขา ทำให้เขามักจะแผ่กลิ่นอายของการกดข่มผู้อื่นอยู่เสมอ
ออร่าอันน่าเกรงขามของคนที่อยู่ในตำแหน่งระดับสูงมาอย่างยาวนาน ทำให้ผู้คนไม่กล้าแม้แต่จะพูดเสียงดังต่อหน้าเขา ยกเว้นแต่น้องชายแท้ๆ ของเขาเอง
เซียวอิงหวยรู้สึกปวดหัว ทำไมน้องชายของเขาถึงได้ทำตัวไร้กฎเกณฑ์แบบนี้เนี่ย
"แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ จะรอให้ตาแก่ในตระกูลนายยกนู่นยกนี่ให้พวกมันจริงๆ หรือไง ตระกูลซ่งของนายรับได้เหรอถ้าต้องถูกแบ่งแยกชิ้นส่วนน่ะ"
ตอนนี้เซียวอิงฮุยอารมณ์บูดสุดๆ และแค่อยากจะหาที่ระบายอารมณ์
"ไม่ต้องรีบร้อนหรอก ฉันถือซะว่าได้ฝึกซ้อมมือไปในตัว"
ซ่งอี้ส่ายหน้า แววตาฉายรอยความสนใจ
ช่วงนี้เขาค่อนข้างเบื่อๆ อยู่พอดี
เขาเรียนจบหลักสูตรของมหาวิทยาลัยหมดแล้ว และอาจารย์ก็อนุญาตให้เขาไม่ต้องเข้าเรียน
ตอนนี้เขาแทบจะเข้าควบคุมตระกูลซ่งไว้ได้ทั้งหมดแล้ว
ก็มีแค่ลูกเมียน้อยสามคนนั้นแหละที่ช่วงนี้กระดี๊กระด๊ากันเป็นพิเศษ ซึ่งมันเหมาะเจาะมากที่จะเอามาเป็นกระสอบทรายให้เขาซ้อมมือ
"เอาเถอะ ระวังตัวด้วยล่ะกัน ถ้ามีอะไรก็บอกมาได้เลย"
คำพูดเรียบง่ายของเซียวอิงหวยเป็นการบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเขาเลือกข้างแล้ว
ในศึกชิงอำนาจของตระกูลซ่งครั้งนี้ เขาจะยืนหยัดอยู่เคียงข้างซ่งอี้อย่างไม่มีเงื่อนไข และจะช่วยให้เขาได้ครอบครองตำแหน่งผู้นำตระกูลซ่งอย่างเบ็ดเสร็จ
"ขอบคุณครับพี่ใหญ่"
ซ่งอี้เองก็ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
"ไม่เป็นไรหรอก"
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วดึงตัวเซียวอิงฮุยที่สภาพหลุดลุ่ยขึ้นมา
"ฉันไปก่อนล่ะ ถ้าสืบเรื่องผู้หญิงคนนั้นได้ความยังไงก็บอกด้วยแล้วกัน"
เห็นได้ชัดว่าเขาก็แอบสงสัยอยู่เหมือนกันว่าผู้หญิงแบบไหนกันที่ทำให้น้องชายของเขาถึงกับต้องไปชกต่อยจนหัวร้างข้างแตกขนาดนี้
"งั้นผมจะลองถามพี่รองดู"
ซ่งอี้ยิ้ม
ดวงตาของซูชิงชิงไหววูบเล็กน้อย คล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
สุดท้ายเธอก็ล้มเลิกความคิดที่จะเข้าไปก้าวก่ายเรื่องนี้
ยังไงซะ เธอก็คว้าตำแหน่งคู่หมั้นของเสิ่นเจาอันมาครองได้อย่างมั่นคงแล้ว
การเข้าไปพัวพันกับเรื่องนี้อีกก็รังแต่จะหาเรื่องใส่ตัวเปล่าๆ
มันไม่จำเป็นเลยสักนิด
ในอนาคต เธอจะต้องเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ไม่ได้ขัดขวางพวกเขาจากการสืบหาเบาะแสของผู้หญิงคนนั้น
นับครั้งไม่ถ้วนในความฝัน เธอจะโกรธจัดจนอยากจะตบหน้าตัวเองสักฉาด
หนึ่งวันต่อมา
ข้อมูลของซูไป๋เยว่ถูกวางอย่างเป็นระเบียบอยู่ในมือของฟางโย่วเซิง ซ่งอี้ และเซียวอิงหวย
ข้อมูลนั้นละเอียดลออถึงขั้นระบุว่า ซูไป๋เยว่เคยทำงานในไร่นาข้างบ้านเลขที่ 123 หมู่บ้านเป่ยชุน หมู่บ้านตระกูลซู อำเภอกู่ซา มณฑลอันหลิง มาตั้งแต่ตอนที่เธออายุเก้าขวบ
ตราบใดที่มีเงินมากพอ ตัวตน ภูมิหลัง และข้อมูลของคนคนหนึ่ง ก็สามารถถูกสืบสาวได้ละเอียดลึกซึ้งตามที่ต้องการ
"คุณหนูตัวจริงของตระกูลซู ซูไป๋เยว่งั้นเหรอ"
ฟางโย่วเซิงเปิดดูเอกสารข้อมูลด้วยความสนใจอย่างมาก
บุคคลในรูปถ่ายแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลทั้งก่อนและหลังถูกพากลับมาที่ตระกูลซู แต่มันก็ชัดเจนว่าเธอเป็นคนสวยที่หาตัวจับยากจริงๆ
"น่าสนใจดีนี่ เอามาเล่นสนุกแก้เบื่อหน่อยแล้วกัน"
เขากระตุกยิ้มร้ายกาจ
ยังไงซะ พี่สาวของเธอก็แต่งงานไปแล้ว การที่เขาจะเอาพี่น้องอีกคนของตระกูลซูมาเล่นสนุกเพื่อฆ่าเวลาก็คงไม่เลวร้ายอะไรใช่ไหมล่ะ
ซ่งอี้ชะงักไปเมื่อเห็นรูปถ่าย
เขาเป็นพวกคลั่งไคล้เสียง ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นจึงผุดขึ้นมาในหัวของเขาทันที
"ไม่ยักรู้ว่าเธอจะสวยขนาดนี้ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นผู้หญิงอันตรายจริงๆ"
แต่เขาแค่คิดอยู่ครู่เดียว แล้วก็วางเอกสารในมือลง
ช่วงนี้เขายุ่งมาก ยุ่งอยู่กับการจัดการพวกลูกเมียน้อยทั้งสามคน จนไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องอื่น
เขาไม่คาดคิดเลยว่าในอนาคต เขาจะต้องตบหน้าตัวเองอย่างแรง และเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ไม่ได้ไปตามหาซูไป๋เยว่ให้เร็วกว่านี้
อีกด้านหนึ่ง เซียวอิงหวยกำลังจัดการงานเอกสารอยู่ หลังจากอ่านข้อมูลจบ เขาก็วางมันทิ้งไว้ข้างๆ
"ส่งของพวกนี้ไปให้อิงฮุย ช่องทางการติดต่อและชื่อก็อยู่ในนั้น ให้เขาไประบายอารมณ์ซะ"
คำพูดและน้ำเสียงของเขาไม่ได้มองซูไป๋เยว่เป็นมนุษย์คนหนึ่งเลยด้วยซ้ำ
ท้ายที่สุด เขามีน้องชายเพียงคนเดียว และนิสัยที่ชอบทำตัวเหนือกฎเกณฑ์นั้นก็เป็นสิ่งที่เขาจงใจตามใจเอง
ตระกูลเซียวต้องการผู้นำเพียงคนเดียว
ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เขาจึงเลือกที่จะชดเชยให้น้องชายด้วยวิธีอื่นแทน
ผู้หญิงที่ชื่อซูไป๋เยว่คนนี้ก็ไม่มีข้อยกเว้น
ในเวลานี้ ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์นี้จะกลายมาเป็นรอยร้าวที่ลึกที่สุดระหว่างพี่น้องสองคนในภายภาคหน้า
เรื่องตลกขบขันที่พี่น้องต้องมาห้ำหั่นกันเองกำลังจะเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาสองคนจริงๆ
ฟันเฟืองแห่งโชคชะตาได้เริ่มหมุนเดินแล้ว
ในขณะเดียวกัน ซูไป๋เยว่กำลังนอนกลิ้งไปมาอยู่บนเตียง ก่อนจะยื่นมือไปเกาแก้มตัวเอง
"ซีรีส์เรื่องนี้สนุกแฮะ นางเอกเท่สุดๆ ไปเลย"
ระบบ 33 กำลังวิ่งวุ่นทำนู่นทำนี่อย่างขะมักเขม้น
【แผนที่ฉันวางไว้ตอนแรกมันต้องมีปัญหาตรงไหนแน่ๆ ไม่ได้การละ ฉันต้องกลับไปแก้แผนใหม่!】
"ใช่ๆ ทบทวนความผิดพลาดของตัวเองให้มากหน่อย แล้วก็โทษคนอื่นให้น้อยลงนะ"
"กร้วม กร้วม"
ซูไป๋เยว่จัดการมันฝรั่งทอดกรอบรสแตงกวาหมดไปอีกถุง
ชีวิตแบบนี้แหละ!
มันช่างฟินอะไรเบอร์นี้!