- หน้าแรก
- ข้าวิวัฒนาการคำสาปพันล้าน
- ตอนที่ 9 คนข้างหลัง
ตอนที่ 9 คนข้างหลัง
ตอนที่ 9 คนข้างหลัง
ตอนที่ 9 คนข้างหลัง
ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ตลบอบอวลไปด้วยความมืดมิดและแผ่ซ่านความหนาวเหน็บผิดปกติ แม้จะอยู่ในบ้านของตัวเอง แต่เซี่ยเสี่ยวอวี่กลับรู้สึกราวกับว่าเธอกำลังก้าวเข้าไปในห้องดับจิตที่เพิ่งไปเยือนมาเมื่อวาน
"ทำไมไฟถึงเสียล่ะ?"
ในที่สุดเธอก็คลำหาสวิตช์เจอ แต่กลับพบว่าหลอดไฟในห้องนั่งเล่นเสียหมดทุกดวง
"มิน่าล่ะ พ่อกลับมาถึงไม่เปิดไฟ"
เธอรีบจ้ำอ้าวไปยังห้องนอนที่อยู่อีกฝั่งของห้องนั่งเล่น หวังจะเรียกให้พ่อหนีไปด้วยกัน ทว่าเธอกลับลังเลเมื่อถึงหน้าประตู
ไม่มีสรรพเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากในห้อง มันเงียบสงัดจนรู้สึกอ้างว้าง บางที... ตั้งแต่ต้นจนจบ อาจมีแค่เธอคนเดียวในบ้านหลังนี้!
"ฉันคงประสาทเสียไปเอง"
เธอผลักประตูเปิดออก ไฟในห้องดับสนิท แต่เธอยังพอมองเห็นร่างของชายวัยกลางคนนอนอยู่บนเตียงลางๆ เซี่ยเสี่ยวอวี่อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ในสถานการณ์น่าหวาดหวั่นเช่นนี้ มีสองคนย่อมอุ่นใจกว่าคนเดียวเสมอ
"ปัง ปัง ปัง... เอี๊ยด"
เสียงทุบประตูดังมาจากอีกฝั่งและเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เซี่ยเสี่ยวอวี่ถึงขั้นได้ยินเสียงล็อกประตูกระจกถูกกระแทกจนหลวม
เธอกระซิบ "พ่อ ตื่นเร็ว หนีกันเถอะ!"
ผู้เป็นพ่อนอนหลับสนิท เธอต้องเดินไปที่เตียงเพื่อดึงตัวเขา แต่พอกระย่าตัวเขาได้เพียงครั้งเดียว การกระทำของเธอก็หยุดชะงักลงกะทันหัน
พ่อนอนหงายอยู่บนเตียง เมื่อมองจากระยะไกล ดูเหมือนว่ามีก้อนสีดำมืดอยู่บนหน้าอกของเขา แต่พอเข้าไปดูใกล้ๆ เธอจึงตระหนักว่าตรงนั้นไม่มีอะไรอยู่เลย... มันคือรอยโหว่
เหงื่อเย็นเฉียบผุดพรายไปทั่วร่าง ใบหน้าของเซี่ยเสี่ยวอวี่ซีดเผือดไร้สีเลือด
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเตะจมูก
คนเป็นเพียงคนเดียวในบ้านหลังนี้นอกจากเธอ... พ่อของเธอ... ถูกควักหัวใจออกไป สิ่งที่นอนอยู่บนเตียงคือศพที่กำลังเย็นชืดลงอย่างช้าๆ!
"เสี่ยวอวี่ แกอยู่ไหน? เซี่ยเสี่ยวอวี่ เซี่ยเสี่ยวอวี่!"
วินาทีนั้นเอง น้ำเสียงของผู้หญิงที่คุ้นเคยทว่าแฝงไปด้วยความแปลกประหลาดก็ดังมาจากห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ มันกำลังร้องเรียกชื่อเธอ
เสียงฝีเท้าสะเปะสะปะดังสวบสาบเคลื่อนตัวออกมา ราวกับว่ามีสัตว์ประหลาดบางอย่างกำลังจะปรากฏกาย
ขาของเซี่ยเสี่ยวอวี่อ่อนระทวยไปหมดแล้ว เธอหันไปมองที่ประตู ห้องน้ำอยู่ติดกับประตูห้องนอนพอดี ตอนนี้วิ่งหนีออกไปไม่ทันแล้ว เธอจึงทำได้เพียงคลานเข้าไปซ่อนตัวใต้เตียง
ในระหว่างนั้น เธอก็เข้าใจแล้วว่าทำไมน้ำเสียงนั้นถึงฟังดูคุ้นหู
มันคือเสียงกรีดร้องของเมียน้อยที่กระโดดตึกตายตอนที่พ่อของเธอมีชู้
เสียงร้องไห้จากในห้องน้ำทุกคืนสมัยที่เธอยังอาศัยอยู่กับแม่
และเสียงที่ร้องเรียกเธอจากในกระจกเมื่อครั้งนั้น
เสียงทั้งสามในความทรงจำผสานรวมกันในเสี้ยววินาทีนี้ ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น และกลายเป็นเสียงตะโกนอันน่าขนลุก!
"เซี่ยเสี่ยวอวี่ มานี่ เร็วเข้า ถึงตาแกแล้ว ถึงตาแกแล้ว..."
เงาดำทะมึนคลานออกมาจากห้องน้ำ เส้นผมยาวสยายลากไปตามพื้น แขนขาบิดเบี้ยว มือและเท้าหงิกงอราวกับคนที่ตกลงมาจากที่สูงจนร่างกายแหลกเหลวพังทลาย
ใบหน้าซีดเซียวของมันเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น นัยน์ตาสีดำสนิทสะท้อนถึงเจตนาร้ายอย่างรุนแรง ราวกับต้องการจะฉีกกระชากทุกสิ่งที่ขวางหน้า
"พวกแกทำลายชีวิตฉัน!"
"ฉันจะแก้แค้น ถึงตาแกแล้ว ถึงตาแกแล้ว!"
หญิงสาวผู้น่าสะพรึงกลัวใช้แขนขาที่หักงอคลานค้นหาไปทั่วห้อง
เซี่ยเสี่ยวอวี่พยายามปิดปากแน่น กลั้นหายใจ และสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ราวกับลูกนกตกน้ำ
หญิงคนนั้นคลานวนรอบเตียง ในจังหวะที่เข้าใกล้ที่สุด เส้นผมของมันลากไปตามพื้น ผ่านสายตาของเซี่ยเสี่ยวอวี่ไปในระยะประชิด เธอถึงกับได้กลิ่นเหม็นเน่าผสมกับกลิ่นเลือดจนแทบอาเจียน
"ออกมา อย่ามัวแต่ซ่อน คืนนี้ ฉันจะลากแกไปลงนรกด้วยกัน! ออกมาสิ!"
โชคดีที่ศีรษะของผีสาวบิดหงายขึ้นด้านบน มันจึงมองไม่เห็นใต้เตียง
และในจังหวะที่มันสำรวจห้องนอนเสร็จและกำลังจะมุ่งหน้าไปยังห้องนั่งเล่น มันก็หยุดชะงักลงที่หน้าประตูอย่างกะทันหัน
เซี่ยเสี่ยวอวี่นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เมื่อมองตามสายตาของผีสาวไป เธอก็เห็นกระจกหลายบานวางซ้อนกันอยู่ที่มุมห้องนอนของพ่อ สันนิษฐานว่าน่าจะถูกถอดมาจากห้องน้ำและที่อื่นๆ ในบ้านแต่ยังไม่ได้นำไปทิ้ง
ในวินาทีนี้ กระจกเหล่านั้นสะท้อนภาพใบหน้าอันตื่นตระหนกของเธอที่อยู่ใต้เตียงได้อย่างพอดิบพอดี
ขณะเดียวกัน เธอก็เห็นสีหน้าของผีสาวผ่านกระจกบานนั้น รอยยิ้มสยดสยองปรากฏขึ้นบนใบหน้าซีดเผือด นัยน์ตาของมันเบิกโพลงไม่กะพริบ ก่อนจะค่อยๆ หันขวับมามองเธอ
"เจอตัวแล้ว!"
"กรี๊ดดด!!!"
เซี่ยเสี่ยวอวี่ไม่อาจกลั้นความกลัวไว้ได้อีกต่อไป เธอแผดเสียงกรีดร้องออกมาอย่างสิ้นหวัง
ผีสาวใช้มือและเท้าตะเกียกตะกายพุ่งมาถึงหน้าเตียงในไม่กี่ก้าว ใบหน้าอันน่าสยดสยองประสานสายตากับเซี่ยเสี่ยวอวี่ จนเธอแทบจะหมดสติด้วยความหวาดกลัว
"ปัง ปัง ปัง"
ทันใดนั้นก็มีเสียงประหลาดดังมาจากห้องนั่งเล่น คล้ายกับประตูหน้ากำลังถูกพังทลาย พร้อมกับเสียงตะโกนอย่างสุภาพของชายคนหนึ่ง
"มีใครอยู่ไหมครับ? เปิดประตูหน่อย"
"ถ้าไม่เปิด ผมจะ... เปิดเองแล้วนะครับ!"
สิ้นเสียงนั้น ประตูหน้าก็ถูกถีบเปิดออกเสียงดัง "ปัง" ปรากฏร่างสูงโปร่งในชุดสีดำยืนอยู่ตรงหน้าประตู
"เซี่ยเสี่ยวอวี่!" เขาร้องเรียก
"เคร้ง" เสียงโทรศัพท์มือถือร่วงหล่นกระแทกพื้น
ใต้เตียง เซี่ยเสี่ยวอวี่พยายามอ้าปากกว้างอย่างสุดความสามารถ แต่ภายใต้ความกลัวสุดขีด เธอกลับพบว่ากล้ามเนื้อใบหน้าสูญเสียการควบคุมจนไม่อาจเปล่งเสียงใดๆ ออกมาได้ ในช่วงเวลาความเป็นความตาย เธอจึงตัดสินใจขว้างโทรศัพท์ในมือออกไป
โชคดีที่ประสาทการได้ยินของเจียงฟ่านค่อนข้างดีเยี่ยม
เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งวินาทีหลังจากที่โทรศัพท์ถูกขว้างออกไป เขาก็พุ่งพรวดเข้ามาจากห้องนั่งเล่น
ในสายตาของเซี่ยเสี่ยวอวี่ ผีสาวตรงหน้าเดิมทีตั้งใจจะหันขวับไปมอง แต่ในวินาทีนั้น เสียงฝีเท้าของเจียงฟ่านก็พลันหนักอึ้งดังก้องราวกับเสียงฟ้าร้องอู้อี้ แล้วผีสาวก็ตัวแข็งทื่ออยู่กับที่
ชายหนุ่มผู้มีค้อนอเนกประสงค์ในมือข้างหนึ่งและมีดปังตอในมืออีกข้างก้าวอาดยาดเข้ามา เพียงค้อนเดียว ศีรษะของผีสาวก็ยุบตัวลงไปอย่างแรง ตามมาด้วยการฟันฉับจากมีดอีโต้ แล้วหัวของมันก็ "กลิ้ง" ขลุกๆ เข้ามาใต้เตียง
เซี่ยเสี่ยวอวี่ยังไม่ทันจะได้กรีดร้อง มือของเธอก็ถูกคว้าหมับและถูกลากตัวออกมาประหนึ่งกระสอบทรายใบหนึ่ง
เจียงฟ่านลากเธอเข้าไปในห้องนั่งเล่น
แม้เขาจะสับหัวผีสาวขาดด้วยการโจมตีทีเผลอ แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกหวั่นใจอยู่บ้าง ศัตรูตัวนี้ถูกพันธนาการไว้ด้วยเจตนาร้ายอันแรงกล้า ซึ่งน่าสะพรึงกลัวกว่าผีสาวรองเท้าบัลเลต์ตัวก่อนหน้านี้มาก เขารู้สึกอยู่ลึกๆ ว่าต่อให้หัวขาด ผีสาวตนนี้ก็ยังอันตรายสุดขีดอยู่ดี
และสถานการณ์ก็เป็นไปตามคาด ทันทีที่ทั้งสองวิ่งหนีออกมา เสียงคร่ำครวญอันแสนเคียดแค้นของหญิงสาวก็ดังก้องขึ้นในห้องนอนอีกครั้ง
"ทำไมแกถึงทำร้ายฉันอีกแล้ว? แก้แค้น ฉันจะแก้แค้น!"
ร่างไร้หัวคลานมาตามพื้นด้วยท่าทางที่น่าสยดสยองยิ่งกว่าเก่าและรวดเร็วกว่าเดิม พุ่งทะยานไล่หลังพวกเขามารติดๆ
ทว่าเมื่อมันตามเสียงฝีเท้าของเจียงฟ่านเข้ามาในห้องนั่งเล่น มันกลับพบว่าเสียงนั้นจู่ๆ ก็หายไป รอบด้านเหลือเพียงความเงียบสงัด
ไม่นานมันก็ค้นพบบางสิ่ง และค่อยๆ คลานตรงไปยังมุมอีกด้านหนึ่งของห้องนั่งเล่น
ในตู้ใบหนึ่งตรงมุมนั้น เซี่ยเสี่ยวอวี่กำลังแอบมองผ่านร่องประตูตู้ เฝ้าดูหญิงสาวไร้หัวค่อยๆ คลานเข้ามาใกล้ทีละนิด หัวใจของเธอแทบจะหยุดเต้น
จู่ๆ รูม่านตาของเธอก็เบิกกว้างขึ้น สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นหวาดผวายิ่งกว่าเดิม
นั่นเป็นเพราะในวินาทีนี้ มีเงาดำร่างหนึ่งกำลังโน้มตัวลง เดินย่องด้วยปลายเท้า และสะกดรอยตามหลังผีสาวไปอย่างเงียบเชียบ
ทักษะเกาะติดแผ่นหลังระดับ 1: โจมตีเป้าหมายจากด้านหลังจะสร้างความเสียหาย 2 เท่า ยิ่งสะกดรอยตามนานเท่าไร ความเสียหายก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น สูงสุดไม่เกิน 4 เท่า
เจียงฟ่านเคยศึกษามาว่า แรงกระแทกชั่วขณะจากหมัดของคนธรรมดาสามารถพุ่งไปถึงราวๆ 90 กิโลกรัม เขาเคยต่อยตู้เกมวัดพลังหมัดได้ 92 กิโลกรัม
ความเสียหาย 2 เท่า ก็จะตกอยู่ที่ประมาณ 200 กิโลกรัม ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับนักมวยอาชีพที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี
ถ้า 4 เท่า ก็คือ 400 กิโลกรัม
นี่คือระดับของแชมป์มวยโลก และแทบจะเป็นขีดจำกัดสูงสุดที่มนุษย์จะทำได้แล้ว
หมัดระดับนี้ หากต่อยเข้าจุดยุทธศาสตร์ ก็เพียงพอที่จะปลิดชีพชายฉกรรจ์ได้ในหมัดเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังไม่ได้ใช้แค่หมัดเปล่าๆ แต่ใช้ค้อนอเนกประสงค์หนักเกือบหนึ่งกิโลกรัม หากได้รับโบนัสพลังสูงสุด การทุบวัวให้ตายด้วยค้อนเดียวก็ไม่ใช่เรื่องยาก
เขาตัดสินใจใช้การ์ดอัปเกรดดาวกับทักษะ "เกาะติดแผ่นหลัง" เพราะผลของคำสาปนี้ชัดเจนและช่วยเพิ่มพลังการต่อสู้ได้อย่างแน่นอน ส่วน "ท่าเท้าย่างภูตผี" นั้นเน้นไปทางการสนับสนุนมากกว่า และเขาไม่อยากเสี่ยง
หากการโจมตีครั้งนี้สามารถทำความเสียหายได้สูงสุดถึงสี่เท่า ก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะกำจัดผีสาวตนนี้ให้สิ้นซากไปได้!
ฝีเท้าของเขากระทบพื้นโดยไร้ซึ่งสรรพเสียงใดๆ ในวินาทีนี้ หากมองในแง่หนึ่ง เจียงฟ่านดูน่าขนลุกยิ่งกว่าผีสาวที่อยู่ตรงหน้าเสียอีก อย่างน้อยฝ่ายหลังก็ยังส่งเสียงสวบสาบประหลาดๆ ออกมาตอนคลาน
หลังจากสูญเสียศีรษะไป ความอาฆาตแค้นอันหนักอึ้งของผีสาวก็พุ่งสูงขึ้นจนน่าขนลุก
เขาไม่กล้าชะล่าใจ ค่อยๆ สะกดรอยตามผีสาวไปจนถึงมุมอีกด้านหนึ่งของห้องนั่งเล่น ตรงนั้นมีตู้โชว์ของสะสมเรียงรายอยู่ เซี่ยเสี่ยวอวี่ซ่อนตัวอยู่ในตู้ใบหนึ่ง เฝ้ามองผีสาวไร้หัวผ่านร่องประตูด้วยหัวใจที่เต้นระรัว
เมื่อมองเห็นเจียงฟ่านที่อยู่ด้านหลังผีสาว ตอนนี้เธอปรารถนาเหลือเกินว่าตัวเองจะเป็นแค่ผู้ป่วยทางจิต
เพราะความบ้าคลั่งของโลกใบนี้มันเกินกว่าที่จิตใจของเธอจะรับไหวแล้ว