เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 ศึกสองลัทธิเหนือใต้

บทที่ 45 ศึกสองลัทธิเหนือใต้

บทที่ 45 ศึกสองลัทธิเหนือใต้


บทที่ 45 ศึกสองลัทธิเหนือใต้

ทั้งสองฝ่ายต่างรอคอย 'การคัดออกรอบถัดไป' แต่ก็ไม่ได้อยู่เฉย ทางฝั่งฉู่ซิวได้วางหมากกลไกมากมายไว้รอบเมืองเทียนกง เตรียมพร้อมเปิดใช้งานสายลับและยึดเมืองได้ทุกเมื่อ

ส่วนทางด้านเสิ่นเทียนซื่อ หลังจากปลีกตัวออกมาได้ เขาก็เบนความสนใจไปที่การเผยแผ่ศาสนา

"ไม่ทันสังเกตไม่กี่วัน นายดันสร้าง 'ลัทธิเทพสวรรค์ทักษิณ' ขึ้นมาในชีจิ๋วได้ มีของเหมือนกันนี่! แต่สิ่งที่พวกขาเปื้อนโคลนอย่างนายทำได้ ผมก็ทำได้ แถมทำได้ดีกว่าด้วย!"

พูดจบ เขาก็สะบัดมือ สั่งการให้ปล่อยเหล่า 'ผู้เผยแผ่ศาสนา' ที่เขาฝึกอบรมมาเกือบสามเดือนออกไปปฏิบัติการ

เสิ่นเทียนซื่อมีความทะเยอทะยานสูงมาก ตั้งแต่เริ่มต้นเป้าหมายของเขาก็คือ 'รางวัลสูงสุด'

ดังนั้นก่อนจะมาที่นี่ เขาจึงศึกษาเรื่องการเผยแผ่ศาสนามาโดยเฉพาะ และยิ่งหลังจากร่วมมือกับอ้วนสุด เขาก็ได้ฝึกฝนผู้เผยแผ่ศาสนาขึ้นมาอย่างเป็นระบบ

ตั้งแต่ระดับล่างสุดอย่าง 'บาทหลวง' ไปจนถึงระดับบนอย่าง 'บิชอป' จากองครักษ์ธรรมดา ก็กลายเป็น 'กองอัศวินศาสนจักร'

เขาแทบจะนำระบบโครงสร้างทางศาสนาที่มีขนาดใหญ่ทั้งหมดมายัดรวมลงไป เขามั่นใจว่าฉู่ซิวเทียบไม่ติดฝุ่น!

"คอยดูให้ดีเถอะ ว่าการเผยแผ่ศาสนาที่แท้จริงมันเป็นยังไง!"

ในวันนี้ ผู้เผยแผ่ศาสนาที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีนับพันคน ได้ขี่ม้ากลมุ่งหน้าไปยังหัวเมืองต่างๆ เพื่อเปิดฉากกิจกรรมเผยแผ่ 'ลัทธิเทพสวรรค์อุดร' อย่างยิ่งใหญ่เกรียงไกร

ต้องยอมรับว่าเสิ่นเทียนซื่อเตรียมตัวมาดีจริง

ทั้งแจกไข่ไก่ แจกข้าวสารอาหารแห้ง แถมยังเอา 'น้ำยันต์' ที่คนโลกนี้ศรัทธามารวมกับ 'น้ำมนต์' กลายเป็น 'น้ำมนต์ยันต์ศักดิ์สิทธิ์'

ดั่งวลีที่ว่า "มีไข่ไก่ก็คือพระเจ้า" ต่อหน้าไข่ไก่ฟรี สาวกของลัทธิเทพสวรรค์อุดรจึงเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว

เพียงวันที่สองหลังจากผู้เผยแผ่ศาสนาขี่ม้ากลไปถึง พวกเขาก็รวบรวมสาวกได้จำนวนมหาศาล และเริ่มสร้างวิหารเทพขึ้นมากมายในพื้นที่ที่ไม่มีขุนศึกเข้มแข็งปกครองอย่างชิงจิ๋วและซือโจว

แม้กระทั่งในกุนจิ๋วและชีจิ๋ว ก็เริ่มมีกระแสโผล่ขึ้นมาบ้าง

เรื่องนี้ส่วนหนึ่งก็เกี่ยวข้องกับฉู่ซิวด้วย

เพราะในฐานะ 'เทพราชาสวรรค์ทักษิณ' ชื่อเสียงของเขาได้หยั่งรากลึกในใจผู้คนไปแล้ว ในสถานการณ์เช่นนี้ เมื่อมี 'เทพราชาสวรรค์อุดร' ที่ชื่อคล้ายกันโผล่มา ผู้คนย่อมให้ความสนใจเป็นธรรมดา

ชาวบ้านต่างนึกว่าทั้งสองเป็นพี่น้องกันด้วยซ้ำ!

เหมือนกับบุตรคนโตและบุตรคนรองของพระเจ้าอะไรทำนองนั้น

แต่ 'การเผยแผ่ศาสนาแบบมืออาชีพ' ของเสิ่นเทียนซื่อ นอกจากจะนำไข่ไก่และข้าวสารมาให้แล้ว ยังนำมาซึ่ง 'ภาษีศาสนา' และการพิพากษา 'พวกนอกรีต' อีกด้วย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเหล่าผู้เผยแผ่ศาสนาที่มาจากชนชั้นสูงและถือตัวว่าวิเศษวิโสประกาศว่า 'ลัทธิเทพสวรรค์ทักษิณ' เป็นพวกนอกรีต

ศึกระหว่างลัทธิเหนือใต้ก็ระเบิดขึ้นอย่างสมบูรณ์!

จุดเริ่มต้นอยู่ที่ดินแดนชีจิ๋ว

ตอนที่ผู้เผยแผ่ศาสนาขี่ม้ากลมาแจกไข่ไก่ สาวกของฉู่ซิวจำนวนมากก็ไปต่อแถวรับ เพราะของฟรีใครจะไม่เอา แต่พอพวกนั้นประกาศว่าฉู่ซิวเป็น 'เทพจอมปลอม' และตราหน้าลัทธิเทพสวรรค์ทักษิณว่าเป็น 'พวกนอกรีต' เท่านั้นแหละ เหล่าสาวกก็ของขึ้นทันที

พวกเขายัดข้อหา 'พวกขุนนางกดขี่' ให้ผู้เผยแผ่ศาสนาเหล่านั้นทันควัน

จับแห่ประจานกลางถนน แล้วเชือดเรียงตัว

เล่นเอาพวกผู้เผยแผ่ศาสนางงเป็นไก่ตาแตก

จนกระทั่งตาย พวกเขาก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมชาวบ้านที่ตอนแรกยิ้มแย้มมารับไข่ไก่ ถึงได้เปลี่ยนสีหน้าเร็วขนาดนี้—สำหรับ 'ชาวจงหยวน' ที่ยึดคติใครมีประโยชน์ก็ศรัทธาคนนั้น คิดจะใช้ไข่ไก่ไม่กี่ฟองมาซื้อชีวิตพวกเขาเหรอ?

ฝันไปเถอะ!

ไม่ใช่แค่ที่ชีจิ๋ว

หลังจากลัทธิเทพสวรรค์อุดรประกาศอย่างเป็นทางการว่าลัทธิเทพสวรรค์ทักษิณเป็นพวกนอกรีต เหล่าสาวกในชิงจิ๋วและซือโจวก็เปิดฉากโจมตีลัทธิเทพสวรรค์อุดรเช่นกัน

เพียงแต่ต่างจากชีจิ๋ว ตรงที่สองเมืองนี้ไม่ใช่ถิ่นฐานหลักของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทั้งสองลัทธิจึงมีกำลังสูสีกันแบบห้าสิบห้าสิบ

พอตีกันขึ้นมา เหล่าขุนศึกที่เฝ้ามองอยู่ต่างก็เดาะลิ้นด้วยความทึ่ง

"จุ๊ๆ เพียงเพื่อ 'เทพเจ้า' ที่ตัวเองศรัทธา คนนับร้อยถึงกับมาดวลกันหน้าประตูวังหลวง แถมยังสู้ตายถวายชีวิตจนกว่าจะเหลือคนสุดท้าย ช่างบ้าคลั่งจริงๆ!"

ภายในวังหลวง ไทเฮาเจ๋อเทียนเปรยขึ้นด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ

ต้องยอมรับว่า ภายใต้การทุ่มทุนไม่อั้นของเสิ่นเทียนซื่อ ลัทธิเทพสวรรค์อุดรก็รวบรวมสาวกได้ไม่น้อย แถมยังมีพวกที่ยอมตายเพื่อลัทธิได้จริงๆ

ยกตัวอย่างเช่น 'หวังเอ้อร์โก่ว' ที่กำลังนำทีมบุกตีกระทืบสาวกลัทธิเทพสวรรค์ทักษิณอยู่ในขณะนี้

เขาคือสาวกเดนตายของลัทธิเทพสวรรค์อุดร เมื่อสองวันก่อน เขาเป็นเพียงผู้ลี้ภัยที่เกือบจะอดตาย นอนรอความตายอยู่ข้างถนนกับพ่อ มองดูถนนหลวงที่แม้แต่รากหญ้าและเปลือกไม้ก็ถูกแทะจนเกลี้ยง

แต่ในตอนนั้นเอง ผู้เผยแผ่ศาสนาขี่ม้ากลก็ปรากฏตัวขึ้น

นำไข่ไก่และบะหมี่มาให้

บุญคุณช่วยชีวิตทำให้เขาเข้าลัทธิโดยไม่ลังเล และเทิดทูนเสิ่นเทียนซื่อเป็นพระเจ้าเพียงหนึ่งเดียว เขาพร้อมกับพ่อและสาวกคนอื่นๆ จึงมารวมตัวกันที่หน้าประตูวังหลวงเพื่อเปิดศึก 'ดวลเดือดเหนือใต้' กับลัทธิเทพสวรรค์ทักษิณ

การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือดเลือดพล่าน

คนของลัทธิเทพสวรรค์ทักษิณตายไปครึ่งหนึ่ง ส่วนลัทธิเทพสวรรค์อุดร นอกจากหวังเอ้อร์โก่วแล้ว ที่เหลือตายเรียบ

รวมถึงพ่อของเขาด้วย

แต่หวังเอ้อร์โก่วไม่ได้โศกเศร้า เพื่อศรัทธาแล้ว เขาได้รับความช่วยเหลือจากผู้เผยแผ่ศาสนาอย่างรวดเร็วในการรวบรวมคนระลอกสอง เตรียมจะไปซัดกับลัทธิเทพสวรรค์ทักษิณอีกสักยก

แต่ทว่าในตอนนั้นเอง เขาเหลือบไปเห็น 'พวกนอกรีต' ที่เขาเพิ่งทุบตายคามือไปเมื่อวาน

"พวกแกตายไปแล้วไม่ใช่เรอะ?"

เหล่าสาวกลัทธิเทพสวรรค์อุดรต่างงุนงง

ฝ่ายลัทธิเทพสวรรค์ทักษิณเองก็งงเช่นกัน "แล้วสาวกฝ่ายพวกแกที่ตายเมื่อวานล่ะ? พวกนั้นฝีมือใช้ได้เลยนี่นา ไปเรียกมาสิ เรามาตีกันอีกรอบ!"

สาวกลัทธิเทพสวรรค์อุดร: "???"

เดี๋ยวนะ พวกแกฟังที่ตัวเองพูดบ้างไหม?

เรียกคนที่ตายไปแล้วมาตีกันต่อ จะให้ปลุกผีมาหรือไง?

"ไม่ถูกสิ พวกแกเองก็ตายไปแล้วนี่หว่า!" หวังเอ้อร์โก่วได้สติ ตาเบิกโพลง "อย่าบอกนะว่าสาวกลัทธิเทพสวรรค์ทักษิณ ตายแล้วฟื้นได้?"

เจอคำถามนี้เข้าไป คนฝั่งลัทธิเทพสวรรค์ทักษิณก็เริ่มมึนงงบ้าง

"ทำไม? ลัทธิเทพสวรรค์อุดรของพวกแกทำไม่ได้เหรอ?"

"มันควรจะทำได้ด้วยเรอะ?"

"มันไม่ควรจะทำได้เหรอ?"

ทั้งสองฝ่ายต่างมีการศึกษาไม่สูงนัก ต่างใช้ความรู้เท่าหางอึ่งของตัวเองทำความเข้าใจ ต่างฝ่ายต่างคิดว่า 'เทพราชาสวรรค์ทักษิณ' กับ 'เทพราชาสวรรค์อุดร' อยู่ในระดับเดียวกัน สาวกก็ควรจะเหมือนๆ กัน

แต่พอคุยกันไปคุยกันมา พวกเขากลับพบว่า: เราไม่เหมือนกัน ไม่เหมือนกันเลยสักนิด!

สาวกลัทธิเทพสวรรค์อุดรนั้นเอาชีวิตเข้าแลกจริงๆ ตายแล้วก็คือจบกัน ส่วนฝั่งลัทธิเทพสวรรค์ทักษิณ ศรัทธาฉู่ซิว ฟื้นคืนชีพได้ตรงจุดนั้นเลย

ต่อให้สู้จนตัวตาย ก็ยังเกิดใหม่ได้

"ทำไมล่ะ? ทำไมพวกแกทำได้ แต่พวกเราทำไม่ได้?" หวังเอ้อร์โก่วถามเสียงสั่น

เขาคิดถึงพ่อที่ตายในสนามรบ

แม้สองพ่อลูกจะเต็มใจพลีชีพเพื่อองค์เทพราชา แต่ถ้าเลือกได้ เขาก็ย่อมอยากให้พ่อมีชีวิตอยู่

"ไม่รู้สิ พวกแกก็ลองถามองค์เทพราชาของพวกแกดูสิ!"

"ถามเหรอ?"

"ใช่! แค่เรียกขานนามท่านในใจ ท่านก็ได้ยินและจะตอบรับ!" สาวกลัทธิเทพสวรรค์ทักษิณคนหนึ่งกล่าว คนอื่นๆ ก็พากันเสริมว่า "เทพราชาสถิตอยู่ทุกที่"

"สรรเสริญนามท่าน จักได้รับพร!"

"ทุกที่ทุกเวลา!"

"ขอสิ่งใดได้สิ่งนั้น!"

คำพูดของคนฝั่งลัทธิเทพสวรรค์ทักษิณ ทำให้คนฝั่งลัทธิเทพสวรรค์อุดรถึงกับเอ๋อรับประทาน

"เป็นไปได้ยังไง?"

"ทำไมจะเป็นไปไม่ได้?"

สิ่งที่เรียกว่า 'ถ้าไม่เปรียบเทียบก็ไม่เจ็บปวด' มันเป็นเรื่องจริง ต่อหน้าสาวกลัทธิเทพสวรรค์ทักษิณที่ตายแล้วฟื้นได้ แถมสวดอ้อนวอนแล้วได้รับการตอบรับ หวังเอ้อร์โก่วและพรรคพวกจู่ๆ ก็รู้สึกหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก

เทพราชาของฝั่งเรา... ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีน้ำยาเท่าไหร่แฮะ!

ส่วนคนฝั่งลัทธิเทพสวรรค์ทักษิณก็ค้นพบว่า เทพราชาของฝั่งตัวเองดูจะเจ๋งกว่าฝั่งตรงข้ามเยอะเลย!

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่ทั้งสองฝ่ายแย่งชิงศรัทธากัน: คนที่ศรัทธาฉู่ซิว การอธิษฐานครั้งแรกย่อมได้รับการตอบรับอย่างแน่นอน สกิลติดตัว 'จอมปราชญ์อู่โหว' มอบความสามารถในการควบคุมหลายร่างพร้อมกันให้ฉู่ซิว ทำให้เขาสามารถสั่งการและตอบรับคำอธิษฐานของผู้คนจำนวนมากได้ในเวลาเดียวกัน

แต่ทางฝั่งเสิ่นเทียนซื่อ เขาไม่มีความสามารถในการตอบรับคำอธิษฐานเลย!

"สภาพแบบพวกแกเนี่ยนะ ยังกล้าเรียกตัวเองว่าเทพราชา?"

'เฉินหลิน' ผู้ได้รับฉายา 'นักด่าอันดับหนึ่งแห่งสามก๊ก' ซึ่งในประวัติศาสตร์เคยด่าโจโฉลามปามไปถึงบรรพบุรุษสามรุ่น แต่กลับถูกใจโจโฉจนได้รับตำแหน่งเป็น 'กระบอกเสียง' ประจำค่าย เดิมทีเขาเตรียมจะเข้าร่วมลัทธิเทพสวรรค์อุดร แต่สุดท้ายก็เลือกหันมาซบไหล่ลัทธิเทพสวรรค์ทักษิณแทน

พร้อมกับตะโกนก้องว่า "คีย์บอร์ดมา"... เอ้ย ไม่ใช่ "พู่กันมา" เตรียมจะเขียนบทความแฉเสิ่นเทียนซื่อให้ยับ

"แค่เทพจอมปลอม บังอาจมาหลอกลวงข้า คอยดูเถอะ ข้าเฉินหลินจะแสดงให้พวกแกเห็นว่า พู่กันของบัณฑิตนั้น คมกริบยิ่งกว่าดาบของเพชฌฆาต!"

(จบบทที่ 45)

จบบทที่ บทที่ 45 ศึกสองลัทธิเหนือใต้

คัดลอกลิงก์แล้ว