- หน้าแรก
- เกมแห่งสวรรค์ทั้งปวง ข้าคือผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุด
- บทที่ 38 วิธีใช้ใหม่ของสกิลติดตัวจอมปราชญ์อู่โหว
บทที่ 38 วิธีใช้ใหม่ของสกิลติดตัวจอมปราชญ์อู่โหว
บทที่ 38 วิธีใช้ใหม่ของสกิลติดตัวจอมปราชญ์อู่โหว
บทที่ 38 วิธีใช้ใหม่ของสกิลติดตัวจอมปราชญ์อู่โหว
ผลกระทบที่เกิดจากนิยาย "สามก๊ก" ยังคงคุกรุ่นและขยายวงกว้าง แต่เมื่อมองในภาพรวมแล้ว นอกจากคนบางกลุ่มอย่างสวี่โยวที่ถูกบั่นคอ หรือสุมาอี้ที่ถูกออกหมายจับร่วมกัน ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อใครอย่างแท้จริง
มันเป็นเพียงแค่ตัวเร่งปฏิกิริยาให้เหล่าขุนศึกตั้งตัวเป็นใหญ่เร็วขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยเท่านั้น
เหล่าบัณฑิตและยอดฝีมือในกุนจิ๋วยังคงมุ่งหน้าไปสวามิภักดิ์ต่อโจโฉ ส่วนบรรดาลูกศิษย์เก่าแก่และขุนนางที่เกื้อหนุนตระกูลอ้วนมาสี่รุ่นสามสมัย ก็ยังคงเลือกที่จะสนับสนุนอ้วนสุด
จูล่งเองก็ยังคงเดินทางไกลพันลี้เพื่อตามหาและเข้าร่วมกับเล่าปี่
ถ้าจะถามว่าทำไม?
สัตว์โลกย่อมเข้าฝูงตามเผ่าพันธุ์ หากนิสัยใจคอไม่ตรงกัน หรือไม่มีผลประโยชน์ร่วมกัน เหล่าขุนศึกจะรวบรวมผู้คนมากมายขนาดนั้นได้อย่างไร?
ตระกูลใหญ่ที่สนับสนุนอ้วนสุด ไม่ใช่ว่าพอเห็นเขาตั้งตนเป็นฮ่องเต้แล้วล้มเหลวในนิยาย ก็จะเลิกสนับสนุนทันที
เพราะตอนนี้อนาคตได้เปลี่ยนไปแล้ว มีเทพสวรรค์จุติลงมา อนาคตยังเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน
ส่วนพวกที่มีอุดมการณ์ตรงกันอย่างจูล่ง เขาถูก "สกิลเสน่ห์ระดับซัคคิวบัส" ของเล่าปี่พิชิตใจจนยอมติดตาม ต่อให้รู้ว่าสุดท้ายเล่าปี่จะล้มเหลว แล้วมันจะทำไม?
ตอนที่เขาไปติดตาม เล่าปี่ก็กำลังตกอับ อยู่ในช่วงต่ำสุดของชีวิตไม่ใช่หรือ
ตอนนั้นเขารู้หรือเปล่าว่าเล่าปี่จะได้เป็นเจ้าเมืองผู้ยิ่งใหญ่ในภายหลัง?
เขาไม่รู้!
"นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป ให้ซุนฮก, กุยแก, เทียหยก และกาเซี่ยง ทั้งสี่คนดำรงตำแหน่งกุนซือแห่งค่ายทัพโจของข้า โดยไม่แบ่งลำดับก่อนหลัง!" โจโฉประกาศแต่งตั้งตำแหน่ง "ส่วนกุนซือฉู่คนเดิม นับแต่นี้ไปให้ดำรงตำแหน่ง 'ราชครูแห่งอาณาจักรเว่ย' มีศักดิ์เทียบเท่าประมุขแคว้น ให้คนทั่วหล้าเคารพยกย่อง!"
เนื่องจากได้รับการแต่งตั้งเป็นอ๋องแล้ว เหล่าขุนศึกในปัจจุบันจึงฟื้นฟูระบบเจ้าแคว้นในยุคชุนชิวขึ้นมา
ต่างคนต่างปกครองเขตแดนของตน และทยอยกันตั้งประเทศ
โจโฉเองก็ไม่ข้อยกเว้น
เขาสถาปนาแคว้นเว่ย ตั้งตนเป็น "ประมุขแคว้น" และเรียกขานตัวเองภายนอกว่าวุยอ๋อง
"นอกจากนี้ แต่งตั้งเตียนอุยเป็นผู้บัญชาการองครักษ์ซ้าย รับผิดชอบอารักขาวังหลวง" โจโฉกล่าวต่อ "แต่งตั้งเคาทูเป็นผู้บัญชาการองครักษ์ขวา ลาดตระเวนเมืองหลวง รับผิดชอบความปลอดภัยของราชครูและเหล่าขุนนาง!"
ด้วยการปรากฏตัวของ "นิยายสามก๊ก" ทำให้เขาไม่ต้องกังวลเรื่องความน่าเชื่อถือในการเลื่อนตำแหน่งคนเก่ง
สามารถแต่งตั้งได้ทันที
"นอกจากหน้าที่กุนซือแล้ว เหวินรั่ว ให้ควบตำแหน่ง..." โจโฉยังคงแต่งตั้งต่อไป สุดท้ายสายตาก็ไปหยุดที่กาเซี่ยง "กุนซือพิษสายเอาตัวรอด" ที่ยืนหลบอยู่หลังคนอื่นแม้กระทั่งตอนเข้าแถว แล้วกล่าวว่า "เหวินเหอ ข้ามีภารกิจลับที่ค่อนข้างสำคัญ ต้องการคนที่เชี่ยวชาญการซ่อนตัวและมีวิธีการที่เฉียบขาดรุนแรงพอ มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่เหมาะสม!"
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของกาเซี่ยงยังคงเรียบเฉย แต่ในใจอดไม่ได้ที่จะบ่นอุบ
นี่ท่านเห็นว่าข้าทั้งขี้ระแวงทั้งอำมหิต เลยจะให้ข้าทำงานสกปรกสินะ?
แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ
กาเซี่ยงไม่ชอบเปิดเผยตัวต่อหน้าผู้คน งานลับๆ ล่อๆ แบบนี้ทำแล้วเข้ามือกว่า ส่วนเรื่องงานสกปรก ในฐานะ "ยอดกุนซือพิษแห่งสามก๊ก" งานนี้ถือว่าตรงสายสุดๆ
"เรื่องอันใดหรือขอรับ?"
"รับผิดชอบรวบรวมไพร่พลและแรงงาน ลักลอบส่งไปยังพื้นที่ของอ้วนสุด และคอยประสานงานกับราชครู เพื่อสนับสนุนเหล่าสายลับทางฝั่งอ้วนสุดได้ทุกเมื่อ!"
สิ้นเสียงคำสั่ง ใบหน้าของกาเซี่ยงก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นทันที
"บริหารจัดการสายลับงั้นรึ? งานนี้ข้าชอบ!"
"อีกอย่าง ข้ายังมีกองกำลังลับที่ไม่สามารถเปิดเผยต่อหน้าผู้คนได้ อืม... เป็นกองทหารระดับเซี่ยวเว่ย นามว่า 'โมจินเซี่ยวเว่ย' รับผิดชอบเรื่อง... เอาเป็นว่ากองกำลังชุดนี้ ต่อไปให้เจ้าเป็นคนดูแล!"
ในที่สุด งานเกณฑ์แรงงาน ประสานงานสายลับ และดูแลหน่วยขุดสุสาน ก็ตกมาอยู่ในมือของกาเซี่ยง
เพียงแต่ว่า เมื่อต้องมาประสานงานกับฉู่ซิวเพื่อเริ่มงานจริงๆ เขากลับต้องมึนงงและถามด้วยความสงสัยว่า "สายลับของพวกเราไม่ต้องฝึกฝน ไม่ต้องเรียนรู้วิธีส่งข่าว หรือแม้กระทั่งไม่ต้องมีคนคอยรับช่วงต่อเลยหรือขอรับ?"
เขาคิดว่าตัวเองต้องมาช่วยสร้างจุดติดต่อและวางเครือข่ายข่าวกรองให้ฉู่ซิว
ทำหน้าที่เป็นซัพพอร์ต
แต่คาดไม่ถึงว่า เขาแค่มีหน้าที่เกณฑ์คนอย่างเดียว ส่วนเรื่องการประสานงานกับสายลับ นั่นเป็นเรื่องที่ต้องทำหลังจากสายลับเริ่มปฏิบัติการแล้ว
ตอนนี้ไม่ต้องไปยุ่งเลย
แค่หาเงิน หาคน แล้วส่งไปให้อ้วนสุดก็พอ!
"ไม่จำเป็นเลยแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากรับสมัครมาแล้ว รายชื่อสายลับต้องถูกทำลายทิ้ง ข้าต้องการให้พวกเขาแฝงตัวอย่างสมบูรณ์ ไม่ให้ใครจับได้!" ฉู่ซิวกล่าว
ได้ยินแบบนั้น กาเซี่ยงยิ่งสงสัยหนักเข้าไปอีก
"ถ้าทำแบบนั้น ท่านจะติดต่อพวกเขาอย่างไร?"
"ติดต่อแบบนี้ไง!"
"แบบไหน?"
กาเซี่ยงงุนงง แต่ในวินาทีถัดมาเขาก็ได้สติ เพราะฉู่ซิวไม่ได้ขยับปากพูดเลยสักนิด แต่เสียงกลับดังขึ้นในสมองของเขาโดยตรง
"นี่มัน?"
"เทพวิชา และประโยชน์ของมันไม่ได้มีแค่นี้!"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ จิตสำนึกของฉู่ซิวก็ย้ายไปยังสถานที่ห่างออกไปหลายร้อยลี้ ภายใน "เมืองเทียนกง" ที่กำลังก่อสร้างอยู่
ณ ที่แห่งนั้น เสิ่นเทียนซื่อและอ้วนสุดกำลังสวมหมวกนิรภัยเดินตรวจงานในไซต์ก่อสร้าง พลางเดินพลางคุยกัน "ก้าวแรกของการสร้างเมืองเทียนกง คือการสร้างกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็ก! ใช้ปูนซีเมนต์ที่ผมผสมขึ้น ใส่ทราย หิน และใช้เหล็กเส้นเป็นโครง สร้างให้สูงห้าวา จะทำให้บันไดเมฆพาดไม่ถึง และเครื่องยิงหินทำลายไม่ได้!"
บันไดเมฆ คือเครื่องจักรสงครามหลักในการตีเมืองยุคโบราณ หากบันไดเมฆพาดข้ามไปไม่ได้ กองทัพก็บุกขึ้นไปไม่ได้
การตีจากที่ต่ำขึ้นที่สูง ต่อให้มีทหารมากกว่าสิบเท่าก็ต้องถูกอัดจนยับเยิน
ส่วนเครื่องยิงหินนั้นถือเป็นอาวุธหนักในการป้องกัน และเมื่อใช้โจมตีเมืองก็สามารถทำลายกำแพงได้ เปรียบเสมือนอาวุธนิวเคลียร์ในยุคอาวุธเย็น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความแข็งแกร่งของกองทัพ
แต่ถ้าเจอกับกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็ก แค่เครื่องยิงหินคงทำอะไรได้ยาก
"แต่การลงทุนขนาดนี้ ไม่ฟุ่มเฟือยไปหน่อยรึ?" อ้วนสุดถาม
ปูนซีเมนต์ยังพอว่า เพราะเผาจากหิน แค่มีคนงานก็ทำได้
แต่เหล็กกล้านี่สิ ในยุคสมัยนี้มันคือของมีค่าหายาก การถลุงก็ยากแสนเข็ญ แค่เอามาตีอาวุธยังไม่พอใช้ จะเอามาสร้างกำแพงเมือง... ต่อให้รวยแค่ไหนก็ไม่น่าจะเผาผลาญกันแบบนี้!
"ไม่เป็นไร ผมจะสร้าง 'เตาหลอมเทียนกง' ให้ท่าน เพื่อใช้ถลุงเหล็กกล้า!"
"เตาหลอมเทียนกง?"
"เรียกอีกอย่างว่าการถลุงเหล็กด้วยเตาสูง เดิมทีไม่ใช่สิ่งที่สร้างเสร็จได้ในวันสองวัน แต่ด้วยวิชาค่ายกลกลไกอันแยบยลของอาชีพเทพช่างสวรรค์ ผนวกกับความรู้ที่ผมมี ไม่มีปัญหาแน่นอน!"
"วันหนึ่งผลิตได้กี่ชั่ง?"
"ท่านควรจะถามผมว่า วันหนึ่งผลิตได้กี่ตันมากกว่า!"
ตอนที่ทั้งสองคุยกัน พวกเขาไม่ได้หลบเลี่ยงผู้คนรอบข้างเลย เพราะแรงงานเหล่านี้เมื่อถูกเกณฑ์มาแล้ว ก็ไม่มีทางได้ออกไปอีก
ไม่มีทางที่ข่าวจะรั่วไหล
แต่ทว่า ทั้งสองหารู้ไม่ว่า สายลับของฉู่ซิวไม่จำเป็นต้องมีการนัดพบเพื่อส่งข่าว
"ถลุงเหล็กด้วยเตาสูงงั้นรึ?"
ความจริงเทคโนโลยีนั้น ในยุคนี้ใช่ว่าจะไม่มีเสียทีเดียว การ "หลอมเหล็กด้วยเตาตั้ง" มีมาตั้งแต่ยุคชุนชิวแล้ว แต่เตาแบบโบราณที่ใช้ถลุงเหล็กดิบ กับเตาสูงสมัยใหม่ที่ถลุงเหล็กกล้าได้โดยตรงนั้น ย่อมแตกต่างกันอย่างชัดเจน
ฉู่ซิวรู้สึกสงสัยมากว่า เสิ่นเทียนซื่อจะใช้ "วิชาค่ายกลกลไก" ทลายข้อจำกัดของฐานอุตสาหกรรมได้อย่างไร
"ตอนนี้คนที่มีมากที่สุดในเมือง ก็คือแรงงานที่อ้วนสุดเกณฑ์มาจากในพื้นที่อิจิ๋ว ส่วนบริเวณเตาสูงนั้นมีการป้องกันคนนอกแทรกซึมอย่างแน่นหนา ต้องใช้วิธีสร้างสายลับจากคนใน!"
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงควบคุมสายลับให้เริ่มคัดกรองเป้าหมายที่สามารถชักจูงได้
แต่สายลับไม่ได้เข้าไปชักชวนโดยตรง
ทว่าหลังจากเลือกเป้าหมายได้แล้ว พวกเขาจะส่งข้อมูลชุดหนึ่งเข้าไปในจิตใจของเป้าหมายอย่างแนบเนียน: ในอิจิ๋วมีเทพราชาสวรรค์ทักษิณฉู่ซิวคอยคุ้มครอง ผู้ใดตกทุกข์ได้ยาก เพียงอธิษฐานในใจ จะได้รับความเมตตาและสดับรับฟังจากเทพราชา ช่วยให้หลุดพ้นจากความทุกข์เข็ญ!
(จบบทที่ 38)