- หน้าแรก
- เกมแห่งสวรรค์ทั้งปวง ข้าคือผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุด
- บทที่ 2 เทพสวรรค์จุติ
บทที่ 2 เทพสวรรค์จุติ
บทที่ 2 เทพสวรรค์จุติ
บทที่ 2 เทพสวรรค์จุติ
ในยามนี้ เหล่าขุนศึกที่ควรจะประชุมวางแผนบุกโจมตีด่านหูเหลาอยู่ในกระโจมบัญชาการของกองทัพพันธมิตร กลับพากันมายืนออกันอยู่ที่หอสังเกตการณ์หน้าค่าย
"เหนือม่านเมฆนั่นกลับมีกลุ่มคนยืนอยู่ แถมยังมีบางคนกลายเป็นลำแสงพุ่งตกลงมาเป็นระยะ หรือว่านี่จะเป็นเทพยดาสำแดงอิทธิฤทธิ์ จุติลงมายังโลกมนุษย์กระนั้นหรือ?"
อ้วนเสี้ยวเงยหน้ามองท้องฟ้า เอ่ยกับโจโฉด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
เมื่อครู่นี้ ขุนศึกทั้งสิบแปดหัวเมืองเพิ่งจะมากันพร้อมหน้า และทุกคนกำลังยกย่องผู้นำพันธมิตร เตรียมหารือรายละเอียดการรบ แต่จู่ๆ ท้องฟ้าเบื้องบนก็ปรากฏเมฆม่วงลอยมาจากทิศบูรพา ราวกับนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ลงมาจุติ
เหล่าขุนศึกต่างตกตะลึง พากันเดินออกจากค่ายมาดูที่หอสังเกตการณ์
ผลปรากฏว่า มีเมฆมงคลเจ็ดสีลอยมาอย่างช้าๆ บนนั้นกลับมีกลุ่มเงาร่างที่แต่งกายประหลาดปรากฏอยู่!
"ต้องเป็นเพราะตั๋งโต๊ะทำตัววิปริตผิดครรลอง ล่วงเกินเบื้องบน สวรรค์จึงส่งเทพเจ้าลงมาช่วยพวกเราปราบปรามกบฏ ชำระล้างราชสำนักเป็นแน่!" โจโฉเองก็ตื่นตระหนกไม่แพ้กัน แต่ปากกลับพูดไปในทางที่ดี
เพื่อความมั่นคงของขวัญและกำลังใจกองทัพ
ด้านหลัง สามพี่น้องเล่าปี่ กวนอู เตียวหุย ต่างก็สีหน้าเปลี่ยนไปเช่นกัน
ตามมาด้วยความปิติยินดีอย่างบ้าคลั่ง
"วันนี้สิบแปดหัวเมืองร่วมกันปราบตั๋งโต๊ะ ไม่นึกว่าจะชักนำให้เทพสวรรค์จุติลงมาได้ ดูท่าชะตาของราชวงศ์ฮั่นเราจะยังไม่ถึงคราวสิ้นสุด!" เล่าปี่กล่าวพลางมองไปทางด่านหูเหลา แล้วหันกลับมามองเหล่าขุนศึก
คนเหล่านี้ล้วนเป็นพวกมักใหญ่ใฝ่สูง เป็นภัยร้ายแรงต่อราชวงศ์ฮั่นทั้งสิ้น
เดิมทีเขายังกังวลว่าไล่หมาป่าไปได้ ก็จะเจอกับเสือและเสือดาวต่อ แต่ตอนนี้เขาไม่กังวลแล้ว ในเมื่อเทพสวรรค์ลงมาจุติ ย่อมต้องช่วยเหลือเขาเหมือนที่เคยช่วยจักรพรรดิฮั่นกวงอู่ (เล่าทัส) กอบกู้ราชวงศ์ฮั่นในอดีตอย่างแน่นอน!
ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ลำแสงนับสิบสายกลับพุ่งตกลงไปในด่านหูเหลา
ทำเอาเล่าปี่และโจโฉหน้าตึงไปตามๆ กัน
"พวกเขาจะลงไปช่วยพวกเราตีเมืองหรือ?"
ขุนศึกคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
แต่ในเมืองกลับไม่มีเสียงโห่ร้องฆ่าฟัน ประตูเมืองด่านหูเหลายังคงปิดสนิท ไม่มีวี่แววว่าจะเปิดออกแม้แต่น้อย—สิ่งนี้ทำให้เหล่าขุนศึกอดไม่ได้ที่จะใจหายวาบ
ปราบปรามโจรแผ่นดิน กำจัดคนชั่วข้างกายฮ่องเต้
พูดให้สวยหรูอย่างไร สุดท้ายมันก็คือการก่อกบฏ เทพสวรรค์คงไม่ได้ลงมาช่วยราชสำนักปกป้องด่านหูเหลาหรอกนะ?
แต่ไม่นานนัก ก็มีลำแสงอีกนับสิบสายพุ่งลงมายังค่ายของกองทัพพันธมิตร
เกิดความโกลาหลขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่มีเสียงการต่อสู้
"นายท่าน มีเทพสวรรค์องค์หนึ่งมาที่กระโจมใหญ่ของทัพเรา ตอนลงพื้นกระแทกจนเกิดหลุมเบ้อเริ่มเลยขอรับ ตอนนี้ท่านผู้นั้นต้องการพบท่าน!"
"นายท่าน มีเทพสวรรค์ตกลงมาในค่ายของพวกเราแล้ว!"
"นายท่าน..."
ทหารใต้สังกัดของขุนศึกแต่ละฝ่ายต่างเข้ามารายงาน ทำให้สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปทันที จากนั้นก็ไม่สนใจแม้แต่จะกล่าวลา รีบเร่งรุดไปพบผู้มาเยือน—นั่นคือเทพสวรรค์เชียวนะ!
มีคำร่ำลือว่า ในอดีตจักรพรรดิฮั่นกวงอู่สามารถกอบกู้ราชวงศ์ฮั่นได้ ก็เพราะได้รับความช่วยเหลือจากเทพสวรรค์!
หากตนเองได้รับการยอมรับบ้างล่ะ...
แม้แต่เล่าปี่ที่มุ่งมั่นกอบกู้ราชวงศ์ฮั่น ในวินาทีนี้ก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความคิดแวบหนึ่งขึ้นมา: หรือว่าตนเองจะเป็นเล่าทัสคนต่อไป?
ยังไงเสีย ก็เป็นคนแซ่เล่าเหมือนกัน!
จะว่าไป ก็มี "เทพสวรรค์" มาหาเขาจริงๆ: อินสแตนซ์โลกสามก๊กนี้ ไม่รู้ว่ามีผู้เล่นจากบลูสตาร์เข้ามากี่คนแล้ว นอกจากจะไม่มี 'มุมมองพระเจ้า' ที่ทำให้รู้นึกคิดที่แท้จริงของตัวละครแล้ว ข้อมูลอื่นๆ ที่ควรรู้ก็ถูกขุดจนพรุนหมดแล้ว
เล่าปี่ที่มีขุนพลระดับ "ยอดคนสู้หมื่นไพรี" อยู่ในสังกัดถึงสองคน ถือเป็น "ขาทองคำ" ชั้นดีในช่วงต้นเกมอย่างแท้จริง
ถ้าเกาะติดได้ ก็สามารถเดินกร่างไปมาในกองทัพนับหมื่นได้อย่างอิสระ
แน่นอนว่า ผู้เล่นส่วนใหญ่เลือกที่จะเข้าร่วมกับราชสำนักโดยตรง แบบนั้นนอกจากจะยืมอำนาจของตั๋งโต๊ะได้แล้ว หลังจากตั๋งโต๊ะถูกฆ่า ก็ยังสามารถหาขาทองคำข้างใหม่เกาะต่อได้ การถือครองความชอบธรรมย่อมหากินได้ง่ายกว่า
"นายท่าน ที่ค่ายของพวกเราก็มีเทพสวรรค์มาขอรับ"
แฮหัวเอี๋ยนที่เฝ้าค่ายเดินเข้ามาหาโจโฉ แล้วกระซิบข้างหูว่า "สององค์!"
"จริงรึ? รีบพาข้าไปพบท่านทั้งสองเร็วเข้า!"
ภายใต้การนำของแฮหัวเอี๋ยน โจโฉก็ได้พบกับ "เทพสวรรค์" ทั้งสองอย่างรวดเร็ว เป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง ฝ่ายชายดูเหมือนบัณฑิตอ่อนแอ หน้าตาหล่อเหลา แต่สายตาที่มองมาทำให้โจโฉรู้สึกเหมือนถูกมองทะลุปรุโปร่งไปทั้งตัว
ส่วนฝ่ายหญิง แม้ร่างกายจะดูบอบบาง แต่กลับทำให้เขารู้สึกเหมือนเห็นเงาของลิโป้ซ้อนทับอยู่
"สมกับเป็นเทพสวรรค์ ช่างลึกล้ำสุดหยั่งคาดจริงๆ!"
โจโฉคิดในใจ พลางลดท่าทีลง โค้งคำนับทั้งสองคนก่อน แล้วประสานมือคารวะ "ข้าโจโฉ เฉาเมิ่งเต๋อ คารวะเทพเบื้องบนทั้งสอง!"
ท่าทีของเขาอ่อนน้อมถ่อมตนอย่างยิ่ง
"ตัวข้านามว่า หลี่เซิ่งหนาน วันนี้ลงมาจุติเพื่อคัดเลือกนายดีจากเหล่าวีรบุรุษทั่วหล้า และช่วยเขาเบิกทางสู่สันติสุข!" หญิงสาววางท่าสูงส่ง กล่าวอย่างเย่อหยิ่งว่า "เจ้าคือคนที่ข้าเลือก!"
นางใช้คำว่า "นายดี" ซึ่งเป็นการตีตนเสมอท่าน แต่กลับพูดแค่เรื่องสร้างสันติสุข ไม่ได้พูดถึงการขึ้นครองราชย์
เป็นการเว้นช่องว่างระหว่างการเป็นขุนนางคู่บัลลังก์กับจอมคนผู้ยิ่งใหญ่ไว้อย่างพอเหมาะพอเจาะ ซึ่งโดนใจโจโฉเข้าอย่างจัง—แสดงว่าก่อนมา นางทำการบ้านมาดีมาก รู้ว่าจะเอาใจตัวละครอย่างโจโฉได้อย่างไร
ทำให้ฉู่ซิวที่เลือกโจโฉเหมือนกัน ซึ่งยืนอยู่ข้างๆ รู้สึกถึงแรงกดดันขึ้นมาทันที
ถามว่าทำไมต้องเลือกโจโฉ?
ในแง่ความสามารถ มองไปทั่วทั้งยุคสามก๊ก ในด้านความเป็นผู้นำ มีเพียงเขาและเล่าปี่ที่อยู่ในระดับสูงสุด ง่ายต่อการสนับสนุนและยืมอำนาจ แต่เมื่อเทียบกับเล่าปี่แล้ว โจโฉผู้มีคติ "ข้ายอมทรยศคนทั้งโลก" นั้นพร้อมทำทุกอย่าง
ขอแค่ได้รับความไว้วางใจจากเขา ก็สามารถลงมือจัดการผู้เล่นคนอื่นได้อย่างเต็มที่
ไม่มีข้อผูกมัด
ส่วนเล่าปี่น่ะหรือ ถ้าคุณจะให้เขาไปฆ่าคนโดยไม่มีเหตุผล นั่นมันยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาเสียอีก!
"เป็นเทพสวรรค์จุติจริงหรือ?"
โจโฉยินดีปรีดา
แต่ในตอนนั้นเอง ฉู่ซิวก็เอ่ยปากขึ้น "ไม่มีเทพสวรรค์ที่ไหนหรอก มีแต่ฝูงภูตผีร้ายที่ปีนป่ายขึ้นมาจากขุมนรกเก้าชั้นต่างหาก! พวกมันยอมจ่ายทุกอย่าง แม้จะต้องทำให้ทั่วหล้าเหลือบ้านเรือนเพียงหนึ่งในสิบ ซากศพกองพะเนิน ก็เพื่อจะกลืนกินภูตผีตนอื่น เพียงเพื่อแย่งชิงโอกาสเดียวที่จะได้คงอยู่ในโลกมนุษย์!"
เกมจูเทียนไม่ได้มีกฎห้ามเปิดเผยข้อมูล
แต่ผู้เล่นมักจะแอบอ้างเป็นเทพเจ้าเพื่อหลอกล่อชาวพื้นเมือง โดยอาศัยคุณสมบัติ "สถานะอมตะ"(ในช่วงระยะเวลาคุ้มครอง ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะหลอกได้สำเร็จ
หลี่เซิ่งหนานก็ทำเช่นนั้น
หากไม่มีคู่แข่ง ฉู่ซิวก็คงเตรียมจะทำแบบเดียวกัน
เพียงแต่ในสถานการณ์ที่มีคู่แข่ง การแอบอ้างเป็นเทพเจ้าเหมือนกันย่อมไม่มีจุดเด่นอะไร ดังนั้นฉู่ซิวจึงงัดทฤษฎี "ภูตผีร้าย" ออกมาใช้ โดยอิงจากนิสัย "ขี้ระแวง" ของโจโฉ
เล่นเอาโจโฉถึงกับอึ้งไป
จากนั้นเขาก็ถอยห่างจากทั้งสองคนโดยสัญชาตญาณ ขมวดคิ้วถามว่า "สรุปแล้วพวกท่านเป็นผีหรือเป็นเทพกันแน่?"
"จะเป็นผีหรือเทพ มีความแตกต่างกันด้วยหรือ?" หลี่เซิ่งหนานยังคงวางท่าสูงส่ง กล่าวว่า "อย่างไรเสียพวกเราก็ไม่ใช่ปุถุชน หากเจ้าได้พวกเราช่วยเหลือ ก็มีโอกาสทำการใหญ่สำเร็จ ในทางกลับกัน หากไม่มีใครช่วยเจ้า เจ้ามั่นใจหรือว่าจะต่อกรกับภูตผีเทวดาได้?"
คำว่า "ภูตผีเทวดา" นางเน้นเสียงหนักเป็นพิเศษ
การทำให้สถานะคลุมเครือ เป็นการตอบโต้ทฤษฎี "ภูตผีร้าย" ของฉู่ซิวได้อย่างเจ็บแสบ
เพื่อแย่งชิงความไว้วางใจจากโจโฉ
แต่นั่นกลับเข้าทางฉู่ซิวพอดี เขาทำสายตาเย้ยหยัน มองไปที่โจโฉแล้วกล่าวว่า "ภูตผีร้ายที่ปีนขึ้นมาจากขุมนรก แถมยังแซ่หลี่ (ลิ)... ท่านไม่นึกถึง 'คนคุ้นเคย' บ้างหรือ?"
(จบบทที่ 2)