- หน้าแรก
- ผู้คุมซ่อนคม ข้ามีระบบแก้ไขวรยุทธ์
- บทที่ 320 - เจอเหยื่อถูกใจ
บทที่ 320 - เจอเหยื่อถูกใจ
บทที่ 320 - เจอเหยื่อถูกใจ
บทที่ 320 - เจอเหยื่อถูกใจ
หนิงเฮ่าเดาได้ว่าทำไมเคอต้าลี่ถึงมีท่าทีเย็นชา แต่เขาไม่ได้สนใจ ทำหน้าชิลสุดๆ แล้วตอบกลับไปว่า "ใช่แล้ว"
"อ้อ"
เคอต้าลี่ตอบรับสั้นๆ แล้วก็ปิดปากเงียบ ในใจแอบคิดว่าถ้าหนิงเฮ่าจะมาแย่งสัตว์อสูรระดับหกเทียมที่แกนกลางตำหนักข่าน ก็ต้องปะทะกับไอ้หน้าขาวซิ่วเฉินนั่นแน่ๆ
ทั้งคู่ต่างก็มีฝีมือแข็งแกร่งจนน่ากลัว แต่ไม่รู้ว่าใครจะเหนือกว่ากัน
คนอื่นๆ ก็คิดแบบเดียวกัน สายตาที่มองหนิงเฮ่าจึงดูแปลกๆ ไปตามๆ กัน
ตามหลักแล้ว หนิงเฮ่ามีกระบี่แสงกระจกสุริยันจันทราซึ่งเป็นอาวุธจิตวิญญาณระดับเหลือง ต่อให้ต้องรับมือกับค่ายกลแปดทิศคืนสู่ต้นกำเนิดของพวกเขาทั้งกลุ่ม ก็ยังสามารถถอยออกมาได้อย่างปลอดภัย
ฝีมือแข็งแกร่งขนาดนี้ เป็นรองก็แค่จีหลิงเซียวที่มีกระบี่หลิงเซียวระดับนิลเท่านั้นแหละ
ส่วนซิ่วเฉินมีแค่ค้อนอาวุธกึ่งจิตวิญญาณด้ามเดียว ถ้าเอาไปเทียบกับกระบี่แสงกระจกสุริยันจันทรา มันก็ต่างกันราวฟ้ากับเหว
ต่อให้ซิ่วเฉินจะมีวรยุทธ์แข็งแกร่งแค่ไหน ก็คงอุดช่องโหว่นี้ไม่ได้หรอก
เพราะหนิงเฮ่าในฐานะบุตรเทวะแห่งวังเทพคุนหลุน ก็ต้องมีวรยุทธ์แข็งแกร่งมากเช่นกัน
ถ้าคำนวณดูแล้ว หนิงเฮ่าน่าจะเหนือกว่า
แต่ทุกคนก็เคยเห็นความเก่งกาจของซิ่วเฉินมาแล้ว เขาไม่เพียงแต่หลบหลีกอานุภาพจากค่ายกลแปดทิศคืนสู่ต้นกำเนิดที่ทุกคนรวมพลังกันสร้างขึ้นได้อย่างง่ายดาย แต่ยังไล่ทุบเคอต้าลี่กับตวนมู่ซีจนต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนอีกต่างหาก!
ความดุดันป่าเถื่อนขนาดนี้ ทำเอาทุกคนแอบหวั่นเกรงอยู่ในใจ
ต้องรู้ไว้นะว่าเคอต้าลี่กับตวนมู่ซีคือตัวท็อปที่อยู่อันดับสิบห้ากับสิบสี่ของทำเนียบดินในเขตแดนตอนเหนือเชียวนะ
แถมตวนมู่ซียังมีความได้เปรียบทางภูมิประเทศในบึงน้ำเย็นจัด ส่วนเคอต้าลี่ก็มีเกราะเสวียนอู่สะกดขุนเขาระดับจิตวิญญาณขั้นเหลือง
เรียกได้ว่าทั้งสองคนงัดเอาฝีมือทั้งหมดที่มีออกมาใช้แล้ว
แต่ขนาดนั้นก็ยังโดนซิ่วเฉินใช้ค้อนด้ามเดียวไล่ทุบจนวิ่งหนีป่าราบ!
หนิงเฮ่าเองก็อาจจะทำแบบนี้ไม่ได้หรอก!
พอเห็นปฏิกิริยาของทุกคน หนิงเฮ่าก็เริ่มสงสัยขึ้นมา
"พวกท่านกำลังรอใครอยู่หรือ?"
เคอต้าลี่ส่ายหน้า "คนของพันธมิตรต้าลี่อยู่ที่นี่ครบหมดแล้ว พวกเรากำลังจะไปกันพอดี"
"จะไปแล้ว?" หนิงเฮ่ายิ่งงงหนักเข้าไปอีก เขากวาดสายตามองทุกคน สายตาไปหยุดอยู่ที่เซียวอิงลั่วครู่หนึ่งก่อนจะละสายตาไป
ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะเซียวอิงลั่วมีความงามระดับล่มเมือง แถมดูเหมือนจะตั้งใจแต่งหน้าแต่งตัวมาเป็นพิเศษ ยิ่งดูสวยหยดย้อยปานเทพธิดา ทำเอาเขารู้สึกตะลึงไปเลย!
อีกเหตุผลนึงก็คือ สายตาที่เซียวอิงลั่วมองเขามันดูแปลกๆ
หนิงเฮ่าก็เลยคิดเอาเองว่า เซียวอิงลั่วคงแอบหลงรักเขาแน่ๆ!
เขาเป็นถึงบุตรเทวะแห่งวังเทพคุนหลุน หน้าตาหล่อเหลาสง่างามดุจหยก เจอผู้หญิงมาแอบชอบตั้งเยอะแยะ
ปกติเขาก็ไม่เคยสนใจผู้หญิงพวกนั้นหรอก
แต่ผู้หญิงที่สวยหยดย้อยปานเทพธิดาอย่างเซียวอิงลั่วก็หาได้ยากยิ่ง
ถ้าได้สัมผัสหญิงงาม ได้ลิ้มรสความหอมหวานของนางดูบ้าง ก็คงจะดีไม่น้อย!
เมื่อคิดได้ดังนั้น หนิงเฮ่าก็ยืดอกขึ้นโดยไม่รู้ตัว เพื่อให้ดูสง่างามมากยิ่งขึ้น แล้วหันไปยิ้มให้เซียวอิงลั่ว
แต่เขาเดาผิดไปถนัด เซียวอิงลั่วไม่ได้ตอบโต้อะไรเลย นางหันหน้าไปมองทางบึงน้ำเย็นจัด ในใจยังคงคิดถึงศิษย์พี่ซิ่วเฉินที่หล่อเหลาไร้ที่ติคนนั้น
ตอนที่มองหนิงเฮ่าเมื่อกี้ นางก็อดไม่ได้ที่จะเอาเขาไปเปรียบเทียบกับศิษย์พี่ซิ่วเฉิน
พอเปรียบเทียบกันแล้ว ก็ยิ่งรู้สึกว่าศิษย์พี่ซิ่วเฉินนั้นไม่ธรรมดาเลยจริงๆ!
ในสายตาของเซียวอิงลั่ว หนิงเฮ่าอาจจะเป็นอัจฉริยะชั้นยอด หล่อเหลาสง่างาม แต่ก็ยังเป็นแค่คนรุ่นเดียวกันที่นางสามารถมองหน้าในระดับเดียวกันได้!
แต่ศิษย์พี่ซิ่วเฉินไม่เหมือนกัน มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เซียวอิงลั่วเคยมองเขาเป็นเหมือนผู้อาวุโสที่ต้องแหงนหน้ามองด้วยซ้ำ
นางเป็นคนเดียวที่เคยเห็นความสันโดษ ความลึกลับ และวรยุทธ์อันน่าสะพรึงกลัวของศิษย์พี่ซิ่วเฉิน
หลายครั้งที่นางมักจะไปยืนอยู่ริมระเบียง เฝ้ามองร่างของศิษย์พี่ซิ่วเฉินที่ยืนตระหง่านฝึกฝนอยู่ในบึงน้ำเย็นจัดจากระยะไกล
สงบนิ่งลึกล้ำดั่งห้วงน้ำ มั่นคงดั่งขุนเขา จิตใจกว้างขวางดุจท้องฟ้าและทะเล!
บุรุษงดงามดั่งหยก คุณชายโดดเด่นไร้ผู้ทัดเทียมในใต้หล้า!
แต่ศิษย์พี่ซิ่วเฉินดูจะไม่ค่อยสนใจนางเท่าไหร่ ชาตินี้นางอาจจะไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับศิษย์พี่ซิ่วเฉินเลย คงทำได้แค่แอบเศร้าใจอยู่เงียบๆ และเฝ้ามองร่างนั้นในใจยามค่ำคืนที่เงียบสงัด เพื่อปลอบประโลมตัวเอง!
หนิงเฮ่ามองตามสายตาของเซียวอิงลั่วไปทางใจกลางเกาะกลางทะเลสาบ รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยิ่งกว้างขึ้น
เขาดูออกว่าคนของพันธมิตรต้าลี่ยังไม่ได้ฆ่าสัตว์อสูรระดับหกเทียมที่แกนกลางตำหนักข่านแน่นอน
หนิงเฮ่าไม่แปลกใจเลย
ถ้ำเร้นหมอกถูกสร้างขึ้นด้วยค่ายกลเก้าปราสาทกักวิญญาณเฉียนคุน แกนกลางค่ายกลทั้งแปดแห่งต่างก็มีสภาพภูมิประเทศที่เป็นเอกลักษณ์
สัตว์อสูรระดับหกเทียมมักจะซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆ แกนกลาง อาศัยสภาพภูมิประเทศเหล่านั้นเพื่อป้องกันตัวเอง
ต่อให้ทุกคนจะรวมตัวกันเป็นพันธมิตร และสามารถใช้อานุภาพของค่ายกลแปดทิศคืนสู่ต้นกำเนิดที่แข็งแกร่งสุดๆ ออกมาได้ ก็ใช่ว่าจะฆ่าสัตว์อสูรระดับหกเทียมพวกนั้นได้
อย่างเช่นแกนกลางตำหนักคุนทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ แถวนั้นเต็มไปด้วยภูเขาหินที่มีกลิ่นอายปฐพีอู้ถู่อันหนาแน่น
ในนั้นมีสัตว์อสูรเกราะดินระดับหกเทียมที่เก่งเรื่องการมุดดินซ่อนอยู่
อย่าว่าแต่จะไปฆ่ามันเลย แค่หาตัวมันให้เจอยังยาก!
ส่วนบริเวณแกนกลางตำหนักหลีทางทิศใต้ ก็เป็นเทือกเขาภูเขาไฟที่ร้อนระอุ เต็มไปด้วยไฟพิษจากใจกลางโลก
สัตว์อสูรกิ้งก่าเขาไฟแดงระดับหกเทียมซ่อนตัวอยู่ลึกเข้าไปในเทือกเขาภูเขาไฟ ไม่ใช่ใครจะเข้าไปล่ามันได้ง่ายๆ
การจะล่าสัตว์อสูรระดับหกเทียม ต้องอาศัยความสามารถเฉพาะตัวมากกว่า
หนิงเฮ่ามีกระบี่แสงกระจกสุริยันจันทราที่เป็นอาวุธจิตวิญญาณระดับเหลือง ไม่เพียงแต่โจมตีได้รุนแรง แต่ยังสามารถสร้างเกราะแสงสุริยันจันทราคุ้มกันร่างได้ ไม่ว่าจะเจอสภาพภูมิประเทศแบบไหนก็บุกเข้าไปได้หมด
ในเรื่องการล่าสัตว์อสูรระดับหกเทียม เขามีภาษีดีกว่ากลุ่มพันธมิตรสิบกว่าคนซะอีก
ตำหนักข่านมีน้ำเย็นจัดเป็นแกนกลาง สัตว์อสูรระดับหกเทียมในนั้นคงจะซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำลึก การจะลงไปล่ามันยิ่งยากเข้าไปใหญ่
พันธมิตรต้าลี่มีคนเยอะก็จริง แต่คงมีแค่คนสองคนเท่านั้นที่สามารถดำน้ำลงไปลึกๆ ได้ แล้วจะไปล่ามันได้ยังไง?
หนิงเฮ่าเข้าใจผิดไปอีกแล้ว เขาคิดว่าที่เซียวอิงลั่วมองไปทางใจกลางเกาะ ก็เพราะรู้สึกเสียดายที่คนของพันธมิตรต้าลี่ไม่สามารถล่าสัตว์อสูรระดับหกเทียมที่แกนกลางตำหนักข่านได้
หนิงเฮ่าเป็นคนหยิ่งยโส มีผู้หญิงน้อยคนนักที่เขาจะมองว่าคู่ควร
ถ้าจะพูดถึงคนที่เข้าตา แน่นอนว่าต้องเป็นเทพธิดาหลิงเซียว จีหลิงเซียว
แต่ตอนนี้มีเพิ่มมาอีกคนแล้ว นั่นก็คือเซียวอิงลั่ว
ในสายตาของหนิงเฮ่า เซียวอิงลั่วดูมีความน่ารักน่าเอ็นดูแบบหญิงสาวที่เพิ่งมีความรักครั้งแรก ซึ่งมีเสน่ห์ดึงดูดใจมากกว่าจีหลิงเซียวที่ดูสูงส่งเกินเอื้อมเสียอีก
"ถึงข้าจะชินกับการฉายเดี่ยว แต่ถ้าได้โชว์ความเท่ต่อหน้าสาวงามจนชนะใจนางได้ มันก็คงจะดีไม่น้อย!
อีกอย่าง ผู้ฝึกวิถีอสูรที่หลุดเข้ามาในถ้ำก็น่าปวดหัวอยู่ ข้าต้องการคนมาช่วยสนับสนุนตอนสู้กับเจ้านั่นด้วย"
เขาคิดในใจก่อนจะยิ้มบางๆ แล้วกล่าวว่า
"ที่พวกท่านมาที่นี่ คงจะมาเพื่อล่าสัตว์อสูรระดับหกเทียมที่แกนกลางค่ายกลใช่ไหม?
พอดีเลย ข้าก็ตั้งใจแบบนั้นเหมือนกัน พวกเรามาร่วมมือกันไหมล่ะ?
ข้าขอแค่แก่นใจอสูร ส่วนชิ้นส่วนอื่นๆ พวกเราเอามาแบ่งกันให้หมด ดีไหม?"
ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก สีหน้ายิ่งดูแปลกประหลาดเข้าไปอีก แม้แต่เซียวอิงลั่วก็หันกลับมาจ้องหนิงเฮ่าตาเขม็ง
หนิงเฮ่าคิดไปเองอีกแล้ว เขาหัวเราะอย่างมีมาด แสร้งทำเป็นถ่อมตัว
"สัตว์อสูรระดับหกเทียมที่นี่คงรับมือยากน่าดู แต่ข้าก็น่าจะพอช่วยออกแรงได้บ้าง ถ้าได้พวกท่านช่วยสนับสนุน ก็คงจะฆ่ามันได้
อ้อ แล้วนอกจากสัตว์อสูรที่แกนกลางตำหนักข่านนี่แล้ว ตอนไปล่าสัตว์อสูรที่อื่น ข้าก็ร่วมมือกับพวกท่านได้นะ
ถ้าไปเจอคนของพันธมิตรอื่น ไม่ว่าจะตอนล่าสัตว์อสูรหรือตอนแย่งของวิเศษ พวกเราก็จะมีโอกาสชนะมากขึ้น"
ในความคิดของเขา นอกจากจีหลิงเซียวแล้ว เขาก็คือคนที่เก่งที่สุดในถ้ำนี้ การที่เขายอมลดตัวลงมาขอร่วมมือกับพันธมิตรต้าลี่ ถือว่าเป็นการให้เกียรติอย่างมากแล้ว พวกเขาน่าจะดีใจจนเนื้อเต้นสิ
แต่เห็นได้ชัดว่าเขาคิดไปเองฝ่ายเดียว
คนของพันธมิตรต้าลี่เงียบกริบ
ใบหน้าอ้วนฉุของเคอต้าลี่กระตุกเบาๆ เขาถามด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร "บุตรเทวะหนิงอยากจะเข้าพันธมิตรต้าลี่งั้นรึ?"
หนิงเฮ่าทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแกล้งทำเป็นยอมฝืนใจพูดว่า
"ข้าก็ไม่ได้รังเกียจที่จะตั้งพันธมิตรหรอกนะ แต่ถ้าจะตั้งจริงๆ เปลี่ยนชื่อพันธมิตรหน่อยจะดีกว่าไหม
พันธมิตรต้าลี่ที่เอาชื่อพี่เคอมาตั้ง มันฟังดูแปลกๆ เปลี่ยนเป็นพันธมิตรสุริยันจันทราดีไหมล่ะ?
แล้วข้าก็ได้ยินมาว่า จะเข้าพันธมิตรต้าลี่ต้องจ่ายค่าแรกเข้าด้วย แบบนี้มันดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ต่อไปนี้พันธมิตรสุริยันจันทราขอยกเลิกกฎข้อนี้ก็แล้วกัน"
"เหอะ!" เคอต้าลี่โดนยั่วจนหัวเราะออกมา เขาเอามือกุมท้องหัวเราะอยู่นาน ก่อนจะจ้องตาหนิงเฮ่าแล้วเน้นทีละคำ
"ถ้าเจ้าอยากเข้าพันธมิตรต้าลี่ก็ย่อมได้ แต่ต้องจ่ายค่าแรกเข้าเป็นแก่นใจอสูรสองเม็ด ไม่งั้นก็ไม่ต้องมาคุย!
อีกอย่าง พันธมิตรต้าลี่นี้ท่านปู่เคอของเจ้าเป็นคนตัดสินใจ จะเปลี่ยนชื่อหรือเปล่า ปู่เคอก็เป็นคนชี้ขาด ไม่ใช่กงการอะไรของเจ้าที่จะมาวิจารณ์!"
หนิงเฮ่าถึงกับชะงัก! เขาไม่เข้าใจเลยว่าเคอต้าลี่ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงได้กล้าหักหน้าเขาขนาดนี้
เคอต้าลี่อาจจะมีอาวุธจิตวิญญาณระดับเหลืองก็จริง แต่มันก็เป็นแค่โล่ที่เน้นการป้องกัน ตอนล่าสัตว์อสูรระดับหกเทียม มันไม่ได้ช่วยอะไรมากหรอก
เวลาที่ต้องใช้พลังโจมตีจริงๆ ก็ต้องพึ่งพาอานุภาพที่ร้ายกาจของกระบี่แสงกระจกสุริยันจันทราของเขาอยู่ดี
"พี่เคอกำลังล้อข้าเล่นอยู่หรือเปล่า?"
หนิงเฮ่าหน้าตึงขึ้นมาทันที น้ำเสียงแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน
เคอต้าลี่แค่นเสียงเย็นชา "เจ้าต่างหากที่พูดล้อเล่นก่อน!"
หนิงเฮ่าเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่า ดูเหมือนพวกนี้จะไม่ค่อยต้อนรับเขาเท่าไหร่
ทั้งๆ ที่เขาเก่งเป็นรองแค่จีหลิงเซียว การที่พวกเขาได้ร่วมมือกับเขา ก็เท่ากับได้เกาะขาคนเก่งชัดๆ
ทุกคนยิ้มแย้มต้อนรับ พูดจาสุภาพกับเขา แต่ก็คงเป็นแค่การเสแสร้งตามมารยาทเท่านั้น จริงๆ แล้วเขาอาจจะไม่เป็นที่ต้อนรับเลยก็ได้!
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็กวาดสายตามองทุกคนอีกครั้ง ก็เห็นว่าทุกคนยังมีสีหน้าแปลกๆ เหมือนเดิม แถมไม่มีใครยอมเอ่ยปากช่วยพูดไกล่เกลี่ยให้เคอต้าลี่เลยสักคน
"หรือว่าพวกท่านฆ่าสัตว์อสูรระดับหกเทียมที่นี่ไปแล้ว?" หนิงเฮ่าเปลี่ยนสีหน้าเป็นเย็นชา
ในเมื่อพวกนี้ไม่รู้จักรักษาน้ำใจ เขาก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจอีกต่อไป
ทุกคนยังคงเงียบ
"เปล่า" เคอต้าลี่ตอบสั้นๆ ห้วนๆ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาเช่นกัน
หนิงเฮ่ายิ่งแปลกใจหนักกว่าเดิม ในเมื่อยังไม่ได้ล่าสัตว์อสูร เคอต้าลี่กับคนของพันธมิตรก็ยิ่งไม่ควรผลักไสคนที่เก่งกาจอย่างเขาออกไปสิ
"สัตว์อสูรระดับหกเทียมบนเกาะกลางทะเลสาบนี้ โดนคุณชายซิ่วเฉินยึดเป็นของตัวเองไปแล้ว ถ้าบุตรเทวะหนิงยังรักตัวกลัวตายอยู่ล่ะก็ รีบไสหัวไปซะจะดีกว่า"
เคอต้าลี่พูดเสริมขึ้นมาอีกประโยค
เห็นได้ชัดว่าเขากำลังสุมไฟ!
"คุณชายซิ่วเฉินงั้นเรอะ?" หนิงเฮ่าหัวเราะเยาะ "ไอ้หมอนี่มันเป็นใครมาจากไหนกัน ถึงได้กล้าทำตัวโอหังขนาดนี้?"
"คุณชายซิ่วเฉินเป็นลูกหลานตระกูลใหญ่ในจงโจว วรยุทธ์สูงส่งมาก จะทำตัวโอหังบ้างก็ไม่เห็นจะแปลก"
เคอต้าลี่แต่งเรื่องขึ้นมามั่วๆ
แต่ดวงตากลมเล็กของเขากลับหรี่ลง ในหัวกำลังจินตนาการถึงฉากที่หนิงเฮ่าเปิดศึกซัดกับไอ้หน้าขาวซิ่วเฉินอย่างดุเดือด
ในที่สุดหนิงเฮ่าก็รู้ทันว่าเคอต้าลี่กำลังพยายามยุยงให้เขากับคุณชายซิ่วเฉินตีกัน ไอ้หมอนี่มันแค่อยากดูงิ้วโรงใหญ่ชัดๆ
แต่หนิงเฮ่าก็ไม่ได้ใส่ใจ ถ้าให้สู้กันตัวต่อตัว เขาก็ไม่กลัวพวกลูกคุณหนูตระกูลใหญ่ในจงโจวหรอก!
"ข้าล่ะอยากจะเห็นนัก ว่าไอ้คุณชายซิ่วเฉินจอมโอหังคนนี้ มันจะมีวรยุทธ์แข็งแกร่งสักแค่ไหนกันเชียว!"
หนิงเฮ่าแค่นเสียงเย็นชา แล้วพุ่งทะยานเข้าไปในเกาะ
เขาไม่ได้เร่งความเร็วมากนัก ส่วนหนึ่งเพราะต้องการตรวจสอบภูมิประเทศบนเกาะ เผื่อโดนลอบโจมตี
อีกส่วนหนึ่ง ก็ตั้งใจจะรอให้พวกเคอต้าลี่ตามมาดู ว่าเขาจะสั่งสอนไอ้ซิ่วเฉินนั่นยังไง จะได้โชว์ความเก่งกาจให้เห็นซะเลย!
พวกพันธมิตรต้าลี่จะได้รู้ซึ้งถึงความแข็งแกร่งของเขา!
"ไปเถอะ พวกเรากลับไปรอดูเรื่องสนุกๆ กัน"
เคอต้าลี่หัวเราะลั่น กวักมือเรียกทุกคนให้เดินตามหนิงเฮ่าไปห่างๆ
"ศิษย์พี่เคอ ทำไมท่านถึงไปหาศัตรูตัวฉกาจให้ศิษย์พี่ซิ่วเฉินล่ะเจ้าคะ?" เซียวอิงลั่วขยับเข้ามาใกล้เคอต้าลี่ แล้วกระซิบต่อว่า
"เป็นมังกรหรือเป็นหนอน มันก็ต้องสู้กันดูสักตั้งถึงจะรู้" เคอต้าลี่หัวเราะร่า ขยิบตาให้เซียวอิงลั่วแล้วกระซิบตอบ
"ศิษย์น้องเซียว เจ้าไม่อยากรู้เหรอว่า ศิษย์พี่ซิ่วเฉินที่เจ้าคอยเฝ้าคิดถึงน่ะ จริงๆ แล้วเก่งแต่เปลือกหรือเปล่า?"
"ชิ! ขี้เกียจคุยกับท่านแล้ว!" เซียวอิงลั่วแค่นเสียง แต่ในใจก็อยากรู้เหมือนกัน
นางไม่ได้กลัวว่าศิษย์พี่ซิ่วเฉินจะถูกหนิงเฮ่าฆ่าตายหรอก นางแค่อยากรู้ว่าเขาจะเอาชนะหนิงเฮ่าได้ไหม
แถมยังแอบหวังลึกๆ ว่าศิษย์พี่ซิ่วเฉินจะแสดงอานุภาพจัดการหนิงเฮ่า บุตรเทวะแห่งคุนหลุนที่เย่อหยิ่งจองหองให้พ่ายแพ้ราบคาบไปเลย!
บุรุษแบบนี้แหละ ถึงจะคู่ควรให้นางแหงนหน้ามอง!
ไม่นานหนิงเฮ่าก็มาถึงริมบึงน้ำเย็นจัด พอเห็นร่างหล่อเหลาไร้ที่ติในชุดสีชิงที่ยืนตระหง่านอยู่กลางบึง เขาก็อดไม่ได้ที่จะชะงักไปครู่หนึ่ง
จากนั้นดวงตาก็หรี่ลง!
เขาเกลียดพวกผู้ชายที่หน้าตาหล่อกว่าผู้หญิงแบบนี้ที่สุดเลย!
ตอนนี้ไอ้หมอนั่นกำลังแบกค้อนยักษ์ไว้บนบ่า มือก็ถือโสมวิญญาณหิมะ ค่อยๆ กัดกินทีละคำ
โสมวิญญาณหิมะต้นนี้อวบอ้วนเท่าแขนเด็กทารก ขาวเนียนอวบอิ่ม แผ่กลิ่นอายพลังเลือดลมอันเข้มข้นออกมาจางๆ ดูแล้วน่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่าพันปี ถือเป็นสมุนไพรขัดเกลาอวัยวะภายในชั้นยอด!
ต่อให้หาจนทั่วถ้ำเร้นหมอก ก็คงหาแบบนี้ไม่ได้ถึงสิบต้นหรอก
ปกติสมุนไพรแบบนี้ เขาจะเอาไปปรุงเป็นยาขัดเกลาอวัยวะภายในระดับต่ำ หรือไม่ก็ใช้เตาหลอมปรุงเป็นยาต้มอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้สรรพคุณในการขัดเกลาอวัยวะภายในอย่างเต็มที่
การเอามากัดกินดื้อๆ แบบนี้ ถึงจะช่วยบำรุงพลังเลือดลมได้มหาศาล แต่มันก็สิ้นเปลืองของดีแบบสุดๆ!
ขนาดหนิงเฮ่าที่เป็นถึงบุตรเทวะแห่งวังเทพคุนหลุน ก็ยังไม่กล้าผลาญของล้ำค่าแบบนี้เลย!
พวกลูกหลานตระกูลใหญ่ในจงโจวมีทรัพยากรล้นเหลือจนต้องผลาญเล่นขนาดนี้เลยหรือไง?
หนิงเฮ่าตัดสินใจแล้วว่าจะต้องสั่งสอนไอ้ลูกล้างลูกผลาญคนนี้ให้เข็ด!
เขาจ้องมองอย่างเย็นชาแล้วถามเสียงแข็ง "เจ้าคือซิ่วเฉินงั้นรึ?"
เฉินเฉิงคาดการณ์ไว้แล้วว่าต้องมียอดฝีมือคนอื่นตามมาที่นี่แน่ๆ เขาถึงยอมกัดกินโสมวิญญาณหิมะเพื่อฟื้นฟูพลังเลือดลมให้ตัวเองอยู่ในสภาพพร้อมรบที่สุด
พอเห็นพวกพันธมิตรต้าลี่กลับมายืนดูอยู่ไกลๆ เฉินเฉิงก็พอจะเดาความคิดของพวกนั้นออก
"ดูเหมือนข้าจะใจดีเกินไป ไม่โหดเหี้ยมพอสินะ ไม่อย่างนั้นพวกพันธมิตรต้าลี่คงไม่กล้ากลับมาดูข้าสู้หรอก?"
เขาแอบคิดในใจ พลางสำรวจหนิงเฮ่าอย่างละเอียด สายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่กระบี่แสงกระจกสุริยันจันทราที่เอวของหนิงเฮ่า
นี่มันอาวุธจิตวิญญาณระดับเหลืองที่แม้แต่ยอดฝีมือระดับก่อนกำเนิดก็ยังหาครอบครองได้ยาก ถ้าเขาแย่งมาได้สักเล่ม พลังต่อสู้ของเขาจะต้องเพิ่มขึ้นมหาศาลแน่
เผลอๆ อาจจะเอาไปงัดกับยอดฝีมือขอบเขตเปิดจุดชีพจรทั่วไปได้เลยด้วยซ้ำ!
"ด้วยฝีมือของข้า ไม่รู้ว่าจะฆ่าหนิงเฮ่า แล้วแย่งเอากระบี่แสงกระจกสุริยันจันทราของมันมาศึกษาดูได้หรือเปล่านะ?"
ดวงตาของเฉินเฉิงเริ่มร้อนผ่าว ใบหน้าหล่อเหลาเผยรอยยิ้มหล่อร้ายออกมา สัญชาตญาณนักล่าพลุ่งพล่านเมื่อได้เจอเหยื่อถูกใจ มันช่างน่าตื่นเต้นจริงๆ!
[จบแล้ว]