- หน้าแรก
- เส้นทางอมตะเริ่มต้นจากคนเชือดหมู
- บทที่ 450 - ข่าวกรองและสิ่งชั่วร้าย!
บทที่ 450 - ข่าวกรองและสิ่งชั่วร้าย!
บทที่ 450 - ข่าวกรองและสิ่งชั่วร้าย!
บทที่ 450 - ข่าวกรองและสิ่งชั่วร้าย!
สิ่งลี้ลับ!
สิ่งชั่วร้าย!
เหตุการณ์ลี้ลับเหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ทำให้เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรทั้งในและนอกตลาดชิงอวิ๋นต่างก็ตกอยู่ในอาการหวาดผวากันอย่างหนัก
ผู้บำเพ็ญเพียรจำนวนมากต่างก็หวาดกลัวว่าจะเกิดภัยลี้ลับขึ้นมา และต่างก็หวาดกลัวว่าตัวเองจะโชคร้ายตกเป็นเป้าหมายของสิ่งลี้ลับหรือสิ่งชั่วร้ายเหล่านั้น พวกเขาจึงพากันออกไปตระเวนหาซื้อยันต์ประเภทขับไล่สิ่งชั่วร้ายมาเก็บไว้ เพื่อเพิ่มทางรอดในการรับมือกับภัยลี้ลับให้กับตัวเอง
คำว่าสิ่งลี้ลับไม่ใช่แค่คำวิเศษณ์ที่ใช้ขยายความ แต่มันเป็นคำนามที่ใช้เรียกสิ่งชั่วร้ายประเภทพิเศษชนิดหนึ่ง
เท่าที่เว่ยหงรู้มา สิ่งลี้ลับล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไร้รูปร่างกายเนื้อ ทว่าพวกมันกลับสามารถควบคุมสิ่งของที่มีรูปร่างได้ พลังความสามารถของพวกมันก็ประหลาดล้ำลึกสุดหยั่งคาด บางชนิดสามารถสูบกลืนพลังชีวิตของมนุษย์ได้ บางชนิดก็สามารถสร้างภาพลวงตาได้ สรุปแล้วมันเป็นตัวอันตรายที่รับมือได้ยากมาก สำหรับคนทั่วไปแล้วการจะป้องกันตัวจากสิ่งลี้ลับนั้นถือเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างยิ่ง
ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับฝึกปราณขั้นปลาย หากไม่มีวิธีรับมือกับสิ่งลี้ลับโดยเฉพาะ ก็อาจจะพลาดท่าเสียทีให้กับสิ่งลี้ลับเหล่านั้นได้ เว่ยหงเชื่อมั่นว่านี่ไม่ใช่คำขู่ให้กลัวไปเองอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ผู้บำเพ็ญเพียรมากมายต่างก็แอบตระเตรียมสิ่งของสำหรับรับมือกับสิ่งลี้ลับกันอย่างลับๆ นี่ไม่ได้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความน่าสะพรึงกลัวของพวกมันหรอกหรือ?
"คิดไม่ถึงเลยว่าสิ่งลี้ลับพวกนี้จะน่ากลัวถึงขนาดนี้ ถึงขั้นทำให้ผู้บำเพ็ญเพียรมากมายต้องหวาดผวากันไปหมด ดูท่าข้าคงต้องเตรียมตัวรับมือเอาไว้บ้างแล้วสิ!"
หลังจากฟังคำอธิบายของหานเจิ้นจบ เว่ยหงก็อดไม่ได้ที่จะลอบอุทานอยู่ในใจ
ตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ ย่อมไม่มีใครอยากจะพบเจอแน่นอน
เขาแสดงสีหน้าตกตะลึงออกมาและถอนหายใจยาว "เป็นแบบนี้นี่เอง มิน่าล่ะถึงได้มีคนมาแห่ซื้อยันต์ขับไล่สิ่งชั่วร้ายกับยันต์สุริยันแผดเผากันเยอะแยะขนาดนี้ ขนาดคนของตระกูลหวงยังมาถามข้าเลยว่าวาดยันต์พิฆาตมารได้หรือเปล่า ดูท่าพวกเขาก็คงกลัวว่าจะต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกับตระกูลเฉินสินะ!"
"ใครจะไปว่าอะไรพวกเขาได้ล่ะ!" หานเจิ้นถอนหายใจตาม "จนถึงตอนนี้สิ่งลี้ลับพวกนั้นก็ยังไม่ถูกขับไล่หรือถูกกำจัดไปเลย ไม่รู้เหมือนกันว่าทางสำนักชิงอวิ๋นไม่อยากจะลงมายุ่งเรื่องนี้หรือว่ากำลังรอดูสถานการณ์อยู่กันแน่ เอาเป็นว่าพวกเราเองก็ต้องระมัดระวังตัวให้ดี สหายหลิน ท่านเองก็ควรจะเตรียมยันต์ขับไล่สิ่งชั่วร้ายเอาไว้เยอะๆ หน่อยนะ!"
คำพูดของหานเจิ้นถือเป็นความหวังดีที่อยากจะเตือนสติเขา
เว่ยหงพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง "ถูกต้อง หลินผู้นี้ก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน ต้องขอบคุณสหายหานมากที่ช่วยไขข้อข้องใจให้ งั้นหลินผู้นี้ขอตัวลากลับก่อนก็แล้วกันนะขอรับ!"
ในเมื่อรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว เว่ยหงก็ไม่อยากจะเสียเวลาอยู่ที่นี่อีกต่อไป
เขายังต้องกลับไปวาดยันต์และต้องกลับไปเตรียมตัวรับมืออีกหลายอย่าง เพราะไม่มีใครรู้ว่าสิ่งลี้ลับพวกนั้นจะมาเพ่งเล็งเขาเข้าเมื่อไหร่ การเตรียมพร้อมเอาไว้ล่วงหน้าย่อมเป็นเรื่องที่ดีที่สุด
"ตกลง สหายหลินเดินทางปลอดภัยนะขอรับ!"
หานเจิ้นเองก็เข้าใจเหตุผลข้อนี้ดี เขาจึงลุกขึ้นไปส่งเว่ยหงทันที
เว่ยหงยกมือขึ้นห้ามหานเจิ้นเอาไว้ ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่หอยันต์วิญญาณด้วยตัวเอง
เมื่อนึกถึงความน่าสะพรึงกลัวของพวกสิ่งลี้ลับ เขาก็ไม่กล้าชักช้าแม้แต่วินาทีเดียว รีบตรงเข้าไปในห้องพักผ่อนเพื่อลงมือวาดยันต์ทันที แถมเขายังเลือกวาดแค่ยันต์ขับไล่สิ่งชั่วร้ายกับยันต์สุริยันแผดเผาเพียงสองชนิดนี้เท่านั้น
ในตอนนี้สิ่งเดียวที่อยู่ในมือเขาและสามารถนำมาใช้คุกคามพวกสิ่งลี้ลับได้ ก็มียังแค่ยันต์สองชนิดนี้เท่านั้น
"ต้องเร่งมือวาดยันต์แล้ว วาดออกมาให้ได้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้!"
เว่ยหงลงมือวาดยันต์อย่างมีสมาธิพลางคิดในใจ "โชคดีที่ก่อนหน้านี้ข้าเก็บยันต์ชนิดต่างๆ เอาไว้สำรองเพียบ คิดไม่ถึงเลยว่ามันจะได้เอามาใช้ในยามฉุกเฉินแบบนี้จริงๆ!"
"อ้อจริงสิ ยังมีเด็กสาวเมิ่งหลานนั่นอีก ข้าว่าข้าควรจะให้ยันต์นางไปสักสองสามแผ่นดีกว่า ไม่อย่างนั้นถ้านางโชคร้ายไปเจอกับสิ่งลี้ลับเข้าล่ะก็ การไม่มีสิ่งของป้องกันตัวย่อมหมายถึงความตายอย่างแน่นอน"
เว่ยหงคิดเผื่อแผ่ไปถึงเมิ่งหลานด้วย ยังไงเสียนางก็เป็นผู้ช่วยที่ทำงานได้เข้าขากับเขามาก เขาย่อมไม่อยากให้นางต้องมาตายตกไปตั้งแต่ยังสาว ดังนั้นเขาจึงตั้งใจจะมอบยันต์ให้นางเอาไว้ป้องกันตัว
เว่ยหงสลัดความคิดฟุ้งซ่านในใจทิ้งไป และเริ่มทุ่มเทสมาธิให้กับการวาดยันต์อย่างเต็มกำลัง
ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาไม่มีทางรังเกียจหรอกว่ายันต์จะมีเยอะเกินไป เผลอๆ เขาอยากจะมียันต์ขับไล่สิ่งชั่วร้ายและยันต์สุริยันแผดเผาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วยซ้ำ การทำแบบนี้ถึงจะช่วยให้เขารู้สึกปลอดภัยมากขึ้น
ช่วงเวลาพลบค่ำ ในที่สุดเว่ยหงก็ยอมวางพู่กันวาดยันต์ลง
เขาไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่น้อย รีบเก็บยันต์ทั้งหมดแล้วเดินออกจากห้องพักผ่อนทันที
"หลงจู๊ ท่านออกมาแล้วหรือเจ้าคะ?"
เมิ่งหลานเงยหน้าขึ้นมองเว่ยหง
เว่ยหงพยักหน้าให้นาง ก่อนจะเอ่ยปากสั่งด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "ปิดร้านเถอะ รีบกลับบ้านได้แล้ว คืนนี้อย่าออกไปไหนมาไหนเด็ดขาด จำไว้ให้ดีเข้าใจไหม?"
"อ้อจริงสิ เอายันต์พวกนี้ไปเก็บไว้ป้องกันตัวนะ เรื่องอื่นไม่ต้องถามให้มากความ แค่จำคำที่ข้าพูดไว้ก็พอ!"
เว่ยหงหยิบยันต์หกแผ่นส่งให้เมิ่งหลาน
มียันต์ขับไล่สิ่งชั่วร้ายสามแผ่นและยันต์สุริยันแผดเผาอีกสามแผ่น แค่ยันต์หกแผ่นนี้ก็มีมูลค่ามากกว่าสิบก้อนหินวิญญาณแล้ว
แต่เว่ยหงกลับไม่รู้สึกเสียดายเลยแม้แต่น้อย ก็แค่ยันต์ไม่กี่แผ่นเท่านั้น เมิ่งหลานช่วยเขาดูแลร้านมาตั้งนาน การช่วยเหลือลูกจ้างบ้างก็ถือเป็นเรื่องสมควรแล้ว
สีหน้าของเมิ่งหลานเปลี่ยนไปทันที นางมองเว่ยหงด้วยความหวาดหวั่นและร้อนรน "นี่ หลงจู๊เจ้าคะ เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ? มีเรื่องร้ายแรงอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าเจ้าคะ?"
"ข้าบอกแล้วไงว่าอย่าถามให้มากความ แค่จำคำที่ข้าพูดเอาไว้ก็พอ ยันต์พวกนี้เก็บพกติดตัวเอาไว้ให้ดีๆ ล่ะ"
เว่ยหงขมวดคิ้วและกระซิบตักเตือนอีกสองประโยค
เมิ่งหลานมีท่าทีเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ แต่ถึงกระนั้นนางก็พยักหน้ารับอย่างจริงจัง
หลังจากปิดร้าน เว่ยหงก็สั่งให้เมิ่งหลานรีบกลับบ้านไปก่อน ส่วนเขาก็หมุนตัวเดินตรงไปยังทิศทางของหอเจินเป่า
ในเมื่อสภาพการเงินเอื้ออำนวย เว่ยหงก็ไม่รังเกียจที่จะหาทางเตรียมวิธีรับมือกับสิ่งลี้ลับให้หลากหลายมากขึ้น
ตั้งแต่ที่เขาได้ยินหวงเหวินปินพูดถึงยันต์พิฆาตมาร เขาก็เริ่มเก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ
ในตอนนี้เขามียันต์ขับไล่สิ่งชั่วร้ายและยันต์สุริยันแผดเผาอยู่ในมือหลายสิบแผ่นแล้ว แต่เว่ยหงก็ยังรู้สึกว่ามันไม่ปลอดภัยพออยู่ดี ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจไปที่หอเจินเป่าเพื่อหาซื้อคัมภีร์วิชาวาดยันต์พิฆาตมารมาเรียนรู้ และหวังว่าเขาจะสามารถวาดยันต์พิฆาตมารออกมาได้โดยเร็วที่สุด
เมื่อมาถึงหอเจินเป่า เว่ยหงก็เปิดประเด็นเข้าเรื่องทันที "ไปบอกผู้ดูแลของพวกเจ้าที ข้าต้องการคัมภีร์วิชาวาดยันต์พิฆาตมารหนึ่งม้วน"
"อ๊ะ ได้เลยขอรับ นายท่านโปรดรอสักประเดี๋ยว ข้าจะรีบไปตามผู้ดูแลมาเดี๋ยวนี้เลยขอรับ!"
เมื่อเด็กรับใช้ที่ทำหน้าที่ต้อนรับได้ยินดังนั้น เขาก็รีบหมุนตัวเดินจากไปทันที
ไม่นานนัก ผู้ดูแลหอเจินเป่าก็เดินเข้ามาทักทาย "สหายนักพรตท่านนี้ ท่านต้องการจะซื้อวิชาวาดยันต์พิฆาตมารใช่หรือไม่?"
"ถูกต้อง ราคาเท่าไหร่หรือ?" เว่ยหงถามกลับอย่างตรงไปตรงมา
"ราคากันเองขอรับ คัมภีร์วิชาวาดยันต์พิฆาตมารอยู่ที่หนึ่งร้อยสิบก้อนหินวิญญาณ"
เมื่อผู้ดูแลเห็นท่าทางของเว่ยหง เขาก็รู้ทันทีว่าชายผู้นี้ตั้งใจมาซื้อจริงๆ จึงรีบบอกราคาไปตามตรง
เว่ยหงล้วงเอาหินวิญญาณหนึ่งร้อยสิบก้อนออกมาวางบนโต๊ะแล้วกล่าวว่า "ไม่มีปัญหา เอามาให้ข้าหนึ่งชุดเลย"
"ตกลงขอรับ สหายนักพรตโปรดรอสักประเดี๋ยว ข้าจะสั่งให้คนไปหยิบหยกม้วนคัมภีร์มาเดี๋ยวนี้เลยขอรับ!"
รอยยิ้มบนใบหน้าของผู้ดูแลดูเป็นมิตรและกระตือรือร้นมากขึ้นกว่าเดิม
ไม่นานนัก เด็กรับใช้คนหนึ่งก็ถือถาดที่มีหยกม้วนคัมภีร์วางอยู่เดินเข้ามา
ผู้ดูแลรับถาดมาวางลง จากนั้นก็หยิบหยกม้วนคัมภีร์ยื่นให้เว่ยหง "สหายนักพรต นี่คือวิชาวาดยันต์พิฆาตมารที่ท่านต้องการ เชิญตรวจสอบได้เลยขอรับ!"
"อืม!"
เว่ยหงไม่เกรงใจ เขารับหยกม้วนคัมภีร์มาทาบไว้ที่หน้าผากทันที
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็ลดหยกม้วนคัมภีร์ลงแล้วพยักหน้า "วิชาวาดยันต์ไม่มีปัญหาอะไร ตกลงตามนี้!"
พูดจบเว่ยหงก็หันหลังเตรียมตัวเดินจากไป
"เยี่ยมเลยขอรับ นายท่านเดินทางปลอดภัยนะขอรับ เด็กๆ รีบไปส่งแขกเร็ว!"
ผู้ดูแลพยักหน้ารับคำอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสั่งให้เด็กรับใช้เดินไปส่งเว่ยหงที่หน้าประตู
หลังจากซื้อคัมภีร์วิชาวาดยันต์พิฆาตมารมาได้ ความกังวลในใจของเว่ยหงก็เบาบางลงไปบ้าง
"ข้าต้องรีบวาดยันต์พิฆาตมารออกมาให้เร็วที่สุด เมื่อมียันต์ระดับหนึ่งขั้นสูงอย่างยันต์พิฆาตมารอยู่ในมือ พวกสิ่งลี้ลับระดับล่างๆ ย่อมไม่กล้าเข้ามาใกล้ข้าอย่างแน่นอน!"
เว่ยหงคิดในใจพลางเร่งฝีเท้าเดินทางกลับบ้านพักอย่างรวดเร็ว