เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 - หางตกคือหมาป่า หางชี้คือหมา

บทที่ 45 - หางตกคือหมาป่า หางชี้คือหมา

บทที่ 45 - หางตกคือหมาป่า หางชี้คือหมา


บทที่ 45 - หางตกคือหมาป่า หางชี้คือหมา

หลี่มู่: (ส่งสติกเกอร์)

พี่นันผมชี้โด่เด่: อย่าลืมรดน้ำต้นไม้ให้ฉันด้วยล่ะ

พี่นันผมชี้โด่เด่: แล้วก็ฝากจัดการเจ้าไก่น้อยของนายด้วย ชอบมาแย่งอาหารสัตว์ของฉันจัง

หลี่มู่: ตื่นแล้วก็ลุกจากเตียงได้แล้วครับ ผมกำลังเดินทางกลับแล้ว

พี่นันผมชี้โด่เด่: นายไม่รู้เหรอว่าช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดคือตอนที่ตื่นแล้วแต่ยังไม่ต้องลุก ซุกตัวในผ้าห่มแล้วนอนไถมือถือบนเตียงน่ะ?

พี่นันผมชี้โด่เด่: เดี๋ยวๆ? เดินทางกลับ? นายไปลาดตระเวนป่ามาเหรอ?

หลี่มู่: ครับ

พี่นันผมชี้โด่เด่: ทำไมไม่เรียกฉันล่ะ?

หลี่มู่: เมื่อคืนวุ่นวายมาตั้งครึ่งคืน ผมเลยอยากให้คุณนอนต่ออีกสักหน่อยน่ะครับ

หลี่มู่: ในห้องครัวบนเขียงมีเกี๊ยวน้ำอยู่ ถ้าหิวก็ต้มกินได้เลยนะ

พี่นันผมชี้โด่เด่: รู้ใจจริงๆ!

หลี่มู่ปิดโทรศัพท์แล้วเรียกซวนไน่ที่กำลังวิ่งไล่ตามกระต่ายป่าให้กลับบ้านด้วยกัน

"ต้าเซิ่ง ลำบากพวกนายหน่อยนะ เอาสตรอว์เบอร์รี่ป่าพวกนี้ไปกินสิ" หลี่มู่ยื่นถุงพลาสติกใบใหญ่ให้จ่าฝูงลิง

"ในนี้มีส่วนที่ท่านซวนไน่ช่วยเก็บด้วยนะ"

"ขอบพระคุณท่านซวนไน่มากครับ" ต้าเซิ่งรับผลไม้ไปอย่างดีใจเพื่อนำไปแบ่งให้ฝูงลิงของมัน

ในช่วงที่พี่นันว่างๆ เธอได้จัดตั้งหน่วยงานต่างๆ ให้กับสัตว์ในลานบ้าน

ฝูงลิงจมูกเชิดสีทองถูกจัดอยู่ในแผนกแม่บ้าน รับหน้าที่ทำความสะอาดลานบ้านและดูแลไร่จิตวิญญาณ

เรื่องนี้หลี่มู่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะพวกลิงทำงานได้ดีจริงๆ

พวกมันจะเดินสำรวจไปทั่วลานบ้านทุกวัน นอกจากต้นเจอราเนียมกันยุงและดอกราตรีที่หลี่มู่เคยบอกไว้แล้ว หญ้าแปลกปลอมต้นไหนที่โผล่ขึ้นมาจะถูกถอนทิ้งทันที

หลี่มู่เองก็ไม่ให้พวกมันทำงานฟรีๆ

นอกจากจะแลกผลไม้ให้พวกมันกินเป็นประจำแล้ว ระหว่างทางลาดตระเวนป่าถ้าเจอผลไม้ป่าอย่างสตรอว์เบอร์รี่ป่าหรือลูกพรรณพฤกษา เขาก็จะเก็บมาฝากฝูงลิงเสมอ

หลังจากลูบหัวพวกลิงอยู่สองสามที หลี่มู่ก็เดินเข้าบ้านไป พี่นันไม่อยู่ในนั้น และเกี๊ยวน้ำที่วางทิ้งไว้ในครัวก็หายไปแล้ว

หลี่มู่ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเดินขึ้นไปชั้นสอง

แม่หมาป่าตื่นแล้ว มีชามสแตนเลสวางอยู่ข้างๆ มันกำลังกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย

พี่นันยืนอยู่ข้างเตียง จ้องมองแม่หมาป่ากินอาหารตาไม่กะพริบ เหมือนคนกำลังเหม่อลอย

"เจ้าสองขา นายมาแล้ว แม่ตื่นแล้วล่ะ" ลูกหมาป่าสามตัวเห็นหลี่มู่ก็วิ่งมาที่ปลายเตียง ส่งเสียงร้องครางอย่างดีใจ

"แม่หมาป่าตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?" หลี่มู่เดินเข้าไปลูบหัวลูกหมาป่าทั้งสามพลางถามพี่นัน

"หลี่มู่ หมาป่ามันเป็นสัตว์กินเนื้อไม่ใช่เหรอ?"

"หือ? ก็ใช่สิครับ" หลี่มู่ชะงักไปเล็กน้อย ทำไมจู่ๆ ถึงถามคำถามนี้

"แล้วทำไมมันถึงกินเกี๊ยวน้ำล่ะ!" พี่นันชี้นิ้วเรียวยาวไปทางแม่หมาป่าที่กำลังกินอยู่

"เกี๊ยวน้ำ?"

"หลังจากตื่นมาฉันก็นอนไถมือถือบนเตียงอยู่พักหนึ่ง พอเริ่มหิวก็กะจะไปกินเกี๊ยวตามที่นายบอก

"แต่พอต้มเสร็จ กำลังจะกินก็นึกขึ้นได้ว่านายไปลาดตระเวนป่า ไม่รู้ว่าแม่หมาป่าเป็นยังไงบ้างเลยขึ้นมาดู

"พอขึ้นมาเห็นมันตื่นแล้ว ฉันก็กลัวว่ามันนอนมาทั้งวันจะหิว เลยลองยื่นเกี๊ยวให้ดูแล้วถามว่าจะกินไหม ใครจะไปรู้ว่ามันจะสอยรวดเดียวหมดเลย"

พี่นันทำหน้ามุ่ยอย่างน้อยใจ "หมาป่ามันควรจะกินแต่เนื้อไม่ใช่เหรอ?"

"เกี๊ยวน้ำมันก็ไส้เนื้อนะครับ ผมใช้เนื้อหมูสันในทำ"

"แต่มันมีแป้งห่ออยู่ข้างนอกด้วยนะ!"

"..."

หลี่มู่อยากจะบอกว่าเนื้อที่ห่อด้วยแป้งมันก็คือเนื้อนั่นแหละ แต่คิดดูแล้ว ในสถานการณ์แบบนี้อย่าพูดออกไปจะดีกว่า

แม่หมาป่าเงยหน้าขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว มันเลียริมฝีปาก ชามสแตนเลสสะอาดเอี่ยมอ่อง

ส่วนพี่นันทำหน้าเซ็งสุดขีด เกี๊ยวน้ำที่ต้มเสร็จแล้วเธอไม่ได้กินสักตัวเดียว

"เดี๋ยวผมจะทำมื้อเย็นให้ครับ" หลี่มู่เอ่ยปลอบใจพี่นัน

แม่หมาป่ามองมาที่หลี่มู่ มันรู้ดีว่ามนุษย์สองคนตรงหน้านี่แหละที่ช่วยชีวิตมันและลูกๆ ไว้ และผู้ชายคนนี้เป็นคนทำแผลให้มัน

"ขอบคุณนะ"

แม่หมาป่าพยายามจะลุกขึ้น หลี่มู่รีบกดตัวมันไว้ "ถึงอาการจะดีขึ้นมากแล้ว แต่บาดแผลเพิ่งจะเย็บเสร็จ ต้องนอนพักต่ออีกสักสองวันนะ"

"เมื่อกี้แม่หมาป่าพูดว่าอะไรเหรอ?" พี่นันสะกิดแขนหลี่มู่ด้วยความอยากรู้

ในใจของเธอ หลี่มู่เหมือนคนที่คุยกับสัตว์ได้จริงๆ เข้าใจความหมายของพวกมันจนเธอแต่งตั้งให้เขาเป็นล่ามประจำตัวไปแล้ว

"มันขอบคุณพวกเราน่ะครับ"

"เรื่องเล็กน้อยน่า!" พี่นันฉีกยิ้มพลางโบกมือไปมา ราวกับลืมเรื่องที่แม่หมาป่าแย่งกินเกี๊ยวของเธอไปจนหมดสิ้นเมื่อครู่

"ทำไมถึงช่วยพวกเรา?"

แม่หมาป่ามองหลี่มู่ มันไม่เข้าใจว่าคนแปลกหน้าสองคนนี้จะช่วยพวกมันไปทำไม ทั้งที่ไม่มีผลประโยชน์อะไรเลย

"เรื่องที่เกิดขึ้นกับฝูงของเธอเมื่อคืนนี้ ผมเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดครับ" หลี่มู่มองสบตาแม่หมาป่า ดวงตาสีอำพันของมันดูสวยงามมาก

"เธอและฝูงของเธอสู้ตายเพื่อปกป้องลูกน้อยโดยไม่เกรงกลัวความตาย ผมไม่อยากให้ความพยายามของพวกเธอต้องสูญเปล่า

"ผมเป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า สัตว์และพืชพรรณในเขตรับผิดชอบนี้อยู่ในความดูแลของผม ถ้าผมไม่ยื่นมือเข้าช่วย ก็จะทำให้ฝูงหมาป่ากลุ่มนั้นมีอำนาจเหนือใคร ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบนิเวศในเขตอนุรักษ์"

"เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า..." แม่หมาป่าไม่เข้าใจความหมายของคำนี้

แต่มันรู้ว่าคนตรงหน้าคือผู้มีพระคุณ และรู้สึกอยากจะเข้าใกล้ผู้ชายคนนี้มากขึ้น

"บาดแผลตามตัวเธอเพิ่งเย็บเสร็จ ยังไม่เหมาะจะเคลื่อนไหว ช่วงนี้พักอยู่ที่นี่ไปก่อนนะ รอให้แผลหายดีแล้ว ถ้าพวกเธออยากจะไปเมื่อไหร่ก็ไปได้ตลอดเวลา"

"ขอบคุณ" แม่หมาป่าก้มหัวลงกล่าวขอบคุณเบาๆ

"หลี่มู่ นายเนี่ยหน้าตาดีจริงๆ นะ" พี่นันที่อยู่ข้างๆ มองหลี่มู่สลับกับแม่หมาป่า "ทำไมฉันดูแล้วเหมือนแม่หมาป่าจะโดนนายตกเข้าให้แล้วล่ะ?"

พี่นันเงยหน้าครุ่นคิด "เหมือนตอนที่ผานจินเหลียนเจอซีเหมินชิ่งไม่มีผิดเลย"

หลี่มู่ถึงกับหน้าตึง นี่มันการเปรียบเทียบมั่วซั่วอะไรกันเนี่ย

"ผมไปเอาเนื้อมาให้มันเพิ่มดีกว่า"

หลี่มู่หันหลังเดินลงบันไดไป ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับผู้หญิงเพี้ยนๆ คนนี้

เมื่อเขาถือเนื้อวัวชิ้นหนึ่งขึ้นมาข้างบน ก็เห็นลูกหมาป่าสามตัวกำลังเล่นหยอกล้อกับพี่นันอย่างสนุกสนาน

ลูกหมาป่ายังเล็ก หลังจากอยู่ที่ชั้นสองมาทั้งวันจนเริ่มคุ้นเคย บวกกับแม่ของพวกมันตื่นแล้ว นิสัยร่าเริงตามสัญชาตญาณจึงกลับคืนมา

หลี่มู่คิดว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะนิสัยของพี่นันด้วย ผู้หญิงคนนี้เหมือนหัวหน้าแก๊งเด็ก ความคิดของเธอเหมาะจะเล่นกับเด็กๆ จริงๆ ยัยเด็กสามขวบเจียงรั่วนัน

"มานี่ๆ มาเอาไป"

พี่นันเรียกพวกลูกหมาป่าที่กำลังวิ่งไล่ตามขวดพลาสติก ลูกหมาป่าวิ่งกลับมาคาบขวดมาส่งให้พี่นัน เธอสะบัดมือขว้างออกไปอีกครั้ง แล้วพวกลูกหมาป่าก็วิ่งขาสั้นๆ ไปตามเก็บ

หลี่มู่มองดูแล้วถึงกับพูดไม่ออก นี่มันเหมือนการฝึกสุนัขชัดๆ

"พวกมันเป็นหมาป่านะครับ" หลี่มู่เดินเข้าไปส่งเนื้อให้แม่หมาป่า

"แต่ฉันรู้สึกว่าพวกมันเหมือนลูกหมาที่บ้านฉันเพิ่งคลอดเลยนะ"

พี่นันพูดไปพลางรับขวดจากลูกหมาป่าแล้วขว้างออกไปอีก

"แม่ของพวกมันก็อยู่นี่นะ เกิดว่า..." หลี่มู่เงียบเสียงลง

เดิมทีเขาแอบกังวลว่าถ้าพี่นันเห็นลูกหมาป่าเป็นสุนัขแล้วไปฝึกแบบนั้น แม่หมาป่าจะโกรธเอาได้

ใครจะไปรู้ว่าแม่หมาป่ามองดูลูกๆ วิ่งคาบขวดด้วยท่าทางที่ไม่ได้ขัดเคืองใจเลยสักนิด แถมพอเห็นหลี่มู่นำเนื้อวัวมาให้ มันก็ก้มหน้าก้มตากินทันทีโดยไม่แม้แต่จะชายตามองลูกๆ ของมันเลยด้วยซ้ำ

"เกิดว่าอะไรเหรอ?" พี่นันหันมาถามด้วยความสงสัย

"เปล่าครับ ไม่มีอะไร"

"นายนี่แปลกคน พูดจาครึ่งๆ กลางๆ"

"..."

ใครกันแน่ที่แปลก เอาหมาป่ามาฝึกเหมือนสุนัขแบบนี้

หลี่มู่รู้สึกว่าจำเป็นต้องให้ความรู้กับพี่นันเสียหน่อย

"คุณดูสิ" หลี่มู่นั่งยองๆ ลง ชี้ไปที่ลูกหมาป่าตัวหนึ่ง "หางของหมาป่าจะตกอยู่เสมอ ส่วนลูกหมาที่บ้านคุณน่ะ ปลายหางมันจะชี้ขึ้น"

"งี่เง่า"

พี่นันมองหลี่มู่อย่างกับมองคนบ้า "นายเห็นฉันไม่เคยดูเรื่องจี้เสี่ยวหลานหรือไง?"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 45 - หางตกคือหมาป่า หางชี้คือหมา

คัดลอกลิงก์แล้ว