เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 - ช่วยแม่ด้วย ฉันยอมให้กิน

บทที่ 41 - ช่วยแม่ด้วย ฉันยอมให้กิน

บทที่ 41 - ช่วยแม่ด้วย ฉันยอมให้กิน


บทที่ 41 - ช่วยแม่ด้วย ฉันยอมให้กิน

พี่นันชูคบเพลิงเดินเข้าไปหาแม่หมาป่า "วางใจเถอะ เธอและลูกๆ ปลอดภัยแล้ว"

พูดจบ พี่นันก็หันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับฝูงหมาป่า

แม่หมาป่าจ้องมองแผ่นหลังของผู้หญิงคนนี้ มันไม่ได้ขู่คำราม และค่อยๆ เก็บเขี้ยวเล็บของมันลง

มันพอมองออกว่ามนุษย์สองคนนี้มาเพื่อช่วยมัน

พี่นันชูคบเพลิงขึ้นแล้วโบกไปทางฝูงหมาป่า "เป็นคน... เป็นหมาป่าก็ต้องรู้จักเหลือทางหนีทีไล่ให้กันบ้าง รู้ไหม? แยกย้ายไปได้แล้ว!"

ทว่าฝูงหมาป่ากลับเพียงแค่ถอยหลังไปไม่กี่ก้าว แต่ยังไม่ยอมจากไป

"นี่ยังไม่ไปอีกเหรอ?"

"หมาป่าเป็นสัตว์ที่เจ้าคิดเจ้าแค้น นายดูตาพวกมันสิ"

หลี่มู่เดินมาหยุดข้างกายพี่นัน ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับเธอ

พี่นันฟังคำของหลี่มู่แล้วมองไปที่ฝูงหมาป่า เห็นดวงตาของพวกมันเปล่งประกายความดุร้ายและความโลภออกมา

"อาหะ จริงด้วย!" พี่นันฉีกยิ้มกว้าง "สงสัยไอ้หมาพวกนี้มันคงกำลังวางแผนว่าจะจัดการพวกเราสองคนไปด้วยเลยล่ะมั้ง"

หลี่มู่หันไปมองพี่นันแวบหนึ่ง สภาพจิตใจของเธอดีจริงๆ ต่อหน้าฝูงหมาป่าที่อันตรายขนาดนี้เธอยังยิ้มออก

(ตุบ!)

เสียงดังมาจากทางด้านหลัง

พี่นันหันกลับไปมอง อาจเป็นเพราะการปรากฏตัวของพวกเขาทั้งสอง ทำให้ลมหายใจเฮือกสุดท้ายที่แม่หมาป่าฝืนไว้ผ่อนคลายลง มันยืนไม่ไหวอีกต่อไปและล้มฟุบลงกับพื้น

ลูกหมาป่าเห็นแม่ล้มลงก็วิ่งออกมาจากถ้ำ เข้ามารุมล้อมแม่หมาป่าพร้อมส่งเสียงครางเศร้าสร้อย พยายามเลียบาดแผลของแม่เพื่อหวังจะช่วยหยุดเลือด

พี่นันเห็นภาพนั้นก็หันกลับไปถลึงตาใส่ฝูงหมาป่าอย่างดุเดือด "พี่นันไม่แสดงอิทธิฤทธิ์ ก็ไม่รู้ใช่ไหมว่าท่านอ๋องม้ามีกี่ตา!"

พูดจบ เธอก็บังคับโดรนให้บินไปเหนือหัวฝูงหมาป่าแล้วพุ่งดิ่งลงไปทันที

ฝูงหมาป่าเห็นสิ่งประหลาดที่มีเสียงดังกระหึ่มและบินได้บนท้องฟ้าพุ่งเข้าใส่ ก็ตกใจจนต้องถอยร่นไปอีกหลายเมตร

เพล้ง!

ในเวลาเดียวกันขวดแก้วก็แตกกระจายห่างจากฝูงหมาป่าไปหนึ่งเมตร เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นมาอย่างรุนแรง

พี่นันหันไปเลิกคิ้วให้หลี่มู่โดยไม่พูดอะไร

เธอมองเห็นว่าในมือของหลี่มู่ยังมีระเบิดเพลิงเหลืออยู่อีกหนึ่งขวด

ฝูงหมาป่าเห็นเปลวไฟที่ระเบิดออกมา ต่างพากันหวาดกลัวและถอยหนีไม่หยุด

เจ้านกยักษ์ประหลาดกับเปลวไฟที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ทำให้หมาป่าในฝูงต่างเริ่มขวัญหนีดีฝ่อและอยากจะล่าถอย

จ่าฝูงหมาป่าส่งเสียงคำรามต่ำอย่างไม่ยินยอม

แต่ลูกน้องของมันหวาดกลัวไปเสียแล้ว ตัวมันเองก็ยำเกรงมนุษย์สองคนที่ปรากฏตัวอย่างกะทันหันนี้ แววตาจึงเริ่มปรากฏความลังเล

ทันใดนั้นพี่นันก็คว้าเอาระเบิดเพลิงจากมือหลี่มู่มา แล้วขว้างออกไปสุดแรง ขวดระเบิดเพลิงวาดส่วนโค้งที่สวยงามกลางอากาศก่อนจะแตกกระจายห่างจากหน้าฝูงหมาป่าเพียงสามสิบเซนติเมตร

เปลวไฟพุ่งสูงขึ้น จ่าฝูงหมาป่าสัมผัสได้ถึงความร้อนที่พุ่งเข้าใส่หน้า แววตาที่เคยลังเลหายวับไป เหลือเพียงความหวาดผวา มันกลับลำวิ่งหนีไปทันที

หมาป่าที่เหลือเห็นจ่าฝูงหนีไปแล้ว ต่างก็พากันหันหลังวิ่งตามไปติดๆ

"เห็นไหม นายต้องขว้างให้ใกล้กว่านี้ ให้พวกมันสัมผัสได้ถึงความรู้สึกโดนไฟลวกจริงๆ ถึงจะเห็นผล" พี่นันพอใจกับการขว้างลูกสามแต้มของตนเองมาก

ทั้งไม่ทำให้หมาป่าบาดเจ็บจริงๆ และยังข่มขวัญพวกมันจนกระเจิงได้ด้วย

เมื่อเห็นฝูงหมาป่าล่าถอยไปแล้ว หลี่มู่จึงหันกลับมามองแม่หมาป่า

อาการของแม่หมาป่าแย่มาก บาดแผลฉีกขาดหลายแห่งที่หน้าอกและแผ่นหลัง ต้องรีบหยุดเลือดและเย็บแผลทันที

ที่ร้ายแรงที่สุดคือจังหวะหัวใจของแม่หมาป่าเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อยๆ และการหายใจก็เริ่มขาดช่วง

"แม่หมาป่าตัวนี้เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่เลย ทำไมจู่ๆ ถึงหายใจแผ่วขนาดนี้ล่ะ?"

พี่นันเองก็สังเกตเห็นความผิดปกติเช่นกัน

"เมื่อกี้เพื่อปกป้องลูก แม่หมาป่าตัดสินใจสู้ตาย ร่างกายจึงหลั่งอะดรีนาลีนออกมามหาศาล พอเริ่มผ่อนคลายลง อะดรีนาลีนในร่างกายจึงลดลงอย่างรวดเร็ว"

หลี่มู่ยื่นมือไปทาบที่หน้าอกแม่หมาป่าเพื่อสัมผัสจังหวะหัวใจ "การที่อะดรีนาลีนลดลงฉับพลัน อาจทำให้หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้"

"ช่วยแม่ด้วย เจ้าสองขา"

ลูกหมาป่าสามตัวรุมล้อมอยู่ข้างกายแม่ของมัน พวกมันกระวนกระวายจนวิ่งวนไปมา

พวกมันเห็นเจ้าสองขาที่มาช่วยแม่และขับไล่ฝูงหมาป่าที่จะฆ่าพวกมันออกไปได้

ในตอนนี้ในสายตาของพวกมัน เจ้าสองขาสองคนนี้แข็งแกร่งมาก จะต้องช่วยแม่ของพวกมันได้แน่นอน

ดวงตาของลูกหมาป่าทั้งสามจ้องมองมาที่หลี่มู่ ฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่เขา

"ช่วยแม่ด้วยนะ แล้วฉันจะยอมให้พวกคุณกิน"

"ฉันก็ยอมให้กินเหมือนกัน ช่วยแม่เถอะนะ"

พวกมันไม่มีอาหาร และไม่มีอะไรจะมอบให้หลี่มู่ได้ นอกจากร่างกายของตนเอง

ขอเพียงช่วยแม่กลับมาได้ พวกมันยอมให้เจ้าสองขากินเนื้อของตนเองได้เลย

"พวกเธออย่าร้อนใจไปเลย หลี่มู่ไม่กินพวกเธอหรอก"

ซวนไน่ค่อยๆ เดินเข้าไปหาลูกหมาป่าทั้งสาม ยื่นอุ้งเท้าไปลูบพวกมันเบาๆ "เชื่อหลี่มู่นะ แม่ของพวกเธอจะไม่เป็นไรแน่นอน"

เมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกหมาป่าพูด หลี่มู่ก็รู้สึกจุกในอก

แม่หมาป่ายอมตายเพื่อลูก และลูกหมาป่าก็ยอมถูกกินเพื่อแม่

หลี่มู่กัดฟันแน่น เขาต้องช่วยแม่หมาป่าตัวนี้ให้ได้

อะดรีนาลีนกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว หัวใจของแม่หมาป่าอ่อนแรงลงเรื่อยๆ

เวลานี้ต้องรีบเติมอะดรีนาลีนเข้าไปเพื่อควบคุมอัตราการสูญเสีย

แต่ท่ามกลางป่าลึกแบบนี้ ตอนเขาออกมาก็ไม่ได้คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น จึงไม่ได้พกกล่องปฐมพยาบาลมาด้วย

หลี่มู่เหลือบมองพี่นันครู่หนึ่ง ก่อนจะเลิกลังเล เขาไม่สนอะไรอีกแล้ว

เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ ส่วนในหัวสั่งการผ่านระบบร้านค้าเพื่อแลกเปลี่ยนอะดรีนาลีน

ชั่วพริบตา หลี่มู่รู้สึกเหมือนมีของบางอย่างปรากฏขึ้นในมือ

เขาหยิบออกมา มันคือกระบอกฉีดอะดรีนาลีนนั่นเอง

เขาเร่งหาเส้นเลือดบนตัวแม่หมาป่าแล้วปักเข็มลงไป ค่อยๆ ดันยาเข้าสู่ร่างกายของมัน

หลังจากฉีดยาเข้าไป จังหวะหัวใจของแม่หมาป่าก็เริ่มกลับมาเต็นแรงขึ้นและการหายใจก็ไม่ขาดช่วงอีก

หลี่มู่ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ตราบใดที่หัวใจไม่หยุดเต้น บาดแผลอื่นๆ ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่นัก

หลี่มู่ถือกระบอกฉีดยาที่ว่างเปล่า แอบเหลือบมองพี่นันแวบหนึ่ง การพกอะดรีนาลีนติดตัวมาด้วยนั้นอธิบายได้ยากจริงๆ

แต่พี่นันกลับเพียงแค่จ้องมองแม่หมาป่า เมื่อเห็นว่ามันหายใจเป็นปกติแล้ว เธอก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ

"ทำได้เยี่ยมมาก!"

พี่นันยิ้มให้หลี่มู่พร้อมชูนิ้วโป้งให้ แล้วหันหลังไปเก็บโดรน

เธอไม่ได้ถามว่าอะดรีนาลีนมาจากไหน ราวกับมองไม่เห็นมันเลยด้วยซ้ำ

"ต้องรีบกลับไปเย็บแผลและหยุดเลือดให้แม่หมาป่าด่วน"

อันตรายที่ใหญ่ที่สุดผ่านพ้นไปแล้ว แต่ถ้าไม่รีบจัดการบาดแผล แม่หมาป่าก็อาจเสียเลือดมากจนตายได้เช่นกัน

"ตามฉันมา ในรถมีกล่องปฐมพยาบาล" พี่นันเดินสำรวจรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเปลวไฟจากขวดระเบิดดับสนิทแล้ว จึงถือโดรนเดินกลับมาหาหลี่มู่

หลี่มู่มองเจียงรั่วนัน เขามีคำถามมากมาย แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องเหล่านั้น

หลี่มู่อุ้มแม่หมาป่าขึ้นอย่างระมัดระวัง ส่วนพี่นันอุ้มลูกหมาป่าทั้งสามและซวนไน่ แล้วพากันวิ่งกลับไปยังจุดที่จอดรถไว้

"นี่ กล่องปฐมพยาบาลที่เราพกเวลาไปปฏิบัติงาน น่าจะพอให้นายจัดการบาดแผลได้"

พี่นันหยิบกล่องมาจากท้ายรถกระบะแล้วยื่นให้หลี่มู่

ในกล่องมียาฉุกเฉินครบถ้วน ทั้งยาฆ่าเชื้อ ผ้าก๊อซ และชุดเย็บแผล

หลี่มู่หยิบยาฆ่าเชื้อออกมาเริ่มทำความสะอาดบาดแผลของแม่หมาป่า

"จะเย็บแผลบนรถเลยเหรอ?"

"รอให้กลับถึงลานบ้านไม่ไหวแล้ว"

"งั้นเหรอ งั้นฉันจะขับให้มิ่งที่สุดแล้วกัน"

พี่นันอุ้มลูกหมาป่าและซวนไน่เข้าไปในห้องโดยสาร เพื่อไม่ให้รบกวนการทำงานของหลี่มู่

แม่หมาป่านอนราบอยู่ท้ายรถกระบะ ลมหายใจและจังหวะหัวใจกลับมาเป็นปกติแล้ว แต่เพราะความตึงเครียดถึงขีดสุดและเพิ่งได้ผ่อนคลาย ตอนนี้มันจึงยังคงหลับลึกอยู่

ซึ่งนั่นช่วยให้หลี่มู่ทำงานได้ง่ายขึ้น เพราะในกล่องไม่มีวางยาสลบ

พี่นันขับรถมุ่งหน้าไปยังลานบ้านพิทักษ์ป่า ระหว่างทางพยายามเลือกเส้นทางที่ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ถึงอย่างไรก็ยังเป็นทางในป่า รถจึงอดไม่ได้ที่จะโคลงเคลง

แต่หลี่มู่มือมิ่งมาก ด้วยประสบการณ์ที่เคยผ่าตัดให้ซวนไน่และทักษะทางการแพทย์ที่ได้รับมาจากระบบ ความสั่นสะเทือนเพียงเท่านี้ไม่ส่งผลกระทบต่อเขาเลย

มือของเขาขยับราวกับผีเสื้อร่ายรำ เพียงเวลายี่สิบกว่านาที บาดแผลบนตัวแม่หมาป่าก็ถูกเย็บจนเกือบเสร็จสมบูรณ์

เพื่อความปลอดภัย หลี่มู่แอบแลกยาบำรุงจากระบบมาฉีดให้แม่หมาป่าเพิ่มอีกหนึ่งเข็ม

จนกระทั่งวินาทีนี้ หลี่มู่ถึงได้ผ่อนคลายลงอย่างแท้จริง แม่หมาป่าพ้นขีดอันตรายแล้ว

หลังจากนั่งยองๆ อยู่ท้ายรถครึ่งชั่วโมงโดยไม่ขยับ หลี่มู่ก็ยันตัวลุกขึ้นยืนบิดร่างกายไปมา

ในป่าเริ่มมีหมอกจางๆ ลอยคลุม ท้องฟ้าเริ่มปรากฏสีม่วงอมฟ้าจางๆ เงาของยอดเขาเริ่มเด่นชัดขึ้น

ฟ้า... กำลังจะสว่างแล้ว

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 41 - ช่วยแม่ด้วย ฉันยอมให้กิน

คัดลอกลิงก์แล้ว