เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 150 - เซี่ยงอวี่เผชิญหน้าจางเหลียง ดันเจี้ยนเปิดฉาก

บทที่ 150 - เซี่ยงอวี่เผชิญหน้าจางเหลียง ดันเจี้ยนเปิดฉาก

บทที่ 150 - เซี่ยงอวี่เผชิญหน้าจางเหลียง ดันเจี้ยนเปิดฉาก


บทที่ 150 - เซี่ยงอวี่เผชิญหน้าจางเหลียง ดันเจี้ยนเปิดฉาก

จางเหลียงทำตามคำสั่งของเซี่ยอวี่ เขาเบิกทรัพย์สินจำนวนมหาศาลจากกรมการคลัง

จากนั้นก็นำโรงฝึกจอมพลังไปตั้งไว้ข้างๆ ค่ายทหารชิงโจว และทุ่มเงินลงทุนลงไป

เหล่าจอมพลังรูปร่างสูง 5 เมตร กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ และมีใบหน้าดุดัน ก็เดินเรียงแถวกันออกมา

ถึงแม้ว่ากองกำลังของจางเหลียงจะไม่เหมือนกับขุนพลระดับสีทองคนอื่นๆ ที่สามารถเปลี่ยนทหารที่มีอยู่แล้วให้กลายเป็นกองกำลังของตนได้เลย แต่ต้องอัญเชิญออกมาจากโรงฝึกแทน

แต่นี่ก็คือขุนพลระดับสีทอง ความอลังการจึงจัดเต็มไม่มีกั๊ก

ไม่ต้องรอเวลาในการผลิต เพียงแค่โยนเงินลงไป กองทหารก็ปรากฏตัวขึ้นมาทันที

จนกระทั่งจอมพลังเดินออกมาครบ 800 คน จางเหลียงถึงได้หยุดมือ

ในตอนนี้ที่เขายังอยู่แค่เลเวล 1 เขาสามารถบัญชาการทหารได้เพียง 800 คนเท่านั้น

การปรากฏตัวของทหารร่างยักษ์สูง 5 เมตร ดึงดูดความสนใจจากทหารหน่วยอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี

ทุกคนพากันวิ่งมามุงดูในช่วงพักเบรกจากการฝึก

ก่อนหน้านี้ ทหารที่ร่างใหญ่ที่สุดในแดนบรรพชนก็คือเหล่านักรบคลุ้มคลั่งที่มีความสูงกว่า 2 เมตร

แต่เมื่อมายืนอยู่ต่อหน้าจอมพลังสูง 5 เมตร พวกเขากลับดูตัวเล็กจิ๋วเหมือนลูกไก่ไปเลย

ทว่าด้วยความที่คลั่งไคล้ในพละกำลัง เหล่านักรบคลุ้มคลั่งก็ยังอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปใกล้ๆ พวกจอมพลัง

แต่เพราะจอมพลังมองไม่เห็น บางคนก็เลยเกือบจะโดนเหยียบแบนติดดินไปหลายรอบ

หลังจากโดนเกือบเหยียบไปหลายหน เหล่านักรบคลุ้มคลั่งก็ทำได้แค่มองดูจอมพลังร่างยักษ์เดินตามหลังจางเหลียงไปอยู่ห่างๆ

ภาพของจอมพลังหน้าตาดุดัน 800 คนที่สูงถึง 5 เมตร เดินตามหลังจางเหลียง ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาสะอาดสะอ้านและสูงเพียง 170 กว่าเซนติเมตร

ช่างเป็นภาพที่ดูขัดแย้งและแปลกประหลาดเสียจริงๆ

จางเหลียงเดินขึ้นไปบนแท่นสูงกลางค่ายทหาร แล้วประกาศก้อง

"ทุกท่านๆ โปรดมารวมตัวกันทางนี้หน่อย!"

"ข้าได้รับมอบหมายจากท่านเจ้าเมือง ให้นำเคล็ดวิชาจิตวิญญาณมาถ่ายทอดให้แก่พวกท่าน!"

"ขอเชิญผู้บัญชาการของแต่ละหน่วย ขึ้นมาหารือกันบนนี้ด้วยเถิด"

ตอนที่จางเหลียงชูของแทนตัวของเซี่ยอวี่ขึ้นมา กองกำลังที่ถูกฝึกมาอย่างเข้มงวดของแดนบรรพชน ก็มารวมตัวตั้งแถวกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว

เมื่อจางเหลียงเอ่ยปากเรียก ผู้บัญชาการของแต่ละหน่วยก็ก้าวเท้าเดินสวนสนามตามแบบที่เซี่ยอวี่เคยสอนออกมาอย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะวิ่งเหยาะๆ ขึ้นไปบนแท่น

ในขณะนั้นเอง ฮั่วชวี่ปิ้งและเซี่ยงอวี่ที่เพิ่งกลับมาจากการนำทัพออกไปกวาดล้างรังอสูรกายแห่งใหม่ ก็เดินทางมาถึงพอดี

พวกเขาเห็นผู้บัญชาการหลายคนกำลังยืนล้อมวงกันอยู่บนลานประลอง โดยมีกองกำลังตั้งแถวอย่างเป็นระเบียบอยู่ด้านล่าง

ฮั่วชวี่ปิ้งลงจากหลังม้า แล้วเอ่ยถามทหารที่อยู่ใกล้ที่สุด

"เกิดอะไรขึ้นน่ะ"

ทหารที่ถูกถามรีบเตะเท้าหันขวับ ยืดอกทำวันทยหัตถ์ แล้วตอบเสียงดังฟังชัด

"รายงานท่านแม่ทัพฮั่ว ท่านเจ้าเมืองเพิ่งจะอัญเชิญกุนซือระดับสีทองมาใหม่ขอรับ ตอนนี้เขากำลังจะสอนพวกเราฝึกเคล็ดวิชาจิตวิญญาณอยู่"

"ผู้บัญชาการของทุกหน่วยก็อยู่บนนั้นหมดเลย ท่านแม่ทัพเตมูจินก็อยู่ด้วยขอรับ!"

"เคล็ดวิชาจิตวิญญาณรึ"

ฮั่วชวี่ปิ้งเริ่มสนใจขึ้นมาทันที

"เรื่องนี้ข้าต้องไปดูให้เห็นกับตาซะหน่อยแล้ว เคล็ดวิชาจิตวิญญาณนี่มันของดีเลยนะ"

เขาหันไปบอกเซี่ยงอวี่ที่กำลังขมวดคิ้วแน่น

"พี่อวี่ ไปเถอะ ขึ้นไปดูกัน!"

แต่เซี่ยงอวี่กลับยังคงขมวดคิ้วไม่เลิก

ตั้งแต่กลับเข้ามาในเมืองหัวเซี่ย เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยแต่กลับรู้สึกแปลกประหลาด

ยิ่งเข้าใกล้ค่ายทหารมากเท่าไหร่ กลิ่นอายนั้นก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น

แต่เขาก็ยอมลงจากหลังม้า และเดินขึ้นไปบนลานประลองพร้อมกับฮั่วชวี่ปิ้ง

เมื่อเห็นฮั่วชวี่ปิ้งและเซี่ยงอวี่เดินขึ้นมา

เหล่าผู้บัญชาการบนแท่นก็พากันแหวกทางให้

จางเหลียงที่กำลังพูดอยู่ เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวด้านหลังก็หยุดชะงัก

เขาหันไปมองฮั่วชวี่ปิ้งที่เดินเข้ามาใกล้ แล้วเอ่ยทักทาย

"จางเหลียง ขอคารวะท่านแม่ทัพฮั่วชวี่ปิ้ง!"

"จางเหลียง!"

"จางเหลียง!"

ทั้งฮั่วชวี่ปิ้งและเซี่ยงอวี่ที่เดินตามหลังมา ต่างก็หลุดเสียงอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง

ด้วยนิสัยแบบเด็กหนุ่ม ฮั่วชวี่ปิ้งรีบเดินเข้าไปเดินวนดูรอบๆ ตัวจางเหลียงหลายรอบ ปากก็พึมพำไม่หยุด

"วางแผนการรบในกระโจมบัญชาการ ตัดสินแพ้ชนะไกลถึงพันลี้!"

"หลิวโหวที่ปฐมกษัตริย์ทรงแต่งตั้ง!"

ในฐานะคนรุ่นหลังที่ได้พบกับขุนนางผู้มีบทบาทสำคัญในการสถาปนาราชวงศ์ฮั่น ฮั่วชวี่ปิ้งรีบประสานมือคารวะทันที

"ผู้น้อยขอคารวะท่านหลิวโหว!"

จางเหลียงยิ้มตอบ

"กงล้อแห่งประวัติศาสตร์บดขยี้อย่างไร้ปรานี เรื่องราวเหล่านั้นมันผ่านพ้นไปหมดแล้ว ผ่านไปหมดแล้ว อย่าได้หยิบยกมากล่าวถึงอีกเลย!"

จากนั้น จางเหลียงก็หันไปประสานมือคารวะเซี่ยงอวี่ที่ยืนอยู่ห่างออกไป

"จางเหลียง ขอคารวะเซี่ยงหวัง!"

เมื่อได้ยินคำเรียกขานว่าเซี่ยงหวัง

เซี่ยงอวี่ที่ยืนนิ่งเป็นหินอยู่แล้ว ก็ยิ่งตัวแข็งทื่อเข้าไปอีก

ภาพเหตุการณ์ในงานเลี้ยงหงเหมิน รวมถึงใบหน้าของจางเหลียงในตอนนั้น ผุดขึ้นมาในหัวของเขาอย่างต่อเนื่อง

เขาเอ่ยกับจางเหลียงด้วยประโยคที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า

"ท่านในตอนนี้ดูหนุ่มกว่าตอนนั้นเสียอีก"

พูดจบ เขาก็ประสานมือคารวะตอบจางเหลียง แล้วประกาศก้อง

"ขุนพลแห่งแดนบรรพชน เซี่ยงอวี่!"

จางเหลียงประสานมือคารวะอีกครั้ง

"กุนซือแห่งแดนบรรพชน จางเหลียง!"

......

เซี่ยอวี่ที่นั่งอยู่ในจวนเจ้าเมือง เมื่อมองเห็นภาพเหตุการณ์นี้ผ่านดวงตาสัจธรรม เขาก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก

"ค่อยยังชั่วที่ไม่ได้ตีกัน ยังไงก็ขุนพลของฉันทั้งนั้น"

พรสวรรค์ของเซี่ยอวี่มันโกงเกินไป

แถมขุนพลแต่ละคนที่สุ่มได้ก็ดูจะไม่ธรรมดากันเลยสักคน

ขุนพลสีทองคนแรก เตมูจิน!

ขุนพลสีทองคนที่สอง ฮั่วชวี่ปิ้ง!

เซี่ยอวี่: "????"

ตอนที่สุ่มได้ฮั่วชวี่ปิ้งมาใหม่ๆ

เขายังแอบกังวลอยู่เลยว่าฮั่วชวี่ปิ้งจะพาทหารม้าเพียวฉีที่เลือดรักชาติพุ่งพล่าน ไปเปิดศึกกับกองทหารม้าเหล็กมองโกลหรือเปล่า

แล้วนี่อะไร ขุนพลสีทองคนที่สาม เซี่ยงอวี่!

คนที่สี่ จางเหลียง!

"สวรรค์ นี่ท่านกลัวว่าฉันจะใช้ชีวิตสบายเกินไปใช่ไหมเนี่ย!"

แต่โชคดีที่เรื่องน่าปวดหัวที่เซี่ยอวี่กังวลไม่ได้เกิดขึ้นเลย

ถึงแม้ตอนเจอกันจะรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่บ้าง

แต่มันก็หยุดอยู่แค่ความกระอักกระอ่วนใจ ไม่ได้มีปัญหาอื่นตามมา

"ขุนพลยิ่งเทพ ฉันก็ยิ่งสบาย"

การมาถึงของจางเหลียง ช่วยแบ่งเบาภาระของซือหม่าอี้ไปได้มาก

พอซือหม่าอี้สบายขึ้น เซี่ยอวี่ก็สามารถโยนงานให้เขาทำได้มากขึ้นอีก

ผลก็คือ เซี่ยอวี่ก็จะยิ่งสบายขึ้นไปอีกทวีคูณ

"แต่จะปล่อยให้จงต๋าจัดการเรื่องภายในอย่างเดียวมันก็แปลกๆ อยู่นะ"

"นี่ขนาดจางเหลียงยังโผล่มาแล้ว ถ้าเกิดเซียวเหอที่เก่งเรื่องการบริหารจัดการภายในสุดๆ โผล่มาอีกล่ะก็ จะขนาดไหนเนี่ย???"

......

เซี่ยอวี่ลูบหัวแมวเล่นทั้งวันอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหลับไปพร้อมกับจินตนาการอันสวยหรู

......

เช้าวันรุ่งขึ้น เซี่ยอวี่ตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่

เขายังไม่ลืมหรอกนะว่าเช้าวันนี้จะเป็นวันเปิดดันเจี้ยนบททดสอบเลเวล 9

และในตอนเช้า จางเหลียงก็มารายงานผลการสอนของเมื่อวานให้เซี่ยอวี่ฟัง

"เรียนท่านเจ้าเมือง เมื่อวานนี้ข้าน้อยได้ถ่ายทอด [เคล็ดวิชาจิตวิญญาณหินเหลือง] ให้แก่ผู้บัญชาการของแต่ละหน่วยไปหมดแล้วขอรับ"

"และผู้บัญชาการก็จะนำไปแบ่งระดับและถ่ายทอดให้แก่ทหารในสังกัดต่อไป"

"จากที่ข้าน้อยสังเกตการณ์เมื่อวาน กองทหารม้าเหล็กมองโกล ทหารม้าเพียวฉี และทหารชิงโจว ล้วนเข้าถึงแก่นแท้ขั้นต้นกันหมดแล้วขอรับ"

เซี่ยอวี่พยักหน้ารับ

"อืม ก็เป็นทหารระดับดาวสูงทั้งนั้นแหละนะ ไม่แปลกใจเลย แล้วพวกลูกน้องจอมพลังของจื่อฝางล่ะ"

จางเหลียงยิ้มตอบ

"จอมพลังใต้บังคับบัญชาของข้าน้อย ล้วนเป็นพวกใช้แต่กำลัง ไม่เหมาะกับการเรียนรู้เคล็ดวิชาจิตวิญญาณที่ล้ำลึกเช่นนี้หรอกขอรับ"

"ยิ่งไปกว่านั้น ขอเพียงข้าน้อยสำเร็จวิชานี้ การโจมตีของเหล่าจอมพลังก็จะแฝงคุณสมบัติของเคล็ดวิชานี้ไปด้วย! ดังนั้นพวกมันจะเรียนหรือไม่ ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมากนักขอรับ"

เซี่ยอวี่พยักหน้ารับส่งๆ ไปอย่างนั้น

"อืม ดีแล้ว!"

ไม่ใช่ว่าเซี่ยอวี่ไม่เคารพจางเหลียงหรอกนะ

แต่นี่มันใกล้จะ 8 โมงแล้วต่างหาก

ประกาศจากดันเจี้ยนใกล้จะแจ้งเตือนแล้ว

ฝ่ายจางเหลียงเห็นเซี่ยอวี่ดูเหม่อลอย ก็คิดว่าเขาน่าจะมีธุระอย่างอื่นต้องทำ

จึงค้อมตัวทำความเคารพแล้วเอ่ยเสียงเบา

"หากไม่มีเรื่องอันใดแล้ว ข้าน้อยขอตัวก่อนนะขอรับ!"

เซี่ยอวี่ยังไม่ทันจะได้ตอบกลับ นาฬิกาก็ตีบอกเวลา 8 โมงตรง พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังก้องขึ้น

[ติ๊ง! ดันเจี้ยนบททดสอบอัปเกรดเลเวล 9 เปิดใช้งานแล้ว!]

[ชื่อดันเจี้ยน: วางแผนกระโจมบัญชาการ เคลื่อนทัพทหารราบ (บททดสอบกุนซือ)!]

เซี่ยอวี่รีบตะโกนบอกจางเหลียงที่กำลังเดินลงบันไดไป

"จื่อฝาง เดี๋ยวก่อน! นายต้องเข้าไปในดันเจี้ยนกับฉัน!!!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 150 - เซี่ยงอวี่เผชิญหน้าจางเหลียง ดันเจี้ยนเปิดฉาก

คัดลอกลิงก์แล้ว