- หน้าแรก
- ระบบเจ้าเมือง พรสวรรค์คริติคอลร้อยเท่าสะท้านโลก
- บทที่ 100 - เผ่าอินทรีสุดอนาถ เผ่าหมีผูกมิตร
บทที่ 100 - เผ่าอินทรีสุดอนาถ เผ่าหมีผูกมิตร
บทที่ 100 - เผ่าอินทรีสุดอนาถ เผ่าหมีผูกมิตร
บทที่ 100 - เผ่าอินทรีสุดอนาถ เผ่าหมีผูกมิตร
"ซี๊ด ฮวาเซิ่งตุ้นนี่กล้าหาญไม่เบาแฮะ แบบนี้ยังกล้าลุยอีกเหรอ?"
"โธ่เอ๊ย ยังไงก็เป็นถึงขุนพลระดับ 6 ดาวสีทองเชียวนะ จะไม่ให้กล้าได้ยังไง!"
"ตามที่ฉันดูนะ ดันเจี้ยนสีทองนี่มันยากเกินไปแล้ว ทักษะของขุนพลส่วนใหญ่ก็เน้นไปที่การนำทัพจับศึก แต่ดันเจี้ยนนี้ดันไม่ให้พาทหารเข้าไปเลย ให้ขุนพลตัวเปล่าๆ ไปสู้กับสิ่งมีชีวิตระดับตำนานแบบนี้ จะไปเคลียร์ดันเจี้ยนได้ยังไงกัน"
"พูดก็ถูก แต่ดันเจี้ยนเขาวัดกันที่คะแนนประเมินนี่นา ยังไงซะก็ต้องมีสักคนแหละที่ได้รางวัลไป"
"แล้วถ้าขุนพลตายขึ้นมาล่ะ ต่อให้ได้คะแนนประเมินสูงลิ่วแล้วมันจะได้อะไร? แกดูฮวาเซิ่งตุ้นระดับ 6 ดาวสีทองนั่นสิ ช่วงที่ผ่านมาเขาสร้างผลประโยชน์ให้สมาพันธ์อเมริกาตั้งเท่าไหร่ ถ้าต้องมาตายในดันเจี้ยนนี้ ต่อให้ได้รางวัลก็ถือว่าขาดทุนยับเยินอยู่ดี ขุนพลสีทองสักคนมีค่ามากกว่าดันเจี้ยนสีทองตั้งเยอะ!"
"ใช่เลย ดันเจี้ยนนี้มันคือกับดักมรณะชัดๆ ยกเว้นแต่ว่าเจ้าเมืองทั้งสี่คนจะฮั้วกัน แตะๆ พอเป็นพิธีแล้วปล่อยให้ระบบประเมินคะแนนไป ไม่อย่างนั้นขุนพลของพวกเขาคงจบไม่สวยแน่"
"เซ็งเป็ด ตอนแรกยังคิดอยากจะเข้าดันเจี้ยนสีทองไปเปิดหูเปิดตาดูพวกขุนพลระดับท็อปโชว์ลีลานำทัพ ศึกษาตำราพิชัยสงครามสักหน่อย คิดไม่ถึงเลยว่ามันจะเป็นดันเจี้ยนสุดวิตถารแบบนี้"
"ใช่สิ ร่างกายมนุษย์เดินดินจะไปสู้กับสิ่งมีชีวิตในตำนานได้ยังไง ฉันกล้าพูดเลยว่าบนโลกนี้ไม่มีขุนพลคนไหนทำได้หรอก ต่อให้ไปพลิกหน้าประวัติศาสตร์เผ่าปั้งจื่อของพวกฉันดูก็ไม่มีทางหาเจอ!"
......
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์เชิงลบในช่องแชท ผู้ชมคนที่พิมพ์อธิบายลักษณะของมังกรวารีเมื่อครู่นี้ ก็ได้แสดงความคิดเห็นของตัวเองขึ้นมา
"ฉันว่าไม่แน่หรอก พวกนายลองสังเกตมังกรวารีร้ายตัวนี้ดูดีๆ สิ ถึงบนตัวมันจะมีเกล็ด แต่มันก็ดูไม่ค่อยแข็งแรงทนทานเท่าไหร่ ติ่งเนื้อบนหัวก็แทบจะมองไม่เห็น เล็บทั้งสองข้างก็ดูเล็กจ้อยไม่สมส่วนกับขนาดตัวเลย จากรายละเอียดพวกนี้ พอจะเดาได้ว่าเจ้านี่คงเพิ่งจะวิวัฒนาการเป็นมังกรวารีได้ไม่นาน พลังของมันยังเทียบไม่ได้กับมังกรวารีร้ายของแท้หรอก!"
"......"
"นายไปลุยเองเลยไหมล่ะ???"
.....
ท่ามกลางเสียงโห่ฮา ผู้ชมคนนั้นก็ออฟไลน์หนีออกจากห้องฉายภาพไป
......
ทางด้านฮวาเซิ่งตุ้นที่ยกปืนคาบศิลาขึ้นมา เขาไม่ได้เล็งปากกระบอกปืนไปที่มังกรวารีร้าย
แต่เขากลับบรรจุกระสุนชนิดพิเศษ แล้วยิงขึ้นไปบนฟ้า
สีสันหลากสีระเบิดกระจายกลางอากาศ ก่อตัวเป็นรูปนกอินทรียักษ์ เบื้องหลังนกอินทรียักษ์คือธงสามสี แดง ขาว น้ำเงิน!
เมื่อยิงพลุสัญญาณเสร็จ
ฮวาเซิ่งตุ้นก็หันขวับไปมองชวนเท่อที่อยู่ไกลออกไปด้วยใบหน้าแข็งทื่อ
ส่วนชวนเท่อที่เห็นธงของสมาพันธ์อเมริกาปรากฏขึ้นกลางอากาศ
ใบหน้าที่เคยแดงระเรื่อก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำทันที
เขาแกว่งมือแกว่งเท้าตะโกนลั่น
"โฮลี่ชิท โฮลี่ชิท ห้ามยอมแพ้นะ ห้ามยอมแพ้เด็ดขาด! นี่มันคือการฉายภาพให้ดูทั่วโลกนะโว้ย แกจะกดยอมแพ้ไม่ได้!"
"ฟักเอ๊ย ถ้ายอมแพ้อีก แกก็เท่ากับพ่ายแพ้ต่อหน้าเจ้าเมืองทั่วโลกติดกันสองครั้งเลยนะ!"
"คนอย่างแกไม่คู่ควรที่จะเป็นบิดาแห่งเผ่าอินทรีเลยสักนิด!"
"ห้ามยอมแพ้นะเว้ย แกต้องทนให้ได้ งัดของชิ้นนั้นออกมาใช้สิวะ!"
.....
ด้วยระยะทางที่ห่างไกล เสียงฝนที่ตกกระหน่ำ เสียงลมพายุที่พัดกรรโชกแรง แถมข้างๆ ยังมีมังกรวารีร้ายที่ชวนให้ปวดใจยืนตระหง่านอยู่
ต่อให้เป็นถึงขุนพลระดับ 6 ดาวสีทองอย่างฮวาเซิ่งตุ้น ตอนนี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตาออกมา
เพราะเขารู้ดีว่า ไอ้หัวเหลืองปลิวไสวที่กำลังเต้นแร้งเต้นกา ทำท่าทางสะดีดสะดิ้ง แหกปากโวยวายอยู่ไกลๆ นั่นน่ะ มันคือตัวซวยชัดๆ
ไม่มีใครจินตนาการออกหรอกว่า การที่มีสิ่งมีชีวิตดุร้ายตัวสูงเท่าตึกหลายสิบชั้นมายืนอยู่ห่างไปไม่ถึงสิบเมตร มันเป็นความรู้สึกที่สิ้นหวังขนาดไหน
น้ำตาผสมปนเปกับน้ำฝน ไหลรินลงมาที่มุมปากของฮวาเซิ่งตุ้น
เขากลืนมันลงคอเบาๆ รสชาติขมปร่าและฝาดเฝื่อน ช่างเหมือนกับวัยหนุ่มของเขาที่สูญสลายไปไม่มีผิด
ฮวาเซิ่งตุ้นสาบานกับตัวเองเลยว่า เขาจะไม่มีวันมาลงดันเจี้ยนกับพ่อลูกตระกูลชวนเท่ออีกเด็ดขาด!
......
ฮวาเซิ่งตุ้นกัดฟันสู้ บรรจุกระสุนที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงสุดเข้าไป
แล้วยิงอัดใส่หน้ามังกรวารีร้าย
"ตู้ม!"
กระสุนนัดนี้ที่ยิงออกไป ก่อตัวเป็นปืนใหญ่อัดอากาศที่ด้านหน้าทันที
แรงถีบมหาศาลส่งผลให้ฮวาเซิ่งตุ้นหงายหลังล้มก้นจ้ำเบ้า
"โฮก!"
มังกรวารีร้ายอ้าปากกว้างที่ส่งกลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้ง แล้วแผดเสียงคำรามก้อง
มวลน้ำมหาศาลทะลักขึ้นมาปะทะกับปืนใหญ่อัดอากาศจนสลายไป
จากนั้นมันก็อ้าปากฮุบกระสุนนัดนั้นกลืนลงท้องไปหน้าตาเฉย
"โอ้เย่!"
เมื่อเห็นมังกรวารีร้ายกลืนกระสุนลงไป
ชวนเท่อก็กระโดดโลดเต้นดีใจ
"หึๆ สิ่งมีชีวิตในตำนานของเผ่ามังกร แกไม่รู้จักอานุภาพของเทคโนโลยีซะแล้ว!"
ฮวาเซิ่งตุ้นที่นอนกองอยู่บนพื้นก็เริ่มมีความหวังประกายขึ้นมาในดวงตา
ต้องรู้ก่อนนะว่ากระสุนนัดนี้ สมาพันธ์อเมริกาใช้ดราฟต์วัสดุพิเศษที่เก็บเกี่ยวมาจากดันเจี้ยนสีทองแห่งหนึ่งมาสร้างเชียวนะ
อานุภาพของมันรุนแรงพอที่จะถล่มตึกทั้งหลังให้ราบเป็นหน้ากลองได้เลย!
เมื่อมังกรวารีร้ายกลืนกระสุนลงไป ท้องของมันก็พองป่องขึ้นมาอย่างรวดเร็ว!
แต่สิ่งที่คนของเผ่าอินทรีคาดหวังไว้กลับไม่เกิดขึ้น
"เอิ๊ก!"
เสียงเรอเอิ๊กใหญ่ดังขึ้น กระสุนของเผ่าอินทรีไม่ได้ระเบิดร่างมังกรวารีร้ายจากภายในเลยสักนิด
มันแค่ทำให้มังกรวารีเรอเอาเศษอาหารเช้าออกมาพ่นกระจายไปทั่วเท่านั้น
ฮวาเซิ่งตุ้นปัดซากปลาเน่าเหม็นที่กระเด็นมาโดนตัวออกไป
ตอนนี้เขาไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมอะไรอีกแล้ว
โยนปืนคาบศิลาทิ้ง เอามือกุมหมวก แล้ววิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไปทางชวนเท่อ
สุดยอดกระสุนยังทำอะไรมังกรวารีตัวนี้ไม่ได้ แล้วแขนขาลีบๆ อย่างเขาจะไปทำอะไรมันได้ล่ะ
สาวเผ่าหมีที่เอาแต่เงียบมาตลอด บัดนี้เอ่ยปากพูดกับชวนเท่อว่า
"พวกนายต่างหากที่ไม่รู้จักอานุภาพของสิ่งมีชีวิตในตำนานเผ่ามังกร!"
ชวนเท่อที่โดนตอกหน้าหงาย ได้แต่ถลึงตาใส่อย่างดุร้าย แต่ก็ไม่กล้าปริปากด่าอะไรออกมา
ถึงแม้ปกติเขาจะดูโง่เง่าและชอบปะทะฝีปากกับคนของเผ่ามังกรเป็นประจำ แต่เขาก็ไม่ได้โง่ดักดานขนาดนั้น
คนของเผ่าหมีไม่ใช่พวกดีแต่ปาก ถ้าพูดไม่เข้าหูเมื่อไหร่ พวกนั้นพร้อมจะพุ่งเข้ามาซัดหน้าเขาทันที
แถมแม่สาวคนนี้ ดูจากทรงแล้วน่าจะเป็นลูกหลานของท่านผู้นั้นแห่งเผ่าหมีแน่ๆ
เขาไม่มีปัญญาไปล่วงเกินเธอหรอก
สาวเผ่าหมีพูดต่อ
"ตามตำนานของเผ่ามังกร มังกรวารีเมื่อได้สัมผัสน้ำก็จะสามารถเรียกเมฆหมอกและพายุฝน เหาะเหินเดินอากาศได้"
พูดจบ เธอก็หันไปมองเซี่ยอวี่แล้วถามว่า
"ฉันพูดถูกไหม ไม่รู้ว่าใช้คำศัพท์ของเผ่ามังกรถูกต้องหรือเปล่า"
เซี่ยอวี่พยักหน้าเห็นด้วย แล้วเอ่ยชมตบท้าย
"เธอมีความรู้เรื่องตำนานเผ่ามังกรดีมากเลยนะ"
สาวเผ่าหมีก็พยักหน้ารับอย่างมีมารยาท "อืม ฉันชอบวัฒนธรรมของเผ่ามังกรน่ะ"
"ขอบใจนะ"
เซี่ยอวี่ตอบกลับไปสั้นๆ
สาวเผ่าหมีไม่ได้รู้สึกขุ่นเคืองกับท่าทีเฉยเมยของเซี่ยอวี่เลยสักนิด
ตรงกันข้าม เธอกลับปลดบาเรียป้องกันสิ่งปลูกสร้างฝั่งตัวเองที่กั้นระหว่างเธอกับเซี่ยอวี่ออก แล้วยื่นมือมาข้างหน้า
"สวัสดี ฉันชื่อมาเรีย"
การปลดบาเรียป้องกันในดันเจี้ยนเพื่อพูดคุยกับเจ้าเมืองคนอื่น ถือเป็นการกระทำที่เสี่ยงอันตรายมาก
ถ้าไม่ปลดบาเรีย เจ้าเมืองก็จะอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง
การโจมตีใดๆ ก็ไม่สามารถทำอันตรายเจ้าเมืองได้เลยแม้แต่น้อย
แต่การปลดบาเรียใส่เจ้าเมืองคนอื่น ก็เท่ากับเป็นการเอาตัวเองไปเสี่ยงอันตราย
เพราะดันเจี้ยนส่วนใหญ่จะตัดสินผลแพ้ชนะจากคะแนนประเมินเพื่อรับรางวัล
ถ้ามีเจ้าเมืองตายไปสักคน คู่แข่งก็จะลดลงไปหนึ่งคน
โอกาสที่จะได้รางวัลก็มีสูงขึ้นตามไปด้วย
การกระทำของสาวเผ่าหมีคนนี้ ทำให้เซี่ยอวี่อดไม่ได้ที่จะมองเธอในแง่ดีขึ้นมา
และในฐานะชายหนุ่มสายเลือดมังกร เซี่ยอวี่ก็ย่อมไม่ยอมเสียหน้าอยู่แล้ว
เขาตวัดมือ ปลดบาเรียป้องกันสิ่งปลูกสร้างฝั่งตัวเองที่กั้นกับสาวเผ่าหมีออกเช่นกัน
เซี่ยอวี่ยื่นมือไปจับกับมาเรียอย่างผ่าเผย แล้วเอ่ยปาก
"สวัสดี ฉันชื่อเซี่ยอวี่!"
......
ช่องแชท:
"พี่น้อง เดี๋ยวก่อนนะ เมื่อกี้หมอนั่นบอกว่าชื่ออะไรนะ?"
"เซี่ยอวี่?"
"ไอ้เฒ่าโจรเซี่ยที่ทำฉันหมดเนื้อหมดตัวคราวก่อนนี่หว่า!!!"
[จบแล้ว]