- หน้าแรก
- ระบบเจ้าเมือง พรสวรรค์คริติคอลร้อยเท่าสะท้านโลก
- บทที่ 81 - สิ่งเดียวที่ดับทุกข์ได้คือการใช้โปรแกรมโกง!
บทที่ 81 - สิ่งเดียวที่ดับทุกข์ได้คือการใช้โปรแกรมโกง!
บทที่ 81 - สิ่งเดียวที่ดับทุกข์ได้คือการใช้โปรแกรมโกง!
บทที่ 81 - สิ่งเดียวที่ดับทุกข์ได้คือการใช้โปรแกรมโกง!
เหลิ่งลูบคลำปืนซุ่มยิงเกาส์อย่างระมัดระวังไปหลายครั้ง
ถึงแม้ปืนกระบอกนี้จะไม่มีกระสุนปืนทั่วไป แต่ใช้ยิงกระสุนปืนใหญ่แม่เหล็กไฟฟ้าแทนก็ตาม แต่เธอก็ชอบมันจนวางไม่ลง!
เธอคุกเข่าลงข้างหนึ่งอีกครั้งพลางกล่าวว่า "เหลิ่งขอขอบพระคุณท่านเจ้าเมือง!"
เซี่ยอวี่พยักหน้ารับแล้วเอ่ยว่า "ต่อไปนี้ เธอมีหน้าที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดคอยคุ้มกันฉันก็แล้วกัน"
การที่เจ้าเมืองเดินทางออกนอกอาณาเขตมันอันตรายมาก เซี่ยอวี่มีความคิดที่จะจัดตั้งหน่วยคุ้มกันภัยในเงามืด เพื่อคอยคุ้มครองความปลอดภัยของเขามาตั้งนานแล้ว
และการได้เหลิ่ง ซึ่งเป็นนักแม่นปืนเงาสังหารมาในตอนนี้ ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเลยทีเดียว
"รับทราบ!" เหลิ่งพยักหน้าเบาๆ ก้าวเท้าเดินอย่างแผ่วเบาไปหาเซี่ยอวี่เพียงไม่กี่ก้าว ร่างของเธอก็เลือนหายไป
เซี่ยอวี่สัมผัสได้ว่าเธอกำลังวนเวียนอยู่รอบๆ ตัวเขา
ถึงแม้เหลิ่งจะเป็นแค่ตัวละครระดับสีม่วง แต่เธอก็ช่วยยกระดับความปลอดภัยให้กับเซี่ยอวี่ได้หลายขุม
เพราะอาชีพของเธอคือนักแม่นปืน แถมยังใช้เทคโนโลยีพายุแม่เหล็กไฟฟ้าที่สร้างความเสียหายได้รุนแรงอีกต่างหาก
ขอแค่เธอหาจังหวะดีๆ ได้ ต่อให้เป็นยอดฝีมืออย่างซานาดะ ยูกิมูระ เธอก็สามารถเป่าหัวให้กระจุยได้ในนัดเดียว
การทำดาเมจข้ามระดับชั้นได้ นี่แหละคือความน่ากลัวของพลซุ่มยิง
หลังจากเปิดลูกบอลของรางวัลจนหมด เซี่ยอวี่ก็เริ่มตรวจดูสถานะของทุกคนที่เพิ่งกลับมาจากการฟาร์มเลเวล
ขุนพลระดับ 1 ดาวสีขาว ส่วนใหญ่ก็อัปเกรดเป็นเลเวล 8 หรือไม่ก็เลเวล 9 กันหมดแล้ว อย่างเช่นพวกพรรคพวกจากเขาเหลียงซานที่ถูกอัญเชิญออกมาในตอนแรกๆ
ขุนพลระดับ 2 ดาวสีฟ้า ก็อยู่ที่เลเวล 7 อย่างเช่น หลี่ขุย เป็นต้น
ส่วนขุนพลและกองทหารระดับ 3 ดาวสีม่วง ก็อัปเกรดเป็นเลเวล 6 กันแล้ว อย่างเช่น หนิวเอ้อร์ อู๋ย่ง จางเริ่น และคนอื่นๆ
ส่วนขุนพลระดับ 4 ดาวสีแดง ตอนนี้อัปเกรดเป็นเลเวล 5 กันหมดแล้ว นั่นก็คือ หลินชง และ เฉินกง
และขุนพลระดับ 5 ดาวสีส้มอย่างซือหม่าอี้ ก็เหมือนกับเตมูจินและฮั่วชวี่ปิ้ง ที่อัปเกรดถึงแค่เลเวล 4 เท่านั้น
ก็แหม ขุนพลที่มีระดับคุณภาพต่างกัน ย่อมต้องการค่าประสบการณ์ในการอัปเลเวลที่ต่างกันนี่นา
"จงต๋า ตอนนี้สถานการณ์ในป่ารัตติกาลนิรันดร์เป็นยังไงบ้าง?"
ซือหม่าอี้ประสานมือทำความเคารพพลางเอ่ยว่า "เรียนท่านเจ้าเมือง ตอนนี้พวกสัตว์ป่ากลายพันธุ์เลเวลต่ำๆ ที่อยู่รอบนอกไอมารสีดำ ถูกพวกเรากวาดล้างไปจนเกือบหมดแล้วขอรับ"
"แต่พวกสัตว์ป่ากลายพันธุ์เลเวลสูงๆ บางตัวก็เริ่มรู้สึกถึงการมีอยู่ของพวกเราแล้วเหมือนกันขอรับ"
"ข้าน้อยใช้สกิลสัมผัสได้ล่วงหน้า ก็เลยรีบนำกองทัพล่าถอยกลับมาก่อน จึงไม่ได้มีใครได้รับบาดเจ็บหรือล้มตายขอรับ"
เซี่ยอวี่พยักหน้าอย่างครุ่นคิด "ถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่ดีนะ"
"แล้วหลังจากนั้นพวกสัตว์ป่ากลายพันธุ์เลเวลสูงๆ มีความเคลื่อนไหวอะไรบ้างไหม?"
"เป็นไปตามที่ท่านเจ้าเมืองคาดการณ์ไว้เลยขอรับ การตายของพวกมอนสเตอร์เลเวลต่ำจำนวนมหาศาล ไม่เพียงแต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อความเร็วในการแพร่กระจายของไอมารสีดำเท่านั้น"
"แต่มันกลับทำให้ไอมารสีดำแพร่กระจายได้เร็วขึ้นกว่าเดิมเสียอีกขอรับ"
"จากการคำนวณของข้าน้อย คาดว่าอีกประมาณสามชั่วโมง ไอมารสีดำก็จะลุกลามมาปกคลุมแดนบรรพชนแล้วขอรับ"
เซี่ยอวี่ลูบคางอย่างครุ่นคิด ความสนใจทั้งหมดของเขาไปจดจ่ออยู่กับภาพจากดวงตาสัจธรรม
ไอมารสีดำที่มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ป่ารัตติกาลนิรันดร์ กำลังแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกัน เซี่ยอวี่ก็เริ่มมองเห็นสถานการณ์ภายในไอมารสีดำชัดเจนขึ้นมาบ้างเล็กน้อยแล้ว
วานรยักษ์ตัวหนึ่งที่มีดวงตาสีแดงก่ำ กระโดดออกมาจากไอมาร ทุบอกตัวเองดังปึกๆ หลายครั้ง
ก่อนจะตกลงไปในไอมารสีดำตามเดิม
พอเขาเห็นมันอีกครั้ง มันก็ไปโผล่อยู่ในจุดที่ห่างจากตำแหน่งเดิมไปหลายร้อยเมตรแล้ว
"เลเวล 8!" เซี่ยอวี่จ้องเขม็ง วานรยักษ์สีเลือดเลเวล 8
ในตอนนี้มันถูกผลกระทบจากการกลายพันธุ์ ทำให้กล้ามเนื้อของมันพองโตขึ้นกว่าเดิม รูปร่างก็ยิ่งดูใหญ่โตมโหฬารมากขึ้นไปอีก
ในมือของมันยังบีบซากศพเสือเอาไว้หลายตัว
นกกระเรียนขาวที่ถูกพลังมารกลืนกินจนขนกลายเป็นสีดำทั้งตัว
ฝูงช้างแมมมอธที่ใช้งวงฟาดพื้นทีเดียวก็เกิดเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่
......
เซี่ยอวี่หันไปถามซือหม่าอี้อีกครั้ง "สืบรู้หรือยังว่าพวกอสูรกายมันเล่นตุกติกอะไรไว้?"
ซือหม่าอี้ขมวดคิ้วตอบ "กองทัพของเรายังไม่ได้บุกเข้าไปถึงใจกลางป่ารัตติกาลนิรันดร์ขอรับ และในรอบนอกก็ยังไม่พบร่องรอยของพวกอสูรกายเลยสักตัว"
"แต่ที่น่าแปลกที่สุดก็คือ แม้แต่รังอสูรที่เคยตั้งอยู่บริเวณรอบนอกของป่ารัตติกาลนิรันดร์ ก็หายสาบสูญไปจนหมดเกลี้ยงเลยขอรับ"
เซี่ยอวี่ดึงจิตสำนึกออกจากดวงตาสัจธรรม เขาลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยว่า "จงต๋า นายรีบไปจัดการเรื่องราษฎรให้เรียบร้อย แล้วรีบกลับมานะ"
"น้อมรับคำสั่งท่านเจ้าเมือง!" ซือหม่าอี้ประสานมือทำความเคารพ ก่อนจะรีบเดินตรงไปยังเขตที่อยู่อาศัย
"เตมูจิน ฮั่วชวี่ปิ้ง รับคำสั่ง!"
"ฮั่วชวี่ปิ้งอยู่นี่ขอรับ!"
"เตมูจินอยู่นี่ขอรับ!"
"เตมูจิน ฉันขอสั่งให้นำทัพทหารม้าเหล็กมองโกลไปประจำการปกป้องประตูเมืองหลัก ประตูทิศตะวันออก!"
"น้อมรับคำสั่งขอรับ!"
"ฮั่วชวี่ปิ้ง ฉันขอสั่งให้นำทัพทหารม้าเพียวฉีไปประจำการปกป้องประตูเมืองทิศตะวันตก!"
"น้อมรับคำสั่งขอรับ!"
......
หลังจากสั่งการเสร็จสิ้น เซี่ยอวี่ก็ใช้ดวงตาสัจธรรมเพื่อมองดูภาพรวมของการจัดกระบวนทัพป้องกันเมืองของแดนบรรพชนในตอนนี้
เตมูจินนำทัพทหารม้าเหล็กมองโกลไปประจำการอยู่ที่ประตูเมืองทิศตะวันออกที่เขานั่งบัญชาการอยู่
ฮั่วชวี่ปิ้งนำทัพทหารม้าเพียวฉีไปกระจายกำลังอยู่ที่ประตูเมืองทิศตะวันตก
ซือหม่าอี้นำทัพทหารชิงโจวไปประจำการอยู่ที่ประตูเมืองทิศเหนือ
ส่วนเฉินกง หลินชง และเหล่าผู้กล้าเขาเหลียงซานไปเฝ้าอยู่ที่ประตูเมืองทิศใต้
นอกจากนี้ ยังมีกองทหารนักรบคลุ้มคลั่งจำนวนมหาศาลไปสมทบกำลังที่ประตูเมืองทิศใต้ ซึ่งถือเป็นจุดที่อ่อนแอที่สุด
แต่เซี่ยอวี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ปืนใหญ่สายฟ้าอุกกาบาต กลับแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่าจะคอยเพ่งเล็งไปที่ประตูเมืองทิศใต้เป็นพิเศษ
ถึงแม้ป่ารัตติกาลนิรันดร์จะอยู่ด้านหน้าของประตูเมืองหลักฝั่งทิศตะวันออกก็เถอะ
แต่ถ้ามีสัตว์ป่ากลายพันธุ์หน้าไหนริอ่านจะมาทะลวงฝ่าประตูเมืองทิศใต้ล่ะก็ เซี่ยอวี่ก็ไม่รังเกียจที่จะแจก "สันติภาพ" ให้พวกมันอีกสักรอบหรอกนะ
ราษฎรที่อยู่ด้านนอกถูกเรียกตัวกลับมาจนหมดแล้ว ทหารสอดแนมที่กระจายกำลังออกไปก็ล้วนถอยกลับมาช่วยรบในเมืองกันหมด
ในเวลานี้ บุคลากรและทหารของแดนบรรพชนทั้งหมด ได้กลับมาประจำการและเข้าสู่สภาวะเตรียมพร้อมรบขั้นสูงสุดแล้ว
"ที่เหลือก็แค่รอให้ไอมารสีดำแผ่ลามมาถึง!"
การจัดเตรียมกระบวนทัพและเตรียมพร้อมรบในครั้งนี้ ใช้เวลาไปประมาณสองชั่วโมงครึ่ง
เหลือเวลาอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ไอมารสีดำก็จะแผ่ลามมาครอบคลุมแดนบรรพชนแล้ว
ตอนนี้ต่อให้ไม่ต้องใช้ดวงตาสัจธรรม เซี่ยอวี่ที่ยืนอยู่บนหอคอยกำแพงเมือง ก็สามารถมองเห็นไอมารสีดำเลือนรางอยู่ลิบๆ ด้วยตาเปล่าแล้ว
"จะรวยเละเทะ หรือจะล้มละลายจนสิ้นเนื้อประดาตัว ก็ตัดสินกันตอนนี้แหละ"
ถึงแม้จะเตรียมตัวมาพร้อมแค่ไหน แต่พอได้มาเห็นไอมารสีดำด้วยตาตัวเองจริงๆ เซี่ยอวี่ก็ยังอดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้
"ยังไงก็ยังพอมีเวลาเหลืออยู่นิดหน่อย มีดีกว่าไม่มีล่ะนะ"
เซี่ยอวี่หยิบพิมพ์เขียวหลายใบออกมา
บางใบก็เป็นใบที่เปิดได้จากลูกบอลของรางวัล บางใบก็เป็นใบที่ซื้อติดมือมาตอนที่เข้าไปหาพิมพ์เขียวอัปเกรดกำแพงเมืองในช่องทางการค้าก่อนหน้านี้
พวกมันล้วนเป็นพิมพ์เขียวสร้างกับดักและของใช้เล็กๆ น้อยๆ สำหรับป้องกันเมือง ส่วนใหญ่ก็เป็นแค่ระดับสีขาวกับสีฟ้าเท่านั้น
เซี่ยอวี่เปลี่ยนมุมมองจากด้านบน แล้วเริ่มวางกับดักเหล่านี้ไว้ที่บริเวณรอบนอกของกำแพงเมืองแดนบรรพชน
"ต้องการใช้พิมพ์เขียวในพื้นที่บริเวณนี้หรือไม่?"
"ใช่!"
"ขอแสดงความยินดีด้วย คุณใช้งานพิมพ์เขียวสิ่งปลูกสร้างระดับสีฟ้าสำเร็จ พื้นที่บริเวณนี้ได้ถูกเปลี่ยนเป็น: ปลักโคลนดูด!"
"คุณกระตุ้นพรสวรรค์เฉพาะตัว คริติคอลร้อยเท่า พื้นที่บริเวณนี้ได้ถูกเปลี่ยนเป็น: บึงมรณะกัดกร่อน!"
จากเดิมที่เป็นแค่พื้นที่ทุ่งหญ้าขนาด 10x10 เมตรที่มีฟองโคลนผุดขึ้นมา ตอนนี้กลับมีกลุ่มควันพิษสีเหลืองลอยคลุ้งอยู่เหนือพื้นผิวนั้นด้วย
"แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ?"
ต่อให้เป็นเซี่ยอวี่ที่เคยใช้พรสวรรค์ของตัวเองมาเป็นร้อยเป็นพันครั้ง ก็ยังอดตกใจกับเสียงแจ้งเตือนครั้งนี้ไม่ได้
"พิมพ์เขียวปลักโคลนดูดระดับสีฟ้าใบนี้ ฉันได้มันมาจากการเปิดลูกบอลสีขาว พอเอามาใช้งาน มันยังได้รับการบัฟอัปเกรดเพิ่มอีกเหรอเนี่ย?"
เซี่ยอวี่รู้สึกตกตะลึงอย่างหนัก ตอนที่เปิดลูกบอลของรางวัลสีขาว ด้วยบัฟจากพรสวรรค์ พิมพ์เขียวสีขาวก็ถูกเปลี่ยนเป็นพิมพ์เขียวปลักโคลนดูดสีฟ้าไปแล้วรอบนึง
แต่พอเอาพิมพ์เขียวใบนี้มาใช้งาน พรสวรรค์คริติคอลร้อยเท่ากลับแผลงฤทธิ์อีกครั้ง อัปเกรดปลักโคลนดูดระดับสีฟ้าให้กลายเป็นบึงมรณะกัดกร่อนระดับสีม่วงไปเลย!
"ไปๆ กลับๆ แบบนี้ โคตรคุ้มเลยนี่หว่า!"
"หรือว่าประโยชน์ที่แท้จริงของพรสวรรค์ของฉัน ก็คือเอาไว้ใช้กับลูกบอลของรางวัลเพื่อหาพิมพ์เขียวฟะ?"
ก็ในเมื่อตอนเอาพิมพ์เขียวไปใช้งาน มันก็ยังสามารถเกิดคริติคอลซ้อนได้อีกนี่นา
เขามองดูไอมารสีดำที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงสองลี้
เสียงคำรามอันบ้าคลั่งของเหล่าสัตว์ป่ากลายพันธุ์หลากชนิดดังแว่วมาจากข้างในนั้น
เซี่ยอวี่ก้มลงมองดูพิมพ์เขียวใบอื่นๆ ที่อยู่ในมือ ก่อนจะพึมพำกับตัวเองว่า "สิ่งเดียวที่ดับทุกข์ได้ ก็คือการใช้โปรแกรมโกงนี่แหละ!"
[จบแล้ว]