เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2260 - สามยักษ์ใหญ่ฝ่ายมารและการเปิดฉากสงคราม

บทที่ 2260 - สามยักษ์ใหญ่ฝ่ายมารและการเปิดฉากสงคราม

บทที่ 2260 - สามยักษ์ใหญ่ฝ่ายมารและการเปิดฉากสงคราม


บทที่ 2260 - สามยักษ์ใหญ่ฝ่ายมารและการเปิดฉากสงคราม

หากไม่นับเรื่องที่ว่าการปะทะกับตระกูลจักรพรรดิอวิ๋นจะทำให้พวกเขาต้องสูญเสียกำลังพลไปไม่น้อยแล้ว ยังมีอีกสาเหตุหนึ่งที่สำคัญยิ่งกว่า

ซึ่งเรื่องนี้ทางเผ่าป๋าย่อมรู้ดีที่สุด

ตระกูลจักรพรรดิอวิ๋นกับขุมกำลังระดับสูงสุดแห่งจักรวาลต้นกำเนิดอย่างตำหนักจักรพรรดิอวิ๋นเซิ่งนั้นมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งเพียงใด

แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยมานานนับแต่อดีตกาลที่ตระกูลจักรพรรดิอวิ๋นย้ายมายังทะเลเจี้ยไห่ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะตัดขาดความสัมพันธ์กับตำหนักจักรพรรดิอวิ๋นเซิ่งไปเสียทีเดียว

หากตระกูลจักรพรรดิอวิ๋นต้องเผชิญกับความสูญเสียที่หนักหนาสาหัสจนดึงดูดความสนใจจากตำหนักจักรพรรดิอวิ๋นเซิ่งขึ้นมา เมื่อนั้นเผ่าป๋าก็คงต้องพบกับความยุ่งยากใหญ่หลวงเช่นกัน

“ใยต้องเปลืองวาจาให้มากความ ในเมื่อพวกเจ้าตัดสินใจรนหาที่ตาย เช่นนั้นตระกูลจักรพรรดิอวิ๋นของข้าก็จะสงเคราะห์ให้เอง...”

อวิ๋นไท่โต่วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ทว่าในตอนนั้นเอง มหาจักรพรรดิอีกท่านหนึ่งของเผ่าป๋าที่มีนามว่ามหาจักรพรรดิคังเหวยก็ได้กล่าวขึ้นมา

“อวิ๋นไท่โต่ว เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าเผ่าป๋าของข้าจะมาโดยไม่มีการเตรียมการใดๆ เลย?”

สิ้นเสียงนั้นเอง

ท่ามกลางหมอกสีดำที่ปกคลุมไปทั่วห้วงมิติ ทันใดนั้นก็ปรากฏร่างเงาสามสายพุ่งทะยานออกมา

พวกเขาก้าวเหยียบลงบนอักขระวิถีจักรพรรดิ ราวกับเดินมาพร้อมกับภูเขาซากศพและทะเลโลหิต กลิ่นอายมารอันมหาศาลพวยพุ่งออกมาจนทำให้ผืนฟ้าและแผ่นดินแทบจะแตกสลาย

กลิ่นอายเช่นนี้ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ราวกับสามารถแปรเปลี่ยนโลกทั้งใบให้กลายเป็นดินแดนมารได้ในพริบตา

ร่างเงาทั้งสามนี้เปรียบเสมือนจ้าวมารผู้ยิ่งใหญ่ที่ก้าวออกมาจากขุมนรก

“หืม... พวกเจ้า...”

ดวงตาของอวิ๋นโม่ปรากฏแววเย็นเยียบออกมา

“วันนี้ที่นี่ช่างคึกคักเสียจริง...”

หนึ่งในร่างเงาพรรคมารเอ่ยขึ้นมา

เขาคือชายชราในชุดคลุมสีแดงเพลิงที่มีดวงตาสีเลือดแดงฉานดุจทะเลโลหิต

ที่ใต้เท้าของเขาคล้ายกับมีลำธารสีเลือดไหลรินอยู่ ภายในนั้นมีดวงวิญญาณของผู้คนที่เคียดแค้นนับไม่ถ้วนกำลังกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

“ตาเฒ่ามารอัคคีแห่งสำนักอัคคีมาร...”

เมื่อมองไปที่ชายชราชุดแดงผู้นี้ อวิ๋นโม่ก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาสุดขั้ว

ตาเฒ่ามารอัคคีคือยอดฝีมือฝ่ายมารที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างยิ่งในสำนักอัคคีมารซึ่งเป็นขุมกำลังฝ่ายมารในทะเลเจี้ยไห่

ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น แม้แต่ร่างเงาอีกสองสายที่อยู่ข้างๆ เขาก็ล้วนแต่เป็นยักษ์ใหญ่ในวิถีมารเช่นเดียวกัน

พวกเขาคือบรรพชนโลหิตสังหารแห่งนิกายโลหิตสังหาร

และจ้าวปีศาจทมิฬเร้นแห่งหุบเขาทมิฬเร้น

ตาเฒ่ามารอัคคี บรรพชนโลหิตสังหาร และจ้าวปีศาจทมิฬเร้น

สามยักษ์ใหญ่แห่งวิถีมารในทะเลเจี้ยไห่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกันเช่นนี้

และความหมายของการปรากฏตัวของพวกเขานั้นไม่ต้องบอกก็ย่อมรู้กันดีอยู่แล้ว

ทางฝั่งจักรวาลเสวียนหวงนั้น เหล่ายอดฝีมืออย่างเทพธิดาจันทราต่างก็ใจหายวาบขึ้นมาอีกครั้ง

ลำพังแค่เจ็ดมหาจักรพรรดิจากเผ่าป๋าก็รับมือได้ยากเย็นพออยู่แล้ว

คิดไม่ถึงเลยว่าสามยักษ์ใหญ่ฝ่ายมารแห่งทะเลเจี้ยไห่จะปรากฏตัวขึ้นที่นี่ด้วย

และเห็นได้ชัดว่าพวกเขาเลือกที่จะยืนอยู่ข้างเดียวกับเผ่าป๋า

เมื่อเป็นเช่นนี้ ความกดดันที่มีต่อจักรวาลเสวียนหวงย่อมพุ่งสูงขึ้นเป็นทวีคูณ

ในความเป็นจริงแล้ว ในการศึกระดับนี้ การมีมหาจักรพรรดิเพิ่มขึ้นมาเพียงหนึ่งท่านก็สามารถเปลี่ยนกระแสของสงครามไปได้อย่างสิ้นเชิง

อวิ๋นไท่โต่วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “พวกเจ้าอยากตายกันนักใช่หรือไม่ หากกล้าลงมือ ทะเลเจี้ยไห่แห่งนี้จะไม่มีที่ให้พวกเจ้าได้ยืนอีกต่อไป!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ตาเฒ่ามารอัคคีก็มีแววตาเย็นเยียบวาบผ่านดวงตาสีเลือดพลางเอ่ยขึ้นมา

“เหอะ ในทะเลเจี้ยไห่แห่งนี้ เคยมีที่ทางให้ฝ่ายมารของข้าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”

“ในอดีตกาล ยามที่จอมมารผู้ยิ่งใหญ่จุติลงมา กลับถูกขั้วอำนาจทั่วทั้งทะเลเจี้ยไห่รุมทับถมและกดขี่”

“นิกายเทพวันสิ้นโลกถูกขุมกำลังสามศาสนารุมล้อมปราบปราม”

“ทั้งสามศาสนา ขุมกำลังสามจักรพรรดิ และแปดมหาตระกูลจักรพรรดิ”

“ระเบียบทั้งหมดของทะเลเจี้ยไห่ถูกพวกเจ้าควบรวมไว้แต่เพียงผู้เดียว”

“แต่หลังจากนี้ ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”

“เมื่อภัยพิบัติทมิฬผู้ยิ่งใหญ่ดับทำลายทะเลเจี้ยไห่จนหมดสิ้นแล้ว”

“ระเบียบของทะเลเจี้ยไห่ทั้งหมดจะถูกสร้างขึ้นใหม่”

“และฝ่ายมารของข้าจะเข้าไปแทนที่ขุมกำลังสามจักรพรรดิ แทนที่สามศาสนา และแทนที่แปดมหาตระกูลจักรพรรดิ เพื่อกลายเป็นฝ่ายสืบทอดที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียวของทะเลเจี้ยไห่!”

“ถึงเวลานั้น พวกเจ้านั่นแหละที่จะต้องกลายเป็นหนูในท่อน้ำ...”

“หึ... ข้าเกือบลืมไปเลย ถึงตอนนั้นพวกเจ้าจะยังมีชีวิตรอดจากภัยพิบัติทมิฬได้หรือไม่ก็ยังไม่รู้เลย...”

ตาเฒ่ามารอัคคีกล่าวเย้ยหยันออกมา

เห็นได้ชัดว่าที่เขาพูดมามากมายขนาดนี้

เป็นเพราะฝ่ายมารนั้นถูกกดขี่มานานเกินไปจริงๆ

ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกที่จะร่วมมือกับเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติทมิฬ

และเผ่าป๋าก็รับปากพวกเขาว่า หลังจากภัยพิบัติทมิฬครั้งใหญ่สิ้นสุดลง ฝ่ายมารจะได้กลายเป็นผู้ปกครองที่ถูกต้องของทะเลเจี้ยไห่

“โง่เขลา!”

อวิ๋นไท่โต่วส่ายหัวเบาๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความดูแคลน

ยามที่รังนกถูกทำลาย ไข่นกย่อมไม่อาจคงสภาพเดิมได้

เมื่อภัยพิบัติทมิฬครั้งใหญ่ปะทุขึ้นอย่างเต็มที่ ถึงเวลานั้นมรดกและลัทธิต่างๆ จะต้องถูกตัดขาด

ผู้ปกครองฝ่ายมารงั้นหรือ?

ถึงตอนนั้นเกรงว่าแม้แต่มรดกของฝ่ายมารเองก็คงจะสูญสิ้นไปเช่นกัน

ทว่าตาเฒ่ามารอัคคีและคนอื่นๆ กลับถูกกดขี่มานานเกินไปแล้ว

พวกเขาต้องการความหวังและตัวแปรสำคัญที่จะเปลี่ยนโลกใบนี้

และภัยพิบัติทมิฬครั้งใหญ่นี่แหละคือตัวแปรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด!

“ห่วงตัวเองก่อนเถอะ...”

ตาเฒ่ามารอัคคีและคนอื่นๆ ต่างก็เผยจิตสังหารออกมาอย่างรุนแรง

ในเมื่อพวกเขาเลือกเส้นทางนี้แล้ว ย่อมไม่มีทางให้หันหลังกลับ

ทำได้เพียงเดินตามเผ่าพันธุ์ภัยพิบัติทมิฬไปจนสุดทางเท่านั้น!

ในตอนนั้นเอง มหาจักรพรรดิสู่เหมิงแห่งเผ่าป๋าก็ยกมือขึ้นโบกสะบัดพลางออกคำสั่ง

“กองทัพเผ่าป๋าทั้งหมดฟังคำสั่ง ฆ่า!”

สิ้นเสียงคำว่า ‘ฆ่า’ ที่เต็มไปด้วยไอสังหาร

เบื้องหลังมหาจักรพรรดิทั้งเจ็ดของเผ่าป๋า กองทัพเผ่าป๋าอันไพศาลก็ได้ปรากฏตัวขึ้น

ภายในกองทัพนั้นมีทั้งระดับกึ่งจักรพรรดิและยอดฝีมือในขอบเขตเจ็ดจอมราชัน

แต่ที่มากที่สุดกลับเป็นเหล่าสมาชิกเผ่าป๋าที่รวมตัวกันอยู่อย่างหนาแน่นจนนับไม่ถ้วน

แม้ว่าหากเปรียบเทียบกับเผ่าซื่อแล้ว เผ่าป๋าจะไม่ได้เน้นที่จำนวนและไม่มีประชากรที่มากจนผิดปกติเช่นนั้น

แต่ภาพที่เห็นในยามนี้ก็ยังคงดูราวกับคลื่นยักษ์สีดำที่กำลังโหมกระหน่ำเข้ามา

ในชั่วพริบตา กลิ่นอายแห่งการเข่นฆ่าสังหารก็ปกคลุมไปทั่วทั้งฟ้าดิน

นอกจากนี้ยังมีพลังแห่งความแห้งเหี่ยวอันน่าสะพรึงกลัวแผ่กระจายออกมาด้วย

นั่นคือพลังแห่งความแห้งเหี่ยวซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเผ่าป๋า

“กองทัพจวินตี้ถิงฟังคำสั่ง ฆ่า!”

ทางฝั่งจักรวาลเสวียนหวง จวินเซียวเหยียนก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบเช่นกัน

กองกำลังของจวินตี้ถิงเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว

“ตระกูลจักรพรรดิอวิ๋น ข้าอยากจะลองดีกับพวกเจ้ามานานแล้ว!”

ตาเฒ่ามารอัคคีและมหาจักรพรรดิฝ่ายมารอีกสองท่านพุ่งเข้าจู่โจมบรรพชนโบราณของตระกูลจักรพรรดิอวิ๋นโดยตรง

“รนหาที่ตาย ข้าจะสงเคราะห์ให้!”

อวิ๋นโม่และคนอื่นๆ เริ่มลงมือตอบโต้

“พวกเราเองก็ลงมือเถอะ รีบจบการต่อสู้นี้ให้เร็วที่สุด!”

มหาจักรพรรดิคังเหวยแห่งเผ่าป๋ากล่าวขึ้น

มหาจักรพรรดิที่เหลือต่างพยักหน้าเห็นพ้องและเริ่มเปิดฉากโจมตี

ในฝั่งนี้ อวิ๋นไท่โต่วเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว กลิ่นอายของเขาพุ่งทะยานจนสั่นสะเทือนไปถึงสรวงสวรรค์เก้าชั้นฟ้า

นอกจากนี้ยังมีราชันพยัคฆ์กล้า ราชันวิญญาณลึกลับ และยอดฝีมือคนอื่นๆ จากจักรวาลเสวียนหวงที่เริ่มลงมือเช่นกัน

ในชั่วขณะนั้น กฎเกณฑ์ระหว่างฟ้าดินก็พลันปั่นป่วน เมฆาที่ปกคลุมพื้นที่นับล้านล้านหลี่ถูกทำลายจนสูญสิ้น

นี่คือสงครามระดับมหาจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่เพียงใด ราวกับท้องฟ้ากำลังถล่มและแผ่นดินกำลังจะแยกออกจากกัน

หากไม่ใช่เพราะจักรวาลเสวียนหวงเป็นพหุจักรวาลที่มีกฎเกณฑ์พื้นที่ที่มั่นคงแข็งแกร่งอย่างยิ่ง

ไม่อย่างนั้นมันคงไม่อาจทนรับการต่อสู้ระดับนี้ได้และคงจะกลายเป็นรูพรุนไปหมดแล้ว

ทว่าในยามนี้ สถานการณ์ของจักรวาลเสวียนหวงเองก็ไม่สู้ดีนัก

เผ่าป๋าย่อมไม่สนใจว่าการต่อสู้จะส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในจักรวาลเสวียนหวงหรือไม่

แม้ว่าอวิ๋นไท่โต่วและคนอื่นๆ จะพยายามชักนำสนามรบออกไปให้พ้นจากห้วงดาราของจักรวาลเสวียนหวงก็ตาม

แต่สนามรบนั้นไม่อาจควบคุมได้ดั่งใจ

บางครั้งเพียงแค่กระบวนท่าวิถีจักรพรรดิที่กวาดออกไปอย่างไร้คู่เปรียบเพียงท่าเดียว ก็สามารถดับสูญพื้นที่อันกว้างใหญ่ได้ในพริบตา และทำให้สิ่งมีชีวิตนับหลายสิบล้านต้องตายตกไปทันที

และนี่เป็นเพียงผลกระทบจากจักรวาลเดียวเท่านั้น

ลองจินตนาการดูเถิดว่าหากภัยพิบัติทมิฬครั้งใหญ่จุติลงมาจริงๆ มันจะน่าสะพรึงกลัวเพียงใด?

ถึงตอนนั้น เผ่าพันธุ์ภัยพิบัติทมิฬทั้งหมดในเขตแดนไร้ผู้คนจะพากันยกทัพออกมาจนหมดสิ้น

ยามนั้นจะไม่ใช่เพียงแค่จักรวาลเดียวที่ต้องเผชิญกับภัยพิบัติ

แต่มันจะเป็นจักรวาลและโลกต่างๆ นับไม่ถ้วนในทะเลเจี้ยไห่ที่ต้องพบกับหายนะ

และมันจะรุนแรงยิ่งกว่าสถานการณ์ในจักรวาลเสวียนหวงตอนนี้มากมายมหาศาลนัก!

การต่อสู้และการปะทะกันในระดับจักรวาลเช่นนี้ช่างโหดร้ายทารุณยิ่ง

แน่นอนว่าในสถานการณ์เช่นนี้ จวินเซียวเหยียนย่อมไม่นิ่งดูดาย

เขาคือเจ้าแห่งจักรวาลเสวียนหวง

แม้ว่าครรภ์จักรวาลจะได้รับผลกระทบจากคทากระดูกฮั่นป๋าจนไม่สามารถใช้สะกดข่มพลังของยอดฝีมือเผ่าป๋าได้

แต่อย่างน้อยเขาก็ยังสามารถใช้มันเพื่อปกป้องจักรวาลเสวียนหวงได้

และพยายามลดความสูญเสียของสิ่งมีชีวิตในจักรวาลเสวียนหวงให้เหลือน้อยที่สุด

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 2260 - สามยักษ์ใหญ่ฝ่ายมารและการเปิดฉากสงคราม

คัดลอกลิงก์แล้ว