- หน้าแรก
- ศิษย์น้องขยันแทบตาย ศิษย์พี่แค่นอนหายใจก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 140 - นั่งดื่มสุราในม่านมุ้ง สังหารไกลถึงพันลี้!
บทที่ 140 - นั่งดื่มสุราในม่านมุ้ง สังหารไกลถึงพันลี้!
บทที่ 140 - นั่งดื่มสุราในม่านมุ้ง สังหารไกลถึงพันลี้!
บทที่ 140 - นั่งดื่มสุราในม่านมุ้ง สังหารไกลถึงพันลี้!
"เมื่อกี้เจ้าบอกว่า เจ้าจะฆ่าใครนะ?"
หลิวเทียนเสวียนหิ้วไหสุราพลางเอ่ยถามประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนจี๋ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ถึงแม้จะเป็นน้ำเสียงที่ปราศจากรังสีอำมหิตใดๆ แต่มันกลับทำให้ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนจี๋รู้สึกถึงแรงกดดันอันมหาศาลอย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน หัวใจของเขาถูกบีบรัดแน่นราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นขย้ำ!
ราวกับว่าแค่พริบตาเดียว มันก็พร้อมจะแหลกสลาย!
เหงื่อเย็นผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผากของเขาทันที
ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน?
ไหนบอกว่าสำนักสู่เซียนมีแค่หลี่เสวียนที่เป็นอริยะคนเดียวไง?
แล้วนางโผล่มาได้ยังไง ทำไมตอนที่นางเข้ามาใกล้ขนาดนี้ เขาถึงไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด?!
นาง หลบหลีกการตรวจสอบจากสัมผัสเทวะของเขาได้อย่างไร?!
คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัว
ในสายตาของประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนจี๋ หลิวเทียนเสวียนเต็มไปด้วยปริศนาอันดำมืด
เขาลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ไม่กล้าผลีผลามลงมือ "ไม่ทราบว่าแม่นางคือผู้ใด? และมีความเกี่ยวข้องอันใดกับสำนักสู่เซียนแห่งนี้หรือ?"
"ข้าถามว่าเมื่อกี้เจ้าบอกว่าจะฆ่าใคร?"
หลิวเทียนเสวียนทวนคำถามเดิมอีกครั้ง
ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนจี๋เงียบไปครู่หนึ่ง "แม่นางมีความเกี่ยวข้องกับหลี่เสวียนงั้นรึ?"
"เขาเป็นศิษย์ข้า"
หลิวเทียนเสวียนยกไหสุราขึ้นกระดกอึกใหญ่
และในจังหวะที่นางกำลังดื่มสุราอยู่นั้นเอง ร่างกายของนางก็เผยให้เห็นช่องโหว่เต็มไปหมด ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนจี๋ตาเป็นประกายวาววับ เขาฉวยโอกาสนี้ลงมือสุดกำลังทันที!!
เขาควบแน่นปราณกระบี่ที่ปลายนิ้ว โคจรพลังปราณแท้ รวบรวมพลังขับเคลื่อนแห่งฟ้าดินทั้งหมดไว้ที่ปลายนิ้ว ก่อนจะยิงปราณกระบี่สีทองอร่ามพุ่งทะยานออกไป!
นั่นคือทักษะยุทธ์เฉพาะตัวของแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนจี๋...
ดรรชนีกระบี่เทียนจี๋!
มันคือวิถีอริยะขั้นสูงสุดที่มีอานุภาพร้ายกาจและดุดันไร้เทียมทาน!
เมื่อบวกกับระดับพลังของประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนจี๋ เพียงแค่ลงมือก็มีพลังทำลายล้างที่สามารถพรากชีวิตได้ ต่อให้เป็นมหาอริยะ หากโดนกระบี่นี้เข้าไปก็คงต้องสิ้นชีพในพริบตา
แม้แต่ยอดฝีมือระดับจอมอริยะที่อยู่ในขั้นเดียวกับเขา หากโดนกระบี่นี้เข้าไปก็ต้องบาดเจ็บสาหัส!
หรือต่อให้เป็นระดับมหาจอมอริยะไร้ขอบเขตที่อยู่เหนือกว่าเขาไปหนึ่งขั้น หากโดนลอบโจมตีในขณะที่เต็มไปด้วยช่องโหว่แบบนี้ ก็ต้องได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน!
ปราณกระบี่พุ่งทะยานแหวกอากาศเข้ามา
แต่หลิวเทียนเสวียนก็ยังคงดื่มสุราต่อไปราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย!
ทว่าในวินาทีที่ปราณกระบี่พุ่งเข้ามาใกล้ในระยะสามฉื่อ มันกลับถูกบาเรียปราณแท้ที่มองไม่เห็นสกัดกั้นเอาไว้ ปราณกระบี่สีทองอันคมกริบนั้น แตกสลายไปทีละนิ้วๆ!!
ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนจี๋รูม่านตาหดเกร็ง เขาสูดลมหายใจเย็นเฉียบเข้าปอด
อีกฝ่าย เพียงแค่ใช้บาเรียป้องกันตัว ก็สามารถสกัดกั้นการโจมตีเต็มกำลังของเขาได้เนี่ยนะ!!
นะ นี่มันระดับพลังอะไรกัน?!
ต่อให้เป็นระดับมหาจอมอริยะไร้ขอบเขต ก็ไม่มีทางทำแบบนี้ได้หรอก!!
สัตว์ประหลาด!
ภายในสำนักสู่เซียน มีสัตว์ประหลาดแบบนี้ซ่อนอยู่ด้วยรึ!
ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนจี๋ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขารีบหันหลังหนีสุดชีวิต ไม่เพียงแค่นั้น เขายังหยิบยันต์เวทแผ่นหนึ่งออกมาฉีกทำลาย พลังแห่งห้วงมิติจากยันต์เวทแผ่ซ่านออกมาห่อหุ้มร่างของเขา และเพียงพริบตาเดียว มันก็พาเขาหนีห่างออกไปไกลถึงแปดพันลี้!!
ยันต์เวทแผ่นนี้ คือยันต์เวทระดับอริยะขั้นสูง
มันคือไพ่ตายสำหรับหนีเอาชีวิตรอดของประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนจี๋
เขาเก็บรักษามันมานานหลายปี ไม่เคยคิดจะนำออกมาใช้
แต่วันนี้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหลิวเทียนเสวียน เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องงัดมันออกมาใช้!
ผู้หญิงคนนั้นมันน่ากลัวเกินไปแล้ว!
หลิวเทียนเสวียนวางไหสุราลง นางทอดสายตาอันเลื่อนลอยมองไปไกล "คิดจะฆ่าศิษย์ข้า แล้วคิดจะหนีไปง่ายๆ แบบนี้งั้นรึ? ยันต์ห้วงมิติ... ก็คุ้มครองเจ้าไม่ได้หรอกนะ!"
"สังหารไกลพันลี้!"
นางควบแน่นปราณกระบี่ที่ปลายนิ้ว แล้วชี้ไปข้างหน้า!
ปราณกระบี่สีทองสายหนึ่งพุ่งแหวกอากาศ ทะลวงมิติหายวับไป!
…………
ห่างจากสำนักสู่เซียนออกไปแปดพันลี้
ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนจี๋ยืนหอบหายใจด้วยความหวาดผวา "น่ากลัวเกินไปแล้ว ผู้หญิงคนนั้น หรือว่าระดับพลังของนางจะก้าวไปถึงขั้นกึ่งจักรพรรดิแล้วรึ?!"
"ไม่อย่างนั้น นางคงไม่มีทางใช้แค่บาเรียป้องกันตัวมารับการโจมตีเต็มกำลังของข้าได้หรอก!"
"กึ่งจักรพรรดิ? สำนักสู่เซียนมียอดฝีมือระดับกึ่งจักรพรรดิ... น่ากลัวเกินไปแล้ว"
ในดินแดนเทียนเสวียน ผู้ที่บรรลุถึงระดับกึ่งจักรพรรดินั้นมีอยู่เพียงหยิบมือเดียว
ในยุคสมัยที่ไร้ซึ่งมหาจักรพรรดิ กึ่งจักรพรรดิก็คือตัวตนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุด
เพียงแค่คำพูดประโยคเดียว ก็สามารถชี้เป็นชี้ตายให้กับแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งได้เลย!
ต่อให้เป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ที่มีรากฐานลึกล้ำอย่างแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนจี๋ ก็ยังไม่มียอดฝีมือระดับกึ่งจักรพรรดิประจำการอยู่ มีเพียงสำนักเร้นลับในตำนานเท่านั้นที่อาจจะมีตัวตนระดับนี้ซ่อนอยู่
เขามองกลับไปยังทิศทางของสำนักสู่เซียนด้วยความหวาดระแวง ก่อนจะเตรียมตัวจากไป
แต่ทันใดนั้นเอง
ท่ามกลางความว่างเปล่า ปราณกระบี่สีทองสายหนึ่งก็พุ่งแหวกมิติออกมา!
ด้วยอานุภาพที่ดุดันและไร้เทียมทาน มันพุ่งตัดผ่านลำคอของเขาไปอย่างรวดเร็ว!
ฉัวะ!
เลือดสดๆ สาดกระเซ็น!
ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนจี๋ยกมือขึ้นกุมลำคอแน่น ดวงตาเบิกโพลงด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ทะ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้...
เขาอุตส่าห์หนีมาไกลขนาดนี้แล้วแท้ๆ!
ทำไม ทำไมอีกฝ่ายถึงยังตามหาเขาเจอได้อีก!!
แถมเขายังไม่ทันได้เห็นหน้าอีกฝ่ายเลยด้วยซ้ำ มีเพียงปราณกระบี่สายเดียวที่ส่งมา...
นั่งดื่มสุราในม่านมุ้ง สังหารไกลถึงพันลี้!
"ขะ ข้าไม่ยอม..."
หากย้อนเวลากลับไปได้ เขาจะไม่มีวันเหยียบย่างเข้าไปในสำนักสู่เซียนเด็ดขาด
ไม่สิ เขาจะไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเท้าเข้ามาในดินแดนตะวันออกเลยด้วยซ้ำ!
แต่น่าเสียดาย ที่เขาไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้ว
เลือดทะลักออกจากลำคอของประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนจี๋อย่างบ้าคลั่ง วินาทีต่อมา ปราณกระบี่ก็ระเบิดออก ศีรษะของเขาหลุดกระเด็นลอยขึ้นฟ้าพร้อมกับน้ำพุเลือด ก่อนจะร่วงหล่นลงมาคลุกฝุ่น!
ยอดฝีมือระดับจอมอริยะแห่งยุค...
ต้องมาจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถกลางป่าเขาเช่นนี้เอง!
…………
ณ สำนักสู่เซียน
หลิวเทียนเสวียนหิ้วไหสุราเดินมุ่งหน้ากลับไปที่ยอดเขาเทียนเสวียนพลางบ่นพึมพำ "ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย พลังเก่งขึ้นก็จริง แต่ฝีมือการแกว่งเท้าหาเสี้ยนก็เก่งขึ้นเป็นเงาตามตัวเหมือนกันนะ เพิ่งจะไปมิติเร้นลับมาแท้ๆ ก็ดันไปลากเอาตัวซวยระดับจอมอริยะกลับมาด้วย
ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป อีกไม่กี่ปีคงได้มีมหาจักรพรรดิมาเคาะประตูเรียกหน้าบ้านแน่ๆ
เฮ้อ สำนักสู่เซียนนี่ ขาดข้า หลิวเทียนเสวียนไม่ได้จริงๆ ด้วย! ไอ้พวกตาแก่พวกนั้นก็เอาแต่ด่าว่าข้าทำตัวไร้สาระ ถ้าไม่มีข้านะ ป่านนี้พวกเจ้าตายห่ากันไปเจ็ดแปดรอบแล้วมั้ง..."
พอคิดแบบนี้ หลิวเทียนเสวียนก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองช่างเป็นคนที่เสียสละและยิ่งใหญ่เหลือเกิน
ทำความดีปิดทองหลังพระ ไม่หวังสิ่งตอบแทน
นี่มันคำนิยามของข้าชัดๆ เลยนะเนี่ย
ณ ยอดเขาเทียนเสวียน
หลังจากหลี่เสวียนจัดการพาศิษย์น้องสองคนที่เมาแอ๋ไปนอนพักเรียบร้อยแล้ว พอเปิดประตูออกมา เขาก็เห็นหลิวเทียนเสวียนเดินโซเซกลับมาพอดี
ไหสุราในมือของนางว่างเปล่า
เดาว่านางคงจะเดินไปซดไปจนหมดเกลี้ยงแล้วล่ะ
หลี่เสวียนรีบเดินเข้าไปหา "ท่านอาจารย์ ท่านเมาแล้วหรือขอรับ?"
"ข้าไม่ได้เมา!" หลิวเทียนเสวียนเถียงเสียงแข็ง พร้อมกับชูไหสุราขึ้นสูง "ข้ายังดื่มได้อีกสิบไห! ไม่สิ ร้อยไหเลยเอ้า!"
หลี่เสวียนมุมปากกระตุก
นี่แหละอาการของคนเมาแล้วไม่ยอมรับชัดๆ!
แม่ร่วง
บนยอดเขาเทียนเสวียนมีกันอยู่แค่สี่คน แต่ดันเล่นเมาปลิ้นไปซะสามคนแล้ว
ส่วนตัวเขาที่ปกติชอบดื่มสุราที่สุด กลับเป็นคนเดียวที่ยังมีสติครบถ้วน
พวกท่านสามคนไม่รู้สึกผิดกันบ้างรึไงเนี่ย?
หลี่เสวียนประคองหลิวเทียนเสวียนที่เดินโซเซไปมาเพื่อพากลับไปที่ถ้ำ "ใช่ๆ ขอรับ ท่านอาจารย์ไม่ได้เมา ท่านอาจารย์คอแข็งจะตาย เรากลับไปดื่มกันต่อที่ถ้ำเถอะนะขอรับ"
"เด็กดี เชื่อฟังข้านะ"
เมื่อเห็นหลี่เสวียนพูดจาอ่อนโยน หลิวเทียนเสวียนก็พองแก้มป่อง เบิกตากว้างด้วยความโมโห "นี่เจ้ากำลังหลอกเด็กอยู่รึไง! เจ้าคิดว่าข้าเป็นยัยหนูสองคนนั้นรึไงฮะ? ไม่มีสัมมาคารวะเอาซะเลย ข้าเป็นอาจารย์เจ้านะเว้ย!!"
หลี่เสวียนรีบพยักหน้ารับ "อ่า ใช่ๆ ขอรับ ท่านคืออาจารย์ของข้า ท่านอาจารย์ต้องเชื่อฟังข้านะขอรับ พวกเรากลับถ้ำกันก่อนดีไหม"
"เจ้า เจ้า เจ้า..." หลิวเทียนเสวียนชี้หน้าเขา ตั้งใจจะด่าอีกสักสองสามประโยค แต่ก็รู้สึกมึนหัวไปหมด เลยได้แต่ปล่อยให้เขาประคองกลับไปที่ถ้ำแต่โดยดี
ระหว่างทาง หลิวเทียนเสวียนก็หาวหวอดๆ ออกมา แล้วจู่ๆ นางก็ขี้เกียจเดินซะงั้น ทิ้งตัวล้มแหมะลงไปบนพื้น ปล่อยให้หลี่เสวียนต้องเป็นคนแบกนางกลับไปแทน
หลี่เสวียนถอนหายใจอย่างอ่อนอกอ่อนใจ "ยอดเขาเทียนเสวียนนี่ ขาดข้าไม่ได้จริงๆ สินะ ท่านอาจารย์ก็พึ่งพาไม่ได้ ศิษย์น้องก็ยังไม่โต ภาระของข้านี่มันช่างหนักหนาเสียจริง"
ต้องเป็นทั้งพ่อทั้งแม่เลยแฮะ
ยอดเขาเทียนเสวียนถ้าไม่มีเขา คงเละเทะไปแล้ว
ระหว่างทางที่แบกนางกลับ หลี่เสวียนแว่วเสียงหลิวเทียนเสวียนพึมพำอะไรบางอย่างทำนองว่า 'ใครกล้าฆ่าศิษย์ข้า รนหาที่ตายนัก'
หลี่เสวียนรู้สึกแปลกใจ มีคนจะฆ่าข้างั้นรึ?
ใครกัน?
ทำไมข้าไม่เห็นจะรู้สึกอะไรเลยล่ะ?
เขานึกถึงระบบขึ้นมาได้ จึงเอ่ยถาม "ระบบ มีคนจะฆ่าข้าหรือ?"
[มีครับ]
"ใครกัน?"
[ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนจี๋!]
"แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหนล่ะ?"
[ตายแล้วครับ]
"ฝีมือท่านอาจารย์ข้าใช่ไหม?"
[ใช่ครับ]
หลี่เสวียนหันไปมองหลิวเทียนเสวียนพลางถอนหายใจด้วยความซาบซึ้งใจ สมกับเป็นท่านอาจารย์จริงๆ ยอมแบกรับภาระทุกอย่างไว้คนเดียวเงียบๆ น่ารักที่สุดเลย
[จบแล้ว]