- หน้าแรก
- ศิษย์น้องขยันแทบตาย ศิษย์พี่แค่นอนหายใจก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 110 - รสชาติหวานเจี๊ยบ! ปราณม่วงก่อกำเนิด!
บทที่ 110 - รสชาติหวานเจี๊ยบ! ปราณม่วงก่อกำเนิด!
บทที่ 110 - รสชาติหวานเจี๊ยบ! ปราณม่วงก่อกำเนิด!
บทที่ 110 - รสชาติหวานเจี๊ยบ! ปราณม่วงก่อกำเนิด!
ให้โอสถศิษย์น้อง
ก็เพราะศิษย์น้องสองคนผูกติดอยู่กับระบบของเขา พวกนางจะมีอันตรายไม่ได้เด็ดขาด
ให้โอสถสำนัก
ก็เพราะถ้าสำนักสู่เซียนเจริญรุ่งเรืองและมีอำนาจบารมีในดินแดนตะวันออกมากขึ้น ตัวเขาที่เป็นศิษย์พี่ใหญ่ก็ย่อมมีหน้ามีตาตามไปด้วย
ส่วนที่ให้โอสถหลิวเทียนเสวียน
ก็เพื่อประจบประแจงและเกาะต้นขาของท่านอาจารย์ให้แน่นๆ ยังไงล่ะ!
ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วหลิวเทียนเสวียนมีระดับพลังสูงส่งขนาดไหน แต่ที่แน่ๆ คือต้องเก่งกว่าเขาในตอนนี้อย่างแน่นอน การเอาใจและเกาะติดนางไว้ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยนะ!
หลิวเทียนเสวียนมองดูใบหน้าที่เคร่งขรึมจริงจังของหลี่เสวียน เมื่อได้ยินคำพูดเอาหล่อของเขา มุมปากของนางก็กระตุกเล็กน้อย
นางไม่มีทางเชื่อหรอกว่าหลี่เสวียนจะยิ่งใหญ่และเสียสละได้ขนาดนั้น!
แต่วิญญูชนวัดกันที่การกระทำ ไม่ใช่ที่ความคิด!
ในเมื่อหลี่เสวียนทำแบบนี้ ไม่ว่าเขาจะมีจุดประสงค์อะไร เขาก็คือวิญญูชน และสมควรได้รับการยกย่อง
หลิวเทียนเสวียนปรายตามองโอสถ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เจ้าเก็บไว้เถอะ ของขมๆ ฝาดๆ แบบนี้ ข้าไม่กินหรอกนะ"
จิ๊
นี่มันโอสถระดับอริยะเลยนะเว้ย
ไม่นึกเลยว่าจะมีวันที่มันถูกคนรังเกียจแบบนี้
หลี่เสวียนเองก็นึกไม่ถึงเหมือนกัน
เขาจึงหยิบขวดโอสถขวดอื่นออกมาอีกหลายขวด "ท่านอาจารย์ ถ้าไม่ชอบโอสถรังสรรค์ชีวา ข้ายังมีโอสถชนิดอื่นอีกนะขอรับ"
"ก็บอกแล้วไง ว่าของพวกนี้มันขมและฝาด..."
หลิวเทียนเสวียนพูดยังไม่ทันจบ หลี่เสวียนก็เปิดฝาขวดโอสถขวดหนึ่งออก
พริบตาเดียว กลิ่นหอมของโอสถก็ลอยฟุ้งออกมา!
กลิ่นหอมนี้ ไม่เหมือนกับกลิ่นโอสถทั่วไป แต่มันแฝงความหวานละมุน ราวกับกลิ่นผลไม้สดชื่น
"นี่คือโอสถอะไรน่ะ" หลิวเทียนเสวียนถามด้วยความประหลาดใจ
นางหยิบขวดไปขวดหนึ่ง เทโอสถออกมาหนึ่งเม็ดแล้วโยนเข้าปาก รสสัมผัสทำให้ดวงตาของนางเป็นประกาย "ไม่ขมไม่ฝาด แถมยังมีรสผลไม้อีก นี่มันรสสตรอว์เบอร์รีนี่นา!"
หลี่เสวียนยกนิ้วโป้งให้ "ลิ้นของท่านอาจารย์รับรสได้แม่นยำมาก! นี่แหละคือโอสถกลั่นลมปราณรสสตรอว์เบอร์รีที่ข้าคิดค้นขึ้นมาเอง!"
"นอกจากนี้ยังมีรสแอปเปิล รสแตงโม รสองุ่น... เชิญท่านอาจารย์ลองชิมดูนะขอรับ ถ้าชอบ วันหลังลูกศิษย์จะหลอมมาถวายอีก"
หลี่เสวียนนำเสนอโอสถอย่างกระตือรือร้นราวกับกำลังถวายของล้ำค่า
หลิวเทียนเสวียนรับโอสถไปชิมทีละขวด ยิ่งกินก็ยิ่งอารมณ์ดี
แป๊บเดียว สองแก้มของนางก็ป่องไปด้วยโอสถเต็มปาก
รสชาติหวานเจี๊ยบของโอสถ ทำให้อารมณ์ของนางเบิกบานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "ดีมาก ดีมากเลย เสวียนน้อย เจ้าอุตส่าห์คิดไอเดียบรรเจิดแบบนี้ขึ้นมาได้ เก่งกว่าพวกปรมาจารย์หลอมโอสถคร่ำครึน่าเบื่อพวกนั้นตั้งเยอะ"
"โอสถน่ะ มันก็ต้องทั้งมีประโยชน์และอร่อยแบบนี้สิถึงจะถูก"
ดวงตาของนางโค้งเป็นรูปสระอิ เวลาพูดก็ยังมีกลิ่นหอมของผลไม้โชยออกมาด้วย
หลี่เสวียนมองดูคราบโอสถที่ติดอยู่บนริมฝีปากแดงระเรื่อของนาง จู่ๆ ในหัวของเขาก็มีความคิดสุดอาจหาญผุดขึ้นมา ถ้าลองชิมริมฝีปากของนางตอนนี้ มันจะเป็นรสอะไรกันนะ
รสสตรอว์เบอร์รี รสแอปเปิล หรือรสองุ่น
หลิวเทียนเสวียนสังเกตเห็นสายตาของหลี่เสวียน นางจึงยิ้มอย่างมีเลศนัย "อยากลองชิมดูไหมล่ะ"
"อยากขอรับ" หลี่เสวียนตอบกลับไปตามสัญชาตญาณ
แต่แล้วเขาก็ได้สติ และสูดลมหายใจเข้าลึก
ให้ตายเถอะ
นี่เขากล้ากำเริบเสิบสานถึงขนาดนี้ จะโดนท่านอาจารย์ตีก้นไหมเนี่ย!
แต่กลับกลายเป็นว่า หลิวเทียนเสวียนใช้นิ้วแตะที่ริมฝีปากของตัวเองเบาๆ แล้วนำมาแตะที่ริมฝีปากของหลี่เสวียน พลางยิ้มหยอกล้อ "รสอะไรล่ะ"
หลี่เสวียนเลียริมฝีปากตัวเอง "รสผลไม้ขอรับ แต่มันผสมกันหลายอย่างจน..."
เขายังพูดไม่ทันจบ ก็สังเกตเห็นว่าใบหน้าของหลิวเทียนเสวียนที่อยู่ตรงหน้า จู่ๆ ก็แดงก่ำขึ้นมา นางถลึงตาใส่เขาด้วยความโกรธ
หลี่เสวียนชะงักไป เกิดอะไรขึ้นเนี่ย
ข้าไปทำอะไรผิดอีกล่ะ
แล้วเขาก็นึกขึ้นมาได้ หลิวเทียนเสวียนแค่เอานิ้วมาแตะที่ริมฝีปากเขาเท่านั้น ไม่ได้บอกให้เขาเลียนิ้วนางสักหน่อย
แต่ว่า แต่ว่า...
สถานการณ์แบบนี้ ใครมันจะไปอดใจไหวเล่า!
เพราะฉะนั้น เรื่องทั้งหมดนี้ต้องโทษท่านอาจารย์นั่นแหละที่มาอ่อยเขาก่อน!
แต่พอเห็นหลิวเทียนเสวียนที่กำลังโกรธจนหน้าแดงก่ำ หลี่เสวียนก็รู้ดีว่าขืนพูดแบบนั้นออกไปมีหวังศพไม่สวยแน่ เขารีบพูดว่า "ท่านอาจารย์ ข้ามีธุระ ขอตัวก่อนนะขอรับ!"
พูดจบ เขาก็วิ่งหนีออกจากถ้ำพำนักของหลิวเทียนเสวียนไปอย่างรวดเร็ว
หลิวเทียนเสวียนมองแผ่นหลังของเขา กัดฟันกรอด
แล้วเมื่อนางมองดูนิ้วที่ยังมีคราบน้ำลายเปียกชื้นติดอยู่ แววตาของนางก็วูบไหว ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน หัวใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ
แบบนี้ จะถือว่าเป็นการจูบทางอ้อมหรือเปล่านะ
นางตบเตียงดังปัง "หึ ไอ้ลูกศิษย์ทรยศ ช่างกล้านักนะ! ข้าต้องทำโทษไม่ให้มันเข้ามาในถ้ำพำนักของข้าสักสิบปีเลยคอยดู!!"
นางมองดูโอสถเหล่านั้น แล้วใบหน้าก็เผยให้เห็นความลังเล
แต่ถ้าไม่ให้เขาเข้ามา แล้วต่อไปข้าจะได้กินโอสถพวกนี้อีกได้ยังไงล่ะ "งั้น ทำโทษแค่ปีเดียวดีไหม"
"ไม่เอาๆ โอสถพวกนี้กินได้ไม่ถึงปีหรอก หนึ่งเดือนดีไหม... ช่างเถอะ ทำโทษไม่ให้เข้ามาสามวันก็แล้วกัน ให้มันหลาบจำซะบ้าง!"
หลิวเทียนเสวียนแค่นเสียงเบาๆ ก่อนจะหยิบโอสถอีกเม็ดโยนเข้าปาก
รสชาติหวานล้ำที่แผ่ซ่านในช่องปาก ทำให้นางอารมณ์ดีจนดวงตาโค้งเป็นรูปสระอิอีกครั้ง
............
อีกด้านหนึ่ง
หลี่เสวียนหนีออกมาจากถ้ำพำนักราวกับวิ่งหนีตาย เขายกมือขึ้นตบหน้าอกเบาๆ ปลอบประโลมหัวใจที่กำลังเต้นระรัว "เฮ้อ โชคดีนะเนี่ยที่ท่านอาจารย์ไม่ถือสาหาความข้า แต่จะว่าไปแล้ว... รสชาติมันก็หวานเจี๊ยบจริงๆ นั่นแหละ"
"อืม... คงเป็นเพราะความหวานจากโอสถที่ข้าหลอมนั่นแหละ"
ทันใดนั้นเอง
เสียงระฆังก็ดังกังวานมาจากทางฝั่งยอดเขาเสวียนเทียน
หลี่เสวียนประหลาดใจเล็กน้อย "เกิดอะไรขึ้น"
เสียงระฆังนี้ คือสัญญาณแจ้งเหตุฉุกเฉิน
มันจะดังขึ้นก็ต่อเมื่อมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นเท่านั้น!
เขารีบมุ่งหน้าไปยังยอดเขาเสวียนเทียนทันที เมื่อไปถึงก็พบชายชราคนหนึ่งร่างโชกไปด้วยเลือด ลมหายใจรวยริน และมีเจ้าสำนักสู่เซียนกำลังช่วยรักษาอาการบาดเจ็บให้อยู่
ชายชราผู้นั้นก็คือ เจ้ายอดเขาเทียนฮั่วนั่นเอง!
หลี่เสวียนตกใจมาก
พระเจ้าช่วย เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นจริงๆ ด้วย!
เจ้าสำนักสู่เซียนรีบหยิบโอสถรังสรรค์ชีวาไม่ดับสูญออกมา
เจ้ายอดเขาเทียนฮั่วถอนหายใจ "ท่านเจ้าสำนัก อย่าเปลืองแรงเลย อาการของข้า ข้าลู้ตัวดี คงอยู่ได้อีกไม่กี่ชั่วยามแล้วล่ะ"
"กินเข้าไป!" เจ้าสำนักสู่เซียนสั่งเสียงแข็ง
"เฮ้อ จะสิ้นเปลืองไปทำไม..."
"ข้าสั่งให้กินก็กินสิ จะพูดมากทำไมให้เสียเวลา!"
เจ้าสำนักสู่เซียนบีบปากเจ้ายอดเขาเทียนฮั่ว แล้วยัดโอสถเข้าไปทันที
เมื่อโอสถตกถึงท้อง
เจ้ายอดเขาเทียนฮั่วที่กำลังจะอ้าปากพูดต่อ ก็หน้าเปลี่ยนสีทันที "เชี่ย!"
พลังยามหาศาลระเบิดออกในร่างกายของเขา พร้อมกับพลังแห่งชีวิตอันเต็มเปี่ยม อาการบาดเจ็บที่เขาคิดว่าไม่อาจรักษาได้ กลับฟื้นฟูอย่างรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ ภายใต้การหล่อเลี้ยงของฤทธิ์ยานั้น!
ไม่นาน อาการบาดเจ็บของเขาก็หายเป็นปลิดทิ้ง!
แถมยังดูแข็งแรงและมีชีวิตชีวายิ่งกว่าตอนที่ยังไม่บาดเจ็บเสียอีก
เขาตกตะลึงไปเลย
"นี่มันโอสถอะไรกัน ทำไมถึงมีสรรพคุณร้ายกาจขนาดนี้!"
"นี่คือโอสถรังสรรค์ชีวาไม่ดับสูญที่หลานศิษย์หลี่หลอมขึ้นมา เจ้าไม่เชื่อข้า ไม่เป็นไร แต่เจ้าจะไม่เชื่อฝีมือการหลอมโอสถของหลานศิษย์เชียวหรือ"
เจ้าสำนักสู่เซียนกล่าว
เจ้ายอดเขาเทียนฮั่วเบิกตาโพลง เมื่อหันไปเห็นว่าหลี่เสวียนก็ยืนอยู่ตรงนั้น เขาก็รีบพูดว่า "เหลวไหล ข้าเชื่อมั่นในฝีมือการหลอมโอสถของหลานศิษย์เต็มร้อยอยู่แล้ว!"
หลี่เสวียนส่ายหน้าพลางยิ้มบาง "ท่านอาศิษย์เทียนฮั่ว ท่านไปสืบเรื่องนิมิตประหลาดนั่นไม่ใช่หรือ ทำไมถึงกลับมาในสภาพปางตายแบบนี้ได้ล่ะขอรับ"
"เรื่องมันยาวน่ะ สรุปสั้นๆ ก็คือ กำลังจะมีตัวปัญหาใหญ่ตามมา"
"ตัวปัญหาอะไรหรือขอรับ"
"พุทธะคลั่งจากแดนตะวันตก! เจ้านี่เป็นถึงระดับอริยะเชียวนะ! และมันก็... หมายตาของสิ่งนี้อยู่!" เจ้ายอดเขาเทียนฮั่วแบมือออก เผยให้เห็นปราณสีม่วงสายหนึ่งลอยอยู่กลางฝ่ามือ วินาทีนั้น ทุกคนในที่นั้นต่างก็รู้สึกใจสั่นสะท้านขึ้นมาทันที
ดวงตาของพวกเขาเป็นประกายวาบ "นี่ หรือว่าจะเป็นปราณม่วงก่อกำเนิดในตำนาน!"
เจ้ายอดเขาเทียนฮั่วพยักหน้า "ถูกต้อง มันคือสิ่งนี้แหละ! และมันก็เป็นหนึ่งในต้นตอของนิมิตประหลาดนั่นด้วย มีปราณแบบนี้อยู่ทั้งหมดสิบแปดสาย! ตอนที่ข้าไปสืบดู ข้าโชคดีเก็บมาได้สายหนึ่ง และก็เพราะไอ้ของสิ่งนี้แหละ ข้าถึงได้โดนพุทธะคลั่งจากแดนตะวันตกตามล่า! หากไม่ได้โอสถที่หลานศิษย์ให้ไว้ก่อนหน้านี้ ข้าคงไม่มีชีวิตรอดกลับมาถึงที่นี่แน่"
[จบแล้ว]