เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 - ซดลาวาสดๆ ไอ้น้องนายมันโคตรโหด

บทที่ 34 - ซดลาวาสดๆ ไอ้น้องนายมันโคตรโหด

บทที่ 34 - ซดลาวาสดๆ ไอ้น้องนายมันโคตรโหด


บทที่ 34 - ซดลาวาสดๆ ไอ้น้องนายมันโคตรโหด

พูดก็พูดเถอะ ชายชราใช้ชีวิตมาหลายสิบปีแล้ว

นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เจอเรื่องบ้าบอคอแตกขนาดนี้

หรือว่า...

ไอ้หนุ่มนี่จะปลุกพลังได้สกิลประเภทแปลงร่างเป็นวิญญาณในตำนาน?

หรือจะเป็นสกิลระดับ SSS ที่เป็นอมตะได้ชั่วขณะ?!

แต่ว่า...

หมอนี่เพิ่งจะอยู่ระดับ C ไม่ใช่เหรอ?

พลโล่ระดับ C มันปลุกพลังสกิลแปลงร่างเป็นวิญญาณหรือเป็นอมตะได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

โคตรจะไม่เมคเซนส์เลย

จู่ๆ ชายชราก็นึกถึงความเป็นไปได้อีกอย่างหนึ่งขึ้นมา

ในเวลานี้ เฉินหมิงได้ถือ ลาวาเพลิงสีฟ้าคราม และ หยาดแก้วแสงจันทร์ เดินออกมาแล้ว

"ทรัพยากรแสงจันทร์ของคุณ"

เฉินหมิงพูดตรงไปตรงมา และยื่น หยาดแก้วแสงจันทร์ ในมือไปให้ทันที

นี่คือข้อตกลงที่คุยกันไว้ตั้งแต่แรก

เขารู้ดีว่า หยาดแก้วแสงจันทร์ ต้องล้ำค่าและหายากพอๆ กับ ลาวาเพลิงสีฟ้าคราม แน่ๆ

แต่รับปากไว้แล้วก็ต้องทำให้ได้ เขาเลยไม่รู้สึกเสียดายเลยแม้แต่นิดเดียว

แค่ได้ลาวามาก็ถือว่าเป็นเซอร์ไพรส์ชิ้นใหญ่แล้ว

แถมดูแล้วคุณสมบัติของทรัพยากรแสงจันทร์มันขัดแย้งกับเพลิงสีฟ้าครามอย่างเห็นได้ชัด

เขาดูดซับเพลิงสีฟ้าครามไปแล้ว ถึงเก็บหยาดแก้วแสงจันทร์ไว้ก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี

เว้นแต่จะเก็บไว้ใช้ตอนที่พลังจิตทะลวงถึงระดับ 40% เพื่อปลุกพลังสกิลในอนาคต

ชายชรารับขวดที่เฉินหมิงยื่นให้

มองดู หยาดแก้วแสงจันทร์ ที่ใสแจ๋วแวววาวในมือ มีประกายแสงสีเงินไหลเวียนอยู่ภายในเป็นสายๆ

ชายชรายังคงรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝัน ก่อนจะเผลอเหลือบไปมอง ลาวาเพลิงสีฟ้าคราม ในมือเฉินหมิงอย่างลืมตัว

ใครจะไปคิดล่ะว่า วินาทีต่อมาเขาจะได้เห็นเฉินหมิงยกขวดขึ้น เงยหน้า...

แล้วกระดกซดลาวาเพลิงสีฟ้าครามรวดเดียวจนเกลี้ยง!

"นาย..."

ชายชรามองตาถลนด้วยความตกตะลึง

ไอ้เด็กนี่มันทำบ้าอะไรของมันเนี่ย?

ถึง ลาวาเพลิงสีฟ้าคราม จะเป็นทรัพยากรที่ผู้เปลี่ยนอาชีพสามารถดูดซับได้ก็เถอะ

แต่มันไม่ใช่ของที่เอามาซดสดๆ เพื่อดูดซับแบบนี้สิโว้ย!

ไม่ต้องพูดถึงพลังงานธาตุมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ข้างในหรอกนะ นี่มันคือลาวาที่หลอมรวมมาจากเปลวเพลิงเชียวนะ!

แล้วซดเข้าไปแบบนี้มันต่างอะไรกับการดื่มลาวาเดือดๆ เล่า?

แถมยังซดรวดเดียวหมดขวดอีกต่างหาก

มันไม่กลัวอวัยวะภายในจะถูกเผาจนทะลุหรือไง?

"เอิ๊ก~"

สิ่งที่ตอบรับความตกใจของชายชราคือเสียงเรอที่ค่อนข้างดัง

เขาถึงกับสัมผัสได้ถึงไอร้อนที่พ่นออกมากระทบหน้าเลยทีเดียว

กลิ่นปากโคตรร้อนแรง!

เฉินหมิงลูบท้องตัวเอง รู้สึกร้อนผ่าวๆ อยู่ข้างใน

การที่เขาเลือกกระดกซด ลาวาเพลิงสีฟ้าคราม สดๆ ตรงนี้เลย แน่นอนว่าต้องมีเหตุผล

อย่างแรก ของมันมาอยู่ในมือแล้วไง

ถึงจะรู้สึกว่าตาเฒ่าอาชีพเทวทูตคนนี้ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร แต่ก็ต้องระวังตัวไว้ก่อนแหละ

ต่อให้เขาไม่กลัวตาเฒ่าจะลงไม้ลงมือ แต่เขากลัวจะโดนฉกของไปต่างหากล่ะ

ถ้าอีกฝ่ายคิดจะแย่ง เขาก็คงไม่มีปัญญาปกป้องของเอาไว้ได้หรอก

เพราะงั้นก็เลยกระดกซดรวดเดียวต่อหน้าต่อตาไปเลยดีกว่า!

เขาไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนหรอก ก็แค่เสียดายของเท่านั้นเอง

"ไอ้หนุ่ม นายมัน... โคตรโหด"

ชายชราก็พอจะเดาเจตนาที่เฉินหมิงทำแบบนี้ออกแล้ว

ตอนนั้นเอง เขาก็หันไปมองบนท้องฟ้ายามค่ำคืน

"ทำธุระเสร็จแล้ว รีบเผ่นกันเถอะ"

พูดจบ เขาก็ไม่รอช้า คว้าหมับเข้าที่ไหล่ของเฉินหมิง

แสงสีขาวสว่างวาบขึ้นรอบตัว ก่อตัวเป็นโล่โปร่งใสคลุมร่างของทั้งคู่เอาไว้

ปีกสีขาวคู่หนึ่งกางออกและเปล่งประกายแสงเจิดจ้า

จากนั้น ร่างของทั้งสองก็กลายเป็นแสงพุ่งทะยานออกจากแอ่งดิน มุ่งหน้าไปทางป่าสัตว์ประหลาดด้วยความเร็วสูง

...

อีกด้านหนึ่ง

ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน

การต่อสู้ระหว่างราชันหมาป่าจันทราซีดกับอีกาโลหะสิ้นสุดลงแล้ว

การต่อสู้ในระดับนี้ แน่นอนว่าไม่สามารถตัดสินแพ้ชนะได้ในเวลาอันสั้นหรอก

ส่วนใหญ่ก็แค่หยั่งเชิงทดสอบฝีมือกันและกันเท่านั้นแหละ

เพราะราชันหมาป่าจันทราซีดกับผู้ตรวจการก็ไม่ได้มีความแค้นเคืองอะไรกันมาก่อนนี่นา

ทั้งสองฝ่ายแค่สู้พอหอมปากหอมคอ

ไม่งั้นถ้าบีบคั้นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจนเกินไป เกิดระเบิดศึกใหญ่ขึ้นมาจริงๆ คงจะรับมือยากน่าดู

"ราชันหมาป่าจันทราซีด ทีนี้แกพร้อมจะคุยกันดีๆ หรือยังล่ะ?"

ผู้ตรวจการเอามือไพล่หลัง ยืนหยัดอยู่ใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน

"หึ..."

ราชันหมาป่าจันทราซีดมีร่างกายใหญ่โต ทาบทับเกิดเป็นเงาดำทะมึนบนท้องฟ้า แผ่ซ่านแรงกดดันของสัตว์ประหลาดยักษ์ออกมาอย่างเต็มเปี่ยม

"มนุษย์... ไม่มีอะไรต้องคุยกันหรอก..."

"หืม?"

ตอนนั้นเอง ดวงตาที่สว่างไสวของราชันหมาป่าจันทราซีดก็สั่นไหวอย่างรุนแรง

มันหันขวับกลับไปมองด้านหลังทันที

วินาทีต่อมา ร่างกายอันมหึมาก็ขยับวูบ ข้ามผ่านหุบเขาทั้งหมดด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ

และมาโผล่อยู่เหนือแอ่งดินแห่งนั้น

สายตาของราชันหมาป่าจับจ้องไปที่แอ่งดินเป็นอันดับแรก พอเห็นว่าบาเรียหายไปแล้ว ดวงตาของมันก็เปล่งแสงเจิดจ้าบาดตาออกมาทันที

แต่พอเห็นว่าร่างเงาสกิลของมันยังคงเฝ้าพื้นที่นี้อยู่ มันก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ทว่า...

เมื่อมันเข้าไปตรวจสอบในแอ่งดิน ร่างกายของหมาป่าก็แข็งทื่อไปทั้งตัว

ว่างเปล่า...

บ่อน้ำ มันว่างเปล่า!

"บรู๊ววว!!!"

เสียงคำรามแห่งความโกรธเกรี้ยวบ้าคลั่งดังสะเทือนไปทั่วทั้งหุบเขา

ราชันหมาป่าจันทราซีดเดือดจัดจนเลือดขึ้นหน้า

หายไปแล้ว หายไปหมดเกลี้ยงเลย!

ไม่เหลือทิ้งไว้ให้มันเลยแม้แต่หยดเดียว

"......ใคร...เป็น...คน...ทำ!!!"

เสียงกึกก้องราวกับสายฟ้าฟาด ระเบิดดังไปทั่วทุกสารทิศในอาณาบริเวณนี้

อีกด้านหนึ่ง

พอเห็นราชันหมาป่าจันทราซีดผละไปกะทันหัน บรรดาผู้อำนวยการก็พากันถอนหายใจเฮือกใหญ่

"ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของราชันหมาป่าจันทราซีดตัวนี้ น่าจะทะลุเลเวล 50 ไปแล้วล่ะมั้ง"

ถ้าไม่มีผู้ตรวจการมาด้วย ลำพังแค่ผู้อำนวยการของเมืองอวิ๋นไห่ คงจะเอาไม่อยู่แน่ๆ

"เรื่องนี้ต้องให้ความสำคัญนะ การที่มีมอนสเตอร์ยักษ์ระดับนี้มาป้วนเปี้ยนอยู่รอบนอกเมืองอวิ๋นไห่ของเรา ถือเป็นอันตรายที่ร้ายแรงมาก"

ผู้อำนวยการโจวจากโรงเรียนมัธยมที่หนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

ที่เขาพูดแบบนี้ก็เพื่อให้ผู้ตรวจการได้ยินนั่นแหละ

ด้วยกำลังรบทั้งหมดของเมืองอวิ๋นไห่ การจะรับมือกับราชันหมาป่าจันทราซีดก็ยังถือว่าตึงมืออยู่ดี

เพราะฉะนั้นก็ต้องพึ่งพาพวกระดับสูงจากเบื้องบนแล้วล่ะ

ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมที่สามและที่ห้าได้ยินดังนั้น ก็หันไปมองผู้ตรวจการที่อยู่ตรงหน้าเช่นกัน

"เรื่องนี้ฉันจะรายงานให้ทางสมาพันธ์ทราบ แล้วให้เบื้องบนส่งกำลังคนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยเมืองอวิ๋นไห่เอง"

ผู้ตรวจการพูดให้ความมั่นใจกับผู้อำนวยการทั้งหลาย เขาพูดต่อว่า "ช่วงนี้ฉันจะประจำการอยู่ที่เมืองอวิ๋นไห่ไปก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ราชันหมาป่าก่อความวุ่นวายกับทางเมือง"

"แล้วก็ หุบเขาแห่งนี้ พวกคุณรู้ข้อมูลอะไรบ้างไหม?"

จู่ๆ ผู้ตรวจการก็เปลี่ยนเรื่อง แล้วหันไปถามผู้อำนวยการทั้งสาม

ตั้งแต่มาถึงที่นี่ เขาก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติของพื้นที่แถบนี้แล้ว มันไม่ใช่พื้นที่ธรรมดาแน่ๆ

ยิ่งมีราชันหมาป่าจันทราซีดมาโผล่ที่นี่ด้วย ยิ่งเป็นเครื่องยืนยันความผิดปกติได้ชัดเจน

และเมื่อผู้ตรวจการถามขึ้นมาแบบนี้ บรรดาผู้อำนวยการก็เพิ่งจะตระหนักถึงปัญหาเช่นกัน

"ที่นี่..."

ยังไม่ทันจะพูดจบ ก็ถูกเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวขัดจังหวะซะก่อน

ทุกคนหันไปมองท้องฟ้าที่ไม่ไกลนัก ก็เห็นราชันหมาป่าจันทราซีดวกรถกลับมาอีกรอบ

แถมสภาพของมันดูแปลกๆ ไปจากเดิมด้วย

แค่ขนาดตัว ก็ขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัวเลย!

ดวงตาของมันแดงฉานไปหมด ทั่วทั้งร่างแผ่รังสีอำมหิตบ้าคลั่ง

การพุ่งตรงมาทางนี้ในเวลานี้ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังจะบดขยี้ท้องฟ้ายามค่ำคืนลงมาเลยทีเดียว

"ทำไมจู่ๆ หมาป่าตัวนี้มันถึงคลุ้มคลั่งขึ้นมาล่ะเนี่ย?!"

จบบทที่ บทที่ 34 - ซดลาวาสดๆ ไอ้น้องนายมันโคตรโหด

คัดลอกลิงก์แล้ว