เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - ผมขอเก็บเลเวลคนเดียว!

บทที่ 3 - ผมขอเก็บเลเวลคนเดียว!

บทที่ 3 - ผมขอเก็บเลเวลคนเดียว!


บทที่ 3 - ผมขอเก็บเลเวลคนเดียว!

"นี่มันไม่ใช่ป้องกันสมบูรณ์แบบแล้วมั้ง..."

"นี่มันฉีกหลอดพลังป้องกันทิ้งไปเลยชัดๆ"

ตามหลักปกติแล้ว ยิ่งพลังป้องกันสูง ดาเมจที่ได้รับก็จะยิ่งน้อยลง [โปรดจำไว้ว่า... อ่านนิยายไต้หวันเลืออกเว็บไซต์... ลื่นไหลสุดๆ อัปเดตตอนไวสุดๆ]

ซึ่งค่าป้องกันเนี่ยมันเป็นสเตตัสพิเศษ เลยไม่โชว์ขึ้นมาเป็นตัวเลข

เพราะมันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างมาก

พลังโจมตีก็เหมือนกัน

ความแข็งแกร่งรวมกับสกิลถึงจะเป็นตัวตัดสินอานุภาพที่แท้จริง

แต่ตอนนี้

ปริมาณดาเมจที่เฉินหมิงจะได้รับ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับพลังป้องกันอีกต่อไปแล้ว

"แบบนี้เรียกได้ว่าเป็นพลังฉีกกฎเกณฑ์ไปเลยได้ไหมเนี่ย?"

นับแต่นี้ไป ดาเมจที่เขาจะได้รับจะมีแค่สองตัวเลขเท่านั้น...

โลกที่มีแค่ 0 กับ 1 ถือกำเนิดขึ้นแล้ว

......

"พี่เฉิน พี่เฉิน!"

"เฮ้ย พี่อย่าหลอกให้ฉันกลัวดิวะ"

ซุนหยางจ้องมองเฉินหมิงที่ยังคงยืนเหม่อลอย มุมปากกระตุกยิกๆ

ดูทรงแล้วน่าจะโดนช็อกจนสติหลุดไปแล้วแน่ๆ

อาชีพระดับ C มันสร้างความกระทบกระเทือนจิตใจให้พี่เฉินขนาดนี้เชียวเหรอ?

ถึงขั้นช็อกจนเอ๋อไปเลยเนี่ยนะ!

"หืม? มีอะไร"

หลังจากซึมซับสกิลระดับบั๊กของตัวเองเสร็จ เฉินหมิงก็ดึงสติกลับมาได้ในที่สุด

"ฟู่..."

เห็นสีหน้าของเฉินหมิงกลับมาเป็นปกติ ซุนหยางก็ถอนหายใจโล่งอก

"ดูท่าอาการยังพอเยียวยาได้อยู่"

จากนั้นเขาก็เอามือวางแหมะลงบนบ่าของเฉินหมิงด้วยท่าทีจริงจังสุดๆ แววตาเคร่งเครียด

"พี่เฉิน ห้ามยอมแพ้เด็ดขาดเลยนะ"

"ต่อจากนี้เดี๋ยวฉันแบกพี่ฟาร์มเวลเอง แทงค์คู่แอสซาซินก็ถือเป็นคอมโบที่ไม่เลวนะ"

วินาทีนี้ซุนหยางรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังแบกภาระอันยิ่งใหญ่ไว้บนบ่า

"ช่างมันเถอะ นายไปหาปาร์ตี้กับพวกนักรบหรือนักเวทระดับ B ก่อนดีกว่า รีบๆ ปั่นให้ถึงเวล 5 ซะ"

แต่เฉินหมิงกลับสาดน้ำเย็นใส่หน้าเขาดังโครม

ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากพาซุนหยางไปด้วยหรอกนะ

แต่วิธีฟาร์มเลเวลที่เขาวางแผนไว้ตอนนี้ มันไม่ค่อยเหมาะที่จะหนีบใครไปด้วยจริงๆ

ณ ตอนนี้ จุดแข็งและจุดอ่อนของเขามันชัดเจนมาก

จุดแข็งคือเขามี [ป้องกันสมบูรณ์แบบ] วิ่งทะลวงฟันได้แบบไม่กลัวตาย

เจอปีศาจหน้าไหนก็ไม่ต้องหวั่น

แต่จุดอ่อนก็เด่นชัดพอๆ กัน...

พลังโจมตีต่ำ สปีดเต่าคลาน

ดังนั้นถ้าเขาอยากอัปเวลไวๆ ก็ต้องไปท้าดวลกับมอนสเตอร์เลเวลสูงกว่า

คนอื่นเลเวล 1 กล้าตีแต่มอนเลเวล 1 แต่เขาไม่ใช่นี่นา

นอกจากเขาจะข้ามเลเวลไปตีได้แล้ว เขายังสามารถลากมอนมาลุมทึ้งทีเดียวทั้งฝูงได้อีกด้วย

ยังไงซะตอดไปเรื่อยๆ เดี๋ยวมอนก็ตายเองแหละ

และในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าซุนหยางมาร่วมตี้ด้วยล่ะก็ อันตรายเกินไปแล้ว

เขาน่ะมีระบบล็อกเลือด แต่ซุนหยางไม่มีนี่

เผลอนิดเดียวมีหวังได้ลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงแน่

รอให้เลเวลอัปสูงกว่านี้ มีความแข็งแกร่งพอตัว ค่อยจับทีมไปลุยดันเจี้ยนก็ยังไม่สาย

ส่วนตอนนี้ ก็ต้องบอกลาการตี้กันไปก่อนนั่นแหละ

"ไม่ตี้กันเหรอ?"

ซุนหยางงงตาแตก มองเฉินหมิงด้วยความสงสัย

"แล้วพี่เฉินจะไปจับตี้กับใครล่ะ?"

เฉินหมิงพยักหน้าน้อยๆ

"ฉันขอเก็บเลเวลคนเดียว"

จัดปาร์ตี้เหรอ?

ไม่จำเป็นหรอก

"เอ่อ..."

ซุนหยางถึงกับใบ้กิน

เขาก้มหน้าลง บ่นพึมพำกับตัวเอง:

"ดูทรงแล้วอาการยังหนักอยู่นะเนี่ย"

ไม่ได้ดูถูกพี่เฉินเลยนะ

แต่ก่อนเลเวล 5 ผู้เล่นต้องจับตี้ไปฟาร์มนอกเมือง พอเกินเลเวล 5 ถึงค่อยจัดทีมลงดันเจี้ยน

นี่มันคอมมอนเซนส์พื้นฐานเลยนะเว้ย

ขืนเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมา จะไม่มีใครช่วยเอาได้

เว้นซะแต่ว่าจะเป็นสายต่อสู้ที่เก่งรอบด้านไร้จุดบอด แถมยังต้องเป็นระดับ S ขึ้นไปด้วย

ไม่งั้นถ้าไปลุยเดี่ยว โอกาสรอดชีวิตต่ำเตี้ยเรี่ยดินสุดๆ

พลาดพลั้งหรือเกิดอุบัติเหตุนิดเดียว มีหวังได้กลายเป็นศพเฝ้าป่าแน่นอน

......

ครึ่งชั่วโมงต่อมา พิธีเปลี่ยนอาชีพของทุกคนก็เสร็จสิ้นลงอย่างราบรื่น

มองดูฝูงชนที่กำลังตื่นเต้นกระสับกระส่าย ครูฝ่ายปกครองก็อดรู้สึกสะท้อนใจไม่ได้

นักเรียนอีกรุ่นหนึ่งเรียนจบไปแล้ว

ในยุคที่สัตว์ประหลาดเดินเพ่นพ่านไปทั่ว มหาวิทยาลัยถูกทิ้งร้างไปนานแล้ว

คนส่วนใหญ่พออายุ 18 ปี เรียนจบก็เท่ากับต้องก้าวเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง

เธอเดินขึ้นไปบนแท่น กระแอมไอเบาๆ

"นักเรียนทุกคน การเปลี่ยนอาชีพเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น"

"ต่อไปคือการสอบใหญ่ระยะเวลาหนึ่งเดือน ซึ่งจะกำหนดเกรดจบการศึกษาของพวกเธอจากสมาพันธ์ นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก..."

การสอบใหญ่คือการประเมินและทดสอบผู้เปลี่ยนอาชีพหน้าใหม่ทุกคนโดยสมาพันธ์

ส่วนเกรดจบการศึกษาคือการรับรองอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็น 'ใบเบิกทาง' สำหรับการเข้าร่วมกิลด์ บริษัท หรือหน่วยงานต่างๆ ของสมาพันธ์ในอนาคต

ในขณะเดียวกัน นี่ก็ถือเป็นสวัสดิการที่สมาพันธ์มอบให้กับผู้ที่เพิ่งปลุกพลังอาชีพด้วย

เพราะในช่วงการสอบใหญ่จะมีรางวัลแจกอย่างงาม

ทันใดนั้น วงเวทขนาดยักษ์บนแท่นก็เริ่มหมุนวนและเปล่งแสงสว่างเจิดจ้า

วินาทีต่อมา นักเรียนทุกคนในวิหารก็ได้รับป๊อปอัปแจ้งเตือนกันถ้วนหน้า——

[คุณได้เข้าสู่ดันเจี้ยน 'การสอบแข่งขันจบการศึกษาผู้เปลี่ยนอาชีพสมาพันธ์หัวเซี่ย' แล้ว!]

[ระยะเวลา: สามสิบวัน!]

[พื้นที่สังกัดปัจจุบัน: เมืองอวิ๋นไห่!]

[......]

"เชี่ย โคตรเจ๋ง!"

"เริ่มแล้วๆ!"

"นี่น่ะเหรอดันเจี้ยนสอบใหญ่ ในที่สุดก็ได้เห็นเป็นบุญตาสักที!"

"ถึงจะได้ยินชื่อเสียงเรียงนามมานาน แต่พอได้สัมผัสดันเจี้ยนระดับซูเปอร์ไซซ์ของสมาพันธ์เป็นครั้งแรก ก็ยังตื่นเต้นอยู่ดีแฮะ"

ใช่แล้ว การสอบใหญ่นี้แท้จริงแล้วก็คือดันเจี้ยนจำลองขนาดมหึมาที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วทั้งสมาพันธ์นั่นเอง

นักเรียนที่เพิ่งเรียนจบและปลุกพลังอาชีพทุกคนก็คือผู้เล่นที่จะมาท้าทายดันเจี้ยนนี้นี่แหละ

เงื่อนไขการผ่านด่านที่แตกต่างกัน ก็จะสอดคล้องกับเกรดประเมินและรางวัลสุดท้ายที่แตกต่างกันไป

ฝูงชนเริ่มตื่นเต้นกันยกใหญ่

หลายคนถึงกับยืดเส้นยืดสายรอ แทบจะอดใจไม่ไหว อยากจะพุ่งตัวไปเก็บเลเวลกันเต็มแก่แล้ว

เฉินหมิงมองดูข้อมูลยาวเหยียดที่เด้งขึ้นมาตรงหน้า ก็รู้สึกอินไปกับบรรยากาศนิดหน่อยเหมือนกัน

"สุดท้ายนี้ นักเรียนทุกคน โปรดจำไว้ข้อหนึ่ง..."

"ชีวิตมีแค่ชีวิตเดียว โปรดรักษาความปลอดภัยกันด้วย!"

......

พิธีเปลี่ยนอาชีพจบลงแล้ว

เหล่าผู้เปลี่ยนอาชีพของโรงเรียนมัธยมอวิ๋นไห่ที่หนึ่งทยอยเดินออกจากวิหารกันอย่างต่อเนื่อง

เป้าหมายของทุกคนในตอนนี้มีเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือนอกกำแพงเมือง ป่าสัตว์ประหลาด!

เฉินหมิงเดินออกจากวิหารมาคนเดียว เตรียมจะตามฝูงชนกลุ่มใหญ่ไปที่ชายขอบของเมือง

ซุนหยางที่ยืนยันกับเฉินหมิงซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าก่อนเลเวล 5 จะไม่ขอตี้ด้วย ก็ทำได้แค่ยอมแพ้ไปหาเพื่อนร่วมทีมชั่วคราวคนอื่นแทน

"เฉินหมิง!"

พอเดินพ้นประตูวิหาร ก็มีชายหญิงคู่หนึ่งมาขวางทางเขาไว้

ผู้ชายรูปร่างผอมบาง สวมแว่นตา ดูท่าทางสุภาพเรียบร้อย

ส่วนผู้หญิงสวมกระโปรงสั้นสีขาว รวบผมหางม้า

ทั้งสองคนเดินมาตลอดทาง ดึงดูดสายตาคนรอบข้างได้ไม่น้อยเลย

เฉินหมิงเลิกคิ้วขึ้นโดยสัญชาตญาณ

เพราะสองคนนี้ก็คือลูกตี้ในนามของ 'ปาร์ตี้หมิงเฉิน' ของเขา...

เจียงอี๋ กับ ซ่งชวน

พวกนี้มาหาเขาทำไมกัน?

"เฉินหมิง เรามีเรื่องต้องคุยกับนายหน่อย"

ซ่งชวนก้าวออกมายืนข้างหน้า สีหน้าจริงจัง

เขาไม่อ้อมค้อม พูดเข้าประเด็นทันที "นายก็รู้ใช่มั้ยว่าโรงเรียนจับพวกเรามาอยู่ปาร์ตี้ 'ชั่วคราว' ด้วยกัน แล้วให้นายเป็นหัวหน้าปาร์ตี้"

"ตอนนี้ทุกคนก็เปลี่ยนอาชีพกันหมดแล้ว ถึงเวลาที่ต้องคิดเรื่องสร้างทีมของจริงกันสักที"

"ส่วนนาย..."

ซ่งชวนดันแว่นตา แววตาแฝงความดูถูกอยู่กลายๆ

ความหมายของเขามันชัดเจนอยู่แล้ว

"ฉันพูดตรงๆ เลยละกัน นายโอนตำแหน่งหัวหน้าปาร์ตี้มาให้ฉัน แล้วก็กดออกไปซะ"

เฉินหมิงอึ้งไปเลย

แทบจะคิดว่าตัวเองหูฝาดไปซะแล้ว

ให้เขาโอนตำแหน่งหัวหน้าตี้ แล้วค่อยกดออกเองเนี่ยนะ?

นี่มันใช้ตรรกะส่วนไหนคิดวะเนี่ย ถึงได้พ่นคำพูดห่วยๆ แบบนี้ออกมาได้

คนรอบข้างเริ่มหันมามองดูละครฉากนี้กันอย่างสนใจ

เด็กเทพสายพลังจิตที่มีชื่อเสียงมาตลอดสามปี กำลังจะโดนฉีกหน้ากลางฝูงชนแล้วงั้นเหรอ?

"พวกนายไม่มีมือเหรอไง แค่กดออกจากปาร์ตี้เองยังทำไม่เป็นรึไง?"

เฉินหมิงสายตาเย็นชา จ้องมองทั้งสองคนด้วยสายตาเหมือนมองคนปัญญาอ่อน

จบบทที่ บทที่ 3 - ผมขอเก็บเลเวลคนเดียว!

คัดลอกลิงก์แล้ว