- หน้าแรก
- เมื่อโลกจะถึงกาลอวสาน แต่ผมดันไล่เก็บไอเทมระดับ S อย่างเงียบๆ
- บทที่ 90 - ภารกิจข้ามทะเลของยูหลิง
บทที่ 90 - ภารกิจข้ามทะเลของยูหลิง
บทที่ 90 - ภารกิจข้ามทะเลของยูหลิง
บทที่ 90 - ภารกิจข้ามทะเลของยูหลิง
เหนือมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล
เครื่องบินขนส่งขนาดใหญ่ลำหนึ่งที่พ่นสีธงชาติของต้าซย่าไว้อย่างชัดเจน กำลังบินวนเวียนอยู่บนท้องฟ้า
น่านน้ำเบื้องล่างมีชื่อว่า "ทะเลตงฮั่น" ซึ่งเป็นเขตแดนทางทะเลระหว่างต้าซย่าและอาณาจักรซากุระ
ภายในห้องนักบิน
นักบินสองนายกำลังสนทนากันด้วยเสียงเบา
"เครื่องบินบินวนมาสิบนาทีแล้ว เรดาร์ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลย"
"ควรติดต่อเบื้องบนอีกครั้งไหม ?"
"รอไปก่อนเถอะ เมื่อกี้ถามไปก็โดนเบื้องบนดุด่ากลับมาว่าไม่มีความอดทนเอาเสียเลย"
"ก็ได้"
หัวข้อสนทนาของทั้งคู่เริ่มเปลี่ยนไป
"บินเครื่องขนส่งมาสิบกว่าปี นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้รับภารกิจประหลาด ๆ แบบนี้"
"การมารับคนกลางทะเลตงฮั่นเนี่ยนะ มันจะบ้าเกินไปหน่อยไหม ในสถานที่แบบนี้จะไปรับคนได้อย่างไร ?"
"เบื้องบนก็ไม่ยอมบอกรายละเอียด บอกเพียงว่าเป็นความลับสุดยอด"
"ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นคำสั่งอย่างเป็นทางการ ข้าคงคิดว่ามีใครบางคนกำลังล้อพวกเราเล่นอยู่แน่ ๆ"
คำว่า "ล้อเล่น" เพิ่งจะหลุดจากปากไป
กระจกด้านข้างของห้องนักบินก็พลันมีเสียงเคาะดังขึ้น
"ก๊อก ! ก๊อก !"
กัปตันที่นั่งตำแหน่งนักบินหลักเหลือบไปมองโดยสัญชาตญาณ แล้วเขาก็แทบจะกระโดดตกจากเก้าอี้ด้วยความตกใจสุดขีด
เขาเห็นอย่างชัดเจนว่า มีร่างที่เลือนลางร่างหนึ่งกำลังยืนอยู่ข้างนอกหน้าต่างกระจกนั่น
แน่นอนว่า
ด้วยเข็มขัดนิรภัยที่รัดตัวอยู่ ต่อให้นักบินอยากจะกระโดดแค่ไหน เขาก็ไม่มีทางทำได้
นักบินผู้ช่วยเองก็มองเห็นร่างเลือนลางนั้นเช่นกัน จนใบหน้าถอดสีไปตาม ๆ กัน
ในตอนนั้นเอง
ภายในหัวของคนทั้งคู่พลันมีเสียงแหบพร่าดังขึ้นพร้อมกัน
"ทั้งสองท่าน ... สวัสดีตอนบ่าย"
เมื่อนักบินทั้งสองได้ยินคำทักทายนี้ พวกเขารู้สึกเหมือนกับ "กลางวันแสก ๆ ก็เจอดีเข้าให้แล้ว"
เสียงแหบพร่าดังขึ้นต่อทันที "รหัสภารกิจคือ 'ผู้โดยสารตงฮั่น' ข้าคือเป้าหมายที่พวกท่านมารอรับนั่นเอง"
ใบหน้าที่ซีดขาวของนักบินทั้งสองเริ่มจะมีเลือดฝาดขึ้นมาบ้าง
เพราะรหัส "ผู้โดยสารตงฮั่น" คือรหัสที่เบื้องบนแจ้งมาจริง ๆ
ในตอนนั้นพวกเขายังไม่เข้าใจว่าคำว่า "ผู้โดยสาร" ในที่นี้จะมาในรูปแบบไหน
แต่ตอนนี้พวกเขาทั้งคู่เข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว
เสียงแหบพร่าดังขึ้นเป็นครั้งที่สาม "ข้าจะเข้าไปแล้วนะ"
สิ้นคำพูด
ร่างเลือนลางนั้นก็อันตรธานหายไป
นักบินทั้งสองได้ยินเสียงประหลาดดังขึ้นมาจากทางด้านหลังทันที
"พวกท่านเรียกข้าว่าคุณยูหลิงก็ได้ ขอบคุณที่มารับข้า"
ทั้งคู่รีบหันขวับไปมองพร้อมกัน และความรู้สึก "เย็นวาบถึงหนังหัว" ก็กลับมาอีกครั้ง
ร่างเลือนลางร่างนั้น หรือก็คือหยางฟาน กำลังยืนอยู่ข้างหลังพวกเขาจริง ๆ
คุณยูหลิงคนนี้เข้ามาได้อย่างไรกัน ?
หยางฟานเอ่ยถาม "เครื่องบินลำนี้จะมุ่งหน้าตรงไปยังชาปูเตียนเลยใช่ไหม ?"
นักบินทั้งสองยังคงตกตะลึงจนพูดไม่ออก ได้แต่พยักหน้าหงึก ๆ เป็นจังหวะเดียวกับเครื่องจักร
หยางฟานเห็นว่าทั้งคู่ตกใจมากจึงเอ่ยถามอย่างจนใจ "จริงด้วย มีที่ให้พักผ่อนบ้างไหม ?"
ทั้งคู่รีบพยักหน้าเป็นพัลวัน
กัปตันเริ่มได้สติกลับมาบ้าง เขาหยิบเครื่องสื่อสารขึ้นมาสั่งการ "หลิวเสี่ยว มาที่ห้องนักบินหน่อย พาแขกคนหนึ่งไปที่ห้องพัก"
ไม่นานนัก
ทหารหญิงคนหนึ่งก็เดินเข้ามา
เมื่อเธอเห็นรูปลักษณ์อันแปลกประหลาดของหยางฟาน ใบหน้าของเธอก็ซีดขาวไปวูบหนึ่ง
แต่ทหารหญิงคนนี้มีสภาพจิตใจที่ค่อนข้างดี เธอผายมือทำท่า "เชิญ" พลางกล่าว "เชิญตามฉันมาค่ะ"
ทั้งคู่เดินตามกันออกไป
"ปัง !"
ประตูห้องนักบินปิดลง
นักบินทั้งสองมองหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างยังมีสีหน้าที่ตื่นตระหนกไม่หาย
กัปตันรีบติดต่อไปที่ศูนย์ควบคุมทันที "เรียกศูนย์บัญชาการ"
การตอบรับดังกลับมาทันควัน "ศูนย์บัญชาการรับทราบ มีเรื่องอะไร ?"
กัปตันอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา "ภารกิจนี้มันแกงกันชัด ๆ ข้าตกใจจนหัวใจแทบจะวายตายอยู่แล้ว"
ทางศูนย์บัญชาการฟังแล้วก็งุนงง "ภารกิจแกงอย่างไร ?"
กัปตันเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างละเอียดก่อนจะเสริมต่อ "คราวหน้าอย่าส่งข้ามาทำอะไรแบบนี้อีกเลย ข้าไม่อยากมีประสบการณ์ครั้งที่สองแล้วจริง ๆ"
ศูนย์บัญชาการเงียบไปครู่หนึ่ง
ภารกิจนี้เป็นการฝากฝังมาจากทางกองทัพบก ซึ่งทางนั้นก็บอกไว้ก่อนแล้วว่าพลังของผู้ปลุกพลังคนนี้ค่อนข้างจะน่ากลัว
แต่ดูจากที่กัปตันเล่ามา นี่มันจะเรียกว่าแค่น่ากลัวได้อย่างไร ?
การมาเคาะหน้าต่างเครื่องบินขนส่งที่กำลังบินอยู่นั่นน่ะ ... มันใช่เรื่องที่คนปกติเขาทำกันที่ไหนเล่า ?
อีกด้านหนึ่ง
ทหารหญิงเปิดประตูห้องพักพลางกล่าว "คุณยูหลิงคะ นี่คือห้องพักที่เตรียมไว้ให้ค่ะ"
หยางฟานพยักหน้าแล้วถามคำถามหนึ่งขึ้นมา "จริงด้วย ทางบ้านส่งคนมาช่วยชาปูเตียนเยอะไหม ?"
ทหารหญิงตอบ "เบื้องบนสั่งระดมพลทั้งหมดสิบห้ากองพลเพื่อสนับสนุนชาปูเตียนค่ะ ตอนนี้ชุดแรกสามกองพลเริ่มออกเดินทางแล้ว"
หยางฟานรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ทหารหญิงกล่าวต่อ "คุณยูหลิงคะ หากต้องการอะไรเรียกใช้ได้ตลอดเวลาเลยนะคะ"
หยางฟานพยักหน้า
ทหารหญิงเดินออกไปพร้อมกับช่วยปิดประตูให้อย่างเรียบร้อย
หยางฟานเดาะลิ้น "สิบห้ากองพล ... ช่างเป็นการลงมือที่ใจถึงจริง ๆ"
ตอนนั้นเขาเพียงแค่แนะนำไปส่ง ๆ ว่าควรส่งไปสักสิบกองพล ไม่นึกเลยว่าผู้บริหารระดับสูงของต้าซย่าจะมีความเด็ดเดี่ยวขนาดนี้
และด้วยสถานะอันแข็งแกร่งของต้าซย่าในทวีปตงโจว ประเทศชาปูเตียนย่อมไม่มีทางและไม่กล้าที่จะปฏิเสธแน่นอน
ความจริงแล้ว
เครื่องบินขนส่งลำนี้ก็คือ "แท็กซี่กลางอากาศ" ที่เขาเรียกมาผ่านโทรศัพท์ดาวเทียมโดยการติดต่อกองทัพต้าซย่านั่นเอง
เพราะจากอาณาจักรซากุระไปยังชาปูเตียนนั้นมีระยะทางเป็นเส้นตรงเกือบสามพันกิโลเมตร ซึ่งมันไกลเกินไป
หากจะให้เจ้านกอินทรีทองบินไปล่ะก็ อย่างน้อยต้องบินต่อเนื่องถึงสิบชั่วโมง การนั่งเครื่องขนส่งของกองทัพจึงรวดเร็วกว่ามาก
กองทัพเองก็ใจป้ำมาก จัดเครื่องขนส่งมาให้เขาโดยตรงหนึ่งลำ
หยางฟานนั่งลงพลางมองออกไปนอกหน้าต่างทรงกลม
ท้องทะเลและท้องฟ้าเชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียว กลุ่มเมฆทอดตัวยาวต่อเนื่อง
สำหรับคนทั่วไป นี่คือทัศนียภาพที่งดงามและยิ่งใหญ่
แต่เขามีสหายปักษาอยู่มากมาย มักจะได้มองดูท้องฟ้าและผืนดินผ่านดวงตาของพวกมันอยู่บ่อยครั้ง จนทัศนียภาพเหล่านี้เขามองจนเบื่อเสียแล้ว
หยางฟานถอนสายตากลับมาพลางคิดในใจ "ต้าซย่าจำต้องรวมโลกชิงหลานให้เป็นหนึ่งเดียวในไม่ช้า และนี่คงถือเป็นก้าวแรกสินะ
"โลกใบนี้กลายเป็นความวุ่นวายไปหมดแล้ว มีเพียงพวกเราชาวต้าซย่าเท่านั้นที่มีความสามารถพอจะสะสางมันได้"
พวกกาเมนิแอบเอาชาวซากุระมาทดลองในดินแดนของซากุระ เนื้อแท้ของพวกมันก็เป็นเพียงแค่กลุ่มโจรที่ไร้มนุษยธรรม
ประเทศแบบนี้จะนำพาชาวชิงหลานก้าวไปข้างหน้าเพื่อผ่านพ้นภัยพิบัติครั้งนี้ได้อย่างไร ?
หยางฟานพึมพำเบา ๆ "ดังนั้น ... สวรรค์จึงบัญชาให้เป็นหน้าที่ของต้าซย่า !"
[จบแล้ว]