เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 - ฝูงอีกาเจ้าเล่ห์สุดขั้ว

บทที่ 18 - ฝูงอีกาเจ้าเล่ห์สุดขั้ว

บทที่ 18 - ฝูงอีกาเจ้าเล่ห์สุดขั้ว


บทที่ 18 - ฝูงอีกาเจ้าเล่ห์สุดขั้ว

สวนสาธารณะตงหลิ่ง

สิบโทถังเหวินขับรถวิ่งบนหิมะมุ่งหน้าไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอ

ละอองหิมะถูกล้อรถพัดพาจนฟุ้งกระจายไปในอากาศ ก่อตัวเป็นทางยาวคล้ายมังกรอยู่เบื้องหลังรถ

ในการล่ายิ่งใหญ่หนูกลางพันธุ์ครั้งก่อน เขาเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นอีกาเขียนตัวหนังสือบนพื้นหิมะ จนในที่สุดท่านเซียนอีกาจิตก็ค้นพบตำแหน่งของสุนัขกลายพันธุ์ และช่วยให้หน่วยที่สองสามารถสังหารมันได้สำเร็จ

ถังเหวินจึงได้รับความชอบในครั้งนี้ และเพราะมีความสัมพันธ์อันดีเป็นทุนเดิม เขาจึงได้รับการแต่งตั้งจากเบื้องบนให้เป็นพนักงานติดต่อสื่อสาร

พนักงานติดต่อสื่อสารอีกคนชื่อว่า "ติงอีเฉียง" นั่งอยู่ที่เบาะหลังของรถวิ่งบนหิมะ สีหน้าของเขาดูมีความกังวลเล็กน้อย

ติงอีเฉียงเอ่ยขึ้นเสียงดัง "ผมได้ยินคนเขาพูดกันว่า ตรงรังอีกานั่นเหมือนจะมีอะไรบางอย่างที่ดูเล่ห์เหลี่ยมพิกลนะ"

ข่าวลือสารพัดเรื่องเกี่ยวกับรังอีกาและอีกาจิตจิตวิญญาณนั้น แพร่สะพัดไปทั่วสำนักงานสาขาเมืองหลินเจียงของหน่วยลี่เริ่นตลอดสองวันที่ผ่านมา จะไม่ให้เข้าหูเลยก็คงจะยาก

ถังเหวินตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ดูจะไม่กังวลใจนัก "ผมเคยติดต่อกับท่านเซียนอีกาจิตมาแล้ว ผมรู้สึกว่านิสัยของเขาค่อนข้างจะอ่อนโยนและประนีประนอมนะ เขาไม่มีทางทำร้ายพวกเราแน่นอน คุณจะกลัวไปทำไมกัน ?"

สิ้นเสียงคำพูดของเขา

เงาสีดำสายหนึ่งก็พุ่งพรวดออกมาจากด้านข้าง ผ่านหน้าจมูกของถังเหวินไปในระยะที่เฉียดฉิวสุดขีด

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง

"ก๊า !"

เสียงอีการ้องดังสนั่นเข้าหูเขา

ถังเหวินตกใจจนขวัญเสีย หักพวงมาลัยไปทางซ้ายตามสัญชาตญาณทันที

รถวิ่งบนหิมะเอียงวูบจนเกือบจะพลิกคว่ำ

ถังเหวินรู้ตัวว่าท่าไม่ดี จึงรีบหมุนพวงมาลัยกลับไปทางขวาอย่างรวดเร็ว

รถส่ายไปมาเป็นรูปตัวเอสอย่างน่าหวาดเสียว เกือบจะพุ่งชนเข้ากับต้นไม้ต้นหนึ่ง แต่ในที่สุดเขาก็สามารถควบคุมรถให้กลับมาทรงตัวได้สำเร็จ

ถังเหวินหยุดรถนิ่งสนิท แล้วเอามือปาดเหงื่อเย็นที่ผุดขึ้นเต็มหน้าผาก "เมื่อกี้คืออีกาบินผ่านไปใช่ไหม ?"

ติงอีเฉียงเองก็ตกใจจนหัวใจเต้นโครมคราม "น่าจะเป็นอีกานั่นแหละ"

เขาเอ่ยเสริมอีกประโยค "ผมมีความรู้สึกว่า อีกาตัวนั้นมันจงใจบินตัดหน้าพวกเราชัดๆ เลยนะ"

ถังเหวินเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน จึงอดไม่ได้ที่จะสบถออกมา "แม่งเอ๊ย !"

ติงอีเฉียงนึกถึงคำพูดของเพื่อนร่วมงานเมื่อกี้ขึ้นมาได้ จึงอดไม่ได้ที่จะแขวะกลับ "นี่เหรอที่บอกว่า ‘นิสัยของท่านเซียนอีกาจิตค่อนข้างอ่อนโยน’ น่ะ ?"

ถังเหวินยิ้มแห้งๆ ด้วยความอับอาย "บางทีอาจจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญก็ได้นะ"

ติงอีเฉียงไม่เชื่อแม้แต่ตัวอักษรเดียว "บังเอิญกับผีสิ อีกาตัวนั้นมันตั้งใจแกล้งชัดๆ"

ถังเหวินนิ่งเงียบไป ไม่พูดอะไรต่อ

ติงอีเฉียงไม่ได้บ่นต่อ เขาเพียงแค่บอกว่า "พวกเราเรีบทำงานให้เสร็จ แล้วรีบออกไปจากที่ผีสิงนี่กันเถอะ"

ถังเหวินพยักหน้าตอบ "อืม"

เขาสตาร์ทรถวิ่งบนหิมะอีกครั้ง คราวนี้ใช้ความเร็วที่ช้าลงกว่าเดิมมาก มุ่งหน้าตรงไปยังรังอีกา ซึ่งก็คือต้นสนไซบีเรียที่ฝูงอีกาจิตยึดครองไว้นั่นเอง

ห้านาทีต่อมา

รังอีกาก็ปรากฏสู่สายตาของทั้งคู่

ถังเหวินยังมีความหวาดระแวงฝังใจอยู่ เขาจึงไม่กล้าขับรถเข้าไปใกล้เกินไป และตัดสินใจจอดรถทิ้งระยะห่างไว้ถึงยี่สิบเมตร

ในตอนนั้นเอง

"ก๊า !"

อีกาหลายสิบตัวพากันแผดเสียงร้องออกมาพร้อมกันด้วยระดับเสียงที่สูงที่สุดอย่างพร้อมเพรียง

ในสวนสาธารณะที่เงียบสงัดราวกุโบร์ผีสิง เสียงร้องอันแสนจะแสบแก้วหูของพวกอีกาที่ดังขึ้นกะทันหันแบบนี้ มันช่างชวนให้รู้สึกสยองขวัญสั่นประสาทอย่างยิ่ง

ถังเหวินสั่นสะท้านไปทั้งตัว เกิดความรู้สึกอยากจะกลับรถหนีไปเสียเดี๋ยวนั้นอย่างแรง

สีหน้าของติงอีเฉียงเองก็ดูไม่จืด "พวกอีกามันร้องหาอะไรกันน่ะ ?"

ถังเหวินส่ายหน้า "ไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่แน่ๆ คงไม่ได้เป็นการร้องต้อนรับพวกเราหรอก"

ติงอีเฉียงหันไปมองเพื่อนร่วมงานด้วยสายตาหยอกเย้า "คราวนี้คุณยังจะบอกว่าเป็นเรื่องบังเอิญอยู่อีกไหมล่ะ ?"

ถังเหวินยิ่งอับอายหนักเข้าไปใหญ่

ติงอีเฉียงหัวเราะ "หึๆ" ออกมาหนึ่งที แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ

ถังเหวินก้าวลงจากรถ แล้วถือโอกาสเปลี่ยนหัวข้อคุย "พวกเราเดินเข้าไปกันเถอะ"

แต่ติงอีเฉียงกลับไม่ยอมขยับก้นออกจากเบาะ "ผมเฝ้ารถอยู่ตรงนี้แล้วกันนะ"

พฤติกรรมของฝูงอีกามันประหลาดลึกลับเกินไป จนเขาเริ่มรู้สึกขยาดและไม่อยากจะเฉียดเข้าไปใกล้เลยจริงๆ

ถังเหวินฮึดฮัดใส่ "ที่นี่ผีสักตัวยังไม่มีเลย คุณจะมาห่วงคนขโมยรถหาพระแสงอะไรล่ะ ?"

ติงอีเฉียงไม่มีทางเลือก จึงจำใจต้องก้าวลงจากรถตามมา

ทั้งคู่ย่ำไปบนพื้นหิมะที่หนาเตอะ เดินทางอย่างยากลำบากจนมาถึงระยะสิบเมตรจากรังอีกา แล้วก็หยุดฝีเท้าลงพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

อีกาหลายสิบตัวเกาะอยู่บนต้นไม้ จ้องมองมาที่ทั้งคู่เขม็งโดยไม่ส่งเสียงหรือเคลื่อนไหวใดๆ

ทั้งคู่มองหน้ากัน ต่างก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกขนลุกซู่ที่แล่นไปทั่วหนังศีรษะ

ถังเหวินรวบรวมความกล้าแล้วตะโกนออกไปเสียงดัง "เรียนท่านเซียนอีกาจิตผู้ทรงเกียรติ พวกเราคือพนักงานติดต่อสื่อสารที่หน่วยลี่เริ่นส่งมาครับ"

หมู่บ้านเยวี่ยหว่าน

" ... พนักงานติดต่อสื่อสารที่หน่วยลี่เริ่นส่งมาครับ"

หยางฟานมองผ่านดวงตาของลิ่วเฮย เห็นพนักงานติดต่อสื่อสารทั้งสองคนที่มีท่าทีหวาดระแวงจนตัวสั่นพั่บๆ เขาก็อดไม่ได้ที่จะแอบยิ้มออกมา

ความจริงแล้ว

นับตั้งแต่เขาสัมผัสถึงดาราปฐมกาลได้และพลังภาษาวิญญาณเกิดการวิวัฒนาการ เขาก็ค่อยๆ ค้นพบว่าอีกาจิตหลายตัวในฝูงเริ่มมีการวิวัฒนาการตามไปด้วย

การเปลี่ยนแปลงทางจิตวิญญาณของเจ้าดำสามสิบสาม เป็นเพียงตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดเท่านั้นเอง

ยังมีอีกาจิตอีกสิบกว่าตัวที่มีการวิวัฒนาการในระดับที่เบาบางกว่า ซึ่งอาจจะมองไม่ออกได้ง่ายๆ

และเจ้าลิ่วเฮยที่เพิ่งจะไปแกล้งพนักงานติดต่อสื่อสารเมื่อกี้ ก็คือหนึ่งในนั้นด้วย

ความเร็วในการบินของมันเพิ่มขึ้นมากกว่าอีกาจิตตัวอื่นๆ อย่างชัดเจน แถมยังสามารถโชว์ท่าทางพิสดารอย่าง "บินถอยหลัง" หรือ "บินหงายท้อง" ได้อย่างคล่องแคล่ว

มันสามารถกะระยะความเร็วและระยะทางได้อย่างแม่นยำที่สุด

ประกอบกับนิสัยของลิ่วเฮยที่ค่อนข้างจะขี้เล่น มันจึงจงใจบินเฉียดหน้าจมูกของถังเหวินไป จนทำให้พนักงานติดต่อสื่อสารคนนี้เกือบจะขับรถคว่ำนั่นเอง

เสียงของถังเหวินยังคงดังต่อเนื่องมา "ท่านเซียนอีกาจิตครับ ช่วงนี้พวกเราได้รับภารกิจที่ยากลำบากและตึงมือมากภารกิจหนึ่ง จึงอยากจะมาขอกราบเรียนขอความช่วยเหลือจากท่านครับ"

หยางฟานพึมพำในใจ "เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ด้วย" ก่อนจะส่งคำสั่งลับออกไป

ในมุมมองของลิ่วเฮย

อีกาจิตหลายสิบตัวพากันร่อนลงสู่พื้นหิมะ แล้วเขียนตัวอักษรแถวใหญ่อย่างรวดเร็ว ก่อนจะบินกลับขึ้นไปเกาะที่รังตามเดิม

สวนสาธารณะตงหลิ่ง

ถังเหวินเหลือบมองดู แล้วก็ถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง

เพราะบนพื้นหิมะทิ้งประโยคหนึ่งไว้ชัดเจนว่า ... ขอดูไฟล์ข้อมูลหน่อย

ติงอีเฉียงได้สติก่อนใครเพื่อน "ท่านเซียนอีกาจิตครับ โปรดรอสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมไปเอาแท็บเล็ตมาให้ครับ"

เขารีบย่ำหิมะหนาเตอะมุ่งหน้ากลับไปที่รถวิ่งบนหิมะอย่างทุลักทุเล

ถังเหวินเพิ่งจะมาเข้าใจเอาตอนนี้เอง ว่าท่านเซียนอีกาจิตคงรำคาญที่จะฟังเขาพล่าม จึงขอดูเอกสารเองจะดีกว่า

ไม่นานนัก

ติงอีเฉียงก็เดินกลับมาพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ

"ก๊า !"

ลิ่วเฮยขยับปีกเล็กน้อย แล้วใช้จะงอยปากจิกไปที่พื้นหิมะหนึ่งที

ติงอีเฉียงเข้าใจท่าทางนั้นทันที จึงวางแท็บเล็ตลงบนพื้นหิมะอย่างรู้ใจ

เขายังไม่ลืมที่จะสำทับไปอีกประโยค "ท่านเซียนอีกาจิตครับ ผมเปิดไฟล์ข้อมูลเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ"

ลิ่วเฮยกระโดดเตาะแตะไปหยุดอยู่หน้าแท็บเล็ต แล้วเริ่มก้มอ่านไฟล์ข้อมูลอย่างตั้งใจ

นายทหารทั้งสองคนยืนมองภาพ "อีกาอ่านไฟล์ข้อมูล" ด้วยความรู้สึกทึ่งว่าเจ้านกพวกนี้มัน "เป็นปีศาจไปแล้ว" จริงๆ

ผ่านไปไม่กี่วินาที

ถังเหวินนึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้ จึงพยายามจะพูดเอาใจ "ท่านเซียนอีกาจิตครับ ไฟล์ข้อมูลมีหลายหน้า เดี๋ยวผมช่วยเปลี่ยนหน้าให้ ... "

คำพูดของเขายังไม่ทันจบ

ก็ต้องหยุดชะงักไปกลางคัน

เพราะเขาเห็นลิ่วเฮยใช้จะงอยปากจิกไปที่หน้าจอเบาๆ เพียงครั้งเดียว หน้าของไฟล์ข้อมูลก็เปลี่ยนไปหน้าถัดไปทันที

ถังเหวินยืนอึ้งไปด้วยความอับอายขายหน้าซ้ำสอง

สิบกว่าวินาทีต่อมา

ลิ่วเฮยก็ถีบตัวพ้นจากพื้น กระพือปีกบินกลับขึ้นไปบนรังอีกา

ถังเหวินก้าวเข้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพยำเกรง "ท่านเซียนอีกาจิตครับ ภารกิจจะเริ่มขึ้นในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า ท่านยินดีที่จะเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจกับพวกเราไหมครับ ?"

"ก๊า !"

ลิ่วเฮยส่งเสียงร้องออกมาหนึ่งครั้ง

ฝูงอีกาก็พากันบินร่อนลงมาทิ้งคำสามคำไว้บนพื้นหิมะว่า ... ฉันจะไป

นายทหารทั้งสองต่างพากันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกพร้อมกัน

หมู่บ้านเยวี่ยหว่าน

หน้าประตูหมู่บ้านยังคงส่งเสียงเอะอะโวยวายไม่หยุด

หลายคนพากันระบายความไม่พอใจที่จำนวนเสบียงมีน้อยเกินไป ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐก็ได้แต่พยายามอธิบายอย่างสุดความสามารถ

หยางฟานไม่ได้สนใจเสียงนกเสียงกาเหล่านั้นเลยแม้แต่นิดเดียว

เขากำลังนึกทบทวนเนื้อหาในไฟล์ข้อมูล แล้วรำพึงในใจว่า "น่าสนใจดีแฮะ"

เป็นไปตามที่คาดไว้ ปัญหาที่หน่วยลี่เริ่นกำลังเผชิญอยู่ เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์จริงๆ

และด้วยแรงดึงดูดของแต้มพลังต้นกำเนิดวิญญาณ มีหรือที่เขาจะปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปเฉยๆ

รายละเอียดคร่าวๆ ของเรื่องนี้มีอยู่ว่า:

เมื่อห้าวันก่อน

เกษตรกรรายหนึ่งในเขตชานเมืองทางทิศเหนือ จู่ๆ ก็พบว่าไก่และเป็ดที่เลี้ยงไว้ล้มตายจนหมดเล้าภายในคืนเดียว แม้แต่แมวที่เลี้ยงไว้ในบ้านก็ถูกกัดจนตาย

ซากสัตว์จำนวนมากถูกกัดแทะและฉีกขาดจนกระจัดกระจายไปทั่ว สภาพในที่เกิดเหตุดูสยดสยองและนองเลือดอย่างยิ่ง

เกษตรกรตกใจมาก จึงรีบแจ้งความกับสถานีตำรวจทันที

ทางตำรวจส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบอย่างละเอียด และตัดสินจากรอยแผลว่า คนร้ายน่าจะเป็นสัตว์ประเภทฟันแทะบางชนิด

สถานีตำรวจตระหนักได้ทันทีว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดา จึงรีบรายงานเรื่องนี้ขึ้นไปยังเบื้องบน

ส่วนทางฝ่ายเกษตรกรเองก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ

ครอบครัวนี้ทั้งตกใจทั้งโกรธแค้น จึงไปกว้านซื้อยาฆ่าหนูมาจำนวนมาก แล้วนำไปวางไว้ทั่วทั้งในบ้านและบริเวณรอบๆ จนกลายเป็นค่ายกลยาฆ่าหนูขนาดใหญ่

และดูเหมือนการกระทำนี้จะได้ผลจริงๆ

วันต่อมา

เกษตรกรพบซากหนูที่ถูกยาเบื่อตายอย่างน้อยยี่สิบตัว

แต่ที่น่าสลดใจคือ การกระทำนี้กลับนำพาหายนะครั้งใหญ่มาสู่ครอบครัวของเขาเอง

หลังจากนั้นอีกเพียงวันเดียว

เพื่อนบ้านสังเกตเห็นว่าบ้านหลังนั้นเงียบผิดปกติ จึงลองแวะเข้าไปดู แล้วก็ต้องพบกับภาพที่น่าสยดสยอง เมื่อสมาชิกทุกคนในครอบครัวเสียชีวิตจนหมดสิ้น

ในจำนวนผู้เสียชีวิตนั้น มีทั้งผู้สูงอายุที่อายุเกินเจ็ดสิบปี และเด็กน้อยที่เพิ่งจะอายุได้เพียงสามขวบเท่านั้น

เพื่อนบ้านขวัญหนีดีฝ่อ รีบแจ้งความกับสถานีตำรวจทันที

มาถึงจุดนี้

เรื่องราวจึงกลายเป็นเรื่องใหญ่โตขึ้นมาจริงๆ

สถานีตำรวจรีบสั่งปิดล้อมหมู่บ้านแห่งนั้นและควบคุมข่าวสารอย่างเข้มงวดทันที

หน่วยรบพิเศษลี่เริ่นรุดมาที่เกิดเหตุหลังจากได้รับแจ้งข่าว พวกเขาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและทำการชันสูตรศพ จนได้ข้อสรุปว่าฆาตกรน่าจะเป็นหนูกลายพันธุ์ตัวหนึ่ง

แต่เนื่องจากหนูกลายพันธุ์มีขนาดตัวไม่ใหญ่ ทำให้มีที่หลบซ่อนเยอะเกินไป

แค่ขุดรูซ่อนในซอกหลืบ หรือขุดรูลึกเข้าไปในไร่นา เครื่องตรวจจับความร้อนอินฟราเรดก็แทบจะไร้ผล

หน่วยลี่เริ่นจนปัญญาที่จะตามล่ามัน จึงต้องหันมาขอความช่วยเหลือจากเขาซึ่งเป็น "ผู้เชี่ยวชาญด้านการแกะรอย"

พูดตามตรงเลยนะ

หลังจากหยางฟานรับรู้เรื่องราวทั้งหมด เขาก็รู้สึกตกใจมาก "หนูถึงกับรู้จักการแก้แค้นฆ่ายกครัวเลยเหรอ โลกนี้มันจะแฟนตาซีเกินไปแล้วนะเนี่ย ?"

เขามั่นใจว่า สาเหตุที่หนูกลายพันธุ์ลงมือฆ่าคนทั้งบ้าน น่าจะเป็นการล้างแค้นที่เกษตรกรรายนั้นวางยาเบื่อพวกพ้องของมันนั่นเอง

ผ่านไปครู่หนึ่ง

หยางฟานก็ได้ยินเสียงร้องตะโกนอันแหลมคมดังขึ้นมา

"หมู่บ้านเราไฟดับตั้งนานขนาดนี้ พวกเราต้องทนหิวทนหนาวทุกวัน ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงทุกคืน ... "

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 18 - ฝูงอีกาเจ้าเล่ห์สุดขั้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว