- หน้าแรก
- พ่อสั่งให้เลือกเมียคนเดียว แต่ผมขอเหมาหมด
- (ฟรี) บทที่ 290 - ฝีปากปะทะปราชญ์
(ฟรี) บทที่ 290 - ฝีปากปะทะปราชญ์
(ฟรี) บทที่ 290 - ฝีปากปะทะปราชญ์
(ฟรี) บทที่ 290 - ฝีปากปะทะปราชญ์
◉◉◉◉◉
กู่หย่าจ้องมองเฟิงหลินอย่างพินิจพิเคราะห์ ยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกคุ้นเคย
จู่ๆ เธอก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ทั้งดวงตา ริมฝีปาก ส่วนสูง รวมไปถึงบุคลิกท่าทาง
เมิ่งฉางเซิง!
เธอรู้สึกเหมือนเลือดลมสูบฉีด สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ
เรื่องแบบนี้โอกาสเกิดขึ้นน้อยยิ่งกว่าถูกรางวัลที่หนึ่งเสียอีก แต่เธอกลับได้มาเจอเข้ากับตัว
'ไม่หรอกน่า!'
กู่หย่าแย้งในใจ มันคงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกมั้ง
เหวินเหรินซีคงเดินไปหาผู้ชายคนอื่นที่อยู่ตรงนั้นมากกว่า
เพราะตอนนี้ 'เมิ่งฉางเซิง' ยังไม่ได้หันไปมองเหวินเหรินซีเลย ทั้งสองคนไม่น่าจะรู้จักกันหรอก
แต่ความคิดนั้นก็ต้องพังทลายลงในวินาทีต่อมา
เมื่อเหวินเหรินซีเดินเข้าไปหาเฟิงหลิน แล้วตบไหล่เขาทักทาย
เฟิงหลินที่กำลังปวดหัวกับการหาคำอธิบายมาแก้ตัวกับหวังหลิงเอ๋อร์ จู่ๆ เหวินเหรินซีก็โผล่มาเพิ่มอีกคน
"เฟิงหลิน ทำไมนายถึงใส่วิกผมด้วยล่ะ?"
เหวินเหรินซีถามด้วยความประหลาดใจ
ใบหน้าของถงเยวี่ยเย็นชาลงเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าเฟิงหลินจะไม่ได้เก็บคำเตือนของเธอไปใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
บอกให้ไปถอนหมั้นแท้ๆ แต่กลับมาทำตัวอีรุงตุงนังกับผู้หญิงพวกนี้อยู่อีก
แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน
มุมปากของถงเยวี่ยยกขึ้นเบาๆ อย่างน้อยตอนนี้เธอก็มีจุดอ่อนของเฟิงหลินเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งข้อแล้ว
ตัวประกันพวกนี้ น่าจะใช้ประโยชน์ได้ดีกว่าคนทั่วไปแน่ๆ
"หึหึ ปลอมตัวนิดหน่อยน่ะ"
เฟิงหลินตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางๆ
ผู้คนรอบข้างต่างหันมามองที่เฟิงหลินเป็นตาเดียว ทุกคนอยากรู้ว่าผู้ชายคนที่เหวินเหรินซีเป็นฝ่ายเข้าไปทักทายก่อนนั้น เป็นใครมาจากไหนกันแน่
แต่พอมองมาก็ต้องตกตะลึงจนแทบฉี่ราด
บริเวณรอบๆ ตัวเขานั้น เต็มไปด้วยหญิงสาวหน้าตาสะสวยยืนล้อมรอบอยู่เต็มไปหมด
แถมยังมีครบทุกช่วงวัยและทุกสไตล์อีกต่างหาก
ในที่สุดกู่หย่าก็เดินเข้ามาสมทบ เธอจ้องหน้าเฟิงหลินแล้วพูดว่า "เมิ่งฉางเซิง ไม่เจอกันนานเลยนะ"
"เมิ่งฉางเซิง?"
สวีรั่วอิ่งชะงักไปชั่วครู่ นี่มันชื่อของนายท่านรองไม่ใช่เหรอ?
เหวินเหรินซีหันไปมองกู่หย่าด้วยความประหลาดใจ "ผู้ชายคนนี้คือเมิ่งฉางเซิงที่เธอพูดถึงงั้นเหรอ?"
"ใช่แล้ว" กู่หย่าพยักหน้ารับ
"เขาชื่อเฟิงหลินต่างหาก" เหวินเหรินซีช่วยอธิบาย
"อะไรนะ?"
กู่หย่าอึ้งจนทำหน้าไม่ถูกแล้ว
"เฟิงหลิน นายนี่มันอวดดีจังเลยนะ? แค่หลอกนักร้องคนเดียวยังไม่พอ ยังกล้าเอาชื่อของนายท่านรองมาหลอกจีบผู้หญิงอีกตั้งสองคนเชียวเหรอ?"
สวีรั่วอิ่งเอื้อมมือไปบิดหูเฟิงหลินอย่างแรง
"นายยังไม่ได้อธิบายให้ฉันฟังเลยนะ!"
หวังหลิงเอ๋อร์ก็เอื้อมมือไปบิดหูเฟิงหลินอีกข้างหนึ่ง
"พี่เฟิงหลิน ดูเหมือนว่าพี่จะไม่ได้ฟังที่ฉันเตือนเลยใช่ไหมคะ?"
ถงเยวี่ยก็เอื้อมมือไปหยิกเนื้อที่เอวของเฟิงหลินอย่างแรง
พอเหลียงเตี๋ยเห็นแบบนี้ เธอก็แอบสะใจลึกๆ โอกาสทองในการแก้แค้นมาถึงแล้ว จะรอช้าอยู่ทำไมล่ะ?
เธอจึงเดินเข้าไปสมทบ หยิกเข้าที่เอวของเฟิงหลินอีกด้านหนึ่ง แถมยังบิดเนื้ออย่างแรงอีกต่างหาก
"โอ๊ย!"
เฟิงหลินร้องเสียงหลง รีบสะบัดแขนไล่ผู้หญิงทุกคนให้ถอยห่างออกไปทันที
เขาคิดว่าคงถึงเวลาที่เขาต้องแสดงอำนาจในฐานะหัวหน้าครอบครัวซะบ้างแล้ว
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะสะดุดตาเข้ากับห้องคาราโอเกะที่อยู่ไกลออกไป
ที่นี่คือห้องอิมพีเรียลสุดหรู ย่อมต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันอยู่แล้ว
เฟิงหลินล้วงมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋ากางเกง แล้วเดินตรงเข้าไปในห้องคาราโอเกะขนาดเล็ก
บรรดาหญิงสาวทั้งหลายก็พากันเดินตามเข้าไปเป็นขบวน
ก่อนที่ถงเยวี่ยจะเดินตามเข้าไป เธอได้หันไปสั่งเฉินคงว่า "เฒ่าเฉิน เฝ้าอยู่หน้าประตูนะ ห้ามให้ใครเข้าใกล้เด็ดขาด"
"ท่านธิดาศักดิ์สิทธิ์..."
"วางใจเถอะ เขาไม่กล้าทำอะไรฉันหรอก ดูรอบๆ สิ คนพวกนี้ล้วนเป็นตัวประกันของฉันทั้งนั้นแหละ"
ถงเยวี่ยชี้ไปที่ฝูงชนที่รวมตัวกันอยู่ไกลออกไป
เฉินคงพยักหน้ารับ ในสถานที่แบบนี้ เฟิงหลินคงไม่กล้าทำอะไรวู่วามหรอก
หากเฟิงหลินกล้าลงมือฆ่าถงเยวี่ย เฉินคงก็จะฆ่าทุกคนในที่นี้ให้หมดเลย
เหลียงเตี๋ยก็หันไปสั่งเหลียงหลงที่ยืนอยู่ข้างๆ ว่า "ท่านปู่หลง ท่านก็รออยู่ข้างนอกนี้เหมือนกันนะ"
"ได้เลยครับองค์หญิง"
เหลียงหลงตอบรับด้วยรอยยิ้ม
เมื่อประตูห้องถูกปิดลง หญิงสาวทุกคนก็พากันไปนั่งบนโซฟา มีเพียงเฟิงหลินคนเดียวที่ยังคงยืนอยู่
"ใครมีอะไรไม่พอใจ ก็ว่ามาได้เลย"
เฟิงหลินกวาดสายตามองไปรอบๆ เตรียมพร้อมที่จะปะทะฝีปากกับเหล่าหญิงสาว
"เฟิงหลิน..."
"เมิ่งฉางเซิง..."
"หยุดก่อน!"
เฟิงหลินแคะหูพลางยกมือขึ้นปราม "คนมันเยอะเกินไป เดี๋ยวฉันจะเป็นคนไล่ถามทีละคนเอง กู่หย่า เธอเริ่มก่อนเลย"
กู่หย่าถือว่าเป็นคนนอกเพียงคนเดียวที่บังเอิญเข้ามาพัวพัน รีบจัดการให้เธอออกไปก่อนน่าจะดีกว่า
"สรุปแล้วนายชื่อเมิ่งฉางเซิง หรือว่าเฟิงหลินกันแน่?" กู่หย่าเอ่ยถาม
"ฉันชื่อเฟิงหลิน ปกติเวลาฉันทำความดี ฉันไม่ชอบเปิดเผยตัวตนหรอก ตอนที่ฉันช่วยเธอไว้ ฉันก็เลยใช้ชื่อปลอมน่ะ"
เฟิงหลินล้วงมือไว้ในกระเป๋ากางเกง แล้วอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง" กู่หย่าพยักหน้ารับ ก่อนจะชี้ไปที่เหวินเหรินซี "แล้วผู้หญิงคนนี้เป็นอะไรกับนายล่ะ?"
"เราเคยหมั้นหมายกันมาก่อนน่ะ แต่ตอนนี้ความสัมพันธ์ของเราค่อนข้างเป็นความลับ ฉันบอกเธอไม่ได้หรอกนะ"
หลังจากตอบคำถามเสร็จ เฟิงหลินก็กวาดสายตามองไปรอบๆ โดยเฉพาะสวีรั่วอิ่ง
ราวกับกำลังจะบอกว่า เขาบริสุทธิ์ใจนะ
"อืม เข้าใจแล้ว" กู่หย่าพยักหน้าเบาๆ
"ไม่มีอะไรแล้ว เธอไปได้เลย" เฟิงหลินผายมือเชิญ
กู่หย่าพยักหน้ารับ เมื่อเทียบกับเหวินเหรินซีที่เป็นคู่หมั้นแล้ว เธอเป็นแค่คนนอกที่บังเอิญผ่านมาเท่านั้น
ขืนมัวแต่อยู่ตรงนี้ต่อไป คงจะดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่
เธอจึงตัดสินใจหันหลังเดินออกจากห้องไป
เมื่อคนนอกเพียงคนเดียวเดินออกไปแล้ว เฟิงหลินก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขากวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วถามต่อ "มีใครมีคำถามอะไรอีกไหม?"
"พี่เฟิงหลิน ผู้หญิงพวกนี้คือคู่หมั้นของพี่ทุกคนเลยหรือเปล่าคะ?"
ถงเยวี่ยลุกขึ้นยืนด้วยรอยยิ้ม แล้วเดินเข้าไปควงแขนเฟิงหลิน
"ไม่ใช่!"
เฟิงหลินส่ายหน้าปฏิเสธ เขาหันไปหาเหวินเหรินซีเป็นคนแรก "คุณเหวินเหริน คราวที่แล้วฉันก็บอกไปชัดเจนแล้วนะ ว่าพวกเราเข้ากันไม่ได้ แล้วเธอก็เห็นด้วยแล้วไม่ใช่เหรอ?"
"ใช่ ฉันเห็นด้วย" เหวินเหรินซีพยักหน้ารับ
เฟิงหลินเป่าปากระบายลมหายใจเบาๆ เขาหันไปส่งยิ้มให้ถงเยวี่ย เป็นการบอกกลายๆ ว่าเขากำลังจัดการถอนหมั้นอยู่นะ
ถงเยวี่ยยังไม่ทันได้ตอบอะไรกลับไป
เหวินเหรินซีก็พูดแทรกขึ้นมาว่า "แต่ครอบครัวของฉันไม่ยอมนี่สิ"
"ถ้างั้นฉันจะฆ่าล้างโคตรครอบครัวเธอให้หมดเลยดีไหม?" ถงเยวี่ยพูดด้วยรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนสุดๆ
"ยัยเด็กบ้า เธอพูดบ้าอะไรของเธอน่ะ?"
เหวินเหรินซีลุกพรวดขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ
"บังอาจ! เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ?" ถงเยวี่ยตวาดเสียงแข็ง
"ใจเย็นๆ ก่อน อย่าเพิ่งทะเลาะกันนะ!"
เฟิงหลินรีบแทรกตัวเข้าไปอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสองคน แล้วใช้มือดันตัวพวกเธอเอาไว้
เหลียงเตี๋ยแอบหัวเราะคิกคัก เธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม พอได้เห็นท่าทางกระอักกระอ่วนของเฟิงหลินแล้ว เธอถึงได้รู้สึกสะใจขนาดนี้
เธอตัดสินใจว่าจะราดน้ำมันเข้ากองไฟเพิ่มอีกสักหน่อยดีกว่า
"เฟิงหลิน! ก่อนหน้านี้นายก็เคยบอกไว้ชัดเจนแล้วนี่นา ว่าจะรักฉันคนเดียว แล้วไล่ผู้หญิงพวกนี้ไปให้พ้นๆ"
เหลียงเตี๋ยววิ่งเข้าไปควงแขนเฟิงหลิน "นายจะไปมัวเสียเวลาคุยกับพวกเธออยู่ทำไมล่ะ?"
"อะไรนะ?"
สวีรั่วอิ่งที่นั่งดูเรื่องสนุกอยู่เงียบๆ มาตลอด เริ่มนั่งไม่ติดแล้ว
เธอค่อนข้างมั่นใจในตัวเองสูง ในสายตาของเธอ ผู้หญิงพวกนี้ก็เป็นแค่เมียน้อยที่มาแย่งความรักกันเท่านั้นแหละ
แต่คำพูดของเหลียงเตี๋ย ทำให้เธอเริ่มกระวนกระวายใจขึ้นมาแล้ว
"เหลียงเตี๋ย ไสหัวออกไปเลยนะ!" เฟิงหลินชี้หน้าด่าเหลียงเตี๋ย
"เฟิงหลิน! นายมันคนใจร้าย ฮือฮือ! ร่างกายของฉันทุกซอกทุกมุม นายก็จับต้องมาหมดแล้วแท้ๆ แต่นายกลับมาทำเย็นชาใส่ฉันแบบนี้"
เหลียงเตี๋ยแกล้งยกมือขึ้นขยี้ตา ทำทีเป็นร้องไห้ฟูมฟาย
หวังหลิงเอ๋อร์ขมวดคิ้วแน่น ไม่คิดเลยว่าเฟิงหลินจะเป็นผู้ชายมักมากแบบนี้?
"อย่าไปฟังที่ยัยนี่พูดมั่วซั่วเลยนะ"
"นายกล้าสาบานไหมล่ะ? สาบานให้ตกนรกหมกไหม้ นายกล้าสาบานไหมล่ะ? ฮือฮือ"
เหลียงเตี๋ยปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น ทำเหมือนเสียใจซะเต็มประดา
"เฟิงหลิน นี่นายไม่ละเว้นแม้กระทั่งเด็กเลยงั้นเหรอ?"
สวีรั่วอิ่งพุ่งเข้าไปบีบคอเฟิงหลินทันที
"พอได้แล้ว!"
เฟิงหลินตวาดลั่น เสียงดังจนทำให้บรรยากาศรอบๆ เงียบกริบลงไปชั่วขณะ
"โธ่เอ๊ย! คิดว่าฉันเป็นคนยอมคนง่ายๆ หรือไง?"
เฟิงหลินคว้าผมแกละของเหลียงเตี๋ย ราวกับกำลังบังคับพวงมาลัยรถ แล้วผลักเธอให้ลงไปนอนกองบนโซฟา
เฟิงหลินกดร่างของเหลียงเตี๋ยเอาไว้ แล้วกระซิบข้างหูของเธอ "ถ้าเธอยังกล้าพูดพล่อยๆ อีกล่ะก็ ฉันจะแฉคลิปวิดีโอนั่นให้ทุกคนดูซะเลย"
"อ้อ ใช่สิ เฟิงหลินยังมีคลิปตอนที่เราสองคนเล่นสนุกด้วยกันเก็บเอาไว้อีกนะ ทุกคนรีบมาดูเร็วเข้า"
เหลียงเตี๋ยตัดสินใจสลัดความอายทิ้งไป เธอรอให้เฟิงหลินพูดเรื่องนี้อยู่พอดี
เพราะการเอาคลิปนั้นมาแฉตอนนี้ มันยิ่งเป็นผลดีกับเธอมากกว่า
"คลิปอะไรเหรอ? เอามาให้ฉันดูเดี๋ยวนี้เลยนะ!" สวีรั่วอิ่งแบมือขอจากเฟิงหลิน
"ไม่มีคลิปอะไรทั้งนั้นแหละ เธออย่าไปเชื่อที่ยัยนี่พูดเลยนะ" เฟิงหลินหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อน
[จบแล้ว]