- หน้าแรก
- วายร้ายตัวพ่อ ก็แพ้เงื้อมมือท่านเทพผู้แสนดี
- บทที่ 11: ข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียว
บทที่ 11: ข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียว
บทที่ 11: ข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียว
โอเมก้านั้นแสนจะบอบบาง
ร่างกายและพลังจิตอ่อนแอ ทั้งยังอ่อนไหวทางอารมณ์ได้ง่าย คล้ายกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบแห่งโลกยุคโบราณที่พร้อมจะแตกสลายเพียงแค่ถูกกระทบกระเทือนเบาๆ
ทว่าฉินฉิวเยี่ยกลับแตกต่างจากโอเมก้าทุกคนที่หลวนโยวเคยพบเจอ
เขาทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
แม้จะอยู่ต่อหน้าอัลฟ่าอย่างเขา ก็ไม่เผยความอ่อนแอให้เห็นแม้แต่น้อย
ความมืดมิดไม่อาจบดบังใบหน้างดงามหยาดเยิ้มตรงหน้าได้เลยแม้แต่นิดเดียว หลวนโยวไม่เคยหวั่นไหวกับดวงตากลมโตที่คลอไปด้วยน้ำตาของฉินซู ทว่าในวินาทีนี้ หัวใจของเขากลับสั่นคลอนเมื่อถูกจับจ้องด้วยดวงตาดอกท้อคู่นี้
เขาเคยเห็นแววตาที่งดงามและหยาดเยิ้มเช่นนี้มาแล้ว ตอนที่มันถูกฉาบด้วยม่านน้ำตาบางๆ
และหางตาที่แดงเรื่อขึ้นเล็กน้อยนั่น
แม้จะถูกบีบคอจนรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก แต่หลวนโยวกลับไม่รู้สึกตื่นตระหนกเลยสักนิด เขาแนบชิดกับแผงอกของโอเมก้าที่ตนเคยครอบครอง สัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจภายใต้ฝ่ามือ ซึ่งมันช่างน่าหลงใหลเหลือเกิน
ริมฝีปากที่แตะลงบนริมฝีปากของเขาเบาๆ นั้นช่างนุ่มนวลเหลือจะกล่าว ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงรสจูบอันหอมหวานในคืนนั้น จนลูกกระเดือกขยับขึ้นลงอย่างลืมตัว
"เมื่อกี้คุณอยู่ข้างนอกเหรอ?"
เพราะถูกบีบลำคอ น้ำเสียงของชายหนุ่มจึงแหบพร่าเล็กน้อย
เสียงกระซิบที่ทุ้มต่ำราวกับเสียงเชลโล่นั้นดังกระทบโสตประสาทของฉิวเยี่ย ฟังดูเซ็กซี่จนแทบขาดใจ
ฉิวเยี่ยไม่ตอบ เพียงแค่บีบคอเขาต่อไปแล้วเอ่ยว่า "ฉันบอกให้คุณทำตัวดีๆ แท้ๆ แต่ไม่เพียงคุณจะไม่เชื่อฟัง คุณยังไปช่วยฉินฮ่าวหลินจัดการกับฉันอีก คุณทำให้ฉันผิดหวังจริงๆ"
ฉินฉิวเยี่ยอยู่ข้างนอกเมื่อกี้จริงๆ ด้วย!
แถมยังได้ยินบทสนทนาระหว่างเขากับฉินฮ่าวหลินอีกต่างหาก!
แต่เขาคงไม่ได้ยินทั้งหมด ไม่อย่างนั้นเขาต้องรู้สิว่าหลวนโยวไม่ได้ช่วยฉินฮ่าวหลินจัดการกับเขาเลย แต่กลับยืนอยู่ข้างเขาต่างหาก
หลวนโยวอยากจะอธิบาย แต่ก็เปล่งเสียงไม่ออก
มือของฉิวเยี่ยออกแรงบีบแน่นขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกะจะบีบคอเขาให้ตายคามือตรงนี้เลย
"เงินแค่พันล้านเหรียญดวงดาว ถ้าคุณอยากได้ ฉันก็ให้คุณได้เหมือนกัน
อ้อ ไม่สิ
ฉันลืมไปได้ยังไงว่ายังมีฉินซูอีกคน
องค์ชายสามของเราชอบนายพลหลวนโยวมากเลยนี่นา เอะอะก็เรียกพี่หลวนโยวอย่างนั้น พี่หลวนโยวอย่างนี้ ตอนที่เขาสารภาพรัก คุณคงดีใจจนเนื้อเต้นเลยล่ะสิ?"
ขณะที่พูด ฉิวเยี่ยก็เอียงคอเล็กน้อย
ดวงตาดอกท้อคู่สวยเต็มไปด้วยความมืดมน ทว่ากลับซ่อนแววตาตัดพ้อเอาไว้
"แต่คุณก็มีฉันอยู่แล้ว ทำไมถึงยังไม่พอใจอีก? ทำไมต้องไปพัวพันกับโอเมก้าคนอื่นด้วย?"
น้ำเสียงที่เจือความน้อยใจนี้ทิ่มแทงหัวใจของหลวนโยวในทันที
เขาคว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้ แต่ไม่ได้ปัดออกจนหมด เพียงแค่คลายแรงบีบออกพอให้ตัวเองเปล่งเสียงได้ "ในเมื่อคุณได้ยินขนาดนั้น คุณก็ควรจะรู้ว่าผมไม่ได้เข้าข้างฉินฮ่าวหลิน"
ฉิวเยี่ยแค่นยิ้ม
"ใครจะไปรู้ล่ะ
บางทีข้อเสนอของฉินฮ่าวหลินอาจจะยังไม่พอที่จะล่อใจนายพลหลวนโยว แต่พอเพิ่มฉินซูเข้าไปด้วย ข้อเสนอนั้นก็คงจะมากพอแล้วมั้ง"
หลวนโยวเป็นคนแข็งกระด้างมาโดยตลอด
เขาไม่เคยง้อใคร ลูกน้องของเขาก็มีแต่ทหารที่พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งทันทีที่สั่งการ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับฉิวเยี่ยที่กำลังเกรี้ยวกราดและไม่ไว้ใจเขาเลยแม้แต่น้อย เขาจึงทำตัวไม่ถูก
จะออกคำสั่งกับเขางั้นหรือ?
เขาไม่ใช่ทหารของตน ย่อมไม่มีทางฟังคำสั่งแน่
หลวนโยวครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจใช้วิธีพูดตรงๆ แบบชายชาตรีในที่สุด "ผมไม่ได้ชอบฉินซู และไม่ได้ตอบรับคำสารภาพรักของเขาด้วย
ความจริงแล้ว ผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับโอเมก้าคนไหนเลย
เพราะผมไม่ได้กลิ่นฟีโรโมน ไม่ใช่แค่ของโอเมก้ากับอัลฟ่านะ แม้แต่ฟีโรโมนของตัวเอง ผมก็ไม่ได้กลิ่น"
เพราะไม่ได้กลิ่นฟีโรโมน เขาจึงไม่ได้รับผลกระทบจากอัลฟ่าและโอเมก้า นี่คือเหตุผลที่ทำให้เขาก้าวหน้าในกองทัพได้อย่างรวดเร็ว และนิ่งเฉยได้เสมอเวลาที่มีโอเมก้าพยายามปล่อยฟีโรโมนยั่วยวนเขา
ทว่าด้วยเหตุนี้เอง ช่วงรัทของเขาจึงเจ็บปวดทรมานขึ้นทุกครั้ง และพลังจิตก็ทวีความบ้าคลั่งมากขึ้นเรื่อยๆ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ภายในสามปี เขาคงถูกช่วงรัททรมานจนตายแน่
หากข่าวที่ว่าผู้บัญชาการกองพลที่หนึ่งไม่ได้กลิ่นฟีโรโมนและมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่สามปีแพร่งพรายออกไป คงนึกภาพออกเลยว่ามันจะสร้างความประหลาดใจให้กับพวกที่จ้องจะเลื่อยขาเตียงมากแค่ไหน พวกนั้นจะต้องใช้เรื่องนี้มาโจมตีเขาอย่างบ้าคลั่งและบีบให้เขาก้าวลงจากตำแหน่งแน่นอน
นี่คือความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของหลวนโยว
แต่เขากลับนำความลับที่ถือเป็นจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของตัวเองนี้ มาบอกกับฉิวเยี่ย
ฉิวเยี่ยไม่เชื่อเขา
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่สีหน้าเยาะเย้ยจะปรากฏขึ้น "นายพลหลวนโยวจะโกหกทั้งทีก็หัดร่างบทมาก่อนเถอะ ถ้าคุณไม่ได้กลิ่นฟีโรโมนจริงๆ แล้วคืนนั้นคุณจะโดนฉันยั่วจนตบะแตก แถมยัง..."
"คุณเป็นคนพิเศษ"
ชายผู้ทื่อมะลื่อที่สุดในจักรวาลจ้องมองเข้าไปในดวงตาดอกท้อของคนตรงหน้า พลางอธิบายอย่างจริงจัง โดยไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าความตรงไปตรงมาของเขานั้นชวนให้ใจสั่นมากแค่ไหน
"ผมได้กลิ่นฟีโรโมนของคุณ"
"มันคือกลิ่นกุหลาบจีน"
เขาเน้นทีละคำ "นั่นเป็นกลิ่นที่หอมที่สุดเท่าที่ผมเคยได้กลิ่นมาเลย"
ฉิวเยี่ย: "..."
ใบหน้าของฉิวเยี่ยแดงก่ำเมื่อโดนประโยคจู่โจมนี้เข้าไปเต็มๆ
บ้าเอ๊ย!
ผู้ชายทื่อๆ สมัยนี้มันร้ายกาจกันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?
แต่ไม่นานหัวใจที่พองโตของเขาก็ฟีบลงอีกครั้ง เมื่อจู่ๆ ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาจึงเรียก 9958 ในใจ "ในเส้นโลกเดิม หลวนโยวมีปฏิกิริยาตอบสนองแค่กับฟีโรโมนของฉินฉิวเยี่ยด้วยรึเปล่า?"
9958 โผล่หัวออกมา
มันยื่นมือป้อมๆ ออกมาเปิดดูบันทึกข้อมูล
[ดูเหมือนจะไม่ใช่นะ หลวนโยวถูกวางบทให้เป็นพวกหล่อ เก่ง แต่อาภัพ เขาไม่ได้กลิ่นฟีโรโมนอะไรเลย ก็เลยต้องทนทรมานกับช่วงรัทมาตลอด
ในเส้นโลกเดิม เขาไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเจ้าของร่างเดิมเลย เขาแค่ยื่นมือเข้ามาช่วยตอนที่เจ้าของร่างเดิมถูกไล่ออกจากราชวงศ์เท่านั้น ต่อมาตอนที่สงครามปะทุขึ้น เขาก็ถูกโจวฉีเหยียนฆ่าตาย]
9958 เปิดดูต่อ
[และในเส้นโลกเดิม ฟีโรโมนของฉินฉิวเยี่ยก็ไม่ใช่กลิ่นกุหลาบจีนนะ แต่เป็นกลิ่นกุหลาบเฉยๆ]
"งั้นก็หมายความว่าสิ่งที่หลวนโยวได้กลิ่นไม่ใช่ฟีโรโมนของฉินฉิวเยี่ย แต่เป็นของฉันสินะ" น้ำเสียงของฉิวเยี่ยเจือไปด้วยความพึงพอใจอย่างเห็นได้ชัด
9958: [...]
9958: [คุณไม่เห็นต้องมาหึงหวงอะไรแบบนี้เลย ลืมไปแล้วเหรอ? เป้าหมายที่ถูกเลือกให้ข้ามโลกมาก็คือตัวโฮสต์เองจากโลกคู่ขนานต่างๆ นะ ถึงจะทำให้วิญญาณกับร่างกายหลอมรวมกันได้อย่างสมบูรณ์ไง
พูดง่ายๆ ก็คือ ฉินฉิวเยี่ยก็คือคุณในโลกนี้นั่นแหละ ต่อให้หลวนโยวจะได้กลิ่นฟีโรโมนของฉินฉิวเยี่ยจริงๆ นั่นก็ยังเป็นคุณอยู่ดี]
"ไร้สาระน่า คนขี้ขลาดอย่างฉินฉิวเยี่ยไม่ใช่ฉันซะหน่อย"
9958: [...]
อ่า จ้าๆๆ เอาที่คุณสบายใจเลย
แน่นอนว่าไม่ใช่อยู่แล้ว
ในสามพันโลกใบนี้ ทุกๆ โลกจะมีฉิวเยี่ยอยู่
ฉินฉิวเยี่ย หลี่ฉิวเยี่ย จางฉิวเยี่ย... แต่พวกเขาไม่มีจิตวิญญาณของฉิวเยี่ย ดังนั้นพวกเขาจึงเป็นฉิวเยี่ย แต่ก็ไม่ใช่ฉิวเยี่ยในความหมายที่แท้จริง
และถ้าคนคนนั้นต้องการจะรัก เขาก็ต้องรักที่จิตวิญญาณ ไม่ใช่รักพวกตัวปลอมที่มีแต่เปลือกนอก ถ้าเขาแยกแยะคนรักของตัวเองไม่ได้ เขาก็ไม่คู่ควรให้ฉิวเยี่ยต้องดั้นด้นมาที่นี่หรอก
เมื่อคิดได้ดังนี้ ฉิวเยี่ยก็เผยรอยยิ้มออกมา
แต่เขาก็ยังอยากจะแกล้งหลวนโยวอยู่ดี จึงใช้นิ้วหัวแม่มือลูบไล้ไปตามลำคอของอีกฝ่ายพลางเลิกคิ้วขึ้น "โอ้?"
"แต่ทำไมฉันถึงจำได้ว่าฟีโรโมนของฉันไม่ใช่กลิ่นกุหลาบจีน แต่เป็นกลิ่นกุหลาบล่ะ? นายพลหลวนโยวจำแม้กระทั่งกลิ่นฟีโรโมนของฉันผิด แต่กลับกล้าพูดว่าฉันเป็นคนพิเศษสำหรับคุณ คุณไม่คิดว่ามันตลกไปหน่อยเหรอ?"
——————