- หน้าแรก
- ตำนานอนุบาลอุลตร้าแมน กับระบบทุบไข่กู้โลก
- (ฟรี) บทที่ 140 - ถ้าเรื่องนี้จบลง จะแจกให้คนละ 1 เทราไบต์
(ฟรี) บทที่ 140 - ถ้าเรื่องนี้จบลง จะแจกให้คนละ 1 เทราไบต์
(ฟรี) บทที่ 140 - ถ้าเรื่องนี้จบลง จะแจกให้คนละ 1 เทราไบต์
(ฟรี) บทที่ 140 - ถ้าเรื่องนี้จบลง จะแจกให้คนละ 1 เทราไบต์
◉◉◉◉◉
ในเวลานี้ทั้งโรงเรียนตราสัญลักษณ์กำลังวุ่นวายไปหมด
นักเรียนบ้างก็ลุกขึ้นสู้ บ้างก็หาที่หลบภัย
ภายในห้องสมุดส่วนตัวห้องหนึ่ง เด็กสาวผมทองกำลังนั่งอยู่ริมหน้าต่าง ทอดสายตามองดูนักเรียนที่กำลังวิ่งวุ่นกันอย่างโกลาหล
จังหวะนั้นเอง เด็กหนุ่มผมสีฟ้าก็ผลักประตูเข้ามาด้วยความร้อนรน
"แย่แล้ว เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"
ทว่าเด็กสาวกลับไม่ได้สนใจเด็กหนุ่มเลยแม้แต่น้อย เธอยกชาดำขึ้นจิบอย่างสง่างามและเปิดหนังสืออ่านต่ออีกหน้า
"ชิ" เด็กหนุ่มเก็บอาการร้อนรนกลับไปอย่างหงุดหงิด เดินเข้ามาในห้องและปิดประตูลง
"สถานการณ์ข้างนอกเป็นยังไงบ้าง" เด็กสาวเอ่ยถาม น้ำเสียงของเธอไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ
"เธอก็น่าจะเห็นไม่ใช่เหรอ" เด็กหนุ่มยักไหล่ เลื่อนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามออกมาแล้วนั่งลง
"ท่านแอนดี้นี่ช่างเป็นคนที่แปลกประหลาดจริงๆ นะ" จู่ๆ เด็กสาวก็พูดขึ้น
"เธอคิดว่าคนปกติที่ไหนเขาจะตั้งใจปล่อยคนให้เข้ามาพังโรงเรียนเล่นกันล่ะ แถมยังอ้างว่าเป็นรูปแบบการฝึกฝนแบบใหม่อีกต่างหาก" เด็กหนุ่มกรอกตาบน
"เปล่า ฉันหมายถึงการที่ท่านแอนดี้คิดจะหาสปอนเซอร์ในช่วงเวลาแบบนี้ต่างหาก ท่านแอนดี้นี่มีหัวการค้าอย่างคาดไม่ถึงเลยล่ะ" เด็กสาวบอก
"..." เด็กหนุ่ม
นี่มันเกินกว่าคำว่ามีหัวการค้าไปไกลแล้วมั้ง!
เด็กหนุ่มปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
"ว่าไง ในฐานะคนที่แข็งแกร่งที่สุด ไม่คิดจะลงไปร่วมวงด้วยหน่อยเหรอ" เด็กหนุ่มถาม
เด็กสาวหันไปมองเด็กหนุ่ม
"เธอคงได้รับข้อความจากเจ้าหญิงหิมะนักรบแล้วใช่ไหม ไอ้หนูสกปรกที่ถูกปล่อยเข้ามานั่นคือเป้าหมายของพวกสิบอันดับแรกอย่างเรา ถ้าใครจับตัวหมอนั่นได้ก็จะได้รับรางวัลเป็นตราสัญลักษณ์หนึ่งเหรียญเลยนะ" เด็กหนุ่มพูดยิ้มๆ
"ฉันไม่สนใจตราสัญลักษณ์หรอก แล้วในอนาคตฉันก็ไม่คิดจะเดินบนเส้นทางสายต่อสู้ต่อไปด้วย" เด็กสาวตอบ
"แล้วเธออยากทำอะไรล่ะ" นี่เป็นครั้งแรกที่เด็กหนุ่มได้ยินเด็กสาวพูดแบบนี้ เขาทำหน้าประหลาดใจ "หรือว่าตอนออกไปฝึกประสบการณ์ภายนอกก่อนหน้านี้เธอไปโดนอะไรกระทบกระเทือนจิตใจมา"
"ไม่ใช่หรอก" เด็กสาวส่ายหน้า "ฉันมีความตั้งใจแบบนี้ตั้งแต่ตอนที่เข้ามาเรียนที่นี่ใหม่ๆ แล้ว แต่ตอนอยู่ปีสามใบเลือกสายการเรียนของฉันไม่รู้โดนใครแก้ ฉันก็เลยถูกจัดให้มาอยู่สายต่อสู้แบบนี้นี่แหละ"
เด็กหนุ่มมุมปากกระตุก นี่มันบ้าอะไรเนี่ย
ตอนเริ่มปีสาม นักเรียนทุกคนจะต้องกรอกใบเลือกสายการเรียน โรงเรียนจะจัดห้องเรียนให้ตามสายที่นักเรียนเลือก หากใครไม่กรอกโรงเรียนก็จะพิจารณาจัดสายให้ตามผลการประเมินของนักเรียนคนนั้น และเมื่อเลยกำหนดเวลาไปแล้วจะไม่สามารถแก้ไขได้อีก
การที่มีคนไปแอบแก้ใบเลือกสายการเรียนของคนอื่นนั้นไม่เคยมีให้เห็นมาก่อน ไม่สิ ต้องบอกว่าเคยมีคนทำแต่ไม่ได้ถูกเปิดเผยออกมา เพราะผู้เสียหายก็กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าเขานี่ไง
ใบเลือกสายการเรียนเป็นเอกสารสำคัญและถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีมาตลอด ตกลงแล้วใครกันที่มีอำนาจล้นฟ้าถึงขั้นเข้าไปแก้ใบเลือกสายการเรียนของนักเรียนได้
ทางโรงเรียนเป็นคนแก้เองงั้นเหรอ ไม่มีทาง โรงเรียนไม่มีทางทำเรื่องที่ไม่เคารพการตัดสินใจของนักเรียนแบบนี้แน่
ตกลงแล้วเป็นยอดมนุษย์คนไหนที่เก่งกาจขนาดนี้ เขาอยากจะรู้จักด้วยจริงๆ
แต่การแก้ใบเลือกสายการเรียนครั้งนั้นก็สร้างอันดับหนึ่งของโรงเรียนขึ้นมาได้เลยนะ
เด็กหนุ่มไม่รู้ว่าควรจะร้องไห้หรือหัวเราะดี
ถ้าอันดับสองรู้เรื่องนี้เข้าคงได้ไปร้องไห้ซบชักโครกในห้องน้ำแน่ๆ
"เอ่อ ขอถามหน่อยได้ไหมว่าตอนแรกสุดคุณเลือกเรียนสายอะไร" เด็กหนุ่มอดไม่ได้ที่จะถาม ด้วยความที่ตกใจกับประสบการณ์ของเด็กสาว สรรพนามที่ใช้เรียกจึงเปลี่ยนเป็นคำที่ให้เกียรติโดยอัตโนมัติ
"สายการเพาะปลูกน่ะ" เด็กสาวตอบ
"แล้วเรียนจบคุณกะจะไปทำอะไรเหรอ" เด็กหนุ่มถามต่อ
"กลับบ้านไปทำนา!" เด็กสาวตอบ
คำตอบสั้นๆ นั้นถูกเปล่งออกมาอย่างหนักแน่นและทรงพลัง
"..."
มารดามันเถอะ!
...
แม้สถานการณ์ภายในโรงเรียนจะวุ่นวายไปหมด แต่คนช่างสังเกตบางคนก็พบว่าบรรดาอาจารย์ดูเหมือนจะพร้อมใจกันหยุดงานไปซะเฉยๆ ไม่มีใครโผล่หน้ามาเลยสักคน
มีเพียงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียนเท่านั้นที่จะปรากฏตัวขึ้นเมื่อนักเรียนตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตเพื่อช่วยเหลือนักเรียน
กองกำลังรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนเมืองอวิ๋นมีจำนวนนับร้อยคน เพียงพอที่จะดูแลนักเรียนทั้งโรงเรียนได้อย่างทั่วถึง
ไป๋หลี่หยวนพาคุณแมรี่เดินตามกลุ่มนักเรียนเข้าไปในหอประชุมใหญ่
โรงเรียนเมืองอวิ๋นไม่มีที่หลบภัยเฉพาะ ดังนั้นนักเรียนจึงรวมตัวกันตามการนำของใครบางคน บ้างก็ลุกขึ้นสู้ บ้างก็ไปรอรับการช่วยเหลือตามจุดต่างๆ
ในเมื่อไม่ใช่นักเรียนทุกคนที่ถนัดการต่อสู้ จะให้บังคับนักเรียนถือทัพพีไปออกรบก็คงไม่ใช่เรื่อง
บาชาโมวางคุณแมรี่ลงบนพื้น ถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกโล่งตัวไปหมด
"คุณแมรี่ ตอนนี้ปลอดภัยแล้วครับ" ไป๋หลี่หยวนบอก
คุณแมรี่พยักหน้าพลางนวดเอวตัวเอง การถูกบาชาโมยกมาตลอดทางทำให้เธอรู้สึกเคล็ดขัดยอกไปหมด
"ทุกคนอยู่ในความสงบ ฟังฉันพูดหน่อย" เด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่บนเวทีในหอประชุมพร้อมกับถือไมโครโฟนพูดขึ้น
โชคดีที่หอประชุมไฟไม่ดับ เสียงของเด็กหนุ่มจึงดังกึกก้องไปทั่วหอประชุม ทำให้กลุ่มคนที่กำลังตื่นตระหนกเงียบเสียงลงได้ชั่วขณะ
ไป๋หลี่หยวนหันไปมองที่เวที คนที่กำลังพูดอยู่คือเด็กหนุ่มที่มีบุคลิกโดดเด่นไม่เหมือนใคร
"ฉันชื่อวอลส์ นักเรียนปีสี่ เป็นคนที่พาทุกคนมาที่หอประชุมแห่งนี้ ถ้าพวกเรากระจัดกระจายกันไปเราจะไม่สามารถจัดการตั้งรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังเสี่ยงที่จะถูกศัตรูไล่เก็บทีละคน ดังนั้นฉันจึงอยากขอให้ทุกคนเชื่อฟังคำสั่งของฉันชั่วคราวนะ"
ฝูงชนเริ่มฮือฮาขึ้นมา
ทว่าวอลส์ไม่ได้ปล่อยให้ฝูงชนมีเวลาคิดโต้แย้งมากนัก
"เราไม่มีเวลาลังเลแล้ว ยิ่งยื้อเวลาสถานการณ์ก็จะยิ่งอันตราย ทุกคนฟังฉันวิเคราะห์ก่อน หอประชุมอาจจะไม่ได้ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าใช้เป็นป้อมปราการล่ะก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียว หอประชุมของโรงเรียนเป็นหนึ่งในอาคารที่แข็งแรงที่สุด ดังนั้นเราแค่ต้องรักษาประตูและหน้าต่างเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์ประหลาดจากข้างนอกบุกเข้ามาได้" วอลส์กล่าว
"ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ขอให้นักเรียนที่ไม่ได้อยู่สายต่อสู้ไปรวมตัวกันตรงกลาง ส่วนนักเรียนสายต่อสู้ให้ยืนล้อมรอบไว้ด้านนอก คุ้มกันประตูและหน้าต่างให้แน่นหนา เราจะใช้หอประชุมแห่งนี้เป็นป้อมปราการเพื่อปักหลักรอความช่วยเหลือ!" วอลส์ออกคำสั่ง
"ทุกคนอย่าไปยืนเบียดกันมากนัก เดี๋ยวจะเกิดการเหยียบกันตาย และเพื่อป้องกันศัตรูที่อาจจะโจมตีมาจากใต้ดิน นักเรียนที่มีความสามารถในการตรวจสอบใต้ดินขอให้ช่วยเฝ้าระวังและรายงานสถานการณ์ให้ทราบทันทีด้วย ขอฝากด้วยนะ"
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ แววตาของวอลส์ก็เปลี่ยนเป็นมุ่งมั่น ราวกับตัดสินใจอะไรบางอย่างได้อย่างเด็ดขาด
"ถ้าวันนี้พวกเราทุกคนรอดชีวิตกลับไปได้ ฉันจะแจกไฟล์ให้คนละหนึ่งเทราไบต์! ของสะสมระดับแรร์ของฉันทั้งนั้น รับประกันคุณภาพและปริมาณ! รับรองว่าทุกคนจะไม่ผิดหวัง!"
วอลส์ตะโกนลั่น
เมื่อได้ยินคำพูดของวอลส์ นักเรียนชายส่วนใหญ่ต่างก็ตาโตเป็นประกาย ทว่าเมื่อนึกขึ้นได้ว่ามีนักเรียนหญิงอยู่ด้วย พวกเขาก็รีบทำหน้าขึงขังจริงจัง จากนั้นก็รีบไปประจำตำแหน่งตามคำสั่งของวอลส์อย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมพร้อมป้องกัน
ส่วนนักเรียนหญิงต่างก็พร้อมใจกันทำเสียง "ถุย" ออกมาด้วยความรังเกียจ แม้จะมีนักเรียนหญิงบางคนแอบตาเป็นประกายด้วยความสนใจก็ตาม
ไป๋หลี่หยวนลูบแก้มยุ้ยๆ ของตัวเอง หนึ่งเทราไบต์เลยเหรอ แบบนี้สารอาหารในร่างกายคงตามไม่ทันแน่ๆ
คุณแมรี่ลูบแก้มตัวเองและยิ้มอย่างกลัดกลุ้ม
"แหมๆ มาแจกจ่ายกันโจ่งแจ้งแบบนี้ ระวังจะโดนอุ้มเอานะจ๊ะ..."
แกรก
ในตอนนั้นเอง เสียงดังกังวานใสก็ดังขึ้นข้างหูของไป๋หลี่หยวน
ไป๋หลี่หยวนหันไปมอง ด้านหลังของเขาคือแท่นที่มีช่องระบายอากาศอยู่ ด้วยความที่ช่องระบายอากาศอยู่ติดพื้นและมีระดับต่ำมาก คนอื่นจึงไม่ได้สังเกตเห็น มีเพียงไป๋หลี่หยวนที่ตัวเตี้ยถึงได้สังเกตเห็นมัน
ไป๋หลี่หยวนกะพริบตาปริบๆ จ้องมองไปที่ช่องระบายอากาศนั้น
[จบแล้ว]