- หน้าแรก
- ตำนานดันเจี้ยนนิรันดร์
- บทที่ 34 - เนื้อเรื่องหลักและสัมผัสแห่งภารกิจ
บทที่ 34 - เนื้อเรื่องหลักและสัมผัสแห่งภารกิจ
บทที่ 34 - เนื้อเรื่องหลักและสัมผัสแห่งภารกิจ
บทที่ 34 - เนื้อเรื่องหลักและสัมผัสแห่งภารกิจ
༺༻
ดันเจี้ยนเต็มไปด้วยผู้บาดเจ็บ เหล่าเกมเมอร์เพิ่งผ่านพ้นการต่อสู้ที่เลวร้ายมา
เหล่าเกมเมอร์อยู่ที่ทางเขารังแมงมุมและกำลังจ้องมองพวกมนุษย์หัวสุนัขตอนที่พวกมันพุ่งเข้าใส่ พวกเกมเมอร์สู้พวกมนุษย์หัวสุนัขไม่ได้เลยและต้องพากันหนีตาย
เกมเมอร์คนหนึ่งกำลังกอดขาที่ขาดของตัวเอง อีกคนแขนบิดเบี้ยวราวกับไหล่ถูกกระแทกด้วยของแข็ง เกมเมอร์อีกคนนอนนิ่งอยู่บนพื้น หน้าอกของเขาบุบลงไปและไอออกมาเป็นเลือดไม่หยุด เพื่อนร่วมทีมที่บาดเจ็บคนอื่นๆ กำลังช่วยกันลากศพของเพื่อนเกมเมอร์สองสามคนด้วยการดึงขา
ฉากการต่อสู้อันน่าสยดสยองคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่เข้มข้น แต่เหล่าเกมเมอร์ยังคงมีท่าทีร่าเริง
"ใครเป็นคนดึงอักโกรบอสมา? หรือว่าระบบมันเจนบอสออกมาเอง?"
"ดูเหมือนอาร์เธอร์จะดึงอักโกรบอสนะ ข้าเห็นเขาสู้กับแมงมุมอยู่คนเดียว แล้วพวกมนุษย์หัวสุนัขก็โผล่ออกมาจากรัง"
"ข้าไม่คิดว่ารัศมีอักโกรของพวกมันจะกว้างขนาดนั้น เราอยู่ห่างขนาดนั้นพวกมันยังพุ่งเข้ามาหาเราเลย"
"ตลกชะมัด มันไม่ใช่เรื่องรัศมีอักโกรหรอก เราสลัดอักโกรพวกมันไม่หลุดต่างหาก พวกมันยังป้วนเปี้ยนอยู่ที่ทางเข้าดันเจี้ยนเลย!"
"บอสของพวกมนุษย์หัวสุนัขส่งสัญญาณว่าจะทุบก๊อบลินทุกตัวให้แบน"
"กลยุทธ์ของเราผิดพลาดและวุ่นวายเกินไป แทนที่จะจัดการกับพวกมนุษย์หัวสุนัข เรากลับไปโจมตีบอสแล้วก็โดนลูกน้องมันฆ่าตาย"
"ข้ากำลังคิดจะเสริมแกร่งอุปกรณ์ทั้งหมดของข้าอยู่พอดี แต่มันก็เสี่ยงที่จะพังนะ"
"ข้าไม่ได้โจมตีบอสนะ ข้าสู้กับลูกน้องแล้วก็เรียกคนให้ช่วย แต่ไม่มีใครมาเลย"
"ข้าช่วยเจ้าด้วยธนูสั้นแล้วนะ แถมใช้ลูกธนูจนหมดเกลี้ยงเลยด้วย!"
"ลูกธนูเฮงซวยของเจ้าสิ เจ้าฆ่าพวกเดียวกันไปตั้งกี่คนแล้วเนี่ย? หัดไปฝึกยิงธนูมาใหม่ไป๊"
"เกมเมอร์ที่ใช้ธนูสั้นจะโดนแบล็กลิสต์ พวกเขาฆ่าเพื่อนร่วมทีมไปเยอะเกินไปแล้ว"
"กลุ่มออกรอบเจ็ดชั่วโมง มีใครสนใจไหม? ฮ่าๆๆๆ!"
"ฮ่าๆๆๆ! ไม่ไหวแล้ว ข้าจะตายแล้ว ข้าบาดเจ็บสาหัสแท้ๆ แต่พวกเจ้ากลับทำให้ข้าขำจนกระอักเลือดออกมา ฮ่าๆๆๆ... เชี่ย! ข้าตายแล้ว!"
เกมเมอร์คนนั้นคอพับและนอนจมกองเลือดไปในขณะที่เขาสิ้นลม
มอรอสยืนอยู่ที่ลานฝึกซ้อมและมองดูฉากนองเลือดด้วยความตกใจ เขาเป็นแกลดิเอเตอร์ในตำนานที่เคยช่วยเหลือจอมดันเจี้ยนคนอื่นๆ เคยสู้กับมังกรยักษ์ ไซเรน และมหาปุโรหิต และเคยเห็นน็อตแวริงแพนต์ตายอย่างหน้าตาเฉย แต่เขาไม่เคยเห็นฉากนองเลือดที่มีผู้เสียชีวิตนับสิบแต่พวกก๊อบลินยังคงร่าเริงได้ขนาดนี้
ซิมบารู้อยู่แล้วว่าพวกก๊อบลินสามารถถูกชุบชีวิตได้โดยท่านเชอร์ล็อก และเขาก็ยอมรับได้ที่น็อตแวริงแพนต์ไม่กลัวความเจ็บปวดและความตาย อย่างไรก็ตาม เขาได้เห็นพวกก๊อบลินที่กำลังจะตายคุยกันอย่างเป็นกันเอง และมีก๊อบลินตัวหนึ่งที่หัวเราะจนตาย เขาคิดว่านี่มันไม่ใช่เรื่องของความกล้าหาญแล้ว
ความหลงใหลในฐานะแกลดิเอเตอร์ของมอรอสถูกจุดประกายขึ้นมาอีกครั้ง เขาหวังว่าวันหนึ่งเขาจะเป็นเหมือนพวกก๊อบลินที่ไร้ความกลัวเหล่านี้
ห้องโถงหลักของแกนกลางดันเจี้ยนเต็มไปด้วยระลอกคลื่นมานา และท่านเชอร์ล็อกร่างสูงก็เดินออกมาจากห้องโถงหลัก
เชอร์ล็อกรีบกลับมาทันทีหลังจากได้รับข่าวจากบรูและได้รับรายละเอียดระหว่างทางกลับ เขายังได้หารือถึงวิธีแก้ปัญหาที่เป็นไปได้อย่างรวดเร็วกับบรูด้วย
อย่างแรก เขาต้องไล่พวกมนุษย์หัวสุนัขเหล่านั้นไปจากทางเข้าดันเจี้ยน
เขาจะทำอย่างนั้นได้อย่างไรน่ะหรือ? ก็แค่ไปยืนอยู่ตรงนั้นไง
พวกมนุษย์หัวสุนัขพากันหนีไปทันทีที่เชอร์ล็อกปรากฏตัว สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำอย่างพวกมนุษย์หัวสุนัขมีความกลัวโดยสัญชาตญาณต่อปีศาจระดับสูง เชอร์ล็อกไม่ต้องแสดงอำนาจข่มขวัญเลย เพราะพวกมันพากันหนีไปเอง
เมื่อเหล่าเกมเมอร์เห็นว่าพวกมนุษย์หัวสุนัขถอยทัพไปแล้ว พวกเขาก็เริ่มร้อนรน
"อ้าว! บอสหนีไปแล้ว!"
"อักโกรหลุดแล้วเหรอ?"
"เชี่ย ข้าหวังว่าจะได้เกิดใหม่แล้วไปท้าทายพวกมันถ้าพวกมันยังป้วนเปี้ยนอยู่ที่ทางเข้าดันเจี้ยนเสียอีก พอพวกมันถอยไปแบบนี้ก็หาตัวยากแล้วสิ"
"ว้าว ข้าก็คิดแบบเดียวกัน ทำไมเจ้าไม่บอกให้เร็วกว่านี้ล่ะ?"
"เจ้าเองก็ไม่ได้บอกเหมือนกันไม่ใช่หรือไง?"
เชอร์ล็อกเมินเสียงคุยของพวกเขาในขณะที่เขาช่วยรักษาและชุบชีวิตพวกก๊อบลิน เขาปล่อยให้พวกก๊อบลินไปเก็บศพที่อยู่ข้างนอก ส่วนก๊อบลินที่ศพหายไปก็จะสร้างตัวละครใหม่ก่อนจะกลับมา พวกเขาจะยังคงมีทักษะที่สลักไว้ในวิญญาณ ตราบเท่าที่พวกเขาสามารถใช้ร่างกายได้ ก็จะไม่มีปัญหาอะไร
เชอร์ล็อกใช้เวลาในการรักษาและชุบชีวิตก๊อบลินที่ตายไป
หลังจากจัดการพวกก๊อบลินเสร็จ เขาก็ปิดอุโมงค์ที่มุ่งไปสู่รังแมงมุมและให้บรูประกาศเนื้อเรื่องหลักอีกเรื่องหนึ่ง
[ผู้บุกรุกดันเจี้ยน ปกป้องดันเจี้ยนอาณาจักรนิรันดร์
สรุปภารกิจ: เผ่ามนุษย์หัวสุนัขที่ชั่วร้ายได้ปรากฏตัวขึ้นในบริเวณใกล้เคียงกับอาณาจักรนิรันดร์! พวกมันบุกรุกอาณาจักรนิรันดร์ในขณะที่ท่านเชอร์ล็อกไม่อยู่เพียงชั่วครู่ แม้พวกมันจะถอยทัพไปแล้ว แต่มีความเป็นไปได้ที่พวกมันจะบุกกลับมาอีกครั้ง ขอเรียกร้องให้พลเมืองผู้กล้าหาญทุกคนของอาณาจักรนิรันดร์ช่วยกันปกป้องดันเจี้ยนของเรา!
เงื่อนไขการสำเร็จภารกิจ: ในระหว่างภารกิจ ทางเข้าและทางออกทั้งหมดของอาณาจักรนิรันดร์จะถูกปิด เกมเมอร์ทุกคนต้องลาดตระเวนในดันเจี้ยน เริ่มต้นในอีกหนึ่งชั่วโมง ในระหว่างภารกิจ ก๊อบลินอาจรับภารกิจก่อสร้างและฝึกฝนทักษะต่อไปได้
รางวัลภารกิจ: เกมเมอร์ทุกคนที่รับภารกิจและออนไลน์อยู่ในบริเวณใกล้เคียงอาณาจักรนิรันดร์จะได้รับ 10 แต้มชื่อเสียงต่อนาที]
เหล่าเกมเมอร์กลับมาแบกอิฐ พูดคุย และฝึกซ้อมกันอีกครั้ง ไม่มีใครตกใจที่ดันเจี้ยนถูกปิดตาย
หลังจากเชอร์ล็อกทำให้เหล่าเกมเมอร์สงบลงแล้ว เขาก็ออกจากดันเจี้ยนไปเพียงลำพัง โดยใช้มานาเพื่อซ่อนตัวตน เขาเดินหน้าไปยังทิศทางที่พวกมนุษย์หัวสุนัขถอยไป ไม่นานนัก เขาก็พบพวกมนุษย์หัวสุนัขที่ทางเข้ารังแมงมุม
พวกมนุษย์หัวสุนัขทั่วไปรุมล้อมมนุษย์หัวสุนัขร่างใหญ่ที่สวมเกราะแวววาวและถือค้อนยักษ์ มนุษย์หัวสุนัขที่แข็งแกร่งตัวนั้นคือหัวหน้าของพวกมัน
พวกมันมาจากรังแมงมุม เผ่ามนุษย์หัวสุนัขบางเผ่าใช้รังแมงมุมเป็นฐานทัพและอยู่ร่วมกับพวกแมงมุมพร้อมกับคอยปกป้องซึ่งกันและกัน
เชอร์ล็อกวิเคราะห์ว่าทำไมพวกมนุษย์หัวสุนัขถึงมาประจำการอยู่ที่ทางเขารังแมงมุม อาจเป็นเพราะเหล่าเกมเมอร์ฆ่าแมงมุมไปมากเกินไปหรือเหตุผลอื่นที่คล้ายกัน เขาต้องจัดการกับผู้บุกรุกเหล่านี้และป้องกันไม่ให้พวกมันฆ่าข้ารับใช้ของเขา
ในขณะที่เชอร์ล็อกกำลังจะกำจัดพวกมนุษย์หัวสุนัข บรูก็พูดขึ้นในใจของเขาว่า "ท่านเชอร์ล็อก ข้ามีข้อเสนอครับ ปฏิบัติต่อมนุษย์หัวสุนัขตัวนั้นในฐานะบอสสิ! เหล่าเกมเมอร์สู้กับพวกแมงมุมมาได้สองสามวันแล้ว บสมนุษย์หัวสุนัขที่ทรงพลังน่าจะเป็นความบันเทิงและความท้าทายที่ดีสำหรับพวกก๊อบลินนะครับ ไม่ดีเหรอ?" บรูแนะนำ "เราสามารถประกาศให้มันเป็นเนื้อเรื่องหลัก ซึ่งจะทำให้เหล่าเกมเมอร์รู้สึกถึงเป้าหมาย เหมือนกับการกู้โลกไงครับ"
"เดี๋ยวนะ เป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่ถูกกำหนดไว้แล้วหรือ? นั่นคือการช่วยข้าสร้างดันเจี้ยนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและรับใช้ราชาปีศาจที่ทรงพลังที่สุดไปตลอดชีวิต ในฐานะข้ารับใช้ของจอมปีศาจ การกู้โลกมันเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ?" เชอร์ล็อกขมวดคิ้วถาม
"ท่านพูดถูกครับ แต่เราต้องมีศิลปะในการพูด เนื่องจากชีวิตมันลำบาก เราจึงต้องให้ความหวังและทำให้พวกเขารู้สึกว่าพวกเขาแตกต่าง พวกเขาต้องรู้สึกว่าตัวเองคือผู้ที่ถูกเลือก และพวกเขามายังโลกนี้เพื่อเป้าหมายบางอย่าง ส่วนเรื่องเป้าหมาย เราต้องทำให้มันฟังดูเป็นบวก ท่านสามารถเพิ่มเรื่องนี้ลงในข้อตกลงการรับสมัครได้ครับ" บรูพูดพลางจินตนาการถึงข้อตกลงที่ลงนามไว้ก่อนหน้านี้ในใจของเชอร์ล็อก
"อาณาจักรนิรันดร์: ข้อตกลงสิทธิ์การจัดจำหน่ายเกมออนไลน์เสมือนจริง", "ใบรับรองการรับรองเกมออนไลน์ปี 2019" และ "ข้อสงวนสิทธิ์ของเกม" ปรากฏขึ้นในใจของเชอร์ล็อก บรูเน้นส่วนที่ต้องทำให้ดูเป็นบวกและก้าวหน้ามากขึ้นเพื่อให้เชอร์ล็อกหาพบได้ง่าย
บรูพูดด้วยน้ำเสียงเห็นใจว่า "นอกจากข้อกำหนดเหล่านี้แล้ว ความหวังคือเหล่าเกมเมอร์เหล่านี้จะจงรักภักดีต่อท่านตลอดไป การนำเนื้อเรื่องหลักเข้ามาจะทำให้มันสอดคล้องกับวัฒนธรรมของต่างโลกมากขึ้น โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนและความรู้สึกถึงความสำเร็จ บางทีการกู้โลกอาจจะฟังดูยิ่งใหญ่เกินไป แต่เราสามารถเริ่มจากการกู้ดันเจี้ยนก่อนได้ พวกเขาจะทำงานหนักขึ้นด้วยวิธีนี้ เชื่อข้าเถอะครับ ท่านเชอร์ล็อก"
เชอร์ล็อกรู้สึกว่าบรูพูดมีเหตุผล หากเหล่าเกมเมอร์ทิ้งดันเจี้ยนไป เขาก็คงต้องพึ่งพาแผนการพัฒนาดันเจี้ยนร้อยปีของเขาต่อไป
หากเขาทำให้มนุษย์หัวสุนัขกลายเป็นบอสและนำเนื้อเรื่องหลักเข้ามา เหล่าเกมเมอร์ก็จะสนุกกับเกมและทำงานหนักขึ้น เชอร์ล็อกไม่มีปัญหาอะไรเพราะเขามีแต่ได้กับได้
ยิ่งพวกเขาตายบ่อยเท่าไหร่ พวกเขาก็จะยิ่งทำงานหนักขึ้นเท่านั้น เวลาที่พวกเขาออนไลน์อยู่ก็จะนานขึ้นด้วย เชอร์ล็อกพอใจกับสิ่งนี้
เพื่อที่จะนำเนื้อเรื่องหลักเข้ามา เขาต้องคิดพล็อตเรื่องที่เหมาะสม โชคดีที่บรูใช้วัฒนธรรมของต่างโลกเพื่อสร้างพล็อตเรื่องให้สมบูรณ์และช่วยประหยัดแรงของเชอร์ล็อกไปได้มาก แต่แล้วเชอร์ล็อกก็ตระหนักได้ว่ามีปัญหาอื่นอีก
"บรู ข้าควรตั้งชื่อบสมนุษย์หัวสุนัขว่าอะไรดี?"
༺༻