- หน้าแรก
- ชายผู้ไร้เทียมทาน ตำนานเริ่มที่ร้านแผงลอย
- บทที่ 27: วางอำนาจบาตรใหญ่ไปเพื่อใคร
บทที่ 27: วางอำนาจบาตรใหญ่ไปเพื่อใคร
บทที่ 27: วางอำนาจบาตรใหญ่ไปเพื่อใคร
บทที่ 27: วางอำนาจบาตรใหญ่ไปเพื่อใคร
"ในที่สุดก็มาถึงจนได้สินะ"
จ้าวเหยียนปิดโทรทัศน์พลางบิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสาย
เขาเคยมีประสบการณ์แบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่งในชีวิตก่อน
ดังนั้นมันจึงไม่ได้ทำให้จิตใจของเขาสั่นคลอนเลยแม้แต่น้อย
เขาได้ข้อสรุปเกี่ยวกับความแท้จริงของวิทยายุทธ์ดั้งเดิมมาตั้งนานแล้ว
ทว่าเขาจะไม่หาเรื่องใส่ตัวด้วยการออกไปอธิบายอะไรทั้งนั้น
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่เปิดการใช้งานภารกิจระดับสูงสุด: วางอำนาจบาตรใหญ่ไปเพื่อใคร]
[เมื่อสำเร็จภารกิจนี้ คะแนนประเมินรวมของอาชีพผู้ฝึกยุทธ์จะไปถึงระดับคะแนนเต็ม ความคืบหน้าภารกิจปัจจุบัน: 0%]
ภารกิจระดับสูงสุดงั้นเหรอ? ภารกิจเดียวก็ทำให้คะแนนประเมินรวมเต็มได้เลยเนี่ยนะ?
มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือไง?
จ้าวเหยียนที่เพิ่งจะยืดเส้นยืดสายเสร็จตกใจมากจนแทบจะทำเอวเคล็ด
สถานการณ์แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับอาชีพก่อนหน้านี้ของเขาเลย หรือว่าแต่ละอาชีพจะมีความแตกต่างกันนะ?
เมื่อคิดได้ดังนั้น จ้าวเหยียนก็สะกดกลั้นความสงสัยเอาไว้แล้วตรวจสอบรายละเอียดของภารกิจ
[วางอำนาจบาตรใหญ่ไปเพื่อใคร: กอบกู้ชื่อเสียงของวิทยายุทธ์ดั้งเดิมด้วยท่วงท่าที่โอหังและวางอำนาจ]
"..."
บ้าเอ๊ย ว่าแล้วเชียวว่ามันต้องไม่หมูขนาดนั้น
ภารกิจนี้คลุมเครือเกินไป ไม่มีเกณฑ์อะไรที่ชัดเจนเลย บอกแค่ให้กอบกู้ชื่อเสียงโดยไม่ยอมอธิบายว่าจะให้ใช้วิธีไหน
แล้วยิ่งตอนนี้ หลังจากวีรกรรมของปรมาจารย์หม่า ความเข้าใจผิดที่ผู้คนมีต่อวิทยายุทธ์ดั้งเดิมก็คงจะยิ่งหยั่งรากลึกเข้าไปใหญ่
การจะมาพิสูจน์ว่าวิทยายุทธ์ดั้งเดิมใช้ได้จริงหรือไม่ในเวลานี้มันค่อนข้างจะยากเอาเรื่อง
แถมฉันยังต้องทำตัวโอหังและวางอำนาจอีกต่างหาก?
แบบนี้จะไม่โดนยอดฝีมือที่บังเอิญผ่านมาหมั่นไส้จนกระทืบตายเอาหรอกเหรอ?
"ช่างเถอะ ไปปรึกษาหลินเจิ้นดีกว่า"
หลังจากคิดอยู่นานก็ยังมืดแปดด้าน จ้าวเหยียนจึงตัดสินใจออกไปข้างนอกเพื่อหาแรงบันดาลใจ...
ในขณะเดียวกัน ข่าวที่ปรมาจารย์หม่าถูกน็อกเอาต์ก็พุ่งทะยานขึ้นเทรนด์การค้นหายอดฮิตอย่างรวดเร็ว
บรรดาผู้ชื่นชอบวิทยายุทธ์ดั้งเดิมบางคนที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ไม่ยอมเชื่อเรื่องนี้เลยสักนิด
พวกเขาคิดว่ามันเป็นแค่ข่าวปลอมที่พวกสื่อออนไลน์กุขึ้นมาเอง
จนกระทั่งมีคลิปวิดีโอต้นฉบับหลุดออกมา
หลังจากได้เห็นปรมาจารย์หม่าที่พวกเขาเคารพศรัทธามาตลอด เอาหน้าไปรับหมัดจนลงไปกองกับพื้น พวกเขาก็ถึงกับพูดไม่ออกในทันที ความรู้สึกราวกับว่าความเชื่อมั่นพังทลายลงมา
ณ โรงพยาบาล
ปรมาจารย์หม่าค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา ก็พบกับฝูงนักข่าวที่กรูกันเข้ามาหาทันที
"ปรมาจารย์หม่าครับ คุณมีคำแก้ตัวอะไรไหมครับกับการที่คุณถูกน็อกภายในเวลาสิบกว่าวินาที?"
"ปรมาจารย์หม่าคะ วิทยายุทธ์ดั้งเดิมเป็นแค่เรื่องหลอกลวงงั้นเหรอคะ?"
"ปรมาจารย์หม่าครับ การที่คุณหลอกลวงประชาชนแบบนี้ มโนธรรมในใจของคุณไม่รู้สึกเจ็บปวดบ้างเลยเหรอครับ?"
"..."
ปรมาจารย์หม่าที่ยังไม่ทันได้ตั้งสติ โดนคำถามที่สาดเข้ามาอย่างวุ่นวายของเหล่านักข่าวเล่นเอาโกรธจนแทบจะสลบไปอีกรอบ
พูดจาแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน!
ใบหน้าเหี่ยวย่นของปรมาจารย์หม่ามืดครึ้มลง เขาเริ่มอธิบายทั้งๆ ที่ตาก็บวมเป่ง
"เรื่องที่ถูกน็อก ผมขอพูดอะไรอย่างจริงจังสักสองสามคำก็แล้วกัน ผมปัดป้องการโจมตีของพ่อหนุ่มคนนั้นได้หลายกระบวนท่า แถมยังสวนกลับไปได้ด้วย หมัดของผมจ่ออยู่ตรงหน้าจมูกเขาตั้งหลายครั้ง ผมแค่ยั้งมือไว้ไม่ได้ชกออกไปจริงๆ"
"เพราะกังฟูแบบดั้งเดิมนั้นเน้นที่การยั้งมือเมื่อถึงจุดที่สัมผัส ผมเลยยิ้มแล้วเตรียมจะชักหมัดกลับเพื่อยุติการต่อสู้"
"ใครจะไปรู้ว่าเขาไม่เข้าใจกฎกติกาเลยสักนิด จู่ๆ ก็ลอบโจมตีผม ปล่อยหมัดแย็บซ้ายเข้าหน้าผมเต็มๆ ผมแค่ประมาทไปหน่อยก็เลยไม่ได้หลบ"
"ที่ตรงนี้ ผมขอประณามพ่อหนุ่มคนนั้นอย่างรุนแรงว่าไม่มีจรรยาบรรณแห่งจอมยุทธ์ มาหลอกลวงและลอบโจมตีสหายวัยหกสิบกว่าอย่างผม แบบนี้มันถูกหรือไง? มันไม่ถูก! ผมขอแนะนำให้พ่อหนุ่มคนนั้นกลับไปทบทวนตัวเองซะ และอย่ามาเล่นลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้ในอนาคตอีก เพราะถึงยังไง ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่จะใจกว้างเหมือนผมน่ะ!"
เมื่อเขาพูดจบ บรรดานักข่าวที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็อึ้งกิมกี่ไปตามๆ กัน
พวกเขาจ้องมองปรมาจารย์หม่าตาปริบๆ คนที่กำลังมีรอยยิ้มบนใบหน้าที่ฟกช้ำดำเขียวแถมยังแสร้งทำเป็นใจกว้าง ชั่วขณะหนึ่งพวกเขาแยกไม่ออกเลยว่าอีกฝ่ายกำลังพูดจริงจังอยู่หรือเปล่า
"เอ่อ ปรมาจารย์หม่าครับ คุณกำลังจะบอกว่าคุณออมมือให้เขางั้นเหรอครับ?" นักข่าวคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
คุณคิดจริงๆ เหรอว่าคนอื่นเขาไม่เห็นคลิปกันน่ะ? คุณเอาหน้าไปรับหมัดเต็มๆ เลยนะเว้ย
"แหงสิ วิทยายุทธ์ดั้งเดิมมันอันตรายถึงตาย ผมเลยไม่กล้าใช้กำลังเต็มที่ ใครจะไปรู้ล่ะว่าพ่อหนุ่มคนนี้จะไม่รู้กฎและไม่เข้าใจการยั้งมือเมื่อถึงจุดที่สัมผัสน่ะ?"
"..."
เหล่านักข่าวถึงกับพูดไม่ออก พวกเขาคิดว่ารัศมีบารมีของตาเฒ่าคนนี้พังป่นปี้จนต้องลนลานขอโทษขอโพยแล้วเสียอีก แต่ใครจะไปนึกว่า... ขิงยิ่งแก่ก็ยิ่งเผ็ดจริงๆ!
สำนักศิลปะการต่อสู้ตระกูลหลิน
"กำลังดูอะไรกันอยู่เหรอครับ?"
เมื่อจ้าวเหยียนมาถึง เขาก็เห็นหลินเจิ้นกับลูกสาวกำลังจ้องหน้าจอโทรศัพท์พร้อมกับกัดฟันกรอด
"ฮึ่ม! ปรมาจารย์หม่าคนนี้ทำเอาหน้าตาของแวดวงวิทยายุทธ์ดั้งเดิมของเราป่นปี้ไม่มีชิ้นดีเลย!"
หลินเจิ้นกล่าวด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด
เขาไม่คิดเลยว่าปรมาจารย์หม่ายังจะสรรหาข้ออ้างแบบนี้มาแก้ตัวได้อีกทั้งที่แพ้ไปแล้ว
"ใช่ค่ะ ไม่น่าเชื่อเลยว่าหนูเคยยกย่องเขาเป็นไอดอลด้วย" ใบหน้าสวยของหลินซูอวี่ก็ฉายแววโกรธเคืองเช่นกัน
จ้าวเหยียนเดินเข้าไปใกล้และเห็นว่าในโทรศัพท์กำลังเล่นคลิปวิดีโอสัมภาษณ์ของปรมาจารย์หม่าอยู่
"อ้อ เรื่องนี้เหรอครับ?"
เขายักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เขาเคยดูมันมาแล้วในชีวิตก่อน
ปรมาจารย์หม่ายังเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสจนกลายมาเป็นคนดังบนอินเทอร์เน็ตได้สำเร็จก็เพราะเหตุการณ์นี้นี่แหละ
ถึงขั้นยึดครองพื้นที่ไปกว่าครึ่งของหมวดวิดีโอล้อเลียนบนเว็บ Bilibili เชียวนะ
วิดีโอสั้นๆ แค่ไม่กี่นาทียังสร้างมีมขึ้นมาได้นับไม่ถ้วนเลย
"อย่าไปพูดถึงเขาเลยดีกว่า น้องจ้าว วันนี้มาที่นี่มีธุระอะไรหรือเปล่า?" หลินเจิ้นเอ่ยถาม
"ผมตั้งใจจะกอบกู้ชื่อเสียงให้วิทยายุทธ์ดั้งเดิมครับ!"
"อะไรนะ? น้องจ้าว นี่นายอยากจะกอบกู้ชื่อเสียงให้วิทยายุทธ์ดั้งเดิมงั้นเหรอ?"
หลินเจิ้นถามซ้ำด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ใครๆ ต่างก็อยากจะถอยห่างให้ไกลกันทั้งนั้น
แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่คิดที่จะเสนอหน้าออกไปเลย
นายอาจจะสู้กับผู้ท้าชิงได้หนึ่งคน แต่จะสู้ไหวถึงสองหรือสามคนเหรอ?
ผู้ท้าชิงมีมากมายก่ายกอง แต่นายจะแพ้ไม่ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ใครมันจะไปทนรับแรงกดดันขนาดนั้นได้ล่ะ?
เขาไม่คิดเลยว่าจ้าวเหยียนจะอาสากระโดดลงหลุมพรางนี้ด้วยตัวเอง
"ใช่ครับ ในฐานะผู้ฝึกยุทธ์ มันทำให้ผมปวดใจจริงๆ ที่เห็นผู้คนบนโลกเข้าใจผิดเกี่ยวกับวิทยายุทธ์ดั้งเดิม ผมก็เลยอยากจะทำอะไรสักอย่าง"
จ้าวเหยียนตอบกลับด้วยท่าทีขึงขังราวกับผู้ผดุงความยุติธรรม
เมื่อมองดูจ้าวเหยียนที่ราวกับมีรัศมีเปล่งประกายออกมา หลินซูอวี่ก็อดไม่ได้ที่จะหลงใหล
นี่แหละคือวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ในใจเธอ!
ยอดฝีมือวิทยายุทธ์ดั้งเดิมที่เก็บตัวเงียบเชียบขนาดนี้ แต่เพียงเพราะทนเห็นวิทยายุทธ์ดั้งเดิมถูกป้ายสีไม่ได้ เขากลับเลือกที่จะก้าวออกมาอย่างเด็ดเดี่ยว
"พี่เหยียน ฉันสนับสนุนพี่นะ!"
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลินซูอวี่ก็ก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับแววตาที่แน่วแน่
"เรื่องนี้... มันคงทำให้สำเร็จได้ไม่ง่ายนักหรอก"
หลินเจิ้นขมวดคิ้วพลางครุ่นคิดอย่างหนัก
"ลองไลฟ์สดดูดีไหมคะ?" หลินซูอวี่เสนอขึ้นจากด้านข้าง
"ไลฟ์สดเหรอ? ตอนนี้คงไม่มีใครเชื่อหรอก แถมอาจจะเรียกพวกเกรียนคีย์บอร์ดมาเพิ่มด้วยซ้ำ" หลินเจิ้นส่ายหน้า
ชาวเน็ตสมัยนี้ฉลาดเป็นกรด ต่อให้เป็นของจริง พวกเขาก็คงคิดว่ามันเป็นการจัดฉากอยู่ดี
ในขณะที่ทั้งสามกำลังขบคิดกันจนหัวแทบแตก คลิปวิดีโอสัมภาษณ์ของปรมาจารย์หม่าก็พุ่งทะยานขึ้นพาดหัวข่าวอย่างกับติดจรวด
"ฮ่าๆๆ โคตรฮาเลย มิน่าล่ะตาแก่คนนี้ถึงเอาหน้าไปรับหมัดได้ ที่แท้ก็หน้าหนานี่เอง"
"ต่อให้ปรมาจารย์หม่าตายไปแล้ว ปากเขาก็คงยังแข็งอยู่ดีนั่นแหละ"
"เฮ้อ ไอดอลที่ฉันชื่นชมมาตั้งนาน ดันกลายเป็นคนนิสัยแบบนี้ไปซะได้"
"ตาแก่นี่น่าสนใจดีแฮะ ฉันขอสมัครเป็นแฟนคลับเลยละกัน!"
"จริงด้วยสิ ปรมาจารย์หม่าก็ไม่ได้มีแต่ข้อเสียนะ อย่างน้อยแกก็ทนมือทนตีนแถมยังไม่ไปแบล็กเมล์กรรโชกทรัพย์ใครด้วย"
"..."
เมื่อมองดูความคิดเห็นจากชาวเน็ตนับไม่ถ้วน ใบหน้าของหลี่เฉิงกั๋วก็กระตุกยิกๆ
เขาหันไปมองเซวียวั่นซานที่อยู่ข้างๆ "ท่านผู้กำกับครับ ท่านแน่ใจแล้วเหรอครับว่าจะให้จ้าวเหยียนมาเป็นครูฝึกให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจของเราน่ะ?"
ตอนนี้ไม่มีใครเชื่อมั่นในวิทยายุทธ์ดั้งเดิมอีกแล้ว
ถ้าขนาดปรมาจารย์หม่าที่โด่งดังที่สุดยังเป็นซะแบบนี้ แล้วคนอื่นๆ จะไม่ยิ่งแย่กว่าเหรอ?
"จะไปกลัวอะไร? ถ้าเขาไม่มีฝีมือจริงๆ เราก็แค่ไม่จ่ายเงินให้ก็สิ้นเรื่องไม่ใช่เหรอ? หรือนายกลัวว่าเด็กนั่นจะมาต้มตุ๋นโรงพักของเราล่ะ?"
เซวียวั่นซานมีท่าทีสงบนิ่งและไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด
ไม่ว่าจ้าวเหยียนจะมีกังฟูของจริงหรือของปลอม พวกเขาก็ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว
"ตกลงครับ งั้นเอาเป็นวันนี้เลยดีไหมครับ? ตีเหล็กก็ต้องตีตอนร้อน เรียกพวกเจ้าหน้าที่ตำรวจมารวมตัวกันเพื่อเรียนรู้ตั้งแต่วันนี้เลยดีไหม?"
หลี่เฉิงกั๋วลองคิดดูแล้วก็รู้สึกว่ามีเหตุผล จึงเสนอแนะต่อ
"ได้สิ งั้นเราลองไปถามดูก่อนว่าเด็กคนนั้นพอจะมีเวลาไหม แล้วค่อยเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ว่างมาฝึกซ้อมกัน"
เซวียวั่นซานพยักหน้า ยังไงซะช่วงนี้ที่สถานีก็ไม่ค่อยมีคดีอะไรเยอะแยะ การเริ่มฝึกซ้อมให้เร็วหน่อยก็เป็นเรื่องดี