- หน้าแรก
- ระบบฟาร์มแสนล้านคิล: อาชีพขยะแล้วไง ตีธรรมดาตายหมดก็แล้วกัน
- บทที่ 160 - ท่านทูตขอรับ แหกปากหาพ่องดิ!
บทที่ 160 - ท่านทูตขอรับ แหกปากหาพ่องดิ!
บทที่ 160 - ท่านทูตขอรับ แหกปากหาพ่องดิ!
บทที่ 160 - ท่านทูตขอรับ แหกปากหาพ่องดิ!
โหวหรานมองดูรถเจาะเกล็ดน้ำแข็งดีไซน์สุดพิลึกตรงหน้า สลับกับชายหนุ่มที่ทำหน้าตาไม่แยแสโลกในรถ และเด็กสาวโลลิที่ดูไร้เดียงสาสุดๆ ตรงเบาะคนขับ หางตาของเขากระตุกยิกๆ อย่างควบคุมไม่ได้
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน
นี่คือพิธีต้อนรับงั้นเหรอ
เขาพยายามข่มท่าทีหยิ่งผยองของตัวเองเอาไว้ ในเมื่อเขาเป็นถึงยอดฝีมือจากเมืองหลักระดับทองคำ การที่พวกชนชั้นล่างในเมืองระดับทองแดงอันห่างไกลความเจริญพวกนี้จะไม่เคยเห็นโลกกว้างและแสดงกิริยาหยาบกระด้างไปบ้าง มันก็ถือเป็นเรื่องปกติ
"หลินจ้านส่งพวกแกมารับฉันเหรอ"
โหวหรานเอ่ยปากถาม น้ำเสียงแฝงความรู้สึกเหนือกว่าและจ้องจับผิดอย่างชัดเจน
หลินผิงขี้เกียจแม้แต่จะอ้าปากตอบ กระจกฝั่งผู้โดยสารเปิดลงมาแค่ครึ่งเดียว ขับเน้นใบหน้าของเขาให้ดูเย็นชาหนักกว่าเดิม
กลับเป็นถังโต้วที่นั่งอยู่ฝั่งคนขับชะโงกหน้าเล็กๆ ออกมาเจื้อยแจ้วแทน
"ลุงไม่ได้มารับนายน้อยหลินเฮ่ากับคุณหนูหลิ่วเยวี่ยเหยาไปที่เมืองของลุงหรอกเหรอ จัดรถมารับให้ก็นับว่าหรูแล้ว ตกลงลุงจะขึ้นหรือไม่ขึ้นเนี่ย"
พอโหวหรานได้ยินแบบนี้ ความดันเลือดก็พุ่งกระฉูดทันที
จัดรถมารับให้ก็นับว่าหรูแล้ว
ตัวเขาเป็นถึงผู้นำทางของกิลด์เทียนสิงเจ่อแห่งเมืองเทียนอวี้อันเกรียงไกร ไม่ว่าจะไปเยือนเมืองระดับล่างเมืองไหนก็ต้องมีเจ้าเมืองพากลุ่มผู้บริหารระดับสูงมาคุกเข่าต้อนรับกันทั้งนั้น
แต่วันนี้เขากลับโดนเด็กเมื่อวานซืนมาสั่งสอนเนี่ยนะ
เขากำลังจะอ้าปากด่า ก็ได้ยินหลินผิงที่นั่งอยู่ฝั่งผู้โดยสารพูดแทรกขึ้นมาอีกประโยค
คำพูดนั้นราบเรียบ แต่กลับเปี่ยมไปด้วยพลังทำลายล้างที่ชวนให้คนฟังโมโหจนไฟลุก
"นายน้อยหลินเฮ่าฝากมาบอกว่า พรสวรรค์ของเขากับคุณหนูหลิ่วเยวี่ยเหยาน่ะมันไร้เทียมทานระดับระเบิดควงสว่านทะลุอวกาศ การที่ยอมให้แกมารับก็ถือว่าไว้หน้ามากแล้ว รีบๆ ขึ้นมา อย่าทำให้กำหนดการของนายน้อยกับฮูหยินน้อยต้องล่าช้า"
คำพูดนี้จุดชนวนอารมณ์ของโหวหรานจนระเบิดตู้ม
ระเบิดควงสว่านทะลุอวกาศ
คำบรรยายไร้สาระปัญญาอ่อนอะไรของมันวะเนี่ย
ยอดเยี่ยมมากหลินเฮ่า
ยอดเยี่ยมมากหลิ่วเยวี่ยเหยา
ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นเพราะพวกลูกน้องชั้นผู้น้อยไม่รู้ธรรมเนียม แต่ดูจากตอนนี้แล้ว สิ่งที่เรียกว่า นายน้อย ของเมืองหลินอันแห่งนี้ต่างหากที่ไม่ได้เห็นหัวเขาเลยสักนิด
เขายังไม่ทันได้ส่งข้อความไปต่อว่าหลินจ้าน ก็กระชากประตูหลังเปิดออกด้วยความโมโหจัด ก่อนจะกระแทกก้นนั่งลงไป
"ออกรถ ไปจวนเจ้าเมืองเดี๋ยวนี้ ฉันก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าไอ้หลินเฮ่ามันจะเก่งกาจพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้สักแค่ไหนเชียว"
ทว่ารถเจาะเกล็ดน้ำแข็งกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว
ถังโต้วที่นั่งอยู่ตรงเบาะคนขับทำเหมือนไม่ได้ยินเสียงตวาดของเขา เธอกลับตบพวงมาลัยอย่างร่าเริง แล้วเริ่มฮัมเพลงเข้าจังหวะกับเสียงดนตรีที่จู่ๆ ก็ดังขึ้นมาในรถ
มันเป็นท่วงทำนองที่สนุกสนาน แต่เนื้อเพลงกลับฟังดูทะแม่งๆ พิกล
"ฉันขับรถบุโรทั่งคันจิ๋ว พุ่งฉิวไปข้างหน้าเสียงดังกระหึ่ม"
"ข้างหน้ามีหนุ่มหล่อหน้าตาจิ้มลิ้ม แต่เสียดายจังที่ไม่ใช่หลินผิง"
"ด้านซ้ายมีไอ้บื้อหน้าตานิ่งๆ เอาแต่แหกปากโวยวายใส่ฉัน"
"ลัลล้าลัลล้าลัลลาลั่น ไม่ยอมออกรถหรอก ปล่อยให้โมโหตายไปเลย"
ใบหน้าของโหวหรานดำทะมึนจนแทบจะบีบน้ำหมึกออกมาได้
ในที่สุดเขาก็ละสายตาจากยัยเด็กบ้าบอคนนั้น แล้วหันไปมองหลินผิงที่เบาะหน้าแทน
เขามองเห็นหลินผิงกำลังลูบคลำคันธนูสีดำหม่นที่เปล่งประกายแสงสีม่วงสุดแสนจะชั่วร้ายอยู่ในมือ
ด้วยความที่เป็นคนจากเมืองระดับทองคำ โหวหรานจำความหมายของแสงนั้นได้ทันที
ตีบวก 9
แถมยังเป็นอุปกรณ์เกียรติยศ
ไอ้เด็กหนุ่มจากเมืองระดับทองแดงกลับมีอุปกรณ์เกียรติยศระดับบวก 9 อยู่กับตัวเนี่ยนะ
แต่สิ่งที่ทำให้เขาใจสั่นยิ่งกว่าคือ มือของหลินผิงที่กำคันธนูเอาไว้ มันค้างอยู่ในท่าเดิมมาตั้งแต่ต้นจนจบ
สายธนูถูกง้างออกจนตึงเปรี๊ยะตลอดเวลา
แม้จะไม่มีลูกศรพาดอยู่ แต่คลื่นพลังงานอันน่าสยดสยองที่แผ่ออกมาจางๆ ก็ทำเอาโหวหรานรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
หลินผิงเมินเฉยต่อโหวหรานที่นั่งอยู่เบาะหลังและกำลังจะธาตุไฟแตกซ่านอย่างสมบูรณ์ เวลานี้ตัวเลขโบนัสความเสียหายจากสถานะยิ่งนานยิ่งแกร่งในสายตาของเขามันพุ่งทะยานไปถึงจุดที่น่ากลัวสุดๆ แล้ว
"ฉันสั่งให้ออกรถเดี๋ยวนี้ไงเล่า"
โหวหรานทนไม่ไหวอีกต่อไป แผดเสียงคำรามลั่นอีกรอบ
"แหกปากหาพ่องดิ"
หลินผิงด่าสวนกลับไปโดยไม่แม้แต่จะหันไปมอง "ฉันต้องรายงานนายน้อยหลินเฮ่าก่อน เพื่อยืนยันตัวตนของแก เกิดแกเป็นตัวปลอมขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ โธ่เอ๊ย ยิ่งหน้าตาขี้เหร่ก็ยิ่งเรื่องมากจริงเชียว"
หลินผิงแกล้งทำเป็นกดแผงควบคุมในหน้าต่างระบบ
"ดี ยอดเยี่ยมมากหลินเฮ่า ยอดเยี่ยมจริงๆ"
โหวหรานโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ
ก่อนหน้านี้ตอนที่หลินจ้านติดต่อเขามา ทำตัวนอบน้อมถ่อมตนซะยิ่งกว่าสุนัขตัวหนึ่ง แล้วทำไมไอ้ลูกชายของมันถึงได้กล้ากร่างคับฟ้าขนาดนี้วะ
ไม่กี่วินาทีต่อมา หลินผิงก็ปิดหน้าต่างระบบลง
"ยืนยันเรียบร้อยแล้ว ไปกันเถอะ"
สิ้นเสียงของเขา ถังโต้วก็ราวกับเพิ่งได้รับคำสั่ง เธอเหยียบคันเร่งมิดไมล์ทันที
รถเจาะเกล็ดน้ำแข็งแผดเสียงคำรามลั่น พุ่งทะยานออกไปในพริบตา
...
สิบกว่านาทีหลังจากพวกหลินผิงขับรถจากไป
หลินจ้านก็พาหลินเฮ่าและกองกำลังคุ้มกันระดับหัวกะทิของจวนเจ้าเมืองเดินทางมาถึงพิกัดนัดหมายจนได้
ทว่าบนทุ่งรกร้างอันกว้างใหญ่ นอกจากเสียงลมโหยหวนแล้ว ก็ไม่มีวี่แววของใครเลย
หลินจ้านรีบส่งข้อความหาโหวหรานทันที
[ท่านผู้นำทาง พวกเรามาถึงแล้วครับ ท่านอยู่ที่ไหนเหรอครับ]
หนึ่งนาทีผ่านไป
ห้านาทีผ่านไป
สิบนาทีผ่านไป
ไม่มีข้อความตอบกลับเลยแม้แต่ตัวเดียว
สีหน้าของหลินจ้านและคนอื่นๆ เปลี่ยนจากความคาดหวัง กลายเป็นความงุนงง ลุกลามเป็นความร้อนรน และสุดท้ายก็กลายเป็นความสับสนงงงวยขั้นสุด
"พ่อ เขาได้ยินข่าวลือเรื่องที่ลานกว้างเมื่อวาน แล้วรู้สึกขายหน้าก็เลยเบี้ยวไม่มาแล้วหรือเปล่า"
หลินเฮ่าเก็บอาการไม่อยู่ เอ่ยปากถามด้วยความหงุดหงิด
เดิมทีเมื่อวานก็ขายขี้หน้าจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้ว วันนี้ยังต้องมาคว้าน้ำเหลวที่นี่อีก อารมณ์ของเขาในตอนนี้มันดิ่งลงเหวสุดๆ
หลินจ้านไม่เห็นโหวหรานก็ใจคอไม่ดีอยู่แล้ว พอได้ยินหลินเฮ่าพูดแบบนี้ ความโกรธที่สะสมไว้ก็ปะทุขึ้นมาจนทนไม่ไหวอีกต่อไป
"แล้วมันไม่ใช่เพราะพวกแกทำตัวเองขายขี้หน้าเองหรือไงวะ"
...
อีกด้านหนึ่ง
ถังโต้วขับรถซิ่งพาหลินผิงกับโหวหรานตะบึงฝ่าลมอย่างบ้าคลั่ง
เธอจงใจขับตามเส้นทางที่หลินผิงวางแผนไว้ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ไปปะทะกับพวกหลินจ้านที่กำลังยืนหัวเสียรับลมอยู่กลางทุ่งรกร้างได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เอี๊ยดดด
เสียงเบรกดังกึกก้อง รถเจาะเกล็ดน้ำแข็งจอดสนิทอยู่ที่หน้าประตูเมืองหลินอันอันใหญ่โตโอ่อ่า
"ถึงแล้ว ลงไปสิ"
น้ำเสียงของหลินผิงยังคงราบเรียบไม่เปลี่ยน
โหวหรานพยายามสะกดกลั้นอารมณ์โกรธ "ไม่ใช่ว่าจะไปจวนเจ้าเมืองหรอกเหรอ"
"ก็ใช่น่ะสิ จวนเจ้าเมืองก็อยู่ข้างในเมืองไง"
ถังโต้วตอบกลับหน้าตาเฉย
"งั้นแกก็ไปส่งฉันที่หน้าประตูจวนสิวะ"
โหวหรานตะคอก
ในที่สุดหลินผิงก็ยอมขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงเบาะดีๆ เขาหันหน้ามามองโหวหรานด้วยสายตาเหมือนกำลังมองคนปัญญาอ่อน
"ไอ้สองท่อนที่อยู่ใต้เอวนายลงไปนั่นมันขาเทียมหรือไง"
"แก" โหวหรานโกรธจัดจนนิ้วมือสั่นระริก "เดี๋ยวนี้พวกชนชั้นล่างเมืองหลินอันมันกร่างกันขนาดนี้แล้วเหรอ แกไม่รู้หรือไงว่ากำลังคุยอยู่กับใคร"
"รู้สิ พวกเราก็พูดกันแบบนี้นี่แหละ"
หลินผิงพยักหน้ารับหน้าตาซื่อบริสุทธิ์
"นายน้อยหลินเฮ่าเป็นคนสอนพวกเราเองแหละ มีอะไรเหรอ นายน้อยบอกว่าพวกที่มาจากเมืองระดับทองคำน่ะมักจะมีปัญหาเรื่องขา ต้องเดินให้เยอะๆ จะได้ถือเป็นการออกกำลังกายไปในตัว"
โหวหรานผลักประตูรถออกด้วยความเดือดดาล แล้วกระแทกประตูปิดดังปัง
เพิ่งเดินไปได้แค่สองก้าว เขาก็นึกถึงปัญหาใหญ่ระดับคอขาดบาดตายขึ้นมาได้
เขาหันขวับกลับไป รถประหลาดคันนั้นกำลังจะเคลื่อนตัวออกไปพอดี
"จวนเจ้าเมืองไปทางไหน"
หลินผิงชะโงกหน้าออกมาจากหน้าต่างรถที่เปิดลงมา
"แกเป็นทารกยักษ์หรือไงวะ คนเดินกันเต็มเมืองมีขาหน้าตาเหมือนคนทั้งนั้น ทำไมไม่หัดเปิดปากถามเองบ้างวะ"
พูดจบ รถเจาะเกล็ดน้ำแข็งก็พุ่งแหวกเข้าไปในฝูงชน แล้วหายวับไปตรงหน้าประตูเมืองโดยไม่รอฟังคำตอบจากโหวหรานเลยแม้แต่น้อย
ทิ้งให้โหวหรานยืนคว้างอยู่ตรงนั้นคนเดียว สภาพเสื้อคลุมเปรอะเปื้อนฝุ่นดิน ยืนอึ้งรับประทานอยู่ท่ามกลางสายลม
หน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำราวกับตับหมู
อัปยศอดสู
นี่มันความอัปยศอดสูอย่างถึงที่สุด
เขารีบเปิดหน้าต่างการสื่อสารขึ้นมา แล้วส่งคำขอสนทนาไปหาหลินจ้านโดยตรงทันที
ไม่นานนัก สายก็ถูกรับ เสียงของหลินจ้านที่แฝงไปด้วยความร้อนรนและประจบประแจงก็ดังขึ้นที่ข้างหู
"ท่านผู้นำทาง ท่านอยู่ที่ไหนเหรอครับ พวกเรายังไม่เห็นท่านเลย"
"หลินจ้าน"
โหวหรานใช้แรงทั้งหมดที่มีในร่าง แผดเสียงคำรามใส่เครื่องมือสื่อสารลั่น
"ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ แกพาไอ้ลูกชายที่อยากจะทะยานฟ้าของแก กลิ้งมาหาฉันที่หน้าประตูเมืองเดี๋ยวนี้เลย"
[จบแล้ว]