เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 110 - หลี่ว่านขุย? ของไม่ตรงปกนี่หว่า

บทที่ 110 - หลี่ว่านขุย? ของไม่ตรงปกนี่หว่า

บทที่ 110 - หลี่ว่านขุย? ของไม่ตรงปกนี่หว่า


บทที่ 110 - หลี่ว่านขุย? ของไม่ตรงปกนี่หว่า

ภายใต้การนำทางของสือเหล่ย ทั้งสามคนก็เดินมาถึงมุมหนึ่งของค่ายพักอย่างรวดเร็ว

สือเหล่ยชี้ไปที่เต็นท์สีเทาซอมซ่อหลังหนึ่งแล้วพูดขึ้น

"นี่แหละเต็นท์ของหลี่ว่านขุย เขาอยู่ในทีมหมายเลขเจ็ดสิบเก้าของฝ่ายลม"

"ปกติแล้วนอกจากจะไปลงบททดสอบถ้ำตามเวลา เขาก็จะหมกตัวอยู่แต่ในเต็นท์เล็กๆ นี่ตลอด ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ที่แปลกที่สุดคือเขาไม่เคย 'ปาร์ตี้' กับคนในทีมหมายเลขเจ็ดสิบเก้าเลยสักครั้ง"

"เวลาลงบททดสอบถ้ำก็เห็นทุ่มเทดีนะ แต่เขาไม่เอาทั้งโบนัสค่าประสบการณ์จากการปาร์ตี้ แล้วก็ไม่ขอแบ่งของดรอปจากบอสตอนจบด้วย เขาใช้ชีวิตอยู่ด้วยการกิน 'เงินช่วยเหลือ' เป็นแต้มเกียรติยศเล็กๆ น้อยๆ จากการผ่านบททดสอบถ้ำแต่ละครั้งเท่านั้นเอง"

หลินผิงเดินเข้าไปเลิกม่านประตูเต็นท์ขึ้น

ภายในเต็นท์มีร่างผอมบางกำลังนั่งขดตัวอยู่ ตรงหน้าเขามีเครื่องเล่นเกมแบบเรียบง่ายวางไว้ หมอนั่นกำลังเล่นอย่างเมามัน

ตรงมุมเต็นท์มีพวกซองขนมและขวดน้ำอัดลมเปล่าๆ กองสุมกันเป็นภูเขาขนาดย่อม

สภาพแวดล้อมซกมกแบบนี้ทำเอาหลินผิงเผลอขมวดคิ้ว แต่ไม่นานหลินผิงก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง

เขาเดินดุ่มๆ เข้าไปในเต็นท์ของหลี่ว่านขุยทันที

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า ร่างผอมบางนั่นก็สะดุ้งโหยงจนเครื่องเล่นเกมในมือร่วงหล่นลงพื้น

เขาเงยหน้าขึ้นมา เผยให้เห็นใบหน้าซีดเซียวและมันเยิ้ม สวมแว่นตาหนาเตอะ เขามองผู้บุกรุกด้วยสายตามึนงง

"หลี่ว่านขุย ฉันมาแล้ว" หลินผิงเปิดบทสนทนา

ชายคนนั้นทำหน้างงหนักกว่าเดิม เขาขยับแว่นตาเบาๆ "คุณคือ..."

"หลินผิง"

พอได้ยินชื่อนี้ หลี่ว่านขุยก็เหมือนโดนไฟช็อต เขาสปริงตัวลุกพรวดขึ้นมาจากพื้นจนหัวไปกระแทกกับหลังคาเต็นท์

"เทพ... เทพหลินผิง!?"

น้ำเสียงของเขาตะกุกตะกัก เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อและหวาดกลัว

"คุณ... คุณมาหาผมทำไมเนี่ย"

เขาเอามือถูไถเสื้อผ้าไปมาอย่างลุกลี้ลุกลน สายตาลอกแลกหลบเลี่ยง เผยให้เห็นภาพลักษณ์ของคนอ่อนแอและเก็บตัวขั้นสุด

ข่าวเรื่องศรปิศาจหลินผิงกำลังจะมาเยือนค่ายฝ่ายลมเป็นเรื่องที่ทุกคนรู้ดี หลี่ว่านขุยก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

แต่เขาไม่คิดฝันเลยว่าอีกฝ่ายจะมาหาตนถึงที่

สภาพแบบนี้มันช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหวกับหลี่ว่านขุยคนที่เคยส่งหุ่นเชิดสุดหลอนมาพูดจาวางมาดมั่นใจและดูลึกลับที่หน้าค่ายฝ่ายป่าเมื่อตอนนั้น

หลินผิงจ้องมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย

"นายไม่ใช่เหรอที่บอกว่าจะเสนอราคาที่ฉันปฏิเสธไม่ได้น่ะ"

บนใบหน้าของหลี่ว่านขุยเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม เขาไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าหลินผิงกำลังพูดเรื่องอะไร

"เทพ... เทพหลินผิง คุณ... คุณล้อผมเล่นใช่มั้ยเนี่ย... ผม... ผมจะไปมีข้อเสนออะไรไปให้คุณได้ล่ะ" เขาลนลานโบกไม้โบกมือปฏิเสธพัลวัน ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย

ถังโต้วที่อยู่ข้างๆ แอบกระตุกแขนเสื้อหลินผิงเบาๆ

เธอเองก็เคยเห็นหุ่นเชิดสุดสยองตัวนั้นมาแล้วเหมือนกัน ปฏิกิริยาและบุคลิกของคนตรงหน้านี้มันไม่ตรงกับตอนนั้นเลยสักนิด

ต้องเป็นคนชื่อซ้ำแน่ๆ

หลี่ว่านขุยคนนี้ นอกจากชื่อเหมือนกันแล้ว อย่างอื่นก็ไม่มีอะไรใกล้เคียงเลยแม้แต่น้อย

หลินผิงไม่ได้สนใจถังโต้ว สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ชายตรงหน้า

"หลี่ว่านขุย โอกาสบางอย่างมันมีแค่ครั้งเดียวนะ"

พูดจบประโยคนี้เขาก็ไม่ต่อความยาวสาวความยืดอีก หันหลังเตรียมตัวเดินจากไป

หลี่ว่านขุยยังคงมีสีหน้าหวาดผวาเหมือนคนสติหลุด เขายืนอ้าปากค้างอยู่กับที่ ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี

จนกระทั่งพวกหลินผิงสามคนเดินออกจากเต็นท์ไปแล้ว หลี่ว่านขุยถึงเพิ่งได้สติ เขารีบร้อนดึงม่านประตูเต็นท์ปิดลงมาอย่างมิดชิดทันที

"พี่ผิง หลี่ว่านขุยคนนี้ดูไม่มีอะไรพิเศษเลยนะ..." สือเหล่ยเกาหัว รู้สึกว่าตัวเองคงหาคนผิดแน่ๆ

หลินผิงปรายตามองเต็นท์ซอมซ่อนั่นอีกครั้ง

"ก็อาจจะมั้ง"

เวลาที่เหลือหลังจากนี้ ทั้งสามคนก็ไปนั่งรอการมาเยือนของคลื่นมอนสเตอร์อยู่ที่โต๊ะหินกลางค่าย

เมื่อถังโต้วได้เจอกับสือเหล่ยที่ไม่ได้พบกันมานาน เธอก็เจื้อยแจ้วถามไถ่เรื่องราวและข่าวซุบซิบต่างๆ ของสือเหล่ยในค่ายฝ่ายลมอย่างออกรส

อดีตเพื่อนร่วมทีมของสือเหล่ย พอเห็นว่าเพื่อนตัวเองสนิทชิดเชื้อกับ "ศรปิศาจ" หลินผิงผู้เป็นตำนานขนาดนี้ ก็เริ่มใจกล้าหน้าด้านเดินเข้ามาทักทาย หวังจะทำความรู้จักกับหลินผิงเอาไว้บ้าง

ก็นะ ขนาดหัวหน้าค่ายของพวกเขายังต้องยอมอ่อนข้อให้ศรปิศาจหลินผิงเลย การเกาะขาใหญ่มันก็ต้องเลือกขาที่ใหญ่ที่สุดสิ

ทว่าหลินผิงเมินเฉยคนพวกนี้ทั้งหมด

สุดท้ายสือเหล่ยก็ทนลูกตื๊อของอดีตเพื่อนร่วมทีมไม่ไหว ต้องหน้าด้านขอให้หลินผิงเซ็นลายเซ็นให้สองสามใบเพื่อเอาไปแจกให้พวกนั้นเก็บไว้เป็นที่ระลึก

การมาเป็นทหารรับจ้างช่วยต้านคลื่นมอนสเตอร์ในครั้งนี้ของหลินผิง ถึงขั้นสร้างฐานแฟนคลับให้ตัวเองได้เลยแฮะ

เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป

วู๊ดดด—

เสียงแตรเขาสัตว์ที่ดังกังวานและเยือกเย็นสะท้อนก้องฟ้าอีกครั้ง

คลื่นมอนสเตอร์ของฝ่ายลมมาถึงแล้ว

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 110 - หลี่ว่านขุย? ของไม่ตรงปกนี่หว่า

คัดลอกลิงก์แล้ว