- หน้าแรก
- ระบบฟาร์มแสนล้านคิล: อาชีพขยะแล้วไง ตีธรรมดาตายหมดก็แล้วกัน
- บทที่ 100 - นี่แกเรียกสิ่งนี้ว่านักธนูเหรอวะ?
บทที่ 100 - นี่แกเรียกสิ่งนี้ว่านักธนูเหรอวะ?
บทที่ 100 - นี่แกเรียกสิ่งนี้ว่านักธนูเหรอวะ?
บทที่ 100 - นี่แกเรียกสิ่งนี้ว่านักธนูเหรอวะ?
เพื่อนร่วมทีมตบไหล่เจ้าของสายตาคู่นั้นเบาๆ
"ทำอะไรอยู่น่ะเหล่าหลี่ คลื่นมอนสเตอร์จะมาอยู่แล้ว ยังมัวมายืนชาบูเทพอยู่อีกเหรอ"
ผู้ชายที่ถูกเรียกว่าเหล่าหลี่หันหน้ากลับมาส่งยิ้มซื่อๆ ไม่ได้พูดอะไรมากแล้วเดินตามทีมของตัวเองไป
มันเป็นแค่เรื่องราวแทรกซ้อนเล็กๆ ที่ไม่มีใครใส่ใจ
ในแผนที่จิตใจของหลินผิงไม่มีร่องรอยของวอร์ล็อกฝันร้ายสุดสยองอย่างเฉินชีซู่เลย
ไม่ใช่แค่ในค่ายฝ่ายไฟเท่านั้น แม้แต่นักบวชที่เคยอยู่กับเฉินชีซู่ตอนนั้นก็ไร้ร่องรอยเช่นกัน
ทันทีที่มาถึงที่นี่ เขากวาดสายตาสำรวจทั่วทั้งค่ายฝ่ายไฟแล้ว ไม่มีวี่แววของเฉินชีซู่รวมถึงนักบวชที่คอยตามติดหมอนั่นมาตลอด
สองคนนี้ราวกับอันตรธานหายไปจากโลก
หลินผิงดึงสติกลับมา เลิกเก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ
ตราบใดที่ยังวนเวียนอยู่ในหลุมหมื่นปีศาจ สักวันก็ต้องได้เจอกันอยู่ดี
เขาปรับอารมณ์ให้เข้าที่ วันนี้คงต้องง้างธนูยิงกันยาวๆ
โชคดีที่หัวหน้าแผนกเสบียงส่วนตัวข้างกายอย่างถังโต้วทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม
คลื่นมอนสเตอร์ยังไม่ทันมา เธอก็ขับ 'น้องน้ำแข็งสุดที่รัก' เข้าไปจอดนิ่งสนิทอยู่ตรงใจกลางแอ่งภูเขาไฟเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็จัดการขนสารพัดหม้อไหกะละมังชามออกจากช่องเก็บของอย่างคล่องแคล่ว
เตาหลอมลาวา เตาปิ้งย่างพกพา โต๊ะหม้อไฟอัตโนมัติ...
อุปกรณ์ทำอาหารแคมป์ปิ้งแบบครบวงจรถูกกางออกเสร็จสรรพภายในเวลาไม่กี่นาที
ภาพที่เกิดขึ้นทำเอาผู้เล่นฝ่าย [ไฟ] ที่กำลังตั้งแถวเตรียมพร้อมรบอย่างเคร่งเครียดถึงกับยืนอ้าปากค้าง
ลูกพี่ คลื่นมอนสเตอร์จะบุกอยู่รอมร่อแล้วนะ
ภัยพิบัติกำลังจุติ เป็นตายเท่ากัน
นี่แกมาเปิดไลน์บุฟเฟต์อะไรตรงนี้วะเนี่ย?!
[เชี่ย สองคนนี้มาเอาฮาหรือไง]
[ฉันเคยได้ยินมาว่าศรปิศาจหลินผิงโหดมาก แต่ไม่คิดว่าจะหลุดโลกขนาดนี้นะ...]
[ผู้หญิงคนนั้นเป็นอะไรกับเขา แผนกเสบียงเหรอ เสบียงจะอลังการเกินไปแล้ว มีเลี้ยงข้าวด้วย?]
[ใจคอจะชิลเกินไปแล้วมั้ง พวกเราแทบจะแทะแครกเกอร์อัดแท่งประทังชีวิตอยู่แล้ว สองคนนี้เล่นเปิดเตาย่างบาร์บีคิวเฉยเลย?]
เสียงซุบซิบดังอื้ออึงไปทั่วฝูงชน เต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่เข้าใจ
หลินผิงกับถังโต้วเลือกที่จะเมินเฉยต่อปฏิกิริยาเหล่านั้น
ถังโต้วถึงขั้นฮัมเพลงผิดคีย์อย่างอารมณ์ดี ก้มหน้าก้มตาเตรียมวัตถุดิบด้วยใบหน้ามุ่งมั่นสุดๆ
จังหวะนั้นเอง ฉินเฟิงก็พาเพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งเดินเข้ามา
เพื่อนร่วมทีมคนนั้นเป็นนักรบโล่รูปร่างบึกบึน เขาแบกแกะย่างทั้งตัวที่ผ่านการชำแหละและทาซอสมาอย่างดี เดินฉีกยิ้มกว้างเอามาวางลงบนเตาย่างของถังโต้ว
"น้องถังโต้ว นี่คือน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากพวกเรา ขอบคุณที่อุตส่าห์เดินทางไกลมาช่วยนะ!"
"เมื่อกี้หัวหน้าทีมเราบอกว่า แกะตัวนี้เป็นมอนสเตอร์พิเศษแถวๆ เมืองหลักของเรา เนื้อนุ่มอร่อยมากเลยล่ะ!"
พอถังโต้วเห็นแกะย่างน้ำมันหยดติ๋งๆ ดวงตากลมโตก็เป็นประกายวิบวับทันที
"ว้าว! ขอบคุณมากเลยนะ!"
เธอเอ่ยปากขอบคุณอย่างร่าเริง หยิบแปรงทาซอสขึ้นมาเตรียมโชว์ฝีมือ
หลินผิงเดินเข้ามา ปรายตามองแกะย่างตัวนั้นแวบหนึ่ง
"ย่างเสร็จแล้วก็คืนให้พวกเขากินเองเถอะ"
น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย แต่มันทำเอาบรรยากาศตรงนั้นแข็งค้างไปในพริบตา
รอยยิ้มบนใบหน้าของฉินเฟิงกับเพื่อนร่วมทีมหุบลงทันควัน
ถังโต้วก็ชะงักไปเหมือนกัน มองหลินผิงอย่างไม่เข้าใจ
"ทำไมล่ะ คนเขาอุตส่าห์ให้มา..."
หลินผิงไม่ได้อธิบาย
เขาแค่ภาพของสือเหล่ยแวบเข้ามาในหัว ผู้ชายที่กล้ากรอกยานอนหลับสูตรพิเศษใส่ปากพ่อแท้ๆ ของตัวเองรวดเดียวห้าสิบขวด
ในหลุมหมื่นปีศาจแห่งนี้ การระวังตัวคือสิ่งสำคัญที่สุด
ยิ่งไปกว่านั้น คนพวกนี้เรียกได้ว่าไม่ใช่เพื่อนกันด้วยซ้ำ
พอเห็นท่าทีเด็ดขาดของหลินผิง ฉินเฟิงก็ฝืนยิ้มแห้งๆ รีบพูดแก้เกี้ยว
"น้องหลินผิงพูดถูกแล้ว เป็นพวกเราเองที่คิดตื้นไปหน่อย ถือซะว่าแกะตัวนี้เป็นอาหารเสริมให้พวกพี่น้องในทีมก็แล้วกัน"
พูดจบเขาก็ลากเพื่อนร่วมทีมเดินจากไปอย่างทุลักทุเล
ถึงถังโต้วจะยังงงๆ อยู่ แต่ปกติเธอเป็นเด็กเชื่อฟังหลินผิงอยู่แล้ว เธอจึงพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ดันแกะย่างตัวนั้นไปไว้ข้างๆ แล้วหันไปวุ่นวายกับวัตถุดิบของตัวเองต่อ
ภาพเหตุการณ์นี้ตกอยู่ในสายตาของผู้เล่นฝ่าย [ไฟ] ทุกคนอย่างไม่ต้องสงสัย
[เห็นไหมล่ะ โคตรหยิ่ง คนเขาหวังดีเอาแกะมาให้ หมอนั่นไม่แม้แต่จะปรายตามองด้วยซ้ำ]
[นี่ไม่ได้เรียกว่าหยิ่งแล้ว เขาเรียกว่าไม่เห็นหัวใครเลยต่างหาก คิดจริงๆ เหรอว่าฝ่ายไฟของเราขาดหมอนั่นไม่ได้]
[ชู่ว... เบาๆ หน่อย ท่านผู้นำอุตส่าห์เชิญมาขนาดนี้ ต้องมีของดีซ่อนอยู่แน่ๆ]
ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด บทสนทนาวิจารณ์หลินผิงในช่องแชตปาร์ตี้ก็ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ
เสียงส่วนใหญ่เทไปทางเคลือบแคลงสงสัย
[ฉันว่าพวกแกตื่นตูมกันไปเอง หลินผิงเพิ่งจะเลเวล 46 อุปกรณ์เกียรติยศสักชิ้นก็ยังไม่มี มันจะไปเก่งสักแค่ไหนกันเชียว]
[นั่นสิ ค่ายเรามีระดับบิ๊กๆ เลเวล 50 ขึ้นไปตั้งหลายคน ลูกพี่สวี่ก็เป็นตัวท็อปอยู่แล้ว จะต้องพึ่งหมอนั่นไปทำไม]
[ฉันเดาว่าหมอนั่นคงมีสกิลโจมตีวงกว้างแปลกๆ อะไรสักอย่างแหละ คูลดาวน์ต้องนานโคตรๆ แน่ ไม่งั้นก็ไร้เทียมทานไปนานแล้ว]
แน่นอนว่าก็มีคนส่วนน้อยที่เคยเห็นผลงานตอนป้องกันค่ายฝ่าย [ป่า] มากับตาและมีความเห็นต่างออกไป
[พวกแกไม่เห็นสัดส่วนดาเมจตอนตีบอสรอบที่แล้วล่ะสิ หยางจิ่วเซินว่าโหดแล้วนะ สุดท้ายยังโดนศรปิศาจหลินผิงกดซะมิดเลย แถมตอนจบหมอนั่นยังออมมือให้หยางจิ่วเซินได้ที่สองด้วยซ้ำ]
[ฉันก็ลือกันมาเหมือนกันนะว่าฝ่ายป่าใช้เวลาแค่สองชั่วโมงจบคลื่นมอนสเตอร์ได้ นี่มันปาฏิหาริย์ชัดๆ ต้องเกี่ยวกับหลินผิงคนนี้แน่]
[คอยดูไปเถอะ ฉันว่าที่ลูกพี่สวี่ทุ่มทุนเชิญมา คงไม่ได้เสียเงินเปล่าหรอก]
คนครึ่งหนึ่งสงสัย อีกครึ่งหนึ่งยอมรับ
บนจุดสูงสุดริมขอบแอ่งภูเขาไฟ สวี่เหยียนผู้นำฝ่าย [ไฟ] ยืนไพล่หลังทอดสายตามองลงมายังเบื้องล่าง
เขาเห็นฉากที่หลินผิงปฏิเสธแกะย่างอย่างชัดเจน
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าของเขา
"เป็นคนที่น่าสนใจดีนี่"
เขาชักอยากจะรู้แล้วสิ ผู้ชายที่หยางจิ่วเซินให้ความสำคัญขนาดหนัก ถึงขนาดยอมแลกเปลี่ยนกับเขาเพื่อกำจัดจูเก่อชิงเป็นการผูกมิตร จะซ่อนความแข็งแกร่งระดับไหนเอาไว้กันแน่
เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไปท่ามกลางอากาศร้อนระอุในแอ่งภูเขาไฟ
[คำเตือน! คลื่นมอนสเตอร์ฝ่ายไฟ จะจุติลงมาในอีกสิบนาที!]
เสียงประกาศระบบอันเย็นเยียบดังก้องข้างหูทุกคน
ทั่วทั้งค่ายตกอยู่ในความเงียบสงัดทันที
ผู้เล่นทุกคนเข้าประจำที่ บรรยากาศอบอวลไปด้วยรังสีฆ่าฟัน
มีเพียง 'ร้านอาหารบุฟเฟต์' ดีไซน์หลุดโลกใจกลางค่ายเท่านั้นที่ยังคงส่งกลิ่นหอมหวนของเนื้อย่างลอยตลบอบอวล
ถังโต้วยื่น 'เซี่ยงจี๊ย่างบัฟความเร็วโจมตี' ไม้หนึ่งไปจ่อปากหลินผิง
"หลินผิงๆ เร็วเข้า! กินซะ! เดี๋ยวจะได้ยิงเร็วขึ้น!"
หลินผิงงับเข้าปาก สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ขอบแผนที่จิตใจ
มาแล้ว
สุดขอบแผนที่จิตใจ จุดสีแดงมืดฟ้ามัวดินเริ่มโผล่ขึ้นมาและขยายอาณาเขตอย่างรวดเร็ว
ต่างจากไฮยีน่าจอมแทะที่ฝ่าย [ป่า] ต้องเจอ
มอนสเตอร์คราวนี้มีชื่อว่า [โทรลล์ลาวา]
พวกมันมีรูปร่างใหญ่โตมโหฬาร แต่ละตัวสูงตั้งสามสี่เมตร ร่างกายประกอบขึ้นจากหินร้อนระอุ ความเร็วในการเคลื่อนที่ไม่ได้ไวมาก แต่แผ่รังสีคุกคามน่าสะพรึงกลัว
จำนวนก็ไม่ได้มืดฟ้ามัวดินเท่าฝูงไฮยีน่า
หลินผิงยังไม่รีบลงมือ
เขายืนนิ่งอยู่กับที่ ค่อยๆ กินอาหารอร่อยๆ ที่ถังโต้วป้อนให้อย่างใจเย็น ราวกับว่าสิ่งที่กำลังจะมาถึงไม่ใช่ภัยพิบัติล้างบาง แต่เป็นแค่ละครฉากหนึ่งที่ไม่สลักสำคัญอะไร
สิบกว่านาทีต่อมา
"มาแล้ว!"
ทหารยามดูลาดเลาแหกปากส่งสัญญาณเตือนเสียงแหบพร่า
ที่เส้นขอบฟ้า 'เทือกเขา' เคลื่อนที่ได้ปรากฏตัวขึ้นช้าๆ แผ่นดินส่งเสียงสะเทือนเลื่อนลั่นตามจังหวะฝีเท้าของพวกมัน
ร่างมหึมาของโทรลล์ลาวาโผล่เข้ามาในคลองจดจ่อของทุกคน
"เตรียมปะทะ!"
สวี่เหยียนตวาดลั่น แสงสีแดงเพลิงสว่างจ้าขึ้นรอบตัว
ผู้เล่นฝ่าย [ไฟ] ทุกคนชูอาวุธขึ้นพร้อมเพรียง สีหน้าเคร่งเครียดสุดขีด
ในที่สุดหลินผิงก็ขยับตัว
เขาวางแก้วน้ำผลไม้ในมือลง ลุกขึ้นจากข้างกายถังโต้ว เดินทอดน่องไปที่ขอบแท่นสูงช้าๆ
ภายใต้สายตานับหมื่นคู่ที่จับจ้องมา
เขาปลด [โทสะทรายดูด] ที่สะพายอยู่ด้านหลังออกมา
จากนั้นก็ง้างสายธนู
วูบ
เสียงสายธนูสั่นไหวแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินดังขึ้น
ลูกศรสีดำทมิฬหายวับไป
วินาทีถัดมา
บนหัวของโทรลล์ลาวาตัวมหึมาที่วิ่งนำหน้าสุด
ตัวเลขดาเมจสีแดงฉานระเบิดตูมขึ้นมา
45154! (คริติคอล)
ศรเดียว ดับอนาถ
โทรลล์ลาวาร่างยักษ์ไม่ทันได้ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยซ้ำ ร่างกายใหญ่โตของมันก็ระเบิดกระจุยกลายเป็นเศษหินปลิวว่อนเต็มฟ้า
แต่นี่ เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
[ศรแถม!]
[เสียงสะท้อนแห่งความตาย!]
วงแหวนแสงสีแดงคล้ำกระเพื่อมออกจากจุดที่โทรลล์ลาวาตัวนั้นถูกฆ่าอย่างรุนแรง!
รัศมีระเบิดสี่สิบเมตรกลืนกินเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์นับสิบตัวของมันเข้าไปในพริบตา
กลุ่มตัวเลขดาเมจยุบยับพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับน้ำพุเลือด!
45244!
44523!
46012!
...
เพียงชั่วพริบตาเดียว แนวหน้าก็แหว่งหายไปเป็นแถบ
ทั่วทั้งสมรภูมิชะงักงันเงียบกริบ ผู้เล่นฝ่ายไฟทุกคนยังไม่ทันได้แตะตัวมอนสเตอร์เลยด้วยซ้ำ กะด้วยสายตาก็เห็นว่ามอนสเตอร์หายไปอย่างน้อยสามในสิบส่วนแล้ว
ผู้เล่นฝ่าย [ไฟ] ทุกคนที่เมื่อกี้ยังกังขา ยังเยาะเย้ยถากถางอยู่
ตอนนี้พากันอ้าปากค้างตาเหลือก มองพื้นที่ที่ถูกกวาดเรียบเป็นหน้ากลองในพริบตา สมองขาวโพลนไปหมด
"นี่... นี่มันยังใช่นักธนูอยู่หรือเปล่าวะ นี่มันเครื่องยิงขีปนาวุธชัดๆ!"
[จบแล้ว]