- หน้าแรก
- ระบบฟาร์มแสนล้านคิล: อาชีพขยะแล้วไง ตีธรรมดาตายหมดก็แล้วกัน
- บทที่ 75 - เสาหลักของทัพ
บทที่ 75 - เสาหลักของทัพ
บทที่ 75 - เสาหลักของทัพ
บทที่ 75 - เสาหลักของทัพ
หลินผิงมองดูข้อความระบบที่เด้งขึ้นมาตรงหน้า ความเย็นชาในแววตาค่อยๆ จางลง
เฉียนโยว
เขาจำชื่อนี้ได้ เคยเห็นอยู่ในปาร์ตี้ก่อนหน้านี้ เป็นนักฆ่าที่เงียบขรึมและสังกัดอยู่ในฝ่ายป่ามาตลอด
เห็นได้ชัดว่าตัวเลขมหาศาลบนตารางอันดับความเสียหายนั้น ได้จุดประกายความโลภในใจของเขาขึ้นมาแล้ว
แผนการของเฉียนโยวเรียกได้ว่าไร้ที่ติ
เขาสังเกตมานานและพบว่าเวลาที่หลินผิงยิงธนู แววตาจะดูเลื่อนลอยเล็กน้อยราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง จิตใจทั้งหมดจดจ่ออยู่กับสถานะการล็อกเป้าระยะไกลสุดขีดบางอย่าง
นี่คือโอกาสที่ดีที่สุด
กองกำลังหลักของฝ่ายกำลังต่อสู้อย่างดุเดือดห่างออกไปห้ากิโลเมตร ฐานที่มั่นจึงว่างเปล่า
ขอเพียงแค่โจมตีสำเร็จและสังหาร 'ศรปิศาจ' หลินผิงได้ ไม่เพียงแต่จะแย่งชิงแต้มผลงานหลายแสนแต้มที่สะสมอยู่บนตัวเขามาได้ แต่ยังสามารถใช้ความดีความชอบอันยิ่งใหญ่นี้เป็นใบเบิกทางเพื่อคว้าตำแหน่งระดับสูงในฝ่ายภูเขาได้อีกด้วย
เพื่อการนี้ เขาจึงไม่ลังเลที่จะใช้สิทธิ์การเปลี่ยนฝ่ายเพียงครั้งเดียวของตัวเองทิ้งไป
เขากะจังหวะเวลาอย่างแม่นยำ เลือกลงมือในวินาทีที่หลินผิงเพิ่งจะกินอาหารเสร็จ เป็นช่วงที่จิตใจผ่อนคลายที่สุดและกำลังจะเข้าสู่ 'โหมดโจมตี' อีกครั้ง
ทุกขั้นตอนถูกจำลองขึ้นในหัวเขานับครั้งไม่ถ้วน ไร้ซึ่งช่องโหว่ใดๆ
สิ่งเดียวที่เขาคำนวณพลาดไป ก็คือค่าสเตตัสพื้นฐานของหลินผิงที่วิปริตจนไร้เหตุผล
นักธนูคนหนึ่งกลับมีพละกำลังในการต่อสู้ระยะประชิดที่น่ากลัวยิ่งกว่านักฆ่าที่เชี่ยวชาญการลอบสังหารอย่างเขาเสียอีก
ในเวลานี้ สายซัพพอร์ตและหน่วยพลาธิการที่เหลืออยู่ในค่ายต่างยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ มองดูภาพเหตุการณ์นี้ด้วยความหวาดผวา
การลอบสังหารและการสวนกลับเกิดขึ้นในชั่วพริบตาเดียว
เมื่อพวกเขามองเห็นตราสัญลักษณ์อักษร 'ภูเขา' บนศพของเฉียนโยวอย่างชัดเจน ถึงได้เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดอย่างเชื่องช้า
หลินผิงละสายตาจากศพและกวาดมองไปรอบๆ อย่างเย็นชา
ใครก็ตามที่ถูกสายตาของเขามองผ่านต่างก็สะดุ้งโหยงและก้มหน้าหลบตากันเป็นแถบ ไม่มีใครกล้าสบตาเขาเลย
สายตานั้นมันราบเรียบเกินไป ราบเรียบจนชวนให้ขนลุก ราวกับว่าเมื่อกี้เขาไม่ได้เพิ่งฆ่าคนไป แต่แค่เผลอบี้มดตายไปตัวหนึ่งเท่านั้น
"หลินผิง!"
เสียงกรีดร้องของถังโต้วเพิ่งจะจบลง เธอมองดูเฉียนโยวที่นอนจมกองเลือดด้วยใบหน้าซีดเผือด
แต่วินาทีต่อมาเธอก็ได้สติ ร่างเล็กๆ นั้นระเบิดความโกรธเกรี้ยวออกมาอย่างน่าตกใจ
"บรืน——"
เสียงเครื่องยนต์คำรามดังลั่น รถเจาะเกล็ดน้ำแข็งสีชมพูสลับขาวคันนั้นปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า หัวรถหันขวับกลับมาราวกับสุนัขพิทักษ์ผู้ซื่อสัตย์ จอดนิ่งสนิทขวางอยู่ตรงหน้าหลินผิง
ถังโต้วยืนเท้าเอวอยู่บนหลังคารถด้วยท่าทางโกรธจัดและตะโกนใส่ผู้เล่นรอบข้างที่กำลังยืนตัวสั่นงันงก
"ผิงผิง! นายนิงต่อไปเลย! ฉันอยากจะรู้เหมือนกันว่าใครมันจะกล้าเข้ามาอีก ฉันจะชนมันให้เละไปเลย! o(▼皿▼メ;)o"
คำประกาศกร้าวที่ทั้งดุทั้งน่ารักบวกกับ 'รถไอศกรีม' สไตล์การ์ตูนคันนั้น ทำให้ดินแดนนองเลือดที่อบอวลไปด้วยจิตสังหารแห่งนี้ดูมีความตลกขบขันอันแปลกประหลาดแทรกเข้ามา
หลินผิงปรายตามองเธอโดยไม่ได้พูดอะไร
เสียงของเขาดังขึ้นอีกครั้ง ไม่ได้ดังมากแต่กลับลอยเข้าหูทุกคนอย่างชัดเจน
"ถ้าใครยังอยากจะเอาแต้มผลงานมาประเคนให้อีก ฉันก็ไม่ขัดข้องนะ"
พูดจบเขาก็เลิกสนใจคนอื่น หันหลังกลับและทอดสายตามองไปยังสนามรบอันห่างไกลอีกครั้ง
...
ในเวลาเดียวกันที่สมรภูมิแนวหน้า
"หัวหน้า! ดาเมจของ 'ศรปิศาจ' หยุดแล้วครับ!"
รองผู้บัญชาการคนหนึ่งรายงานกับหยางจิ่วเซินอย่างร้อนรน
หยางจิ่วเซินสั่งการรบไปพลางเหลือบมองหน้าจอแสงบนท้องฟ้าไปพลาง
และก็เป็นอย่างที่คิด สัดส่วนความเสียหายที่ไต่ระดับขึ้นอย่างสม่ำเสมอมาตลอดหยุดชะงักไปนานถึงห้านาทีแล้ว
[อันดับ 1: หลินผิง (ฝ่ายป่า) —— สัดส่วนความเสียหาย: 8.87%]
[อันดับ 2: หยางจิ่วเซิน (ฝ่ายป่า) —— สัดส่วนความเสียหาย: 5.24%]
...
ภูเขาหินในใจของหยางจิ่วเซินถูกยกออกไป
เขาว่าแล้วเชียว!
ผู้เล่นเลเวลสามสิบคนหนึ่ง ต่อให้อาชีพจะพิเศษแค่ไหนก็ไม่มีทางที่จะมีความสามารถในการทำดาเมจต่อเนื่องได้โอเวอร์ขนาดนี้หรอก?
นั่นมันขัดกับกฎพื้นฐานของ 'เกมเทพจุติ' ชัดๆ
สกิลนี้แม้จะมีอานุภาพทำลายล้างน่าสะพรึงกลัว แต่ระยะเวลาคูลดาวน์จะต้องนานจนน่าใจหายแน่ๆ
หนึ่งวัน? หรืออาจจะสองวันเลย?
มีความเป็นไปได้สูงมาก
ไม่อย่างนั้นตัวเขาที่เป็นถึงผู้เล่นระดับ SS และถือครองอาวุธระดับตำนานอยู่จะไม่กลายเป็นตัวตลกไปเลยหรือ?
เมื่อคิดได้เช่นนี้ สภาพจิตใจของหยางจิ่วเซินก็กลับมาสมดุลขึ้นเล็กน้อย
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ง้างธนูทลายทัพในมือจนสุดอีกครั้ง ลูกศรที่อัดแน่นไปด้วยธาตุลมพุ่งแหวกอากาศออกไป
ทว่าในตอนที่เขาคิดว่าในที่สุดก็จะได้เริ่มทำดาเมจไล่ตามทันแล้วนั้น เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
เหนือหัวของกระเพาะยักษ์ห้วงลึกที่ดูคล้ายภูเขาเนื้อในที่ไกลออกไป เส้นทางของลูกศรที่ดูไม่สะดุดตาปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า พุ่งเสียบเข้าใส่ลูกตาดวงหนึ่งที่กำลังกลอกกลิ้งไปมาอย่างแม่นยำ
ฉึก!
-27542! (คริติคอล!)
ตัวเลขคริติคอลสีแดงสดเด้งขึ้นมาเตะตาท่ามกลางกลุ่มตัวเลขความเสียหายอันหนาแน่น
รูม่านตาของหยางจิ่วเซินหดเกร็งลงทันที
สีหน้าของเขาแข็งค้างไปเรียบร้อยแล้ว
...
"ขยับแล้ว! ขยับแล้ว! ดาเมจของ 'ศรปิศาจ' ขยับอีกแล้ว!"
"เชี่ยเอ๊ย! กลับมาแล้ว! เขากลับมาแล้ว!"
"ฉันว่าแล้ว! เทพเกาทัณฑ์ผีจะหมดน้ำยาแค่นี้ได้ยังไง!"
ผู้เล่นนับพันคนในสมรภูมิแนวหน้าแทบทุกคนต่างเฝ้าจับตามองตารางอันดับความเสียหายอยู่ตลอดเวลา
เมื่อดาเมจของหลินผิงหยุดนิ่ง หัวใจของทุกคนก็ดิ่งวูบ ขวัญกำลังใจลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด
มันเป็นความรู้สึกเหมือนเสาหลักล้มครืนลงมา
แต่ตอนนี้ชื่อนั้นกลับมาขยับอีกครั้ง
ความบ้าคลั่งที่ยากจะบรรยายจุดประกายขึ้นทั่วทั้งสนามรบในพริบตา!
"พี่น้อง! เทพเกาทัณฑ์ผีกลับมาแล้ว! พวกมึงตื่นตัวกันหน่อยโว้ย! ลุย!"
"ทีมนักเวท! อย่ามัวแต่กั๊กพลัง! ถล่มมันเข้าไป! เพื่อเทพหลิน!"
"ฆ่ามัน! ฆ่ามัน! ฆ่ามัน! วันนี้ต้องสับไอ้ก้อนเนื้อเน่านี่ให้เละ!"
ผู้คนมากมายที่เดิมทีเหนื่อยล้าจากการต่อสู้อย่างยาวนาน กลับมีท่าทีราวกับถูกฉีดยากระตุ้น พวกเขาแหกปากร้องโหยหวนพร้อมกับสาดสกิลก้นหีบและกระดกโพชั่นเข้าไปอย่างไม่เสียดาย
หลินผิงที่อยู่ไกลออกไปถึงห้ากิโลเมตรไม่รู้ตัวเลยว่า ในตอนนี้เขาได้กลายเป็นสัญลักษณ์ทางจิตวิญญาณของทุกคนในสงครามครั้งนี้ไปเสียแล้ว
เขารู้เพียงแค่ว่าตราบใดที่ลูกศรของเขายังคงพุ่งออกไป ตำแหน่งอันดับหนึ่งก็มั่นคงดั่งภูผา
และเขายิ่งไม่รู้ด้วยว่า ภาพที่เขายืนสาดดาเมจอย่างบ้าคลั่งสลับกับหยุดพักเหนื่อยเป็นพักๆ นั้น ในสายตาของถังโต้วมันดูประหลาดพิลึกแค่ไหน
วินาทีที่แล้ว หลินผิงยังยืนอยู่ตรงนั้น ง้างธนูจนสุดแขน การเคลื่อนไหวรวดเร็วจนเหลือเพียงภาพติดตา เสียงสั่นสะเทือนของสายธนูดังระงมเป็นผืนเดียวกัน แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายอันดุดันที่พร้อมจะกวาดล้างทุกสรรพสิ่ง
แต่วินาทีต่อมา เขากลับลดธนูลง นวดแขนที่ปวดเมื่อย รับโร่วเจียหมัวที่ถังโต้วส่งให้มากินรวดเดียวหมด แล้วยังไปรื้อค้นเอากล่องวุ้นเส้นเปรี้ยวเผ็ดในกระเป๋าเป้ใบเล็กของเธอมาสูดกิน "ซู้ดๆ" อย่างเอร็ดอร่อย
กินเสร็จก็เช็ดปาก ลุกขึ้นยืน แล้วแปลงร่างเป็นเครื่องจักรยิงธนูไร้ความรู้สึกต่อไป
ไกลออกไปคือแผ่นดินแยกฟ้าทลาย แสงสกิลสาดส่องราวกับพลุในวันสิ้นโลก
ใกล้เข้ามาคือกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่น เด็กสาวคนหนึ่งกำลังวุ่นวายอยู่หน้าเตาบาร์บีคิว ส่วนเด็กหนุ่มอีกคนก็กินจนปากมันแผล็บ
สองชั่วโมงกว่าๆ ค่อยๆ ไหลผ่านไปในจังหวะอันพิลึกพิลั่นเช่นนี้
จนกระทั่งกระเพาะยักษ์ห้วงลึกส่งเสียงร้องโหยหวนดังก้องฟ้า ร่างกายที่ใหญ่โตดั่งภูเขาแข็งทื่อและล้มครืนลง หลอดเลือดถูกล้างจนหมดเกลี้ยง ทั่วทั้งสนามรบก็ตกอยู่ในความเงียบงันราวกับความตายในตอนแรก ก่อนจะระเบิดเสียงโห่ร้องยินดีดังกึกก้องราวกับคลื่นยักษ์ถล่มทลาย
"ชนะแล้ว! พวกเราชนะแล้ว!"
"ฆ่ามันได้แล้ว! ในที่สุดก็ฆ่าไอ้ตัวบัดซบนี่ได้สักที!"
ผู้คนนับไม่ถ้วนทรุดตัวลงกับพื้น ร้องไห้ด้วยความปีติยินดี
หลินผิงลดธนูโทสะทรายดูดในมือลงและพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า หน้าจอแสงขนาดยักษ์กำลังทำการสรุปผลขั้นสุดท้าย
[สถิติความเสียหายบอสรอบสุดท้าย]
[อันดับ 1: หลินผิง (ฝ่ายป่า) —— สัดส่วนความเสียหาย: 18.57%]
[อันดับ 2: หยางจิ่วเซิน (ฝ่ายป่า) —— สัดส่วนความเสียหาย: 18.10%]
[อันดับ 3: สวี่ฉางเฟิง (ฝ่ายป่า) —— สัดส่วนความเสียหาย: 11.41%]
...
หลินผิงมองดูตัวเลขนี้แล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
เขาจงใจชะลอจังหวะการโจมตีในช่วงท้าย เพื่อให้ดาเมจของตัวเองทิ้งห่างหยางจิ่วเซินไปไม่ถึงครึ่งเปอร์เซ็นต์อย่างแม่นยำ
ยังไงซะก็ได้อันดับหนึ่งอยู่แล้ว เขาจะไปเหนื่อยเปล่าๆ ทำไมล่ะ
ในขณะที่ทุกคนกำลังเฉลิมฉลองชัยชนะอย่างบ้าคลั่ง ประกาศจากระบบก็ดังก้องไปทั่วทั้งหลุมหมื่นปีศาจ
【ขอแสดงความยินดีกับฝ่ายป่า สังหารบอสโจมตีเมืองระดับฝันร้าย กระเพาะยักษ์ห้วงลึก ได้สำเร็จ!】
【กำลังดำเนินการประเมินผลขั้นสุดท้ายจากสัดส่วนความเสียหายและผลงานในสนามรบ...】
【ของรางวัลกำลังจะถูกจัดส่ง!】
[จบแล้ว]