เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 242 มีใครปิดคดีได้ไวขนาดนี้อีกไหม?

บทที่ 242 มีใครปิดคดีได้ไวขนาดนี้อีกไหม?

บทที่ 242 มีใครปิดคดีได้ไวขนาดนี้อีกไหม?


บทที่ 242 มีใครปิดคดีได้ไวขนาดนี้อีกไหม?

"แล้วส่วนสูงกับรูปร่างของหวังต้าจวินล่ะครับ?" เสี่ยวเจิ้งรีบถามด้วยความร้อนใจ

"สูงประมาณ 168 ซม. รูปร่างค่อนข้างท้วม น่าจะหนักเฉียดๆ 90 กิโลได้"

รูปพรรณสัณฐานตรงเผง!

"ขอที่อยู่บ้านเขาหน่อยครับ!"

เมื่อได้ที่อยู่มา ซูชิงอู่ก็นำทีมรุดออกไปอย่างรวดเร็ว มุ่งตรงไปยังย่านที่พักอาศัยเก่าแก่ซึ่งเป็นที่อยู่ของหวังต้าจวิน

และบังเอิญเหลือเกินที่ย่านนี้ ก็คือจุดสุดท้ายที่กล้องวงจรปิดจับภาพรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันนั้นได้พอดี

บริเวณชั้นล่างของที่พักหวังต้าจวิน ตำรวจพบรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ลักษณะคล้ายคลึงกับในกล้องวงจรปิดมาก แถมยังมีกล่องเครื่องมือเก่าๆ มัดติดอยู่ตรงเบาะหลังอีกด้วย

ในขณะเดียวกัน สวีหลินพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 2 นาย เพิ่งจะตรวจสอบประวัติเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในย่านธุรกิจ เสร็จสิ้น แต่ก็คว้าน้ำเหลว

พอได้ยินว่าลู่เฉิงล็อกเป้าผู้ต้องสงสัยได้แล้ว เขาก็รีบบึ่งตามมาสมทบทันที

ไฟในห้องของหวังต้าจวินยังเปิดสว่างอยู่ ด้วยกำลังตำรวจตั้งมากมายที่แห่กันมาจับคนๆ เดียว ตอนแรกทุกคนก็คิดว่างานนี้คงหมูๆ

แต่ใครจะไปคิดล่ะว่า จู่ๆ เงาร่างของหวังต้าจวินก็โผล่แวบขึ้นมาตรงระเบียง แล้วอันตรธานหายไปในพริบตา

ในลานสายตาพิเศษของเขา ลู่เฉิงเห็นว่าหวังต้าจวินได้กระโดดหนีออกทางหน้าต่างไปแล้ว

หมอนั่นขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ของเพื่อนบ้าน ที่เสียบกุญแจคาทิ้งไว้ในช่องใส่แก้วน้ำตามความเคยชิน โดยมีผ้าขนหนูยัดปิดทับไว้

"หวังต้าจวินโดดหน้าต่างหนีไปแล้ว ตอนนี้กำลังขี่มอเตอร์ไซค์หนี!"

ลู่เฉิงโพล่งขึ้นมา ก่อนจะวิ่งพุ่งตรงไปยังรถตำรวจ

ซูชิงอู่ เสี่ยวเจิ้ง เสี่ยวหู และคนอื่นๆ ต่างพากันยืนอึ้ง

"ลูกพี่ลู่ รู้ได้ยังไงครับเนี่ย?"

"ไม่ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์เหรอ?"

ไม่มีใครได้ยินเสียงอะไรเลยสักนิด แต่ลู่เฉิงก็เตรียมจะสตาร์ตรถออกตัวไล่ล่าแล้ว พวกเขาจึงรีบวิ่งตามไปติดๆ

เจ้าหน้าที่อีกกลุ่มหนึ่งรีบวิ่งแยกย้ายกันไปดักหน้าดักหลัง หวังจะสกัดจับ

แต่ในมุมมองของลู่เฉิง มันสายเกินไปแล้ว

ย่านที่พักอาศัยเก่าแห่งนี้มีทางออกทะลุปรุโปร่ง เชื่อมต่อกับถนนหนทางได้ทั้งสี่ทิศ

ในลานสายตาพิเศษของเขา จุดแสงสีฟ้าได้เคลื่อนที่ห่างออกไปกว่า 300 เมตรแล้ว

ลู่เฉิงไม่มีเวลามานั่งกังวล เขากระชากประตูรถตำรวจเปิดออก

เสี่ยวเจิ้งกับเสี่ยวหูก็กระชากประตูฝั่งผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลังเปิดออกพร้อมกัน

แต่แล้ว จู่ๆ ทั้งสองก็ชะงักกึก ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ ก่อนจะรีบเปลี่ยนเป้าหมายไปขึ้นรถของซูชิงอู่แทน

สวีหลินไม่รู้ต้นสายปลายเหตุว่าทำไมสองคนนั้นถึงเปลี่ยนรถ เขาจึงก้าวขึ้นรถของลู่เฉิงไปอย่างไม่คิดอะไร

ทันทีที่ก้นแตะเบาะ รถก็พุ่งทะยานออกไปดัง "ฟิ้ว" ราวกับจรวดที่ถูกปล่อยตัว

ใบหน้าซีดเผือดของสวีหลินพุ่งเข้าไปแนบชิดกับกระจกหน้าต่างรถอย่างสนิทสนม

"ฉะ... ฉันยังไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยเลยนะ!"

ลู่เฉิงไม่สนใจเสียงโวยวาย เขาสาดโค้งดริฟต์พร้อมกับสะบัดท้ายรถ ซิ่งระห่ำออกไปอย่างบ้าคลั่ง

จังหวะนั้นเอง มีหมาจรจัดตัวหนึ่งกำลังเดินเตร็ดเตร่หาคู่ พอเห็นอสูรกายเหล็ก "เหาะ" พุ่งตรงเข้ามาหามัน มันก็ตกใจจนกระโดดตัวลอย หลบไม่ทันซะแล้ว

ท้ายรถที่ตวัดกวาดมาเกือบจะฟาดหมาตัวนั้นกระเด็น ทำเอามันตกลงไปในแปลงดอกไม้ข้างทาง

หมาจรจัด: %¥#@*&… …

ด้วยทักษะความเชี่ยวชาญการขับขี่เลเวล 3 ของลู่เฉิง หวังต้าจวินไม่มีทางหนีรอดเงื้อมมือเขาไปได้หรอก

หลังจากโชว์ลีลาดริฟต์สไตล์ "Initial D" ไปชุดใหญ่ ในที่สุดเขาก็ไล่กวดมอเตอร์ไซค์ของหวังต้าจวินจนทัน

ลู่เฉิงผลักประตูรถออก แล้วปรี่เข้าไปรวบตัวหวังต้าจวินใส่กุญแจมืออย่างรวดเร็ว

สวีหลินก็เปิดประตูรถเดินโซเซลงมา เขาก้าวขากะเผลกๆ ไปที่ข้างทาง โก่งคออ้วกแตกอ้วกแตนอย่างหมดสภาพ

ให้ตายเถอะ!

มิน่าล่ะ สองคนนั้นถึงไม่ยอมนั่งรถของลู่เฉิง นี่มันขับรถประสาอะไรวะเนี่ย?!

ถ้าติดเครื่องยนต์เพิ่มอีกสักสองตัว มีหวังรถตำรวจคันนี้คงบินได้แน่ๆ!

ซูชิงอู่และคนอื่นๆ ทยอยกันเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ ถ้าพูดถึงความเร็วในการจับกุมคนร้าย ทั่วทั้งเจียงไห่นี้ ถ้าลู่เฉิงเป็นที่สอง ก็ไม่มีใครกล้าเป็นที่หนึ่งอย่างแน่นอน

ภายในกล่องเครื่องมือของหวังต้าจวิน ตำรวจพบสีกันสนิมสีเขียวที่เหลืออยู่ ตะปูที่ลักษณะตรงกัน ใบมีดคัตเตอร์ที่ยังไม่ได้ใช้งานอีกหลายใบ รวมถึงถุงมือ หน้ากากอนามัย และอุปกรณ์อื่นๆ

เมื่อถูกคุมตัวมาสอบปากคำ หวังต้าจวินก็รับสารภาพอย่างหมดเปลือกโดยไม่มีอิดออด

แรงจูงใจในการก่อเหตุ อย่างที่ลู่เฉิงคาดการณ์ไว้ในภายหลัง ไม่ใช่ความเกลียดชังต่อสังคม แต่เป็นการแก้แค้นบริษัทบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ที่ไล่เขาออก

เขาแค้นใจที่บริษัทไร้ความปรานี ไล่เขาออกเพียงเพราะเขาแอบดื่มเหล้าแค่บางครั้งบางคราว ซึ่งนั่นทำให้เขาต้องหมดหนทางทำมาหากิน

เขาอยากจะแก้แค้น แต่ก็ไม่กล้าลงมือทำร้ายพนักงานของบริษัทตรงๆ เลยผุดไอเดียพิเรนทร์ นำของมีคมไปวางดักไว้ในสวนสาธารณะ หวังจะป่วนให้สวนสาธารณะใช้งานไม่ได้ เพื่อสร้างความเดือดร้อนและสร้างความเสียหายทางทรัพย์สินให้กับบริษัท

"ผมรู้ว่ากล้องวงจรปิดติดอยู่ตรงไหนบ้าง ตอนที่ทำงานอยู่ที่นั่นผมจำได้หมดแหละ... ผมก็เลยจงใจเลือกจุดที่กล้องส่องไม่เห็น..."

"ทาสีเขียวทับลงไป มันก็จะเนียนตาจนสังเกตเห็นได้ยาก ทำให้มีคนโดนตำเยอะขึ้น เรื่องมันจะได้บานปลายใหญ่โต..."

"ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเด็กเลยนะ... ตอนนั้นผมแค่หน้ามืดตามัวเพราะความแค้น..."

เมื่อไขคดีกระจ่าง ทุกคนก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

เจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีต่างพากันชื่นชมลู่เฉิงกันยกใหญ่ ตั้งแต่การตั้งข้อสันนิษฐานไปจนถึงการจับกุมตัว ล้วนเป็นผลงานชิ้นโบแดงของเขาทั้งสิ้น

เขาเก่งกาจเกินไปแล้ว!

ทั้งฝีมือและความสามารถของเขานั้น โดดเด่นพอๆ กับหน้าตาเลยทีเดียว!

ผู้ต้องสงสัยถูกรวบตัวได้ภายในคืนนั้นเลย มีใครปิดคดีได้ไวขนาดนี้อีกไหม!!

พอกลับมาถึงหน่วย ฉินเหมียนก็ซื้อของกินรอบดึกมารอไว้แล้ว พวกเขาก็ลุยกันเลย

เสี่ยวเจิ้งกับเสี่ยวหูเคี้ยวของกินตุ้ยๆ เต็มปาก พลางบรรยายวีรกรรมของลู่เฉิงในการทำคดีครั้งนี้ให้เจ้าหน้าที่ที่เข้าเวรฟังอย่างออกรสออกชาติ

พวกเขาเอาข้อสันนิษฐานของลู่เฉิงมาเปรียบเทียบกับการวิเคราะห์ลักษณะทางจิตวิทยาอาชญากรของสวีหลิน แถมยังบรรยายถึงสีหน้าท่าทางที่เปลี่ยนไปของลูกศิษย์ปรมาจารย์ด้านการสืบสวนอย่างจี้ป๋อชวนในตอนนั้นซะละเอียดยิบ

ซูชิงอู่ส่ายหน้าเบาๆ ไอ้เด็กนั่นน่าสงสารชะมัด อุตส่าห์หนีกลับไปพักผ่อนที่โรงแรมแล้วแท้ๆ ก็ยังไม่วายโดนลากมา 'เชือด' กลางวงสนทนาที่นี่อีก

ฉินเหมียนนั่งฟังเงียบๆ พลางครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ

ในฐานะหัวหน้าทีม เขารู้สึกเหมือนได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากลู่เฉิงอยู่เสมอ

อืมม์ เด็กใหม่สมัยนี้นี่มันปกครองง่ายจริงๆ!

สบายแฮ!

หลังจากจัดการมื้อดึกเสร็จสรรพ ลู่เฉิงก็ได้ยินเสียงระบบดังขึ้นในหัว

รางวัลมาส่งแล้ว

"พรางตัว lv2 → lv3: ตอนนี้ หลังจากที่คุณแปลงโฉมแล้ว ต่อให้แม่แท้ๆ มายืนดูใกล้ๆ ก็จำคุณไม่ได้! ทักษะการแสดงของคุณก็อัปเลเวลขึ้นด้วย คุณสามารถสวมบทบาทใดๆ ก็ได้อย่างแนบเนียนจับใจ จนยากที่ใครจะจับโป๊ะได้!"

ตอนที่สวีหลินกลับไปถึงโรงแรม จี้ป๋อชวน อาจารย์ของเขากำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่ห้องข้างๆ

เขาเหลือบมองดูเวลา นี่ก็เกือบจะเที่ยงคืนแล้ว เขาจึงต้องข่มใจไว้ ไม่กล้าเข้าไปรบกวน

เขามีคำถามคาใจหลายอย่างเกี่ยวกับคดีในวันนี้ ที่ขบคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก

พอกลับมาถึงห้อง เขาก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียง พลางลูบจมูกตัวเองปอยๆ

จมูกของเขาแดงเถือกจากการกระแทก

การนั่งรถของลู่เฉิงมันช่างเป็นประสบการณ์ที่ทรมานบันเทิงสุดๆ

ถึงแม้สภาพเขาจะดูไม่ได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่า ลีลาดริฟต์ของหมอนั่นมันโคตรเท่เลย!

ตอนรวบตัวผู้ต้องสงสัยก็เท่ระเบิดเถิดเทิง!

ปัดโธ่เว้ย!

ลู่เฉิงคนนั้นดันกลายมาเป็นไอดอลที่เขาอยากจะเป็นในอนาคตซะงั้น!

เขานอนพลิกไปพลิกมา กระสับกระส่ายจนนอนไม่หลับ เลยต้องหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านแก้เซ็ง

ใครๆ ก็ยกย่องว่าเขาเป็นอัจฉริยะ และเขาก็หลงคิดแบบนั้นมาตลอด

แต่พอมาเจอลู่เฉิงในวันนี้ ความมั่นใจของเขาก็ถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรง

นี่ขนาดในหมู่คนอัจฉริยะด้วยกัน ยังมีความเหลื่อมล้ำขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?!

… …

ดึกป่านนี้แล้ว ลู่เฉิงกับซูชิงอู่ก็ขี้เกียจขับรถกลับบ้าน

พวกเขาเลยตกลงปลงใจแวะเปิดห้องที่โรงแรมเพื่อ "ประชุม" และพักผ่อน

แฟนสาวคนสวยดีกรีตำรวจหญิงของเขาดูจะเหนื่อยล้าไปสักหน่อยในวันนี้ แต่ถึงยังไง "การประชุม" ก็ต้องดำเนินต่อไป

ดังนั้น ผู้หมวดลู่ของเราจึงต้องออกแรง "พรีเซนต์งาน" หนักกว่าเดิมตลอดทั้งการประชุม

ทักษะการขับขี่ของเขานั้นยอดเยี่ยมไร้ที่ติ เขาได้กลายเป็น 'คนขับรถตู้รุ่นเก๋า' ผู้มากประสบการณ์ไปเสียแล้ว

หลายๆ ท่วงท่าการขยับกลายเป็นสัญชาตญาณ ผนวกกับพละกำลังและความอึดระดับปีศาจของเขา ทำให้เขาสามารถโหมโรงได้อย่างดุดันและแข็งแกร่ง ทำเอาซูชิงอู่ถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งตัว

หลอดค่าประสบการณ์ของทั้งคู่พุ่งปรี๊ดจนทะลุปรอท แทบจะล้นทะลักออกมา

ลู่เฉิงประคองใบหน้าของซูชิงอู่ให้หันมาอย่างอ่อนโยน ก่อนจะประทับจุมพิตอย่างดูดดื่มและเร่าร้อน

เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ที่ทำงาน

ทันทีที่ลู่เฉิงก้าวเท้าเข้ามาในออฟฟิศ ฉินเหมียนก็สั่งให้เขาไปรายงานตัวที่กองบังคับการตำรวจนครบาลทันที

ลู่เฉิงถามด้วยความสงสัย "มีเรื่องอะไรเหรอครับ?"

ฉินเหมียนบอกว่ามีคดีหนึ่งที่ต้องการให้เขาเข้าไปช่วยทำ

ลู่เฉิงตอบตกลงโดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลา การไขคดีคือสิ่งที่เขาโปรดปรานที่สุดอยู่แล้ว

เมื่อเขาไปถึงกองบังคับการตำรวจนครบาล ก็มีคนมายืนรอรับอยู่ชั้นล่างแล้ว

คนๆ นั้นคือหลี่ฮุย คนที่เขาร่วมโต๊ะกินข้าวด้วยเมื่อวานนี้นั่นเอง

หลังจากกล่าวทักทายกัน ลู่เฉิงก็ได้รู้ว่า เป็นจี้ป๋อชวนนั่นเองที่เจาะจงรีเควสต์ขอตัวเขามาช่วยทำคดีนี้

… …

จบบทที่ บทที่ 242 มีใครปิดคดีได้ไวขนาดนี้อีกไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว