- หน้าแรก
- นัดบอดกับตำรวจสาวทั้งที ไหงได้ผลงานจับโจรกลับมาล่ะ
- บทที่ 159 ตาของเขากลายเป็นเครื่องสแกนไปแล้วเหรอ?
บทที่ 159 ตาของเขากลายเป็นเครื่องสแกนไปแล้วเหรอ?
บทที่ 159 ตาของเขากลายเป็นเครื่องสแกนไปแล้วเหรอ?
บทที่ 159 ตาของเขากลายเป็นเครื่องสแกนไปแล้วเหรอ?
"กินฟรี?"
ลู่เจิ้งป๋อลูบคลำใบหน้าตัวเอง พลางนึกสงสัยว่าเถ้าแก่เนี้ยคงจะถูกใจเขาเข้าให้แล้ว
ปัดโธ่เอ๊ย! ฉันเป็นคนมีครอบครัวแล้วนะ!
ถึงแม้ว่าตอนหนุ่มๆ ฉันจะเคยได้ฉายาว่าหล่อที่สุดในรัศมีสิบลี้ก็เถอะ
ลู่เจิ้งป๋อกระดกเบียร์ไปสองแก้ว เริ่มกรึ่มๆ สมองก็จินตนาการเตลิดเปิดเปิงไปไกล
ส่วนเฉินเว่ยหมินกลับจ้องมองลู่เจิ้งป๋อด้วยสายตาที่มีความหมายแอบแฝง หวังว่าตาเฒ่าคนนี้คงจะไม่ก่อเรื่องเสื่อมเสียศีลธรรมอะไรหรอกนะ
จนกระทั่งลู่เฉิงเดินเข้ามาในร้าน และเถ้าแก่เนี้ยกล่าวขอบคุณเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกคนถึงได้ถึงบางอ้อ
เฮ้ย! ดูสิ!
เจ้าลู่เฉิงนี่ ขนาดแค่ไปเข้าห้องน้ำยังไปช่วยชีวิตเด็กไว้ได้อีกเหรอเนี่ย?
เป็นตำรวจได้ขนาดนี้ ช่างน่าเลื่อมใสจริงๆ ทำตัวเป็นพ่อพระไปได้
แน่นอนว่าพวกเขาไม่ยอมรับของกำนัลที่เป็นเหล้ายาปลาปิ้งเด็ดขาด ผู้กำกับทั้งสองท่านยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตอย่างเคร่งครัด
เถ้าแก่เนี้ยอยากจะเลี้ยงอาหารมื้อนี้ฟรีๆ แต่ก็ถูกปฏิเสธอย่างสุภาพเช่นกัน
สุดท้าย เมื่อไม่อาจขัดศรัทธาได้ พวกเขาจึงยอมรับส่วนลดค่าอาหาร 30% ไป
ร้านนี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ขนาดลูกค้าขาประจำที่กินมาหลายปียังไม่เคยได้ส่วนลดเลย
งานนี้พวกเขาได้รับอานิสงส์จากลู่เฉิงล้วนๆ
หลังจากอิ่มหนำสำราญกันเต็มที่ ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
ลู่เฉิงสั่งปลาย่างห่อกลับบ้านหนึ่งที่ จากนั้นก็เรียกแท็กซี่มุ่งหน้าไปยังสถานีตำรวจย่อย
คืนนี้ซูชิงอู่ต้องทำโอที ในฐานะแฟนหนุ่มแสนดี ลู่เฉิงจึงอาสาไปส่งมื้อดึกให้เธอ
เสี่ยวเจิ้งและเสี่ยวหูที่กำลังจะเลิกงาน พอได้ยินว่าลู่เฉิงจะมา ก็รีบกลับมานั่งประจำที่ทันที
พวกเขารู้ดีว่าลู่เฉิงไม่มีทางมามือเปล่าแน่ๆ ต้องมีของอร่อยติดไม้ติดมือมาฝากชัวร์
พวกเขามันพวกเห็นแก่กิน ต้องขอแจมสักหน่อยแล้ว
เวลา 21:30 น. ลู่เฉิงก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงานของทีมสืบสวนอาชญากรรม
"พี่ลู่ โอ้โห หิ้วของกินมาตั้งเยอะแยะ มาๆ ผมช่วยถือเองครับ!"
เสี่ยวเจิ้งและเสี่ยวหูวิ่งถลาเข้ามาประจบประแจง แย่งปลาย่างไปจากมือลู่เฉิง
ทันทีที่เปิดถุงพลาสติกออก กลิ่นหอมเครื่องเทศรสจัดจ้านก็ลอยมาเตะจมูก
ลู่เฉิงสั่งให้เถ้าแก่เนี้ยคัดปลาเฉาฮื้อหนักสามชั่ง (ราวๆ 1.5 กิโลกรัม) พร้อมย้ำนักย้ำหนาว่าเขาต้องจ่ายเงินเองและไม่เอาส่วนลดเด็ดขาด
เถ้าแก่เนี้ยรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่พอลับหลังกลับชั่งปลาหนักตั้งห้าชั่งให้แทน
ลู่เฉิงได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
ปลาย่างตามร้านทั่วไปมักจะใช้วิธีทอดกรอบก่อน แต่ที่ร้านปลาต้าฝูนั้นใช้วิธีต้นตำรับขนานแท้ คือย่างบนเตาถ่าน
ปลาทอดกรอบย่อมไม่อร่อยสู้ปลาย่างเตาถ่านอยู่แล้ว
หนังปลาเหลืองกรอบน่าทาน เนื้อปลาขาวนุ่มชุ่มฉ่ำรสชาติกลมกล่อม รสสัมผัสยอดเยี่ยม ไร้กลิ่นคาวหรือกลิ่นดินกวนใจ
แถมยังมีมันฝรั่งหั่นเต๋า, วอสุ่น (ก้านกะหล่ำปลีจีน) และรากบัวฝานบางๆ ซึ่งเป็นของโปรดของซูชิงอู่ใส่มาให้อีกด้วย
ปลาย่างตัวใหญ่มหึมา คนที่อยู่โยงทำโอทีในห้องทำงานจึงมานั่งล้อมวงกินด้วยกัน
ลู่เฉิงกินมาอิ่มแล้ว เขาจึงมานั่งเคียงข้างซูชิงอู่ คอยทำหน้าที่แกะเนื้อปลาและรินเครื่องดื่มให้เธอ
ซูชิงอู่คุ้นชินกับการปรนนิบัติพัดวีของลู่เฉิงแล้ว เธอจึงค่อยๆ มองข้ามสายตาของคนรอบข้างไป
ลู่เฉิงคีบเนื้อปลาขึ้นมาเป่าให้หายร้อน ก่อนจะป้อนเข้าปากจิ้มลิ้มสีระเรื่อของซูชิงอู่
คนอื่นๆ ก้มหน้าก้มตากินปลาย่างแกล้ม 'อาหารหมา' (การแสดงความรักในที่สาธารณะ) อย่างเอร็ดอร่อย
ระหว่างรอซูชิงอู่เลิกงาน ลู่เฉิงก็เดินไปหยิบหนังสือเกี่ยวกับการสืบสวนอาชญากรรมในห้องทำงานของเธอมาอ่านฆ่าเวลา
ด้วยระดับความจำที่เหนือชั้นของเขาในตอนนี้ เขาสามารถอ่านหนังสือสิบบรรทัดได้ในพริบตา และจดจำทุกตัวอักษรที่ผ่านตาได้อย่างแม่นยำ
ซูชิงอู่เป็นคนหัวไวและขยันขันแข็ง นี่จึงเป็นเหตุผลที่เธอได้ก้าวขึ้นเป็นรองหัวหน้าทีมสืบสวนอาชญากรรมตั้งแต่อายุยังน้อย
ถึงแม้ประสบการณ์อาจจะยังน้อยไปบ้าง แต่ความสามารถของเธอนั้นอยู่ในระดับแนวหน้า
ประกอบกับพื้นเพครอบครัวที่สนับสนุน การรับตำแหน่งรองหัวหน้าทีมจึงเป็นที่ยอมรับของทุกคน
เธอมีหนังสือเกี่ยวกับการสืบสวนอาชญากรรมอยู่มากมาย รวมถึงเล่มที่จี้ป๋อชวน ปรมาจารย์นักสืบผู้เก่งกาจซึ่งเป็นอาจารย์ของเขาเป็นคนเขียนด้วย—"การสืบสวนและคดีฆาตกรรม"
ลู่เฉิงหยิบมันออกมา ตามด้วย "วิธีการใหม่ในการใช้ DNA" และ "ผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์"
ซูชิงอู่กำลังจัดระเบียบแฟ้มคดี พอเห็นลู่เฉิงหยิบหนังสือไปทีละเล่มๆ ดวงตาคู่สวยก็เหลือบมองหนังสือเล่มหนาเตอะทั้งสามเล่มในมือเขา
"อย่าโลภมากไปหน่อยเลยน่า"
เธอเอ่ยเตือนสั้นๆ
ลู่เฉิงส่งยิ้มให้ซูชิงอู่ ก่อนจะหยิบหนังสือ "พยานใบ้" มาเพิ่มอีกเล่ม
สามเล่มยังดูน้อยไปหน่อย สี่เล่มกำลังดี
เมื่อเห็นดังนั้น ซูชิงอู่ก็เลิกสนใจเขาและก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป
ภายในห้องทำงานมีเพียงเสียงซูชิงอู่พิมพ์คีย์บอร์ด และเสียงลู่เฉิงพลิกหน้ากระดาษอย่างรวดเร็ว
พรึ่บ!
พรึ่บ!
ซูชิงอู่ทนความสงสัยไม่ไหวจนต้องหันไปมองลู่เฉิง หมอนี่อ่านหนังสือจริงๆ หรือแค่เปิดหารูปภาพประกอบกันแน่?
แต่สีหน้าของเขากลับดูจริงจังและจดจ่ออยู่กับเนื้อหาในหนังสืออย่างเต็มที่
พอซูชิงอู่จัดการงานเสร็จ ลู่เฉิงก็ "พลิก" อ่านหนังสือทั้งสี่เล่มจบพอดี
"ฟู่ ~!"
ลู่เฉิงพรูลมหายใจยาว ก่อนจะใช้นิ้วนวดคลึงจุดจิงหมิงบริเวณหัวตา
แม้เขาจะมีความจำดีเลิศจนสมองไม่ล้า แต่สายตาก็ยังคงมีอาการเหนื่อยล้าอยู่บ้าง
พอเห็นลู่เฉิงทำท่าทางแบบนี้ ซูชิงอู่ก็เริ่มเชื่อว่าเขาอ่านหนังสือทั้งสี่เล่มจบแล้วจริงๆ
"อ่านเนื้อหาตรงไหนไปบ้างล่ะ?" ซูชิงอู่ถามลองเชิง
"อ่านหมดแล้ว" ลู่เฉิงตอบ
"หมดเลยเหรอ? ตานายเป็นเครื่องสแกนหรือไง?" ซูชิงอู่เลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นด้วยความประหลาดใจ
"ดูเหมือนเธอจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับผู้ชายของเธอเลยนะ"
ลู่เฉิงยื่นหนังสือทั้งสี่เล่มให้ซูชิงอู่ พลางเอ่ยด้วยความมั่นใจ "ถามมาได้เลย"
"ถ้ามีคำถามไหนจากสี่เล่มนี้ที่ฉันตอบไม่ได้ ฉันยอมให้เธอทำโทษตามใจชอบเลย"
ลู่เฉิงเว้นจังหวะ ก่อนจะส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้แฟนสาวตำรวจของเขาแล้วพูดต่อ:
"แต่ถ้าฉันตอบได้หมด เธอต้องยอมตามใจฉันทุกอย่าง ตกลงไหม?"
ซูชิงอู่ไม่มีทางเชื่อน้ำคำของเขาอยู่แล้ว เธอจึงสุ่มเปิดหนังสือขึ้นมาหน้าหนึ่ง
เธอเริ่มจากคำถามง่ายๆ ก่อน
"สภาพศพแข็งตัวมักจะเริ่มขึ้น 1-3 ชั่วโมงหลังการเสียชีวิต แต่มีปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่สามารถทำให้กรอบเวลานี้คลาดเคลื่อนไปได้อย่างมาก มันคืออะไร? และมีความหมายอย่างไรต่อการประเมินเวลาตาย?"
ลู่เฉิงตอบกลับไปอย่างฉะฉานโดยไม่ต้องหยุดคิด:
"อุณหภูมิของสภาพแวดล้อม! อุณหภูมิสูงจะเร่งกระบวนการแข็งตัวและการคลายตัวของศพ ในขณะที่อุณหภูมิต่ำจะทำให้กระบวนการนี้ล่าช้าออกไปมาก ดังนั้น ในการประเมินเวลาตาย จะต้องพิจารณาบันทึกอุณหภูมิและความชื้นของสภาพแวดล้อมบริเวณที่พบศพด้วย มิฉะนั้นข้อสรุปที่ได้จะคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงอย่างมาก"
ซูชิงอู่พยักหน้ารับ แม้จะเป็นคำถามง่ายๆ แต่ลู่เฉิงก็ตอบได้อย่างละเอียดถ้วนถี่
เธอจึงถามต่อ
"พบรอยเลือดกระเซ็นแบบ 'กระทบด้วยความเร็วปานกลาง' บนกำแพงในที่เกิดเหตุ จากการวิเคราะห์ในหนังสือ 'ห้องน้ำเลือด' สามารถสรุปข้อมูลสำคัญอะไรได้บ้าง?"
"ประการแรก สิ่งนี้มักบ่งชี้ว่าเหยื่อถูกทำร้ายด้วยของแข็งไม่มีคม หรือถูกแทง/ฟันด้วยของมีคม ทำให้เลือดพุ่งออกจากบาดแผลด้วยแรงกระทบจากภายนอก ประการที่สอง รูปร่าง, ขนาด, ความหนาแน่นของการกระจาย, และทิศทางของรอยเลือด บ่งชี้ว่า: หนึ่ง, ตำแหน่งเฉพาะเจาะจงที่เกิดการกระแทก (จุดกำเนิด); สอง, จำนวนครั้งและแรงที่ใช้ในการกระแทก; สาม, บางครั้งอาจอนุมานได้ถึงชนิดของอาวุธและทิศทางในการเหวี่ยงอาวุธคร่าวๆ คดีในหนังสืออาศัยการวิเคราะห์รอยเลือดเพื่อระบุตำแหน่งที่คนร้ายยืนอยู่ขณะลงมือก่อเหตุ"
"เหตุใดการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอด้วยเทคนิค PCR จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการวิเคราะห์ดีเอ็นเอทางนิติเวช? หากตัวอย่างจากที่เกิดเหตุมีปริมาณน้อยมากและเสื่อมสภาพ จะสามารถปรับใช้เทคนิค PCR ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างไร?"
"PCR สามารถเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอเฉพาะส่วนได้เป็นล้านเท่าภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ช่วยแก้ปัญหาการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างที่มีปริมาณน้อยมาก (เช่น เส้นผมเพียงเส้นเดียว หรือสะเก็ดผิวหนัง) กลยุทธ์การปรับปรุงประสิทธิภาพ: ใช้เทคนิค multiplex PCR เพื่อเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมหลายตำแหน่ง (เช่น ตำแหน่ง STR) ไปพร้อมๆ กัน เพื่อเพิ่มอัตราการตรวจพบ; ใช้เทคนิคการเพิ่มปริมาณดีเอ็นเอทั่วทั้งจีโนม (เช่น วิธี MALBAC) เพื่อลดความลำเอียงในการเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรม ซึ่งเป็นวิธีจัดการกับดีเอ็นเอที่เสื่อมสภาพ"
"การทำงานแบบ 'star activity' ของเอนไซม์ตัดจำเพาะ รบกวนการวิเคราะห์หลักฐานทางดีเอ็นเออย่างไร?"
"Star activity (การตัดที่ไม่จำเพาะเจาะจง) อาจนำไปสู่การตัดสายดีเอ็นเอในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้เกิดการแปรผลรูปแบบ STR ผิดพลาด หรือเกิดการปนเปื้อนที่ให้ผลบวกลวง"
...
ยิ่งซูชิงอู่ถามมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งตกตะลึงมากขึ้นเท่านั้น เพราะเธอพบว่าคำตอบของลู่เฉิงตรงกับในหนังสือเป๊ะๆ ไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่เครื่องหมายวรรคตอนเดียว
ตาของเขากลายเป็นเครื่องสแกนไปแล้วจริงๆ เหรอเนี่ย?
...