- หน้าแรก
- นัดบอดกับตำรวจสาวทั้งที ไหงได้ผลงานจับโจรกลับมาล่ะ
- บทที่ 154 ทีมปราบปรามการล้วงกระเป๋าเจอดีเข้าให้แล้ว!
บทที่ 154 ทีมปราบปรามการล้วงกระเป๋าเจอดีเข้าให้แล้ว!
บทที่ 154 ทีมปราบปรามการล้วงกระเป๋าเจอดีเข้าให้แล้ว!
บทที่ 154 ทีมปราบปรามการล้วงกระเป๋าเจอดีเข้าให้แล้ว!
"นายรู้ไหมว่าเธอเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ?"
ลู่เฉิงเท้าสะเอวถามชายหนุ่ม
ชายหนุ่มพยักหน้ารับ
"พวกสิบแปดมงกุฎขาดเงิน ไม่ได้ขาดซาลาเปา นี่นายกะจะยัดซาลาเปาให้เธอตายเลยหรือไง?"
หลินเหวินปินถามด้วยความฉงน
ทว่าชายหนุ่มกลับพยักหน้าอีกครั้ง
อ้าว นี่ตั้งใจจะฆ่าให้ตายจริงๆ งั้นสิ?
แถมยังต่อหน้าตำรวจตั้งสองนายอีก!
"ไหนลองบอกมาสิ ทำไมถึงอยากยัดซาลาเปาให้เธอตาย?"
"เมื่อไม่กี่วันก่อน ผมโดนพวกสิบแปดมงกุฎแบบเธอหลอกเอาเงินไปน่ะสิ!"
ชายหนุ่มตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เขาจ้องมองหญิงสาวด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว ราวกับตัดสินใจอะไรบางอย่างไปแล้ว
ไม่ว่าเธอจะไป "ตั้งแผง" หลอกลวงที่ไหน เขาก็จะตามไปส่งซาลาเปาให้ถึงที่
ทว่าซาลาเปาที่เธอต้องการนั้น ไม่ใช่ซาลาเปาสำหรับกินนี่สิ
ลู่เฉิงและหลินเหวินปินมองชายหนุ่มด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ให้ตายเถอะ เรื่องแค่นี้ก็หลอกเขาได้เนี่ยนะ? ชายคนนี้ชื่อหนิวเกิงหรือเปล่าเนี่ย?
มิน่าล่ะ เขาถึงได้ตามติดเธอเป็นเงาตามตัวแบบนี้ เธอไปไหน เขาไปด้วย!
"อายุยังน้อย ทำไมไม่หางานสุจริตทำ มาใช้วิธีแบบนี้ 'หา' เงินทำไม?"
ลู่เฉิงหันไปพูดกับหญิงสาว
"ฉันไม่ใช่สิบแปดมงกุฎนะ ฉันไม่มีเงินกินข้าวแล้วจริงๆ"
"บัตรประชาชน!"
หญิงสาวหยิบบัตรประชาชนออกมาให้อย่างว่าง่าย
หลินเหวินปินพูดขึ้นว่า "ยังจะมาโกหกต่อหน้าพวกเราอีกเหรอ? พวกเราตรวจสอบยอดเงินในบัญชีของเธอได้ง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว เข้าใจไหม?"
แม้ว่ากลโกงของสิบแปดมงกุฎประเภทนี้จะดูตื้นเขิน แต่มันก็เป็นธุรกิจที่แทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย
ชายหนุ่มตรงหน้าดูแล้วก็ไม่น่าจะใช่คนโง่ แต่กลับตกหลุมพรางซะงั้น
มันก็คล้ายๆ กับตอนที่เจียงไท่กงตกปลา คนอื่นอาจจะเต็มใจกินเบ็ด แต่เขาคนนี้ดันฮุบเหยื่อเพราะอารมณ์ชั่ววูบ
คนที่ทำอะไรวู่วามแบบนี้อาจจะมีไม่มาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย
ดังนั้น ตอนที่สิบแปดมงกุฎสาวคนนี้บอกว่าเธอไม่มีเงิน มันไม่ได้แปลว่าเธอไม่มีเงินจริงๆ แต่เธอต้องการจะหลอกเอาเงินคุณจนหมดตัวต่างหาก
เมื่อได้ยินหลินเหวินปินพูดเช่นนั้น หญิงสาวก็เริ่มลุกลี้ลุกลน
เงินในบัญชีของเธอมีมากกว่ารายได้ของคนหาเช้ากินค่ำทั่วไปซะอีก
"ข้อมูลส่วนตัวของเธอถูกบันทึกไว้ในระบบของตำรวจแล้ว ถ้ามีคราวหน้าอีก เราจะจับกุมเธอทันที!"
การขอทานในตัวมันเองไม่ได้เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงโดยตรง
แต่หากขอทานใช้วิธีการหลอกลวง เช่น แกล้งพิการ หรือแต่งเรื่องรันทดเพื่อเรียกความสงสาร แล้วหลอกเอาทรัพย์สินของผู้อื่น นั่นถือว่ามีความผิดทางอาญา
ทว่ายอดเงินในคดีฉ้อโกงลักษณะนี้มักจะน้อยเกินไป อย่างมากเธอก็คงถูกกักตัวไว้ชั่วคราวแล้วปล่อยตัวไป
เดี๋ยวนี้กลโกงแบบขอทานหากินยากขึ้นทุกที หญิงสาวคนนี้ก็หน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรา แค่แต่งหน้าสักหน่อย เปิดฟิลเตอร์เสริมสวย แล้วไปไลฟ์สดออดอ้อนแข่งขันกับคนอื่น เธอก็กอบโกยเงินเป็นกอบเป็นกำได้แล้ว
จะมานั่งยองๆ ตากแดดตากลมจนเหน็บกินขาไปทำไม?
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจนอกพื้นที่และกลับมาที่สถานี ลู่เฉิงเพิ่งจะได้จิบน้ำไปอึกเดียว เฉินเว่ยหมินก็เรียกเขาเข้าไปในห้องทำงาน
"ลู่เฉิง ผู้กองหลัวแห่งทีมปราบปรามการล้วงกระเป๋าซวงเฉียว ขอกำลังสนับสนุนจาก 'ยอดนักจับ' อย่างนายหน่อย"
"ฉันรับปากไปแล้ว รีบไปเถอะ จะได้กินปลาย่างที่ซวงเฉียวไหม ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือนายนี่แหละ"
เฉินเว่ยหมินจิบชาโดยไม่ได้อธิบายรายละเอียดอะไรเพิ่มเติม
ลู่เฉิงตอบรับสั้นๆ แล้วมุ่งหน้าไปยังสถานีตำรวจซวงเฉียว
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องทำงานของทีมปราบปรามการล้วงกระเป๋า บรรยากาศก็ดูตึงเครียดขึ้นมาถนัดตา
ลู่เจิ้งป๋อ หัวหน้าสถานีก็อยู่ที่นั่นด้วย
หลัวหย่งจ้องเขม็งไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งกำลังฉายภาพจากกล้องวงจรปิดของสถานีรถไฟสายเก่า
ลู่เฉิงเหลือบไปเห็นชายสวมแว่นกันแดดคนหนึ่งกำลังชูสองนิ้วเป็นสัญลักษณ์สันติภาพใส่กล้องพอดี
ดูเป็นการยั่วยุอยู่กลายๆ!
หลัวหย่งคลิกเมาส์เพื่อหยุดภาพไว้
สมาชิกทีมปราบปรามการล้วงกระเป๋า—เสี่ยวหลิว, เหล่าอู่, เฒ่าเคอ, เจ้าอ้วน และคนอื่นๆ—ต่างมองชายที่ชูสองนิ้วในภาพด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ลู่เฉิงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงเดินเข้าไปหา
ทุกคนหันมามองลู่เฉิงเป็นตาเดียว
"ยอดนักจับ" มาถึงแล้ว
ลู่เจิ้งป๋อเดินเข้ามาตบไหล่ลู่เฉิง:
"เสี่ยวลู่ เรื่องนี้มันกระทบถึงภาพลักษณ์ของตำรวจเราเลยนะ ฉันเชื่อมั่นในความสามารถของนาย เสร็จงานนี้เมื่อไหร่ ฉันจะเลี้ยงข้าวที่ร้านปลาต้าฝูเอง"
พูดจบ ลู่เจิ้งป๋อก็เดินจากไป
ลู่เฉิงยังคงงุนงง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
หลัวหย่งจึงเรียกเขาเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว
หลังจากอัดบุหรี่ไปครึ่งมวน ในที่สุดหลัวหย่งก็ยอมอธิบายสถานการณ์ให้ลู่เฉิงฟัง
ช่วงนี้มีกลุ่มโจรล้วงกระเป๋าออกอาละวาดที่สถานีรถไฟสายเก่า แต่เป้าหมายของพวกมันกลับไม่ใช่ผู้โดยสาร ทว่าเป็นพวกตำรวจต่างหาก
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เสี่ยวหลิว, เหล่าอู่, เจ้าอ้วน และคนอื่นๆ ที่ปลอมตัวเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบคอยปราบปรามการล้วงกระเป๋าที่สถานีรถไฟสายเก่า
ต่างก็ถูกแก๊งโจรล้วงกระเป๋าขโมยของใช้ส่วนตัวไปทีละคนสองคน
ทั้งกระเป๋าสตางค์, บัตรประชาชน, กุญแจมือ, บุหรี่
ของพวกนั้นไม่ได้หายไปไหน วันรุ่งขึ้นมันก็ไปโผล่อยู่ในห้องน้ำหรือห้องชงชาบนชั้นหนึ่งหรือชั้นสองของสถานีนั่นแหละ
แต่สิ่งที่สูญเสียไปจริงๆ คือหน้าตาและศักดิ์ศรีของทีมปราบปรามการล้วงกระเป๋าต่างหาก
นี่มันเป็นการหยามเกียรติกันชัดๆ
แถมพวกมันยังกล้าชูสองนิ้วเป็นตัว "วี" ใส่กล้องอีก!
ท้าทายอำนาจรัฐชัดๆ!
หลัวหย่งวางแผน "ตกปลา" ไว้หลายแผน แต่พวกมันก็ไม่ยอมฮุบเหยื่อเลย
ตอนนี้เขาชักไม่แน่ใจแล้วว่าใครเป็นปลา ใครเป็นคนตกปลากันแน่
พวกมันไม่เพียงแต่เย่อหยิ่งจองหอง แต่ยังมีฝีมือร้ายกาจอีกด้วย
เบาะแสเดียวที่พวกเขามีในตอนนี้ คือสัญลักษณ์ชูสองนิ้วนั่น
แม้จะระบุหน้าตา, ส่วนสูง และรูปร่างได้แล้ว แต่พวกมันก็ไม่โผล่หัวมาให้เห็นอีกเลย
ก็แหงล่ะ พวกมันจงใจเผยตัวให้เขาเห็นเองนี่นา
ดังนั้น เขาจึงไม่มีทางตามจับพวกมันได้เลย!
ส่วนเบาะแสหรือร่องรอยอื่นๆ พวกมันก็ไม่ทิ้งข้อบกพร่องไว้แม้แต่น้อย
สมาชิกทีมปราบปรามการล้วงกระเป๋าทุกคน นั่งดูภาพจากกล้องวงจรปิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนตาแฉะ
ตอนที่เหล่าอู่, เสี่ยวหลิว, เจ้าอ้วน และคนอื่นๆ โดนล้วงกระเป๋า ล้วนเป็นช่วงเวลาที่มีคนพลุกพล่านทั้งสิ้น
มีผู้คนเดินผ่านพวกเขาไปมามากมาย
พวกเขาไม่ได้ถูกชนหรือถูกสัมผัสตัวอย่างโจ่งแจ้ง แต่ของก็ดันอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย
พวกเขาเพ่งมองกล้องวงจรปิดจนตาแทบถลน แต่ก็ยังระบุตัวผู้ต้องสงสัยไม่ได้เลยสักคน
แค่คนเดียวก็ยังดี
จากการวิเคราะห์ แก๊งนี้น่าจะเชี่ยวชาญการปลอมตัว เพราะหน้าตาของพวกมันเปลี่ยนไปทุกครั้งที่ปรากฏตัว
ดังนั้น จึงไม่สามารถหาจุดเชื่อมโยงของหน้าตา, ส่วนสูง หรือรูปร่างจากกล้องวงจรปิดได้เลย
ผู้โดยสารรอบๆ ตัวอาจจะเป็นพวกมันคนใดคนหนึ่งก็ได้
หรือไม่ใช่เลยสักคน
สรุปก็คือ แก๊งนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
และด้วยเหตุผลบางอย่าง พวกมันจงใจพุ่งเป้าไปที่ทีมปราบปรามการล้วงกระเป๋าโดยเฉพาะ
หลัวหย่งมองหน้าลู่เฉิง ที่เขาเรียก "ยอดนักจับ" คนนี้มา ก็เพราะเรื่องนี้ต้องรีบจัดการให้จบโดยเร็ว จะปล่อยปละละเลยไม่ได้เด็ดขาด
หากปล่อยให้เรื่องยืดเยื้อบานปลาย จนประชาชนหรือสื่อมวลชนรับรู้ และถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ภาพลักษณ์ของตำรวจคงป่นปี้ไม่มีชิ้นดีแน่
"นายมีความเห็นว่ายังไงบ้าง?" หลัวหย่งสูบบุหรี่หมดมวน ก็จุดมวนใหม่ทันที
ช่วงนี้เรื่องนี้ทำเอาเขากินไม่ได้นอนไม่หลับเลยทีเดียว
"ผู้กองหลัว งั้นเราไปตกปลากันเถอะครับ" ลู่เฉิงตอบกลับไปโดยแทบไม่ต้องคิด
การปลอมตัวเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ ก็เพื่อไม่ให้พวกโจรจำหน้าได้
แต่ถ้าจะไปตกปลาล่ะก็ ต้องใช้ทักษะการแสดงขั้นสูงกว่านั้น การปลอมตัวเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบครั้งนี้ ต้องทำให้พวกมันจำได้สิ
ถ้าพวกมันจำไม่ได้ แล้วจะมาล้วงกระเป๋าพวกเขาได้ยังไงล่ะ?
"เราลองวิธีนั้นมาหมดแล้ว ไม่พวกมันก็ไม่หลงกล ก็พวกเราโดนล้วงกระเป๋าไปโดยไม่รู้ตัวอีกนั่นแหละ"
หลัวหย่งกัดฟันกรอด พวกนี้มันเหิมเกริมเกินไปแล้ว กล้ามาลูบคมทีมปราบปรามการล้วงกระเป๋าของเขาถึงที่
"ผมจะลองดูครับ" ลู่เฉิงพูดด้วยความมั่นใจ
หลัวหย่ง: "ตกลง ที่ฉันเรียกนายมาก็เพราะแบบนี้แหละ อยากให้ใครไปช่วย หรือต้องการอะไรเพิ่มเติม ก็บอกมาได้เลย"
ลู่เฉิงส่ายหน้าปฏิเสธ บอกว่าเขาไม่มีข้อเรียกร้องอะไรเลย
เขาแค่บอกว่าจะกลับไปเปลี่ยนชุดก่อน เพราะตอนนี้เขาใส่เครื่องแบบตำรวจมา
เมื่อลู่เฉิงปรากฏตัวในห้องทำงานของทีมปราบปรามการล้วงกระเป๋าในชุดนักศึกษา หลัวหย่งและลูกทีมถึงกับจำเขาไม่ได้ไปชั่วขณะ
ลู่เฉิงสวมแว่นตากรอบดำหนาเตอะ บดบังใบหน้าหล่อเหลาไปเสียครึ่งหนึ่ง
เขามีหูฟังคล้องคอ สะพายเป้ใบเดียวพาดบ่า และสวมรองเท้าไนกี้
ดูไปดูมา เหมือนเด็กมัธยมปลายมากกว่านักศึกษามหาวิทยาลัยเสียอีก
"ยอดนักจับ ฝากความหวังไว้ที่นายแล้วนะ" เหล่าอู่พยักหน้าให้ลู่เฉิง บัตรประจำตัวของเขาก็เพิ่งโดนแก๊งโจรล้วงกระเป๋าขโมยไปเหมือนกัน
วันรุ่งขึ้น พนักงานสถานีก็ไปเจอมันวางอยู่บนแทงก์น้ำในห้องชงชา
พนักงานคิดว่าเหล่าอู่ลืมทิ้งไว้ ถ้าขืนรู้ว่าโดนขโมยไป ในฐานะทีมปราบปรามการล้วงกระเป๋า เขาคงเอาปี๊บคลุมหัวเดินแน่ๆ
การกระทำอันอุกอาจเยี่ยงนี้ ถือเป็นความอัปยศครั้งใหญ่ในชีวิตการทำงานของเขาเลยทีเดียว
ณ สถานีรถไฟสายเก่าในวันนี้
นอกจากตำรวจสายตรวจสองนายแล้ว ก็ไม่มีตำรวจนอกเครื่องแบบคนอื่นเลย
ลู่เฉิงลุยเดี่ยวเพียงลำพัง
ทันทีที่เขาก้าวเข้าไปในสถานี
【ไม้ตีแมลงวัน เลเวล 4】 ที่มีระยะทำการ 80 เมตร ก็เปิดใช้งานในทันที
ไม้ตีแมลงวันเรืองแสงสีฟ้าห้าอัน บินโฉบขึ้นลง ก่อนจะพุ่งไปเกาะติดร่างคนห้าคนในห้องพักผู้โดยสาร