- หน้าแรก
- ระบบบันเทิงพลังบวก: ผมแค่จะเป็นคนดีทำไมต้องกลัวผมด้วย
- บทที่ 200 - โลกที่เต็มไปด้วยดอกไม้บานสะพรั่งก็อยู่ที่นี่ไงล่ะ
บทที่ 200 - โลกที่เต็มไปด้วยดอกไม้บานสะพรั่งก็อยู่ที่นี่ไงล่ะ
บทที่ 200 - โลกที่เต็มไปด้วยดอกไม้บานสะพรั่งก็อยู่ที่นี่ไงล่ะ
บทที่ 200 - โลกที่เต็มไปด้วยดอกไม้บานสะพรั่งก็อยู่ที่นี่ไงล่ะ
เสิ่นชิงอีเลื่อนสายตาอ่านข้อความบรรทัดต่อไป
[หนึ่ง ความสอดคล้องอย่างลงตัวระหว่างทิศทางนโยบายกับความต้องการของตลาด]
[การสนับสนุนด้านนโยบาย: ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภาครัฐได้รณรงค์นโยบายบอกเล่าเรื่องราวของหัวเซี่ยให้โลกรับรู้มาอย่างจริงจัง โดยเพิ่มมาตรการสนับสนุนผลงานศิลปวัฒนธรรมที่เชิดชูค่านิยมหลักของชาติและสะท้อนภาพประวัติศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม]
พออ่านมาถึงประโยคนี้ เครื่องหมายคำถามก็ผุดขึ้นเต็มหัวเสิ่นชิงอีไปหมด
เรื่องส่งเสริมค่านิยมหลักของชาติมันไปเกี่ยวอะไรกับการทำแอนิเมชันกันล่ะเนี่ย
เสิ่นชิงอีอ่านเนื้อหาต่อไป
ในช่วงท้ายลู่หรานยังได้วิเคราะห์ถึงคุณค่าทางสังคมและมูลค่าของแบรนด์พ่วงมาด้วย
รูปแบบการนำเสนอของ 'เรื่องราวของกระต่ายในปีก่อนๆ' ย่อมไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวแอนิเมชันอย่างแน่นอน
รอจนแอนิเมชันเรื่องนี้โด่งดังเป็นพลุแตก ก็จะมีการผลิตสินค้าที่ระลึกออกมารองรับอีกเป็นพรวน นี่แหละคือผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่จะตามมา
แต่อ่านจนจบ เสิ่นชิงอีก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดี
"นี่มันการ์ตูนไม่ใช่เหรอ ทำไมฉันรู้สึกเหมือนเขากำลังจะสร้างซีรีส์ส่งเสริมค่านิยมหลักของชาติยังไงยังงั้นเลย"
จากนั้นเธอก็กดเปิดไฟล์ที่สอง
ไฟล์นี้คือบทแอนิเมชันและภาพร่างที่ลู่หรานวาดมาให้สองสามภาพ
พอเสิ่นชิงอีเห็นว่าตัวละครหลักคือกระต่ายน้อยหน้าตาสุดแบ๊ว นัยน์ตาของเธอก็ทอประกายวาววับขึ้นมาทันที
เธอค่อนข้างชอบพวกสัตว์ตัวเล็กๆ น่ารักๆ แบบนี้อยู่แล้ว
เพียงแต่สัตว์ตัวน้อยตัวนี้ดันมีสัญลักษณ์ดาวห้าแฉกสีแดงติดอยู่บนตัว แถมบนหัวยังสวมหมวกที่มีดาวห้าแฉกประดับอยู่อีก
ในฐานะคนหัวเซี่ย เสิ่นชิงอีย่อมรู้ซึ้งถึงความหมายของดาวห้าแฉกนี้ดี
ความคิดที่ยากจะเชื่อผุดขึ้นมาในหัวของเธอ
เป็นไปไม่ได้น่า หรือว่านี่จะเป็น...
นี่จะเป็นแอนิเมชันแนวส่งเสริมค่านิยมหลักของชาติจริงๆ เหรอ
พูดกันตามตรง บนท้องตลาดก็ใช่ว่าจะไม่มีแอนิเมชันแนวนี้เลย เพียงแต่คุณภาพมันผีเข้าผีออกเท่านั้นเอง
แอนิเมชันพวกนี้มีจุดร่วมที่เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองนโยบายจากเบื้องบน มากกว่าจะเป็นผลงานที่บริษัทแอนิเมชันตั้งใจผลิตขึ้นมาเพื่อเจาะตลาดจริงๆ
คุณภาพของงานพวกนี้ก็เลยออกมาเหมือนทำเล่นๆ ให้ความรู้สึกเหมือนมาหลอกผลาญงบประมาณรัฐไปวันๆ
ส่วนเรื่องโกยกำไรน่ะเหรอ ฝันไปเถอะ
หลังจากดูภาพร่างตัวละครเสร็จ เสิ่นชิงอีก็เปิดไฟล์บทแอนิเมชันขึ้นมาอ่านต่อ
ปกติเธอต้องอ่านบทภาพยนตร์อยู่เป็นประจำ การอ่านบทแอนิเมชันจึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรสำหรับเธอ
ในช่วงแรก สีหน้าของเสิ่นชิงอียังคงเรียบเฉย บางครั้งก็ยกแก้วน้ำบนโต๊ะขึ้นมาจิบชิลๆ
แต่อ่านไปอ่านมา เธอก็ลืมจิบน้ำไปเสียสนิท แถมขอบตายังเริ่มแดงระเรื่อขึ้นมาอีก
ตัวบทไม่ได้ยาวมากนัก ใช้เวลาอ่านแป๊บเดียวก็จบ
แอนิเมชันเรื่องนี้แตกต่างจากเรื่องอื่นๆ ที่เธอเคยดูมาอย่างสิ้นเชิง
ทั้งที่มันบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่ทุกคนต่างก็รู้กันดีอยู่แล้ว
ทั้งที่ในไฟล์มีแต่ตัวหนังสือล้วนๆ ไม่มีแม้แต่ภาพเคลื่อนไหวให้ดูสักนิด
แต่พอตัวอักษรเหล่านั้นปรากฏขึ้นตรงหน้า ภาพเหตุการณ์ก็พรั่งพรูเข้ามาในหัว พร้อมกับความรู้สึกตื้นตันใจที่ก่อตัวขึ้นมาอย่างเงียบๆ
นี่คือสิ่งที่ถูกสลักฝังรากลึกอยู่ในสายเลือดของคนหัวเซี่ยทุกคน
เสิ่นชิงอีสังเกตเห็นว่าตอนท้ายสุดของบท ลู่หรานได้เขียนข้อความทิ้งท้ายไว้หนึ่งประโยค
"เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ รบกวนเปิดเพลง หัวใจบริสุทธิ์ของคนล่าฝัน ฟังคลอไปด้วยหนึ่งรอบนะครับ"
เสิ่นชิงอีหยิบหูฟังมาสวมและทำตามคำแนะนำทันที
เสียงร้องของลู่หรานดังลอดออกมาจากหูฟัง
เมื่อก่อนตอนที่ฟังเพลง 'หัวใจบริสุทธิ์ของคนล่าฝัน' เธอรู้สึกแค่ว่ามันเป็นเพลงที่ปลุกพลังใจให้ฮึกเหิมและทำให้เลือดในกายสูบฉีดพลุ่งพล่าน ซึ่งเธอก็ชอบเพลงนี้มากทีเดียว
แต่พอได้อ่านบทแอนิเมชันจบแล้วกลับมาฟังเพลงนี้อีกครั้ง ความรู้สึกที่ได้รับมันกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ที่เนื้อเพลงร้องว่า 'โลกที่เต็มไปด้วยดอกไม้บานสะพรั่งนั้นอยู่ที่ไหนกัน' มันก็อยู่ที่นี่ไงล่ะ!
แล้วก็ยังมีท่อนที่ร้องว่า 'ส่วนเรื่องความฝัน ฉันไม่เคยเลือกที่จะยอมแพ้' ความหมายที่ซ่อนอยู่มันก็ชัดเจนจนไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มแล้ว
เมื่อเพลงดำเนินมาถึงท่อนฮุก เสิ่นชิงอีก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป เธอปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น
เสียงร้องของลู่หรานดังกึกก้องอยู่ในหูฟัง
"โชคชะตาไม่อาจทำให้พวกเราคุกเข่าร้องขอชีวิต ต่อให้หยาดโลหิตจะต้องสาดกระเซ็นชโลมกาย~"
จังหวะนั้นเอง ฉางน่าก็ถือเอกสารเดินเข้ามาในห้องพอดี
พอเห็นสภาพของเสิ่นชิงอี ฉางน่าก็ถึงกับสะดุ้งเฮือก
เธอรีบหันหลังเตรียมจะเดินหนีออกจากห้อง
"หยุดเดี๋ยวนี้!"
เสียงของเสิ่นชิงอีดังไล่หลังฉางน่ามา
"ลู่หรานส่งโปรเจกต์ใหม่มาให้ฉันดู เธอมาช่วยดูหน่อยสิ"
ตอนนี้ใจของฉางน่าเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ ไปหมดแล้ว
ลู่หรานส่งโปรเจกต์บ้าอะไรมาวะเนี่ย ทำไมถึงทำเอาบอสสาวเหล็กอย่างเธอร้องไห้ขี้มูกโป่งได้ขนาดนี้
ฉางน่าจำใจเดินเข้าไปหา
เสิ่นชิงอีลุกขึ้นสละที่นั่งให้เธอ พร้อมกับหยิบทิชชู่มาเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้า
ฉางน่าจ้องมองเอกสารบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความฉงน
สุดท้ายเธอก็หยิบหูฟังมาสวมแล้วเริ่มฟังเพลงตาม
และแล้วฉางน่าก็เริ่มร้องไห้ตามไปอีกคน
เสิ่นชิงอีฉวยจังหวะที่ฉางน่ากำลังเผลอ แอบถ่ายรูปสภาพร้องไห้ตาบวมของเธอเก็บไว้หลายช็อต
รอจนฉางน่าตั้งสติได้ ทั้งสองคนก็ตกลงกันว่าจะปิดปากเงียบไม่แพร่งพรายเรื่องในวันนี้ให้ใครรู้เด็ดขาด
เสิ่นชิงอีรู้ซึ้งดีว่า การสร้างแอนิเมชันเรื่อง 'เรื่องราวของกระต่ายในปีก่อนๆ' ให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมานั้นมีความหมายยิ่งใหญ่เพียงใด
ถ้ามัวแต่คิดเรื่องกำไรขาดทุนก็ถือว่ามีวิสัยทัศน์ที่คับแคบเกินไปแล้ว
ต่อให้แอนิเมชันเรื่องนี้จะขาดทุนย่อยยับ เสิ่นชิงอีก็จะต้องสร้างมันขึ้นมาให้จงได้
คุณค่าของบางสิ่งบางอย่าง มันไม่สามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้หรอก
และลู่หรานก็มีศักยภาพพอที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่มีคุณค่าระดับนั้นขึ้นมาได้
เสิ่นชิงอีปรึกษากับฉางน่าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะต่อสายหาหลี่เฉวียน
"ฝากบอกลู่หรานด้วยนะว่า แอนิเมชันเรื่อง เรื่องราวของกระต่ายในปีก่อนๆ ฉางอันเอนเตอร์เทนเมนต์ขอร่วมลงทุนด้วย ให้นายลองถามเขาดูนะว่ามีสเปกบริษัทแอนิเมชันที่อยากได้ในใจหรือเปล่า"
ณ กองถ่าย หลี่เฉวียนยืนทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก
แอนิเมชันอะไรวะ
แล้วทำไมถึงตัดสินใจร่วมลงทุนปุบปับแบบนี้
นี่พวกแกแอบไปทำอะไรกันลับหลังฉันอีกแล้วฮะ
หลี่เฉวียนเดินหน้ามุ่ยไปหาลู่หราน แล้วถ่ายทอดคำพูดของเสิ่นชิงอีให้ฟังทุกประการ
พอว่างจากการถ่ายทำ ลู่หรานก็โทรกลับหาเสิ่นชิงอีทันที
"พี่ชิงอี ผมมีข้อเสนอแนะนิดหน่อยครับ ผมคิดว่าทางฉางอันเอนเตอร์เทนเมนต์น่าจะเปิดแผนกผลิตแอนิเมชันเป็นของตัวเองไปเลยนะ แอนิเมชันเรื่อง เรื่องราวของกระต่ายในปีก่อนๆ ไม่ได้มีแค่ซีซันเดียวหรอก แต่ยังมีซีซันหลังๆ ตามมาอีกเพียบ แทนที่จะไปจ้างคนนอกทำ สู้พวกเราลงทุนทำเองไม่ดีกว่าเหรอครับ"
ลู่หรานลองคำนวณดูแล้ว ในอนาคตเขาคงมีโอกาสสุ่มได้ผลงานแอนิเมชันจากระบบอีกแน่ๆ
ถ้าต้องผลิตผลงานเยอะขนาดนั้น การใช้ทีมงานของบริษัทตัวเองย่อมทำงานได้ราบรื่นและไว้ใจได้มากกว่า
"ก็ดีนะ งั้นฉันจดทะเบียนเปิดบริษัทแอนิเมชันขึ้นมาใหม่เลยดีกว่า ตอนนี้นายก็น่าจะมีเงินเก็บอยู่ก้อนหนึ่งแล้วนี่ มาร่วมลงขันเป็นหุ้นส่วนด้วยกันสิ"
ลู่หรานลองประเมินเงินในบัญชีดู ตอนนี้เขาก็มีเงินถุงเงินถังอยู่ไม่น้อยเลย
ทั้งค่าตัวจากการแสดง ค่าตัวจากการออกรายการวาไรตี้ แล้วก็รายได้จากค่าลิขสิทธิ์เพลง รวมๆ กันแล้วก็ทะลุห้าล้านหยวนเข้าไปแล้ว
เอาไปลงทุนเปิดบริษัทแอนิเมชันในตอนนี้ถือว่าเหลือเฟือ
ลู่หรานเอ่ยปากถาม "พี่ชิงอี แล้วผมต้องลงเงินเท่าไหร่ครับ"
"เอาแบบนี้แล้วกัน นายลงเงินหนึ่งล้านหยวน ส่วนฉันลงสามล้านหยวน บวกกับบทแอนิเมชันของนายก็ถือเป็นการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาในการร่วมลงทุน แล้วตอนนี้นายเองก็มีช่องทางโปรโมตเป็นของตัวเองด้วย งั้นนายถือหุ้นไป 60% ส่วนฉันถือ 40%"
"ไม่มีปัญหาครับ"
หลังจากตกลงกับเสิ่นชิงอีเรียบร้อย ลู่หรานก็เรียกหลี่เฉวียนมาหา แล้วเล่าเรื่องที่จะควักเงินหนึ่งล้านหยวนไปร่วมหุ้นเปิดบริษัทแอนิเมชันกับเสิ่นชิงอีให้ฟัง
หลี่เฉวียนจ้องหน้าลู่หรานด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัย
ลู่หรานยื่นมือไปจับหัวหลี่เฉวียนแล้วบิดให้หันไปทางอื่น
"พี่เฉวียน อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นสิ ผมกลัวนะ"
หลี่เฉวียนหันขวับกลับมามองหน้าลู่หรานอีกครั้ง
"มันทะแม่งๆ ว่ะ ทะแม่งๆ สุดๆ ไปเลยเนี่ย"
ลู่หรานขมวดคิ้ว "มันทะแม่งๆ ตรงไหน"
หลี่เฉวียนตอบ "นี่มันเป็นสัญชาตญาณของฉันเว้ย"
ลู่หรานสวนกลับ "ปกติเขาว่ากันว่าสัญชาตญาณของผู้หญิงมักจะแม่นยำเสมอ แต่ถ้าจะให้พูดตรงๆ สัญชาตญาณของเกย์ฝ่ายรับก็อาจจะแม่นเหมือนกันนะ"
สีหน้าของหลี่เฉวียนแข็งค้างไปในบัดดล
"ฉันต้องรีบหาแฟนเป็นผู้หญิงด่วนเลย จะได้พิสูจน์ให้รู้กันไปเลยว่าฉันแมนร้อยเปอร์เซ็นต์!"
หวังเผิงที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบเสนอหน้าเข้ามาด้วยความเป็นห่วง "พี่เฉวียน ให้ผมช่วยแนะนำให้เอาไหม ผมรู้จักเกย์เพียบเลยนะ!"
หลี่เฉวียนด่าสวนทันควัน "ไสหัวไปไกลๆ เลยไอ้เด็กเวร!"
หวังเผิงรับคำเสียงใส "รับทราบครับลูกพี่!"
หวังเผิงถือมือถืออัดคลิปวิดีโอไปพลางพากย์เสียงไปพลาง "ทุกคนครับ คนที่พวกคุณเห็นเมื่อกี้ก็คือหลี่เฉวียน ผู้จัดการส่วนตัวของลู่หรานไอดอลของผมเอง พวกเราเรียกเขาว่าพี่เฉวียน แอบกระซิบให้ทุกคนรู้ไว้นะครับว่าพี่เฉวียนไม่ใช่เกย์หรอกนะ! เขาแค่หน้าตาให้เฉยๆ!"
หลี่เฉวียนวิ่งไล่กวดหวังเผิงไปติดๆ
"ไอ้เด็กเปรต กลับมาให้ฉันเตะเดี๋ยวนี้นะโว้ย!"
หลังจากที่สองคนนั้นวิ่งไล่จับกันไปไกล ลู่หรานก็ก้มลงมองข้อความในมือถือ
มีข้อความจากมู่หย่งผู้กำกับรายการ 'เซิงต้งเหรินซิน' ส่งมาหาเขา
"อาหรานเอ๊ย นายกับหลีเฮ่ารุ่ยเตรียมตัวสำหรับรายการเทปหน้าพร้อมหรือยัง"
[จบแล้ว]