เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 200 - โลกที่เต็มไปด้วยดอกไม้บานสะพรั่งก็อยู่ที่นี่ไงล่ะ

บทที่ 200 - โลกที่เต็มไปด้วยดอกไม้บานสะพรั่งก็อยู่ที่นี่ไงล่ะ

บทที่ 200 - โลกที่เต็มไปด้วยดอกไม้บานสะพรั่งก็อยู่ที่นี่ไงล่ะ


บทที่ 200 - โลกที่เต็มไปด้วยดอกไม้บานสะพรั่งก็อยู่ที่นี่ไงล่ะ

เสิ่นชิงอีเลื่อนสายตาอ่านข้อความบรรทัดต่อไป

[หนึ่ง ความสอดคล้องอย่างลงตัวระหว่างทิศทางนโยบายกับความต้องการของตลาด]

[การสนับสนุนด้านนโยบาย: ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภาครัฐได้รณรงค์นโยบายบอกเล่าเรื่องราวของหัวเซี่ยให้โลกรับรู้มาอย่างจริงจัง โดยเพิ่มมาตรการสนับสนุนผลงานศิลปวัฒนธรรมที่เชิดชูค่านิยมหลักของชาติและสะท้อนภาพประวัติศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม]

พออ่านมาถึงประโยคนี้ เครื่องหมายคำถามก็ผุดขึ้นเต็มหัวเสิ่นชิงอีไปหมด

เรื่องส่งเสริมค่านิยมหลักของชาติมันไปเกี่ยวอะไรกับการทำแอนิเมชันกันล่ะเนี่ย

เสิ่นชิงอีอ่านเนื้อหาต่อไป

ในช่วงท้ายลู่หรานยังได้วิเคราะห์ถึงคุณค่าทางสังคมและมูลค่าของแบรนด์พ่วงมาด้วย

รูปแบบการนำเสนอของ 'เรื่องราวของกระต่ายในปีก่อนๆ' ย่อมไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวแอนิเมชันอย่างแน่นอน

รอจนแอนิเมชันเรื่องนี้โด่งดังเป็นพลุแตก ก็จะมีการผลิตสินค้าที่ระลึกออกมารองรับอีกเป็นพรวน นี่แหละคือผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่จะตามมา

แต่อ่านจนจบ เสิ่นชิงอีก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดี

"นี่มันการ์ตูนไม่ใช่เหรอ ทำไมฉันรู้สึกเหมือนเขากำลังจะสร้างซีรีส์ส่งเสริมค่านิยมหลักของชาติยังไงยังงั้นเลย"

จากนั้นเธอก็กดเปิดไฟล์ที่สอง

ไฟล์นี้คือบทแอนิเมชันและภาพร่างที่ลู่หรานวาดมาให้สองสามภาพ

พอเสิ่นชิงอีเห็นว่าตัวละครหลักคือกระต่ายน้อยหน้าตาสุดแบ๊ว นัยน์ตาของเธอก็ทอประกายวาววับขึ้นมาทันที

เธอค่อนข้างชอบพวกสัตว์ตัวเล็กๆ น่ารักๆ แบบนี้อยู่แล้ว

เพียงแต่สัตว์ตัวน้อยตัวนี้ดันมีสัญลักษณ์ดาวห้าแฉกสีแดงติดอยู่บนตัว แถมบนหัวยังสวมหมวกที่มีดาวห้าแฉกประดับอยู่อีก

ในฐานะคนหัวเซี่ย เสิ่นชิงอีย่อมรู้ซึ้งถึงความหมายของดาวห้าแฉกนี้ดี

ความคิดที่ยากจะเชื่อผุดขึ้นมาในหัวของเธอ

เป็นไปไม่ได้น่า หรือว่านี่จะเป็น...

นี่จะเป็นแอนิเมชันแนวส่งเสริมค่านิยมหลักของชาติจริงๆ เหรอ

พูดกันตามตรง บนท้องตลาดก็ใช่ว่าจะไม่มีแอนิเมชันแนวนี้เลย เพียงแต่คุณภาพมันผีเข้าผีออกเท่านั้นเอง

แอนิเมชันพวกนี้มีจุดร่วมที่เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองนโยบายจากเบื้องบน มากกว่าจะเป็นผลงานที่บริษัทแอนิเมชันตั้งใจผลิตขึ้นมาเพื่อเจาะตลาดจริงๆ

คุณภาพของงานพวกนี้ก็เลยออกมาเหมือนทำเล่นๆ ให้ความรู้สึกเหมือนมาหลอกผลาญงบประมาณรัฐไปวันๆ

ส่วนเรื่องโกยกำไรน่ะเหรอ ฝันไปเถอะ

หลังจากดูภาพร่างตัวละครเสร็จ เสิ่นชิงอีก็เปิดไฟล์บทแอนิเมชันขึ้นมาอ่านต่อ

ปกติเธอต้องอ่านบทภาพยนตร์อยู่เป็นประจำ การอ่านบทแอนิเมชันจึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรสำหรับเธอ

ในช่วงแรก สีหน้าของเสิ่นชิงอียังคงเรียบเฉย บางครั้งก็ยกแก้วน้ำบนโต๊ะขึ้นมาจิบชิลๆ

แต่อ่านไปอ่านมา เธอก็ลืมจิบน้ำไปเสียสนิท แถมขอบตายังเริ่มแดงระเรื่อขึ้นมาอีก

ตัวบทไม่ได้ยาวมากนัก ใช้เวลาอ่านแป๊บเดียวก็จบ

แอนิเมชันเรื่องนี้แตกต่างจากเรื่องอื่นๆ ที่เธอเคยดูมาอย่างสิ้นเชิง

ทั้งที่มันบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่ทุกคนต่างก็รู้กันดีอยู่แล้ว

ทั้งที่ในไฟล์มีแต่ตัวหนังสือล้วนๆ ไม่มีแม้แต่ภาพเคลื่อนไหวให้ดูสักนิด

แต่พอตัวอักษรเหล่านั้นปรากฏขึ้นตรงหน้า ภาพเหตุการณ์ก็พรั่งพรูเข้ามาในหัว พร้อมกับความรู้สึกตื้นตันใจที่ก่อตัวขึ้นมาอย่างเงียบๆ

นี่คือสิ่งที่ถูกสลักฝังรากลึกอยู่ในสายเลือดของคนหัวเซี่ยทุกคน

เสิ่นชิงอีสังเกตเห็นว่าตอนท้ายสุดของบท ลู่หรานได้เขียนข้อความทิ้งท้ายไว้หนึ่งประโยค

"เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ รบกวนเปิดเพลง หัวใจบริสุทธิ์ของคนล่าฝัน ฟังคลอไปด้วยหนึ่งรอบนะครับ"

เสิ่นชิงอีหยิบหูฟังมาสวมและทำตามคำแนะนำทันที

เสียงร้องของลู่หรานดังลอดออกมาจากหูฟัง

เมื่อก่อนตอนที่ฟังเพลง 'หัวใจบริสุทธิ์ของคนล่าฝัน' เธอรู้สึกแค่ว่ามันเป็นเพลงที่ปลุกพลังใจให้ฮึกเหิมและทำให้เลือดในกายสูบฉีดพลุ่งพล่าน ซึ่งเธอก็ชอบเพลงนี้มากทีเดียว

แต่พอได้อ่านบทแอนิเมชันจบแล้วกลับมาฟังเพลงนี้อีกครั้ง ความรู้สึกที่ได้รับมันกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

ที่เนื้อเพลงร้องว่า 'โลกที่เต็มไปด้วยดอกไม้บานสะพรั่งนั้นอยู่ที่ไหนกัน' มันก็อยู่ที่นี่ไงล่ะ!

แล้วก็ยังมีท่อนที่ร้องว่า 'ส่วนเรื่องความฝัน ฉันไม่เคยเลือกที่จะยอมแพ้' ความหมายที่ซ่อนอยู่มันก็ชัดเจนจนไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มแล้ว

เมื่อเพลงดำเนินมาถึงท่อนฮุก เสิ่นชิงอีก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป เธอปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น

เสียงร้องของลู่หรานดังกึกก้องอยู่ในหูฟัง

"โชคชะตาไม่อาจทำให้พวกเราคุกเข่าร้องขอชีวิต ต่อให้หยาดโลหิตจะต้องสาดกระเซ็นชโลมกาย~"

จังหวะนั้นเอง ฉางน่าก็ถือเอกสารเดินเข้ามาในห้องพอดี

พอเห็นสภาพของเสิ่นชิงอี ฉางน่าก็ถึงกับสะดุ้งเฮือก

เธอรีบหันหลังเตรียมจะเดินหนีออกจากห้อง

"หยุดเดี๋ยวนี้!"

เสียงของเสิ่นชิงอีดังไล่หลังฉางน่ามา

"ลู่หรานส่งโปรเจกต์ใหม่มาให้ฉันดู เธอมาช่วยดูหน่อยสิ"

ตอนนี้ใจของฉางน่าเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ ไปหมดแล้ว

ลู่หรานส่งโปรเจกต์บ้าอะไรมาวะเนี่ย ทำไมถึงทำเอาบอสสาวเหล็กอย่างเธอร้องไห้ขี้มูกโป่งได้ขนาดนี้

ฉางน่าจำใจเดินเข้าไปหา

เสิ่นชิงอีลุกขึ้นสละที่นั่งให้เธอ พร้อมกับหยิบทิชชู่มาเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้า

ฉางน่าจ้องมองเอกสารบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความฉงน

สุดท้ายเธอก็หยิบหูฟังมาสวมแล้วเริ่มฟังเพลงตาม

และแล้วฉางน่าก็เริ่มร้องไห้ตามไปอีกคน

เสิ่นชิงอีฉวยจังหวะที่ฉางน่ากำลังเผลอ แอบถ่ายรูปสภาพร้องไห้ตาบวมของเธอเก็บไว้หลายช็อต

รอจนฉางน่าตั้งสติได้ ทั้งสองคนก็ตกลงกันว่าจะปิดปากเงียบไม่แพร่งพรายเรื่องในวันนี้ให้ใครรู้เด็ดขาด

เสิ่นชิงอีรู้ซึ้งดีว่า การสร้างแอนิเมชันเรื่อง 'เรื่องราวของกระต่ายในปีก่อนๆ' ให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมานั้นมีความหมายยิ่งใหญ่เพียงใด

ถ้ามัวแต่คิดเรื่องกำไรขาดทุนก็ถือว่ามีวิสัยทัศน์ที่คับแคบเกินไปแล้ว

ต่อให้แอนิเมชันเรื่องนี้จะขาดทุนย่อยยับ เสิ่นชิงอีก็จะต้องสร้างมันขึ้นมาให้จงได้

คุณค่าของบางสิ่งบางอย่าง มันไม่สามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้หรอก

และลู่หรานก็มีศักยภาพพอที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่มีคุณค่าระดับนั้นขึ้นมาได้

เสิ่นชิงอีปรึกษากับฉางน่าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะต่อสายหาหลี่เฉวียน

"ฝากบอกลู่หรานด้วยนะว่า แอนิเมชันเรื่อง เรื่องราวของกระต่ายในปีก่อนๆ ฉางอันเอนเตอร์เทนเมนต์ขอร่วมลงทุนด้วย ให้นายลองถามเขาดูนะว่ามีสเปกบริษัทแอนิเมชันที่อยากได้ในใจหรือเปล่า"

ณ กองถ่าย หลี่เฉวียนยืนทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก

แอนิเมชันอะไรวะ

แล้วทำไมถึงตัดสินใจร่วมลงทุนปุบปับแบบนี้

นี่พวกแกแอบไปทำอะไรกันลับหลังฉันอีกแล้วฮะ

หลี่เฉวียนเดินหน้ามุ่ยไปหาลู่หราน แล้วถ่ายทอดคำพูดของเสิ่นชิงอีให้ฟังทุกประการ

พอว่างจากการถ่ายทำ ลู่หรานก็โทรกลับหาเสิ่นชิงอีทันที

"พี่ชิงอี ผมมีข้อเสนอแนะนิดหน่อยครับ ผมคิดว่าทางฉางอันเอนเตอร์เทนเมนต์น่าจะเปิดแผนกผลิตแอนิเมชันเป็นของตัวเองไปเลยนะ แอนิเมชันเรื่อง เรื่องราวของกระต่ายในปีก่อนๆ ไม่ได้มีแค่ซีซันเดียวหรอก แต่ยังมีซีซันหลังๆ ตามมาอีกเพียบ แทนที่จะไปจ้างคนนอกทำ สู้พวกเราลงทุนทำเองไม่ดีกว่าเหรอครับ"

ลู่หรานลองคำนวณดูแล้ว ในอนาคตเขาคงมีโอกาสสุ่มได้ผลงานแอนิเมชันจากระบบอีกแน่ๆ

ถ้าต้องผลิตผลงานเยอะขนาดนั้น การใช้ทีมงานของบริษัทตัวเองย่อมทำงานได้ราบรื่นและไว้ใจได้มากกว่า

"ก็ดีนะ งั้นฉันจดทะเบียนเปิดบริษัทแอนิเมชันขึ้นมาใหม่เลยดีกว่า ตอนนี้นายก็น่าจะมีเงินเก็บอยู่ก้อนหนึ่งแล้วนี่ มาร่วมลงขันเป็นหุ้นส่วนด้วยกันสิ"

ลู่หรานลองประเมินเงินในบัญชีดู ตอนนี้เขาก็มีเงินถุงเงินถังอยู่ไม่น้อยเลย

ทั้งค่าตัวจากการแสดง ค่าตัวจากการออกรายการวาไรตี้ แล้วก็รายได้จากค่าลิขสิทธิ์เพลง รวมๆ กันแล้วก็ทะลุห้าล้านหยวนเข้าไปแล้ว

เอาไปลงทุนเปิดบริษัทแอนิเมชันในตอนนี้ถือว่าเหลือเฟือ

ลู่หรานเอ่ยปากถาม "พี่ชิงอี แล้วผมต้องลงเงินเท่าไหร่ครับ"

"เอาแบบนี้แล้วกัน นายลงเงินหนึ่งล้านหยวน ส่วนฉันลงสามล้านหยวน บวกกับบทแอนิเมชันของนายก็ถือเป็นการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาในการร่วมลงทุน แล้วตอนนี้นายเองก็มีช่องทางโปรโมตเป็นของตัวเองด้วย งั้นนายถือหุ้นไป 60% ส่วนฉันถือ 40%"

"ไม่มีปัญหาครับ"

หลังจากตกลงกับเสิ่นชิงอีเรียบร้อย ลู่หรานก็เรียกหลี่เฉวียนมาหา แล้วเล่าเรื่องที่จะควักเงินหนึ่งล้านหยวนไปร่วมหุ้นเปิดบริษัทแอนิเมชันกับเสิ่นชิงอีให้ฟัง

หลี่เฉวียนจ้องหน้าลู่หรานด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัย

ลู่หรานยื่นมือไปจับหัวหลี่เฉวียนแล้วบิดให้หันไปทางอื่น

"พี่เฉวียน อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นสิ ผมกลัวนะ"

หลี่เฉวียนหันขวับกลับมามองหน้าลู่หรานอีกครั้ง

"มันทะแม่งๆ ว่ะ ทะแม่งๆ สุดๆ ไปเลยเนี่ย"

ลู่หรานขมวดคิ้ว "มันทะแม่งๆ ตรงไหน"

หลี่เฉวียนตอบ "นี่มันเป็นสัญชาตญาณของฉันเว้ย"

ลู่หรานสวนกลับ "ปกติเขาว่ากันว่าสัญชาตญาณของผู้หญิงมักจะแม่นยำเสมอ แต่ถ้าจะให้พูดตรงๆ สัญชาตญาณของเกย์ฝ่ายรับก็อาจจะแม่นเหมือนกันนะ"

สีหน้าของหลี่เฉวียนแข็งค้างไปในบัดดล

"ฉันต้องรีบหาแฟนเป็นผู้หญิงด่วนเลย จะได้พิสูจน์ให้รู้กันไปเลยว่าฉันแมนร้อยเปอร์เซ็นต์!"

หวังเผิงที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบเสนอหน้าเข้ามาด้วยความเป็นห่วง "พี่เฉวียน ให้ผมช่วยแนะนำให้เอาไหม ผมรู้จักเกย์เพียบเลยนะ!"

หลี่เฉวียนด่าสวนทันควัน "ไสหัวไปไกลๆ เลยไอ้เด็กเวร!"

หวังเผิงรับคำเสียงใส "รับทราบครับลูกพี่!"

หวังเผิงถือมือถืออัดคลิปวิดีโอไปพลางพากย์เสียงไปพลาง "ทุกคนครับ คนที่พวกคุณเห็นเมื่อกี้ก็คือหลี่เฉวียน ผู้จัดการส่วนตัวของลู่หรานไอดอลของผมเอง พวกเราเรียกเขาว่าพี่เฉวียน แอบกระซิบให้ทุกคนรู้ไว้นะครับว่าพี่เฉวียนไม่ใช่เกย์หรอกนะ! เขาแค่หน้าตาให้เฉยๆ!"

หลี่เฉวียนวิ่งไล่กวดหวังเผิงไปติดๆ

"ไอ้เด็กเปรต กลับมาให้ฉันเตะเดี๋ยวนี้นะโว้ย!"

หลังจากที่สองคนนั้นวิ่งไล่จับกันไปไกล ลู่หรานก็ก้มลงมองข้อความในมือถือ

มีข้อความจากมู่หย่งผู้กำกับรายการ 'เซิงต้งเหรินซิน' ส่งมาหาเขา

"อาหรานเอ๊ย นายกับหลีเฮ่ารุ่ยเตรียมตัวสำหรับรายการเทปหน้าพร้อมหรือยัง"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 200 - โลกที่เต็มไปด้วยดอกไม้บานสะพรั่งก็อยู่ที่นี่ไงล่ะ

คัดลอกลิงก์แล้ว