- หน้าแรก
- ระบบบันเทิงพลังบวก: ผมแค่จะเป็นคนดีทำไมต้องกลัวผมด้วย
- บทที่ 180 - ลู่หรานนี่กินยาบำรุงไตเซิ่นเป่ามาหรือไง?
บทที่ 180 - ลู่หรานนี่กินยาบำรุงไตเซิ่นเป่ามาหรือไง?
บทที่ 180 - ลู่หรานนี่กินยาบำรุงไตเซิ่นเป่ามาหรือไง?
บทที่ 180 - ลู่หรานนี่กินยาบำรุงไตเซิ่นเป่ามาหรือไง?
ตามเนื้อเรื่องแล้ว สิ่งที่ฉางเฟิงทำก็คือการขัดขวางเส้นเรื่องหลักของไป๋ยวนมาตลอด ซึ่งในมุมมองของไป๋ยวน เขาก็ไม่อยากกลับไปจริงๆ นั่นแหละ
การที่เจียงฮ่าวซิงหลุดปากพูดแบบนั้นออกมาก็ไม่ถือว่าผิดแปลกอะไร
เขาแค่หาเรื่องระบายอารมณ์กลางไลฟ์สดเท่านั้นแหละ ถ้าไม่ได้บ่นออกมาคงอึดอัดตาย
พอได้พูดออกไปเขาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาเปลาะหนึ่ง
ทว่าหลังจากไลฟ์สดจบลง พวกแอ็กเคานต์ปั่นกระแสก็แท็กทีมกันออกโรงทันที
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา กระแสของลู่หรานในซีรีส์ทำท่าจะกลบรัศมีพระเอกอย่างเขาจนมิด การที่เจียงฮ่าวซิงจะไม่พอใจก็ถือเป็นเรื่องปกติ
จุดนี้เองที่โดนเพจข่าวเอาไปขยี้สร้างประเด็นและทำคลิปวิจารณ์ออกมาเพียบ
ณ โรงแรม เจียงฮ่าวซิงโดนผู้จัดการสวดยับ
"ใครใช้ให้นายพูดแบบนั้นฮะ มีอะไรก็มาบ่นกับฉันสิ ดันไปพูดกลางไลฟ์สดได้ยังไง นั่นมันไลฟ์สดนะเว้ย คนดูตั้งเท่าไหร่"
เจียงฮ่าวซิงยังทำหน้าไม่ยอมรับผิด แต่เรื่องนี้เขาดิ้นไม่หลุดจริงๆ
"บริษัทกำลังตามล้างตามเช็ดให้อยู่นะ หัดระวังตัวซะบ้าง ลู่หรานจะดังก็ปล่อยให้มันดังไป ยังไงนายก็ต้องปั้นหน้ายิ้มสร้างภาพให้เนียนๆ หน่อย" ผู้จัดการบ่นอย่างหัวเสีย
ทางฝั่งแอปวิดีโอเพนกวิน จางเทาได้รับรายงานสถิติของซีรีส์ 'เพลงนภาลัย' มาอยู่ในมือแล้ว
เขาขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นตัวเลข
อัตราการเติบโตของยอดวิวเริ่มแผ่วลงแล้ว
จางเทาจึงเรียกพนักงานมาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
"ผู้ชมกลุ่มใหม่ที่เข้ามาส่วนใหญ่ตามมาจากคลิปไวรัลบนเว็บ K กับแอปวิดีโอสั้นครับ แต่คนพวกนี้ตั้งใจมาดูแค่ลู่หรานคนเดียว พอรู้ว่าลู่หรานไม่ใช่พระเอก พวกเขาก็เลยเลือกดูเฉพาะฉากที่ลู่หรานออก ส่วนฉากอื่นๆ ก็กดข้ามกันหมด"
"มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย" จางเทาซักต่อ
พอได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจางเทาก็คิ้วขมวดเข้าหากันแน่นยิ่งกว่าเดิม
คิดไม่ถึงเลยว่า แผนแรกเริ่มคือการใช้เจียงฮ่าวซิงเป็นตัวดึงกระแส แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่าผู้ชมสนใจแค่ลู่หรานคนเดียวซะงั้น
แถมตอนนี้เจียงฮ่าวซิงยังมีข่าวฉาวรายวันโผล่มาไม่หยุดหย่อนอีก
ในที่สุดจางเทาก็ตัดสินใจเด็ดขาด
"ปรับทิศทางการโปรโมตใหม่ โยกงบโปรโมตของเจียงฮ่าวซิงไปลงที่ลู่หรานแทน ใช้ลู่หรานเป็นตัวชูโรง เอาฉากเด็ดๆ ของเขาในซีรีส์มาตัดเป็นทีเซอร์ ต่อให้ต้องหลอกคนดูให้คลิกเข้ามาก็ต้องทำ"
ขอแค่กดเข้ามาดูก็เท่ากับได้สมาชิก VIP เพิ่ม แถมยังได้ยอดวิวอีกต่างหาก
ผ่านไปสักพักเซวียฮุ่ยหมิ่นก็โทรมาหาจางเทา
"คุณจางคะ ฉันได้ข่าวว่าทางคุณลดงบโปรโมตของเจียงฮ่าวซิงแล้วจะเอาไปทุ่มให้ลู่หรานแทนเหรอคะ ลู่หรานเป็นแค่นักแสดงสมทบตัวเล็กๆ นะคะ โยกงบไปให้เขาแบบนี้มันจะไม่ดูแปลกไปหน่อยเหรอคะ"
จางเทาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"นาทีนี้อย่ามาพูดเรื่องเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมเลยครับ ขืนปล่อยให้ยอดวิวร่วงไปมากกว่านี้ ซีรีส์เรื่องนี้คงไม่เหลือแม้แต่ศักดิ์ศรีให้เชิดหน้าชูตาแล้ว!"
นี่มันซีรีส์ระดับเรต S เชียวนะ ทุ่มเททรัพยากรไปตั้งไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่
อย่ามัวแต่ไปหลงระเริงกับกระแสแฮชแท็กบนโลกออนไลน์เลย นั่นมันก็แค่ภาพลวงตา
จางเทารู้ดีอยู่แก่ใจว่าซีรีส์เรื่องนี้มันพังไม่เป็นท่าไปแล้ว!
ความสำเร็จจอมปลอมที่ถูกสร้างขึ้นจากเม็ดเงินมหาศาล ทันทีที่หยุดอัดฉีดเงินโปรโมตเมื่อไหร่ ความจริงอันน่าเวทนาก็จะปรากฏให้เห็นเมื่อนั้น
เพราะผู้ชมไม่ได้หลั่งไหลเข้ามาเพราะคุณภาพของซีรีส์เลยสักนิด
ขืนดันทุรังใช้เจียงฮ่าวซิงเป็นตัวชูโรงต่อไป มีแต่จะทำให้ผู้ชมเอือมระอาและพานไม่อยากจะคลิกเข้ามาดูเอาเปล่าๆ
เอาลู่หรานมาโปรโมตสิถึงจะพอดึงดูดคนดูให้ยอมเสียเวลาคลิกเข้ามาได้บ้าง
เซวียฮุ่ยหมิ่นอยากจะเถียงใจแทบขาดแต่ก็งัดข้อกับแอปวิดีโอเพนกวินไม่ลงจริงๆ
แอปวิดีโอเพนกวินทำธุรกิจก็ต้องหวังผลกำไร!
พอวางสายเซวียฮุ่ยหมิ่นก็สบถด้วยความเจ็บใจ "ไอ้ลู่หรานอีกแล้ว ทำไมมันไปเหยียบที่ไหนที่นั่นต้องมีแต่เรื่องปวดหัววะเนี่ย!"
ตกดึก ภายในตรอกเล็กๆ แคบๆ ระหว่างตึกสูงสองฝั่ง
ลู่หรานกระชับมีดสั้นในมือแน่น ส่วนผังอวิ๋นเทียนถือกระบองยืดหดได้เตรียมพร้อม
อาวุธทั้งสองชิ้นนี้เป็นเพียงอุปกรณ์ประกอบฉากที่เคลือบสีเมทัลลิกให้ดูเหมือนโลหะ แต่เนื้อในจริงๆ ทำมาจากไม้
ทีมงานยืนล้อมกรอบอยู่รอบด้าน กล้องทุกตัวเล็งมาที่พวกเขาสองคน
เนื้อตัวลู่หรานชุ่มโชกไปด้วยเลือดปลอม
หลังจากทุ่มเทถ่ายทำมาสี่วันเต็ม ในที่สุดฉากบู๊ในตรอกแคบของเขากับผังอวิ๋นเทียนก็ดำเนินมาถึงคิวสุดท้ายสักที
เมื่อสิ้นเสียงสั่งคัต ลู่หรานกับผังอวิ๋นเทียนก็เดินไปดูภาพรีเพลย์ที่หน้าจอมอนิเตอร์ด้วยกัน
ผังอวิ๋นเทียนร้องลั่นด้วยความสะใจ "เยี่ยม ผ่านฉลุย!"
จากนั้นเขาก็หันไปตะโกนบอกทุกคน "ขอเสียงปรบมือยินดีกับลู่หรานที่ปิดกล้องแล้วด้วยครับ!"
ผังอวิ๋นเทียนเป็นคนนำปรบมือ ทีมงานรอบๆ ต่างก็พร้อมใจกันปรบมือให้เกรียวกราว
ตลอดการถ่ายทำฉากบู๊อันดุเดือด ทุกคนประจักษ์ถึงความสามารถของลู่หรานอย่างถ่องแท้
นักแสดงหนุ่มคนนี้แม้อายุยังน้อยแต่ฝีไม้ลายมือไม่ธรรมดา ไม่ได้ด้อยไปกว่านักแสดงรุ่นเก๋าเลยสักนิด
ยิ่งกับฉากบู๊คิวนี้ด้วยแล้ว เขาทำได้ดีอย่างไร้ที่ติจริงๆ
"ลู่หราน นายไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ" ผังอวิ๋นเทียนส่งยิ้มให้
"ได้ครับ พี่เทา งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ"
ลู่หรานหมุนตัวเดินจากไป
การถ่ายทำฉากบู๊ตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้เล่นเอาเขาอ่วมไปทั้งตัว
นักแสดงคิวบู๊ส่วนใหญ่มักมีปัญหาสุขภาพและมีแผลฟกช้ำดำเขียวเต็มไปหมด
ตอนนี้ลู่หรานซึ้งใจแล้วว่ารอยแผลพวกนั้นมันมาจากไหน
ตอนที่เขาเข้าคิวบู๊กับผังอวิ๋นเทียน กระบองในมืออีกฝ่ายก็มีพลาดมาฟาดโดนตัวเขาบ้างเป็นเรื่องปกติ
มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ
ต่อให้เป็นกระบองไม้แต่มันก็เจ็บเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน
ซึ่งแน่นอนว่ามันต้องทิ้งรอยฟกช้ำไว้เป็นของฝาก
โชคดีที่เขามีการ์ดฟื้นฟูสภาพร่างกาย พอใช้ปุ๊บร่างกายก็กลับมาสมบูรณ์แข็งแรงปั๊บ หมดกังวลเรื่องนี้ไปได้เลย
อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จสรรพ ลู่หรานก็เดินออกมาพบว่าผังอวิ๋นเทียนกับทีมงานจัดเตรียมโต๊ะเล็กๆ วางเครื่องดื่มกับเค้กไว้รอแล้ว
ผังอวิ๋นเทียนยิ้มกว้าง "จัดงานเลี้ยงปิดกล้องเล็กๆ ให้นายไง"
"พี่เทียน ขอบคุณมากครับ" ลู่หรานยิ้มตอบ
ผังอวิ๋นเทียนหัวเราะเบาๆ "เรื่องเล็กน่า มาๆ ตัดเค้กกันเถอะ"
จังหวะนั้นเองเสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นข้างหูลู่หราน
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่สวมบทบาทในภาพยนตร์แอ็กชันเรื่องแรกสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ทักษะการแสดง 100 แต้ม ได้รับค่าประสบการณ์ทักษะศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน 100 แต้ม และได้รับกล่องสุ่มภาพยนตร์หนึ่งกล่อง]
[ระบบทำการเพิ่มค่าประสบการณ์ให้เรียบร้อยแล้ว ต้องการเปิดกล่องสุ่มภาพยนตร์เลยหรือไม่]
ลู่หราน : "ยังไม่เปิด"
เขาตั้งใจจะเก็บไว้เปิดตอนกลับถึงเมืองฉิน
แต่ดูจากแนวโน้มแล้ว ของรางวัลที่ได้จากการปลดล็อกเงื่อนไขพิเศษแบบนี้มักจะเชื่อมโยงกับสิ่งที่เขาเพิ่งทำสำเร็จ
กล่องสุ่มภาพยนตร์กล่องนี้ คงหนีไม่พ้นภาพยนตร์แนวแอ็กชันหรือกังฟูอย่างแน่นอน
ลู่หรานบรรจงตัดเค้กแบ่งให้ทุกคน ก่อนจะยื่นชิ้นสุดท้ายให้หลี่เฉวียนแล้วเก็บไว้กินเองหนึ่งชิ้น
ระหว่างที่กำลังหม่ำเค้ก หลี่เฉวียนก็อัปเดตสถานการณ์บนอินเทอร์เน็ตให้เขาฟัง
"ตอนนี้การโปรโมตเพลงนภาลัยหันมาโฟกัสที่นายเป็นหลักแล้วนะ ถือเป็นเรื่องดีเลยล่ะ ส่วนทางฝั่งเจียงฮ่าวซิงก็ดูหัวเสียเอาเรื่อง แต่ช่างมันเถอะ เราไม่ได้เป็นคนไปเปิดศึกสักหน่อย ชาวเน็ตเขาจัดการกันเองทั้งนั้น"
"ช่วงหลายวันมานี้ฉันถ่ายคลิปเบื้องหลังการทำงานของนายเก็บไว้เพียบเลย กะว่าจะเอาไปปล่อยลงเน็ตซะหน่อย จะได้โปรโมตสกิลคิวบู๊ของนายไปในตัว"
ลู่หรานลองคิดตาม การโปรโมตทักษะคิวบู๊ของตัวเองก็ถือเป็นเรื่องจำเป็นเหมือนกัน ถือซะว่าเป็นการปูทางให้ 'คลื่นทมิฬ' ไปด้วยเลย
ก่อนหน้านี้แค่โชว์ควงหอกยาวตามงานอีเวนต์ แถมมีฉากใน 'เพลงนภาลัย' โผล่มาแค่นิดเดียว คนยังมองไม่ออกหรอกว่าเขามีฝีมือแค่ไหน
ฉากบู๊ใน 'คลื่นทมิฬ' นี่แหละคือของจริง
ในโลกเดิม ฉากบู๊นี้ได้รับการยกย่องให้เป็นฉากต่อสู้ระดับตำราเรียนเลยเชียวนะ
และฉากที่เขาเพิ่งถ่ายทำกับผังอวิ๋นเทียนจบไปเมื่อกี้นี้ รับรองว่ามันส์หยดไม่แพ้ของโลกเดิมแน่นอน
แถมการโชว์ให้เห็นว่าเขามีศิลปะป้องกันตัว เล่นคิวบู๊ได้เนียนกริบ มันยังช่วยข่มพวกกะโหลกกะลาให้เกรงใจเวลาเจอหน้าเขาได้อีกด้วย
พอกลับถึงที่พักตอนกลางคืน หลี่เฉวียนก็ส่งคลิปที่ตัดต่อเสร็จแล้วให้ลู่หราน
ลู่หรานเช็กความเรียบร้อยของคลิป พอเห็นว่าโอเคแล้วเขาก็จัดการโพสต์ลงเวยป๋อทันที
"มารายงานความคืบหน้าให้เหล่าสหายแฟนคลับทราบครับ ช่วงที่ผ่านมาผมได้รับการชี้แนะจากผู้กำกับผังอวิ๋นเทียนจนถ่ายทำฉากบู๊สำคัญในภาพยนตร์เรื่อง 'คลื่นทมิฬ' สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ในเรื่องนี้ผมรับบทเป็นนักฆ่าชื่ออาเหวิน ภาพยนตร์มีกำหนดเข้าฉายช่วงปลายปีนี้ ขอฝากคลิปเบื้องหลังการถ่ายทำให้ทุกคนดูเรียกน้ำย่อยกันก่อนนะครับ เตรียมตัวรอชมผลงานเต็มๆ ได้เลย และขอฝากผลงานเพลง 'ความสุขที่มั่นคง' ไว้ในอ้อมใจอีกสักรอบ ขอให้ทุกคนค้นพบความสุขที่มั่นคงบนเส้นทางแห่งความฝันของตัวเองนะครับ"
เรื่องที่ลู่หรานไปร่วมแสดงใน 'คลื่นทมิฬ' ไม่เคยถูกโปรโมตที่ไหนมาก่อน แฟนคลับเพิ่งจะมารู้ก็ตอนที่เห็นโพสต์นี้แหละ
บรรดาแฟนคลับแห่กันกดเข้าไปดูคลิป
ในคลิปเผยให้เห็นฉากปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างลู่หรานกับผังอวิ๋นเทียน
ชื่อเสียงของผังอวิ๋นเทียนเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะดารานักบู๊ตัวพ่อ
ในคลิปลู่หรานกับผังอวิ๋นเทียนแลกหมัดกันอย่างสูสี ท่วงท่าบางจังหวะรวดเร็วจนมองแทบไม่ทัน
ถึงจะเป็นแค่การแสดง แต่มันก็สุดยอดมากๆ แล้ว
ทำเอาบรรดาแฟนคลับถึงกับอ้าปากค้าง
[นี่ท่านลู่บู๊เก่งขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย]
[ตอนเห็นเขาโชว์ควงหอกฉันนึกว่าแค่ขำๆ สรุปว่าเก่งจริงดิ]
[ตาฝาดไปหรือเปล่าวะเนี่ย ฉันรู้สึกเหมือนท่านลู่คนเดียวก็ซัดฉันร่วงได้สามคนสบายๆ เลย]
[เจ้านี่ต้องกินยาบำรุงไตเซิ่นเป่ามาแน่ๆ!]
[จบแล้ว]