- หน้าแรก
- ระบบพ่อค้าข้ามโลก: พกอาก้าไปล่าจอมยุทธ์
- บทที่ 80 - กว้านซื้อลอตใหญ่
บทที่ 80 - กว้านซื้อลอตใหญ่
บทที่ 80 - กว้านซื้อลอตใหญ่
บทที่ 80 - กว้านซื้อลอตใหญ่
เมื่อเดินทางมาถึงเมืองเปศวาร์ เสิ่นเลี่ยนและผู้ช่วยสาวก็สอดส่ายสายตามองไปรอบๆ สิ่งที่เห็นคืออาคารบ้านเรือนเตี้ยๆ เรียงรายสุดลูกหูลูกตา ส่วนใหญ่มีความสูงไม่เกินสองชั้น
สองฟากฝั่งถนนอัดแน่นไปด้วยร้านรวงนานาชนิด และแทบทั้งหมดคือร้านขายอาวุธปืน เมื่อมองลอดผ่านหน้าต่างและประตูที่เปิดอ้าซ่าเข้าไป ก็จะเห็นปืนสั้นปืนยาวสารพัดชนิดวางเรียงรายจนละลานตา
ลูกค้าเดินเข้าออกร้านขายปืนแต่ละแห่งกันขวักไขว่ราวกับเดินตลาดนัด
ฮาซันบังคับพวงมาลัยเลี้ยวซ้ายป่ายขวาไปตามตรอกซอกซอยคับแคบ ลัดเลาะผ่านถนนหลายสาย ก่อนจะมาหยุดรถจอดเทียบหน้าด่านร้านค้าซอมซ่อแห่งหนึ่ง
หลังก้าวลงจากรถ ฮาซันก็ชี้มือไปยังร้านขายปืนที่ดูทรุดโทรมแห่งนั้นพลางอธิบาย
"คุณเสิ่น ดูภายนอกร้านนี้อาจจะไม่เตะตานัก แต่ซัลบีเจ้าของร้านเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของผมเอง ครอบครัวเขาเปิดร้านนี้มาสามสิบกว่าปีแล้ว ชื่อเสียงเรื่องความซื่อสัตย์ไว้ใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีทางตุกติกหลอกฟันหัวแบะแขกแน่นอนครับ"
ฮาซันพูดพลางเดินนำเสิ่นเลี่ยนและผู้ช่วยสาวก้าวเข้าไปในร้าน
เมื่อเดินเข้าไปด้านใน เสิ่นเลี่ยนก็กวาดสายตามองไปรอบๆ ผนังทุกด้านเต็มไปด้วยปืนสั้นปืนยาวแขวนหราอยู่เต็มไปหมด บนพื้นริมกำแพงก็มีอาวุธและกล่องกระสุนวางกองระเกะระกะไปหมด มีให้เลือกสรรจนตาลาย
ภายในร้านมีลูกค้าสองสามคนกำลังยืนเลือกปืนอยู่ ชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วนซึ่งเป็นเจ้าของร้าน พอเห็นฮาซันเดินเข้ามาก็ฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจ
"ฮาซัน พี่น้องของฉัน ดีใจจริงๆ ที่ได้เจอนายอีก"
หลังสวมกอดกันกลมเกลียว ฮาซันก็แนะนำเสิ่นเลี่ยนให้อีกฝ่ายรู้จัก
"ซัลบี นี่คือคุณเสิ่นผู้ทรงเกียรติจากแดนบูรพา เขาเป็นเพื่อนสนิทของฉันเอง เขาสนใจสินค้าของนายมาก ฉันก็เลยตั้งใจพาเขามาที่นี่โดยเฉพาะ"
พอซัลบีได้ยินว่าเสิ่นเลี่ยนเดินทางมาจากแดนบูรพา รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็ยิ่งกว้างขึ้นไปอีกสามส่วน
"ที่แท้ก็มิตรผู้ทรงเกียรติจากแดนบูรพานี่เอง ถือเป็นแขกหายากจริงๆ ยินดีต้อนรับสู่ร้านของเรา ซัลบีรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง"
พูดจบเขาก็อ้าแขนสวมกอดเสิ่นเลี่ยนแน่นๆ โดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้เอ่ยทักทาย
เมื่อสัมผัสได้ถึงการต้อนรับอันอบอุ่นจริงใจ เสิ่นเลี่ยนก็ลอบพยักหน้าชื่นชมในใจ สมแล้วที่ผู้คนขนานนามความสัมพันธ์นี้ว่ามิตรเหล็กปากีสถาน ความรู้สึกผูกพันที่คนแถบนี้มีต่อชาวแดนบูรพานั้นช่างจริงใจไม่มีเสแสร้งเลยจริงๆ
"คุณซัลบี ผมก็ยินดีที่ได้รู้จักคุณเช่นกันครับ"
ในทางกลับกัน เซี่ยซืออวี่กลับไม่ได้รับการสวมกอดอันเร่าร้อนจากซัลบี ทั้งสองเพียงแค่จับมือทักทายกันพอเป็นพิธีเท่านั้น
แน่นอนว่านี่เป็นผลมาจากจารีตประเพณีท้องถิ่น สตรีในดินแดนแห่งนี้ไม่ได้มีสถานะทางสังคมสูงส่งนัก ช่างแตกต่างกับสภาพสังคมในประเทศของเสิ่นเลี่ยนอย่างสิ้นเชิง
ยกตัวอย่างเช่นเรื่องการแต่งงาน ธรรมเนียมของที่นี่สวนทางกับแดนบูรพาแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ฝ่ายชายไม่ต้องเสียค่าสินสอดทองหมั้นแม้แต่แดงเดียว กลับเป็นฝ่ายหญิงที่ต้องหอบสินเดิมก้อนโตมามอบให้
หากครอบครัวฝ่ายหญิงเตรียมสินเดิมมาให้น้อย เจ้าสาวก็จะต้องทนแบกรับสายตาดูถูกเหยียดหยามจากครอบครัวฝ่ายชายและผู้คนรอบข้างไปตลอดชีวิต
ในขณะที่ลูกค้าคนอื่นมีลูกจ้างคอยดูแล ซัลบีกลับลงมาเทคแคร์เสิ่นเลี่ยนด้วยตัวเอง
เมื่อทราบความต้องการของเสิ่นเลี่ยนผ่านทางฮาซัน ซัลบีก็พาทั้งสองคนเดินเข้าไปในห้องด้านหลัง แล้วหยิบปืนไรเฟิลจู่โจมเอเคสี่เจ็ดออกมาวางเรียงกันสามกระบอก
"คุณเสิ่น ได้ยินว่าคุณสนใจปืนเอเคเป็นพิเศษ ผมขอบอกเลยว่าคุณตาแหลมมาก"
เสิ่นเลี่ยนหยิบปืนไรเฟิลจู่โจมเอเคสี่เจ็ดขึ้นมาพิจารณาอย่างถี่ถ้วน พลางนึกย้อนไปถึงประวัติความเป็นมาของอาวุธปืนระดับตำนานกระบอกนี้
ปืนรุ่นนี้ถูกออกแบบโดยปรมาจารย์คาลาชนิคอฟในช่วงทศวรรษที่สี่ศูนย์ มันรวมเอาข้อดีไว้เพียบ ทั้งโครงสร้างที่เรียบง่ายดูแลรักษาง่าย โอกาสขัดลำกล้องต่ำ อำนาจการยิงทำลายล้างสูง และยังทนทานต่อทุกสภาพแวดล้อมเลวร้าย
ในทุกสมรภูมิและทุกความขัดแย้งบนดาวสีน้ำเงิน ด้วยความคุ้มค่าที่ไม่มีใครเทียบได้ เอเคสี่เจ็ดจึงกลายเป็นลูกรักของนักรบทุกสัญชาติ และแน่นอนว่ามันคือตัวเลือกอันดับหนึ่งที่เสิ่นเลี่ยนหมายตาไว้สำหรับกองทัพไป๋หู่
"คุณเสิ่น ปืนสามกระบอกนี้มีแค่กระบอกเดียวที่เป็นของแท้ดั้งเดิม คุณพอมองออกไหมว่ามันต่างกันตรงไหน?"
เสิ่นเลี่ยนเพ่งมองปืนเอเคทั้งสามกระบอกที่รูปร่างหน้าตาแทบจะถอดแบบกันมา พินิจพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็หยิบกระบอกที่ดูเก่าและมีรอยถลอกมากที่สุดขึ้นมาพลางตอบอย่างไม่ค่อยมั่นใจ
"กระบอกนี้น่าจะเป็นของแท้ ส่วนอีกสองกระบอกผมแยกไม่ออกจริงๆ"
ซัลบีชูนิ้วโป้งให้พร้อมกับกล่าวชื่นชม
"ตาถึงจริงๆ ปืนกระบอกนี้ลักลอบนำเข้ามาจากอัฟกานิสถาน เป็นของแท้ดั้งเดิมแน่นอนครับ"
ซัลบีหยิบปืนเอเคที่ดูใหม่เอี่ยมอ่องขึ้นมาอีกกระบอก
"ส่วนกระบอกนี้ผลิตในเยอรมนี เป็นรุ่นที่ราคาแพงหูฉี่ที่สุด และกระบอกสุดท้ายนี้เป็นผลงานจากโรงงานของผมเอง แต่มันเป็นแบบกึ่งอัตโนมัตินะ ยิงรัวเป็นชุดไม่ได้ เพราะกฎหมายบ้านเราห้ามผลิตอาวุธปืนอัตโนมัติเต็มรูปแบบ"
เมื่อทอดสายตามองปืนเอเคใหม่เอี่ยมสองกระบอกที่เหมือนกันราวกับแกะ เสิ่นเลี่ยนก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชมเปาะ
"เหมือนมากจริงๆ ดูจากภายนอกแยกไม่ออกเลยสักนิด"
ซัลบียืดอกพูดด้วยความภาคภูมิใจ
"คุณเสิ่น แม้ราคาของปืนสามกระบอกนี้จะห่างกันลิบลับ แต่ผมไม่ได้โม้นะ ถ้าเอาไปเทียบกับอีกสองกระบอก ปืนเอเคจากโรงงานผมคุณภาพไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย อย่างน้อยๆ ก็รับประกันว่าสาดกระสุนได้เป็นร้อยๆ นัด ดีกว่าพวกของก๊อกแก๊กห่วยแตกจากร้านอื่นหลายขุม"
ฮาซันที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ช่วยพูดสนับสนุน
"จริงอย่างที่เขาพูดครับคุณเสิ่น ถ้าคุณไปซื้อปืนเอเคก๊อปปี้จากร้านอื่น เผลอๆ ลั่นไกไปได้ไม่กี่นัดปืนก็พังคามือกลายเป็นเศษเหล็กแล้ว"
เสิ่นเลี่ยนมองไม่เห็นความแตกต่างจากรูปลักษณ์ภายนอกเลย จึงพยักหน้ารับเชื่อในคำพูดของซัลบี ก่อนจะวกเข้าเรื่องราคา
ซัลบีตอบกลับอย่างตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม
"คุณเสิ่น คุณคือแขกผู้ทรงเกียรติจากแดนบูรพา แถมยังมีฮาซันเป็นคนพามา ผมรับรองว่าจะให้ราคาสุดพิเศษกับคุณแน่นอน ปืนจากเยอรมนีกระบอกนี้ราคาหนึ่งพันห้าร้อยดอลลาร์ ของอัฟกานิสถานหกร้อยดอลลาร์ ส่วนของโรงงานผมสี่ร้อยดอลลาร์ ผมคิดคุณแค่เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของราคาเต็มทุกกระบอกเลยเอ้า"
เสิ่นเลี่ยนลอบตกใจ ไม่นึกเลยว่าปืนเอเคสัญชาติเยอรมนีจะราคาแรงขนาดนี้ แพงกว่าของแท้ดั้งเดิมตั้งเกินเท่าตัว
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจสั่งซื้อปืนเอเคกึ่งอัตโนมัติจากโรงงานของซัลบีจำนวนสองพันกระบอก เพื่อนำไปติดอาวุธให้ทหารเลวในกองทัพไป๋หู่
สำหรับต่างโลกแล้ว อาวุธมหาประลัยที่ล้ำยุคอย่างเอเค ต่อให้ยิงได้ทีละนัดก็น่าจะเหลือแหล่แล้ว ยิ่งถ้าต้องจัดหาไปสวมใส่ให้กองทัพขนาดใหญ่ เขาเองก็ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าของเม็ดเงินด้วย
แน่นอนว่าเขาไม่ลืมที่จะสั่งซื้อปืนเอเคแบบยิงรัวสัญชาติเยอรมนีอีกหนึ่งร้อยกระบอก เพื่อเอาไปเสริมเขี้ยวเล็บให้หน่วยองครักษ์ส่วนตัวของเขา
แม้จะได้ส่วนลดพิเศษแล้ว แต่ยอดสั่งซื้อปืนเอเคสองพันหนึ่งร้อยกระบอกนี้ก็ทำให้เงินดอลลาร์ในกระเป๋าของเสิ่นเลี่ยนปลิวหายไปหลายแสนดอลลาร์อยู่ดี
เมื่อเห็นเสิ่นเลี่ยนสั่งของลอตใหญ่บะเริ่มเทิ่ม ซัลบีก็เบิกตาค้างด้วยความตกตะลึง
"คุณเสิ่น เท่าที่ผมรู้มาประเทศของคุณกฎหมายเรื่องปืนเข้มงวดมากเลยนี่นา คุณซื้อไปเยอะขนาดนี้จะเอาเข้าประเทศได้ยังไง? จะไม่โดนจับเอาหรือครับ?"
ดูเหมือนว่าซัลบีจะคิดไปในทางเดียวกับเซี่ยซืออวี่ เขากลัวว่าเสิ่นเลี่ยนจะลักลอบเอาอาวุธพวกนี้กลับประเทศ หากเป็นเช่นนั้นจริง เขาคงต้องคิดทบทวนดูใหม่ว่าจะยอมเสี่ยงทำธุรกิจด้วยดีหรือไม่
เสิ่นเลี่ยนส่ายหน้าปฏิเสธรัวๆ เพื่อให้ซัลบีคลายความกังวล
"คุณซัลบี สบายใจได้เลย ธุรกิจลอตนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับประเทศของผมหรอก ผมจะส่งมันไปขายที่อื่นต่างหาก"
พอได้ยินเสิ่นเลี่ยนยืนยันเช่นนั้น ซัลบีถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก
เมื่อตกลงเรื่องปืนเสร็จสิ้น เสิ่นเลี่ยนก็สั่งซื้อเครื่องกระสุนเพิ่ม โดยคำนวณสัดส่วนกระสุนหนึ่งร้อยนัดต่อปืนหนึ่งกระบอก เบ็ดเสร็จเขาเหมากระสุนไรเฟิลขนาดเจ็ดจุดหกสองมิลลิเมตรไปถึงสองแสนหนึ่งหมื่นนัด
ซัลบีขมวดคิ้วยุ่ง
"คุณเสิ่น ปืนน่ะโรงงานผมมีสต็อกเพียบ ส่งมอบให้ได้วันนี้เลยไม่มีปัญหา แต่คุณเล่นสั่งกระสุนเยอะขนาดนี้ สต็อกผมมีไม่พอหรอกครับ ขอเวลาผมสักสองวันได้ไหม?"
จังหวะเดียวกันนั้นฮาซันก็เสนอไอเดียขึ้นมา
"ซัลบี นายก็พลิกแพลงหน่อยสิวะ โรงงานเถื่อนแถวนี้ผลิตกระสุนขนาดเจ็ดจุดหกสองกันให้เกลื่อน น่าจะมีสต็อกเหลือบานเบอะ นายก็ไปกว้านซื้อจากพวกมันมาโปะสิ อย่ามัวแต่งกงุบงิบกินรวบอยู่คนเดียวเลย เวลาของคุณเสิ่นมีค่าเป็นเงินเป็นทองนะโว้ย"
ซัลบีรีบพยักหน้ารับคำทันที แล้วสั่งให้ลูกน้องออกไปตระเวนกว้านซื้อกระสุนจากร้านปืนละแวกนั้นมาให้ทันเวลา
หลังจากจัดการออเดอร์ปืนไรเฟิลเสร็จ เสิ่นเลี่ยนก็เอ่ยปากว่าต้องการซื้อระเบิดมือและปืนครกจำนวนมาก
ซัลบีลูบเคราครุ่นคิด
"คุณเสิ่น ต้องขออภัยด้วยจริงๆ ร้านผมขายแต่ปืนอย่างเดียวครับ แต่ถ้าคุณอยากได้อาวุธหนักพวกนั้น เดี๋ยวผมพาไปร้านข้างๆ เอง พวกเขานำเข้าอาวุธที่พวกอเมริกันทิ้งไว้ตอนถอนทัพจากอัฟกานิสถานมาเพียบ อาวุธสองชนิดที่คุณต้องการต้องมีอยู่ในร้านของพวกเขาอย่างแน่นอน"
[จบแล้ว]