- หน้าแรก
- สุ่มกาชาเอาชีวิตรอด การันตีการ์ดระดับตำนานทุกวัน
- บทที่ 23 - เวรกรรมที่ระบบสร้างไว้ จะให้ฉันรับบาปคนเดียวงั้นเหรอ?
บทที่ 23 - เวรกรรมที่ระบบสร้างไว้ จะให้ฉันรับบาปคนเดียวงั้นเหรอ?
บทที่ 23 - เวรกรรมที่ระบบสร้างไว้ จะให้ฉันรับบาปคนเดียวงั้นเหรอ?
บทที่ 23 - เวรกรรมที่ระบบสร้างไว้ จะให้ฉันรับบาปคนเดียวงั้นเหรอ?
หลัวจิ่วทั้งทนเห็นซูเหยี่ยนหาเงินได้อย่างง่ายดายในตอนนี้ไม่ได้ และยิ่งร้อนใจที่ตัวเองถูกกีดกันออกไป
ถ้าเกิดทุกคนพากันซื้อรถลากของซูเหยี่ยนหมด แล้วตัวเองจะทำยังไงล่ะ?
นี่ตัวเองต้องเดินบนถนนเส้นนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเหนื่อยตายไปเองจริงๆ อย่างนั้นเหรอ?
ถ้าต้องเป็นแบบนั้นจริงๆ หลัวจิ่วยอมโดนซอมบี้กินยังดีซะกว่า
ตอนนี้เขาสุ่มการ์ดพักผ่อนก็ไม่ได้ แถมยังไปล่วงเกินซูเหยี่ยนเข้าให้ แล้วยังไปขัดขวางแผนการของซูเหยี่ยนไม่ได้อีก... ทางทุกสายถูกปิดตายหมดแล้ว
หลัวจิ่วทำได้เพียงแค่มองดูช่องแชทตาปริบๆ มองดูผู้ใช้ทีละคนๆ พากันเชิดชูซูเหยี่ยนอย่างร้อนรน แม้แต่ผู้ใช้บางคนที่เพิ่งตั้งข้อสงสัยไปเมื่อกี้ ตอนนี้ก็เปลี่ยนสีหน้าไปตั้งนานแล้ว
...
ซูเหยี่ยนกวาดตามองช่องแชทแวบหนึ่ง ขี้เกียจพูดอะไรให้มากความ ก้มหน้าก้มตาสร้างรถลากด้วยมือเปล่าต่อไป
เหตุผลที่เขากระตือรือร้นในการสร้างรถขายขนาดนี้ ก็เพราะเขาคิดคำนวณบัญชีไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว
ด้วยความแข็งแกร่งของซูเหยี่ยนและพลังต่อสู้ของข้ารับใช้ในตอนนี้ ต่อให้ต้องไล่ฆ่าฝูงซอมบี้อย่างหนักหน่วง ชั่วโมงหนึ่งก็คงหาเหรียญโลหิตได้มากสุดแค่พันสองพันเหรียญเท่านั้น
ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงที่ต้องเผชิญจากการฆ่าซอมบี้ พลังลมปราณที่เสียไป เวลาที่ต้องเสียไปกับการรอซอมบี้เกิดใหม่... ภายใต้ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ต่อให้ซูเหยี่ยนจะพยายามเร่งประสิทธิภาพแค่ไหน เหรียญโลหิตที่ได้มาก็เป็นเพียงเงินที่มาจากหยาดเหงื่อแรงงานอยู่ดี
พูดง่ายๆ ก็คือ ใช้แรงงานล้วนๆ!
แต่ขายรถนี่สิ ไม่เหมือนกันเลย!
รถคันนึงได้กำไรเหนาะๆ 1,000 เหรียญโลหิต แถมเวลาที่ใช้สร้างรถลากคันนึงก็ไม่เกิน 10 นาทีด้วยซ้ำ ยิ่งทำชินมือก็ยิ่งใช้เวลาน้อยลง
ภายในหนึ่งชั่วโมง หักต้นทุนออกแล้วอย่างน้อยๆ ก็ได้กำไร 6,000 เหรียญโลหิต ประสิทธิภาพเหนือกว่าตอนไปไล่ฟันซอมบี้ตั้ง 5 เท่าตัว!
แถมยังเป็นงานใช้สมองล้วนๆ ไม่ต้องเสียแรงหรือมีความเสี่ยงอะไรเพิ่มเติมเลย
มีโอกาสใช้สมองหาเงิน ใครมันจะไปทนตรากตรำฆ่าซอมบี้ให้เหนื่อยล่ะ
แต่ในขณะที่ซูเหยี่ยนกำลังอารมณ์ดีกับการสร้างรถ และทุกคนก็กำลังรอคอยที่จะซื้อรถคันใหม่อย่างใจจดใจจ่อนั้น... ก็ดันมีคนมาทำลายบรรยากาศจนได้
"จิ๊ 2,000 เหรอ โคตรแพงเลย"
ไม่ใช่หลัวจิ่ว แต่เป็นหลิวซวิน ผู้ถือครองการ์ดพักผ่อนเพียงคนเดียว
จู่ๆ หลิวซวินก็โผล่มาพิมพ์ น้ำเสียงแฝงความนัยลึกซึ้ง: "ตอนนี้มีกี่คนกันที่จะควัก 2,000 เหรียญโลหิตออกมาได้? ฉันจำได้ว่าฆ่าซอมบี้ตัวนึงได้แค่เหรียญเดียวไม่ใช่เหรอ?"
"2,000 เหรียญโลหิต ซี๊ด... อย่างน้อยก็ต้องฆ่าซอมบี้ตั้งสองพันตัว! เพียงเพื่อจะเอามาแลกกับเศษไม้กองนึงเนี่ยนะ?"
"จึ๊ๆๆ น่าสงสารคนโง่จริงๆ"
คำพูดไม่กี่คำนี้ของหลิวซวิน ดันไปโดนใจคนบางกลุ่มเข้าให้
ผู้ใช้บางคนรู้สึกเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
"นั่นสิ ฉันนั่งมองมาทั้งคืน แต่ก็ทำได้แค่มอง... ใครใช้ให้ฉันจนล่ะ แค่ 2,000 เหรียญโลหิตก็ยังควักออกมาไม่ได้"
"เฮ้อ เส้นทางเอาชีวิตรอดนี่เพิ่งจะวันแรก ก็มีคนอยากจะเป็นนายทุนซะแล้ว จิ๊... สันดานมนุษย์ช่างน่าเกลียดจริงๆ ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์สินะ"
"ช่างเถอะๆ พูดน้อยๆ หน่อยเถอะ... การเอาชีวิตรอดมันก็โหดร้ายอยู่แล้ว ฉันเปิดเกมมาไม่ดี ไม่มีปัญญาไปฆ่าซอมบี้ตั้งสองพันตัวหรอก พวกคนจนอย่างเราก็นอนรอความตายไปก็แล้วกัน"
"ฉันว่าบางคนคงลืมการศึกษาภาคบังคับไปแล้วมั้ง ไม่รู้จักความสามัคคีและความเสียสละ ไม่สนความเป็นความตายของเพื่อนร่วมโลก คิดแต่จะหากินบนความทุกข์ของคนอื่น หึหึ"
"เฮ้อ ไม่พูดแล้วดีกว่า"
ในช่องแชท ผู้ใช้บางคนพิมพ์ข้อความด้วยความอิจฉาตาร้อน
ดูจากรูปโปรไฟล์และชื่อ ล้วนแต่เป็นผู้ใช้ที่ซุ่มอ่านมาตลอดและไม่เคยพิมพ์อะไรเลย ตัวตนและจุดยืนของพวกเขาก็ชัดเจนมาก: ไม่มีเงิน
สมบัติทั้งเนื้อทั้งตัวของพวกเขารวมกัน ยังไม่ถึง 2,000 เหรียญโลหิตเลย พวกเขารู้ตัวว่าซื้อรถลากไม่ได้ ก็เลยไม่มีคำพูดดีๆ ให้
ในขณะนั้น หลัวจิ่วที่กำลังรู้สึกสิ้นหวังอยู่ในใจ พอเห็นหลิวซวินโผล่มาพิมพ์ข้อความในช่องแชท ดวงตาเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
"เฮ้! ไอ้หมอนี่มันพูดเก่งจริงๆ หาจุดเล่นงานได้เฉียบขาดมาก!"
หลัวจิ่วดีใจมาก เขาเข้าใจเจตนาของหลิวซวินในทันที
หลิวซวินไม่ได้ตั้งข้อสงสัยเรื่องความจริงหรือปลอมของรถลาก แต่เน้นย้ำถึงเรื่องราคาที่แพงหูฉี่ของรถลากตรงๆ
เมื่อเทียบกับรถมอเตอร์ไซค์ของหลิวซวินแล้ว รถลากอาจจะถูกกว่า แต่ราคา 2,000 เหรียญโลหิตก็ยังถือว่าสูงลิบลิ่วสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่อยู่ดี
เส้นทางไร้สิ้นสุดเพิ่งจะเริ่มได้แค่วันเดียว แถมตู้สุ่มการ์ดของที่นี่ก็ยังนรกแตกสุดๆ ผู้ใช้ส่วนใหญ่เริ่มต้นได้ไม่ดี แค่รอดชีวิตจากการรุมล้อมของซอมบี้มาได้ก็ถือว่ายากลำบากมากแล้ว จะเอาปัญญาที่ไหนไปฆ่าซอมบี้ตั้งสองพันตัว?
ต่อให้มีผู้ใช้บางคนที่ไม่กลัวการคุกคามจากซอมบี้ แต่การจะฆ่าซอมบี้ให้ครบสองพันตัวหรือมากกว่านั้นภายในวันแรก มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ในขั้นตอนนี้ ผู้ใช้ที่สามารถควักเงิน 2,000 เหรียญโลหิตออกมาได้ อย่างน้อยในมือก็ต้องมีการ์ด SR หนึ่งใบ และจัดว่าเป็นผู้ใช้ที่แข็งแกร่งในระดับแนวหน้าอย่างแน่นอน
ในโลกใบนี้ ไม่ว่ายุคสมัยไหน คนอ่อนแอก็ย่อมมีมากกว่าคนแข็งแกร่งเสมอ
คำพูดของหลิวซวินที่ดูเหมือนจะยืนอยู่ข้างคนอ่อนแอ สามารถเรียกเสียงสนับสนุนได้มากมาย พอเขาออกหน้า ก็ย่อมมีคนเออออห่อหมกตาม
หลัวจิ่ว: "พี่หลิวพูดได้ดี! ฉันก็มองข้ามพฤติกรรมแบบนี้ไปไม่ได้เหมือนกัน บางคนอาศัยว่าตัวเองมีฝีมือหน่อยก็เริ่มขูดรีดคนอื่น ลืมกำพืดตัวเองจริงๆ พฤติกรรมนายทุนหน้าเลือดชัดๆ!"
หลัวจิ่ว: "พวกคนจนอย่างเราแค่มีชีวิตรอดก็ลำบากแล้ว อยากจะนอนยังยากเลย ตอนนี้ยังต้องมาหาเหรียญโลหิตตั้งเยอะแยะไปประเคนให้คนอื่น เพียงเพื่อจะได้นอนหลับสักตื่นเนี่ยนะ?!"
หลัวจิ่ว: "ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่แม้แต่เวลานอนก็ต้องจ่ายเงินด้วย? นี่มันตรรกะอะไรกัน! มันโหดร้ายเกินไปแล้ว ไร้มนุษยธรรมสิ้นดี!"
หลัวจิ่ว: "มโนธรรมให้หมาแดกไปหมดแล้ว ฉันล่ะอยากจะตั้งตี้ไปฆ่าไอ้นายทุนคนนี้ซะเดี๋ยวนี้เลย!"
หลัวจิ่วโวยวายอย่างบ้าคลั่งในช่องแชท เพียงไม่กี่คำ เขาก็เปลี่ยนเป้าหมายจากความโหดร้ายของกลไกในเส้นทางไร้สิ้นสุด มาโยนความผิดให้ซูเหยี่ยนแทน
ทำให้ผู้คนลืมไปว่าเส้นทางเอาชีวิตรอดนี้มันโหดร้ายและไม่มีเหตุผลมาตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ใช่เพราะซูเหยี่ยนเป็นคนทำให้เป็นแบบนี้
แต่มนุษย์มีสัญชาตญาณของการทำตามหมู่มาก ไม่ยอมใช้ความคิด และไม่อยากจะสนใจเรื่องเหตุผลหรือตรรกะอะไรทั้งนั้น
คนส่วนใหญ่มองแค่จุดเดียวคือ: ตอนนี้ฉันง่วงมาก ทรมานมาก ฉันยังไม่รู้เลยว่าตัวเองจะตายเมื่อไหร่ แล้วฉันจะต้องไปสนเรื่องอื่นอีกเหรอ?
ฉันแค่ทนเห็นบางคนแค่ขยับมือก็หาเงินได้อย่างง่ายดาย ในขณะที่ฉันต้องมาทนรอความตายอย่างสิ้นหวังในยามดึกแบบนี้ไม่ได้
นี่ไม่เกี่ยวกับเหตุผลอะไรเลย มันคือการระบายอารมณ์ล้วนๆ!
ผู้คนไม่สามารถต่อต้านเส้นทางไร้สิ้นสุดได้ เพราะมันพูดไม่ได้ แต่ซูเหยี่ยนไม่เหมือนกัน เขาคือเป้าหมายที่มีชีวิต
ชั่วขณะหนึ่ง ผู้ใช้จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เริ่มส่งเสียงแห่งความคับแค้นใจ คำพูดประชดประชันและตำหนิติเตียนเพิ่มมากขึ้น ทุกเป้าหมายล้วนพุ่งเป้าไปที่ซูเหยี่ยน
ผู้ใช้บางคนที่มีเงินทุนหนาและอยากซื้อรถ มีใจอยากจะช่วยพูดให้ซูเหยี่ยน แต่ก็ลังเลไม่รู้ว่าควรจะพิมพ์ดีไหม
ผู้ใช้ที่ยากจนมีเยอะเกินไป เมื่อรวมตัวกัน เสียงมันก็ดังเกินไป ทำให้คนไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวด้วยง่ายๆ เพราะกลัวว่าตัวเองจะโดนลูกหลง
ท่ามกลางข้อความระบายความแค้นจำนวนมาก มีเพียงข้อความของหลินหว่านที่เลื่อนผ่านไปมาอย่างต่อเนื่อง "นี่มันกลับดำเป็นขาวชัดๆ การเอาชีวิตรอดที่โหดร้ายแบบนี้จะไปโทษซูเหยี่ยนได้ยังไง?", "เขาสร้างรถก็ต้องมีต้นทุนไม่ใช่เหรอ? หรือจะให้เขาแจกฟรี?", "ถ้าไม่มีซูเหยี่ยน พวกเราก็ไม่มีแม้แต่ช่องทางที่มั่นคงในการซื้อยานพาหนะสำหรับพักผ่อนด้วยซ้ำ ทุกคนก็ต้องตายกันหมด"......
แต่น่าเสียดาย ที่เสียงของเธอคนเดียวมันเบาเกินไป ถูกกลืนหายไปในข้อความจำนวนมหาศาล และไม่มีใครสนใจเลยแม้แต่นิดเดียว
หลัวจิ่วมองดูข้อความเต็มหน้าจอที่เลื่อนผ่านไปราวกับน้ำตก ข้อความหลายข้อความได้เปลี่ยนจากการประชดประชันในตอนแรก กลายเป็นการชี้หน้าด่าและตำหนอย่างเกรี้ยวกราด บางคนถึงกับแท็กซูเหยี่ยนโดยตรงด้วยซ้ำ
ผู้ใช้ที่ยากจนจำนวนมากทนไม่ไหวต่างก็ออกมาแสดงตัว พากันเข้าร่วมในการระบายอารมณ์หมู่ครั้งนี้
ความโกรธแค้น ความไม่ยินยอม ความกลัว ความสิ้นหวัง... อารมณ์ด้านลบมากมายถูกแปลงเป็นคำพูด เปรียบเสมือนอาวุธที่ทิ่มแทงเข้าใส่ซูเหยี่ยนจากทุกทิศทุกทาง
ราวกับเป็นการกลั่นแกล้งหมู่เหมือนพายุพัดกระหน่ำ แต่ไม่มีใครสนใจ พวกเขาเพียงแค่ต้องการที่ระบายอารมณ์ และบังเอิญที่ซูเหยี่ยนอยู่ที่นี่พอดี
หลิวซวินที่เป็นคนเริ่มเรื่องในตอนแรกได้หายตัวไปแล้ว แต่หลัวจิ่วยังคงเคลื่อนไหวอยู่ เขาคอยพูดเสริมและเห็นดีเห็นงามไปกับเสียงส่วนรวมที่เริ่มเลวร้ายและเคียดแค้นมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นระยะๆ
ยิ่งคนด่าซูเหยี่ยนหยาบคายและรุนแรงเท่าไหร่ หลัวจิ่วก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น
"นี่แหละที่เรียกว่าการยืมมือคนอื่นฆ่าคนสินะ? ไอ้หลิวซวินนี่แม่งเป็นคนเก่งจริงๆ!"
"แม่งเอ๊ย ไอ้แซ่หลิวเมื่อก่อนไม่ได้ทำงานเป็นหน้าม้าปั่นกระแสใช่ไหมเนี่ย? ใช้สงครามจิตวิทยาเก่งชะมัด!"
หลัวจิ่วอุทานออกมาด้วยความชื่นชม และรู้สึกสะใจเป็นที่สุด
เขารู้สึกสะใจตั้งแต่หัวจรดเท้า โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงภาพที่ซูเหยี่ยนอาจจะกำลังยืนอึ้งและทำตัวไม่ถูกเมื่อมองดูช่องแชทในตอนนี้ เขาก็ยิ่งตัวสั่นไปหมด
"สมน้ำหน้าที่แกมาหาเรื่องกู ตายซะเถอะ! ตอนนี้มีคนตั้งเยอะแยะอยากจะไปหาแกแล้วตั้งตี้ด้วย!"
"หึๆ กูจะคอยดูว่าคราวนี้มึงจะเล่นยังไงต่อ ยังคิดจะขายรถอีกเหรอ? มึงกลายเป็นศัตรูของคนส่วนใหญ่ไปแล้ว!"
หลัวจิ่วรู้สึกกระหยิ่มใจ นั่งชื่นชมช่องแชทอย่างพอใจ
และในเวลานี้ ซูเหยี่ยนก็เพิ่งจะสร้างรถลากคันใหม่เสร็จ พอเงยหน้าขึ้นมา เขาก็เห็นการรุมประณามในช่องแชท
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? ทำไมถึงด่ากันหยาบคายขนาดนี้... เฮ้! นี่ด่าฉันกันหมดเลยเหรอ?"
ซูเหยี่ยนขำ เขาเลื่อนดูประวัติการแชทขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่นานก็เข้าใจต้นสายปลายเหตุ
สรุปคือเพิ่งจะจัดการหลัวจิ่วไปคนเดียว นี่ก็โผล่หลิวซวินมาอีกคนใช่ไหม?
ซูเหยี่ยนเข้าใจแจ่มแจ้ง เขาเข้าใจ และถึงขั้นเข้าใจด้วยซ้ำว่าทำไมจู่ๆ หลิวซวินถึงได้หาเรื่อง: หมอนั่นก็แค่รู้สึกว่าซูเหยี่ยนไปขัดผลประโยชน์ของเขาเข้า
สิ่งที่หลิวซวินพึ่งพามากที่สุดในตอนนี้ ก็คือมอเตอร์ไซค์สำหรับพักผ่อนที่อยู่ในมือ ซึ่งเปรียบเสมือนแม่ไก่ที่ออกไข่เป็นทองคำ
ยิ่งมีการ์ดพักผ่อนในตลาดน้อยเท่าไหร่ ค่าตัวของหลิวซวินก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ต่อให้มีการ์ดพักผ่อนใบที่สองหรือใบที่สามปรากฏขึ้น เขาก็ยังสามารถทำตัวกร่างและเสวยสุขไปได้อีกนาน
แต่พฤติกรรมการขายรถของซูเหยี่ยน ได้ทุบตีราคาตัวของหลิวซวินอย่างรุนแรง และส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์หลักของหลิวซวินโดยตรง
ถึงตอนนั้น ท้องตลาดก็จะเต็มไปด้วยยานพาหนะสำหรับพักผ่อน แล้วหลิวซวินอย่างฉันจะหาเงินได้ยังไง? จะมีความสุขกับบริการจากสาวสวยได้ยังไง?
แถมราคาของรถลากที่แกตั้งไว้มันก็ถูกเกินไป ฉันนัดผู้ใช้หญิงคืนนึงก็ยังแพงกว่านี้อีก แกตั้งราคาแบบนี้ แล้วพวกผู้ใช้หญิงจะยอมเสียทั้งเงินทั้งตัวให้ฉันได้ยังไง?
พวกหล่อนก็ไม่ได้โง่หรอกนะ เก็บเงินซื้อรถของแกก็จบเรื่องแล้ว
แล้วฉันล่ะ?
ซูเหยี่ยน แกกำลังตัดหนทางทำมาหากินของฉันนะ!
"หลิวซวินตอนนี้ น่าจะเป็นคนที่เกลียดฉันที่สุดเลยล่ะมั้ง?"
ซูเหยี่ยนยิ้ม ไม่ได้รีบร้อนอะไร ในใจมีวิธีรับมืออยู่แล้ว
เล่นสงครามจิตวิทยาเหรอ?
แกล้งกันในเน็ตเหรอ?
บังเอิญจัง พี่ก็เคยเป็นนักเลงคีย์บอร์ดเหมือนกัน ถนัดเรื่องพวกนี้ที่สุดเลย!
ซูเหยี่ยนรู้ดีว่า เมื่อเผชิญกับแรงกดดันจากสังคม สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การอธิบายความบริสุทธิ์หรือความน้อยเนื้อต่ำใจของตัวเอง และไม่ควรพยายามด่าคนกลุ่มใหญ่ด้วยตัวคนเดียว
วิธีที่ง่ายและตรงไปตรงมาที่สุด มีเพียงอย่างเดียว: จับปัญหาหลักให้ได้ แล้วแก้ปัญหาหลักซะ!
แล้วตอนนี้ ปัญหาหลักของผู้ใช้พวกนี้คืออะไร?
คือพวกเขาจน จ่ายค่ารถลากไม่ไหว แถมยังถูกกดดันจากความตายที่ยิ่งใหญ่ของเส้นทางไร้สิ้นสุด... นี่เปรียบเสมือนระบบได้สะสมดินปืนมาทั้งวัน แล้วตอนนี้ก็มาระเบิดใส่ซูเหยี่ยน
พูดตรงๆ ก็คือ เรื่องเงินนั่นแหละ!
ซูเหยี่ยนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเตรียมคำพูดในใจเสร็จ เขาก็พิมพ์ตอบไปทันที
ซูเหยี่ยน: "ทุกคนพูดมีเหตุผลมาก ฉันก็คิดว่าราคารถลากมันแพงเกินไปจริงๆ"
ซูเหยี่ยน: "เพราะงั้น ฉันเลยเตรียมวิธีที่จะทำให้ทุกคนได้พักผ่อนแบบแทบจะฟรีๆ มาให้! แถมยังรับประกันร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วยว่าใช้ได้จริง!"