- หน้าแรก
- เมื่อดาวโรงเรียนลวงผมไปเมียนมา ผมจึงเปิดใช้งานระบบสังหาร
- บทที่ 5: เทพหลินผู้ดุจดั่งพระเจ้า! จะอยู่หรือจะไป?
บทที่ 5: เทพหลินผู้ดุจดั่งพระเจ้า! จะอยู่หรือจะไป?
บทที่ 5: เทพหลินผู้ดุจดั่งพระเจ้า! จะอยู่หรือจะไป?
บทที่ 5: เทพหลินผู้ดุจดั่งพระเจ้า! จะอยู่หรือจะไป?
ในตอนนั้นเอง หลินเฉินที่เอาแต่ทำหน้านิ่งไร้อารมณ์ก็ลุกพรวดขึ้นมา
สายตาทุกคู่หันไปมองเขาโดยไม่ได้นัดหมาย
ชายคนนั้นไว้อาลัยให้หลินเฉินในใจเงียบๆ
"ไอ้โง่นี่มันบ้าไปแล้วเหรอวะ? ลุกขึ้นมายืนเด่นหราตอนนี้ อยากตายเป็นคนแรกหรือไง?"
หลินเฉินเดินเข้าไปหาชายชาวเมียนมาร่างบึกบึนสองสามคนนั้นด้วยท่าทีสงบนิ่ง ตบไหล่พวกเขาเบาๆ แล้วก้าวยาวๆ ออกไปข้างนอก
นักรบเดนตายคนหนึ่งรีบถอดเสื้อโค้ตตัวยาวของตัวเองออกแล้วนำไปคลุมไหล่ให้หลินเฉินทันที
ก่อนจะเดินตามหลังหลินเฉินไปอย่างนอบน้อม
"อะไรกัน! คนพวกนี้เป็นลูกน้องของเขาเหรอเนี่ย?"
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า รูม่านตาของชายคนนั้นก็หดเกร็งอย่างรุนแรง ความตกตะลึงในใจไม่ต่างอะไรกับแผ่นดินไหวระดับ 12 ริกเตอร์บนประเทศหมู่เกาะเล็กๆ เลยทีเดียว
ตอนนั้นเองเขาถึงได้ตระหนักว่า สิ่งที่หลินเฉินพูดหมายความว่า อย่างนั้น นี่เอง!
เขามาที่นี่เพื่อตรวจสอบจริงๆ งั้นเหรอ? นี่พวกเขาเพิ่งจะหนีรอดจากสถานการณ์อันตรายมาได้ เพื่อมาตกลงสู่อันตรายอีกขุมหนึ่งงั้นสิ?
เมื่อเดินไปถึงประตู หลินเฉินก็หันหน้ากลับมาและพูดว่า
"ทิ้งเงินค่าเดินทางไว้ให้พวกเขาสักหน่อย ใครที่อยากจะไป ก็เอาเงินไปแล้วรีบหนีซะ ส่วนใครที่ไม่อยากไป ก็อยู่สู้กับไอ้พวกแก๊งค้าอวัยวะพวกนี้ไปพร้อมกับฉัน!"
ทันทีที่สิ้นประโยคนั้น ประกายแห่งความหวังก็จุดประกายขึ้นในดวงตาของฝูงชนที่กำลังสิ้นหวังและไร้ความรู้สึกในทันที
วินาทีต่อมา นักรบเดนตายคนหนึ่งก็ก้าวออกไปข้างหน้าพร้อมกับดึงปึกเงินบาทไทยออกมา
ตอนแรก บางคนยังไม่กล้าเชื่อสายตาตัวเอง จนกระทั่งเด็กสาวคนหนึ่งที่ยอมจำนนต่อความตายก้าวออกไปรับเงิน และพบว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น!
ทันใดนั้น คลื่นแห่งความหวังที่จะมีชีวิตรอดก็แผ่ซ่านไปทั่วฝูงชน
ทุกคนต่างพากันกรูเข้าไปแย่งปืน แต่ก็มีหลายคนที่ร้องไห้ตะโกนบอกว่าอยากจะตามหลินเฉินไปฆ่าล้างโคตรพวกแก๊งค้าอวัยวะให้หมด
หลินเฉินพยักหน้ารับ บอกให้คนที่อยากจะไปรออยู่ตรงนี้ก่อน ส่วนคนที่อยากจะสู้กับพวกแก๊งนรกพวกนี้ให้ตามเขามา
ตึกนี้มีห้องแบบนี้อยู่หลายห้อง
ในแต่ละชั้นมีผู้คุมอยู่แค่สองสามคนเท่านั้น
ผู้คุมพวกนี้ล้วนเป็นนักเลงท้องถิ่น พวกเขามาเป็นผู้คุมก็เพื่อหาเงิน
ฝีมือของพวกเขาก็พอๆ กับนักรบเดนตายระดับต้นของหลินเฉินนั่นแหละ
ดังนั้น พวกเขาจึงล้มลงตายเกลื่อนท่ามกลางสาดกระสุนปืนกลของเหล่านักรบเดนตาย
อาวุธของพวกเขาก็ถูกนักรบเดนตายที่เหลือยึดไปจนหมดเกลี้ยง
ใช้ปืนของพวกมัน เพื่อปล้นเงินของพวกมัน
เมื่อได้เงินมา หลินเฉินก็เปลี่ยนมันเป็นนักรบเดนตายทันที!
เขาอยากจะเคลียร์ภารกิจให้เสร็จเร็วๆ จะได้ดึงเอาสายการผลิตปืน AK ออกมาใช้สักที
ไม่นานนัก กลุ่มเหยื่อราวสองร้อยคนก็มารวมตัวกันอยู่ด้านหลังหลินเฉิน
พวกเขาล้วนต้องการร่วมมือกับหลินเฉินเพื่อโค่นล้มขบวนการค้าอวัยวะพวกนี้
แน่นอนว่ายังมีอีกหลายคนที่เลือกจะหลบซ่อนตัวอยู่แต่ในห้อง
หลังจากที่หลินเฉินจัดการกับทุกคนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาจะส่งคนไปคุ้มกันพวกเขากลับไปอย่างปลอดภัย
ไม่นาน ภายใต้การระดมยิงอย่างหนักหน่วงของเหล่านักรบเดนตาย ผู้คุมทั้งหมดในชั้นที่กักขัง 'ลูกหมู' เอาไว้ก็ถูกกำจัดจนสิ้นซาก...
"ยะ... อย่าฆ่าฉันเลย! ฉันยอมบอกทุกอย่างแล้ว!"
ชายคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนคนจีนร้องขอชีวิตอย่างน่าเวทนา ขณะถูกนักรบเดนตายลากตัวมาอยู่ตรงหน้าหลินเฉิน
"ไหน ลองบอกมาสิ ว่าใครเป็นหัวหน้าของที่นี่!"
"ถ้าพูดจาดีๆ ฉันอาจจะไว้ชีวิตแกก็ได้นะ!"
หลินเฉินพูดด้วยสีหน้าจริงใจ ทว่าสายตากลับเหลือบมองไปที่กลุ่มเหยื่อด้านหลัง ซึ่งกำลังจ้องมองชายคนนั้นด้วยแววตาที่ลุกโชนไปด้วยความโกรธแค้น
"ที่นี่เป็นฐานที่มั่นของแก๊งอสรพิษ"
"มีผู้คุมอยู่ในฐานนี้ทั้งหมดประมาณ 120 คน"
"หัวหน้าของที่นี่คือ ม่ายเจีย เป็นบอสย่อยของแก๊งอสรพิษ"
"อาวุธของพวกมันมีประมาณ..."
ชายวัยกลางคนหน้าตาเหมือนคนจีนคนนี้คายข้อมูลทุกอย่างที่เขารู้ออกมาจนหมดเปลือก
หลินเฉินพยักหน้ารับ ก่อนจะซักไซ้ต่อ "เล่าเรื่องแก๊งอสรพิษให้ฉันฟังหน่อยสิ!"
ถึงแม้หลินเฉินจะสามารถเดินไปสุ่มถามคนท้องถิ่นคนไหนก็ได้ และพวกเขาก็น่าจะรู้เรื่องการมีอยู่ของแก๊งอสรพิษอยู่แล้ว
แต่คนที่ทำงานให้พวกมัน ย่อมต้องรู้อะไรลึกซึ้งกว่านั้นแน่
"แก๊งอสรพิษเป็นแก๊งมาเฟียที่ใหญ่ที่สุดในละแวกนี้ มีสมาชิกมากกว่าห้าพันคน"
"พวกมันดูแลฐานที่มั่นอยู่สิบหกแห่ง สิบแห่งในนั้นเป็นแบบเดียวกับที่นี่ ส่วนอีกหลายแห่งทำธุรกิจหลอกลวงต้มตุ๋นทางโทรศัพท์..."
"ฉันมีแผนที่แสดงที่ตั้งฐานที่มั่นของพวกมันในละแวกนี้ด้วยนะ!"
พูดจบ เขาก็บอกจุดซ่อนแผนที่ของเขาให้ฟัง
หลินเฉินส่งซิกด้วยสายตา ทันใดนั้นนักรบเดนตายคนหนึ่งก็รีบไปเอาแผนที่มาให้
"นอกจากนี้ พวกมันยังลักลอบค้าอาวุธ ค้ายาเสพติด และอื่นๆ อีกสารพัด อะไรที่ทำเงินได้ พวกมันทำหมด!"
"ฉันรู้แค่นี้แหละ!"
"ฉันบอกแกไปหมดทุกอย่างแล้ว! ทีนี้แกปล่อยฉันไปได้หรือยัง?"
ชายคนนั้นถามอย่างระแวดระวัง
ถึงแม้หลินเฉินจะบอกว่าจะไว้ชีวิตเขา แต่ในยุคสมัยแบบนี้ ใครมันจะไปเชื่อคำสัญญาว่าจะปล่อยตัวกันล่ะ?
ที่เขายอมคายข้อมูลออกมาทั้งหมดก็เพื่อยื้อชีวิตให้ยาวนานขึ้นอีกนิดเท่านั้นแหละ
แน่นอนว่าเขารู้ดีว่าชะตากรรมของเขาจะอยู่หรือตาย ล้วนขึ้นอยู่กับหลินเฉินแต่เพียงผู้เดียว
"ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ฆ่าแกหรอก!"
หลินเฉินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ เจือปน
"ขอบคุณครับลูกพี่ที่เมตตาไว้ชีวิต! ขอบคุณครับ!"
ชายคนนั้นตื่นเต้นดีใจ รีบโขกศีรษะขอบคุณหลินเฉินรัวๆ
"อืม ฉันไม่ฆ่าแกหรอก แต่คนพวกนั้นจะฆ่าแกหรือเปล่า ฉันไม่รู้นะ!"
หลินเฉินเบี่ยงตัวหลบ เผยให้เห็นเหยื่อทั้งสองร้อยคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและเพลิงแค้นที่ลุกโชน
ทันใดนั้น ฝูงชนก็พากันพุ่งเข้าไปรุมทึ้งชายคนนั้น กดเขาลงกับพื้น และประเคนทั้งหมัดทั้งเท้าเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง
"ไอ้ชาติหมา! ไอ้คนทรยศเนรคุณ แกมันกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา!"
"แกมันไม่คู่ควรที่จะเกิดมาเป็นคนจีน!"
"ไอ้เดรัจฉาน ไปลงนรกซะเถอะมึง!"
"..."
"อ๊ากก!"
กร๊อบ แกร๊บ---
เสียงกระดูกแตกหักดังประสานกับเสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วบริเวณ
หนึ่งนาทีต่อมา ทุกคนก็หยุดชะงักและยืนนิ่งงัน มีเพียงซากศพที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นเท่านั้น
หลายคนที่อยู่ใกล้ศพนั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด!
บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบงัน
"เมื่อกี้ทุกคนคงได้ยินกันหมดแล้วนะ! ยังมีฐานที่มั่นแบบนี้อีกนับสิบแห่งที่เพื่อนร่วมชาติของเรากำลังทนทุกข์ทรมานอยู่! ย้ำอีกครั้ง ใครที่อยากจะกลับบ้าน เดี๋ยวฉันจะให้ค่าเดินทางแล้วส่งคนไปคุ้มกันพวกคุณออกไป"
"แต่ถ้าใครอยากจะอยู่ต่อ ก็ตามฉันมา เราจะไปช่วยเพื่อนร่วมชาติของเราทุกคน!"
"ไม่ว่าพวกคุณจะตัดสินใจยังไง ตอนนี้ฉันขอให้พวกคุณให้ความร่วมมือและรออยู่ที่นี่ก่อน อย่าเพิ่งก่อเรื่องวุ่นวาย"
"ถ้าใครคิดจะหนีเอาตัวรอดไปเอง ฉันก็จะไม่ห้าม แต่ที่นี่ห่างไกลจากชายแดนจีนมาก คงไม่ต้องบอกหรอกนะว่าถ้าถูกจับกลับมาได้ จะต้องเจอกับจุดจบยังไง!"
"ลองเก็บไปคิดดูให้ดี หวังว่ากลับมาคราวนี้ ฉันจะได้ยินคำตอบจากพวกคุณนะ!"
หลินเฉินยืนอยู่เบื้องหน้าฝูงชน เอ่ยปลุกระดมด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เขาเพิ่งจะเริ่มต้นสร้างกองกำลัง และคนกลุ่มนี้ก็ถือเป็นกำลังรบที่สำคัญไม่น้อย
ในขณะที่ทุกคนยังคงลังเล หลินเฉินก็เป็นผู้นำทีม มุ่งหน้าไปจัดการกับตึกกองบัญชาการหลังสุดท้ายของศัตรู
ก่อนหน้านี้ พวกเขาทะยอยกำจัดผู้คุมไปได้ราวห้าหกสิบคนแล้ว
ตามที่ชายคนนั้นบอก คนของศัตรูที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งน่าจะรวมตัวกันอยู่ที่ตึกหลังสุดท้ายนั่น
ในเวลานี้ บนตึกห้าชั้น แต่ละชั้นมีผู้คุมพร้อมอาวุธปืน AK ประจำการอยู่ตรงบันไดราวสิบคน
ด้วยพื้นที่ที่คับแคบเช่นนี้ ทำให้พวกมันสามารถยันการโจมตีของนักรบเดนตายนับพันคนของหลินเฉินไว้ได้ชั่วขณะ
ส่วนม่ายเจียนั้นได้หนีไปหลบอยู่หลังที่กำบังบนดาดฟ้าแล้ว
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากหนี แต่ตั้งแต่แรกเริ่ม นักรบเดนตายของหลินเฉินจำนวนมากที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดรอบๆ ตึก ก็สาดกระสุนใส่ใครก็ตามที่พยายามจะหนีออกไป
ดูเหมือนศัตรูจะจงใจเก็บตึกหลังนี้ไว้จัดการเป็นลำดับสุดท้าย
หลินเฉินนำเหล่านักรบเดนตายมาถึงหน้าตึกกองบัญชาการ
ด้วยเงินที่ปล้นมาจากตึกหลายสิบหลังก่อนหน้านี้ กองกำลังนักรบเดนตายของหลินเฉินจึงแข็งแกร่งและมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
จนตอนนี้มีมากกว่าแปดร้อยคนแล้ว
เมื่อทอดสายตามองตึกหลังสุดท้ายที่มีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา หลินเฉินก็แสยะยิ้ม
เขาสั่งการให้นักรบเดนตายระดับสูงของเขาเป็นผู้นำการโจมตี!