เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 180.ตบหน้าองค์ชายหกจนติดเป็นนิสัยไปแล้ว

บทที่ 180.ตบหน้าองค์ชายหกจนติดเป็นนิสัยไปแล้ว

บทที่ 180.ตบหน้าองค์ชายหกจนติดเป็นนิสัยไปแล้ว


​“ไม่ใช่แค่มีปัญหาธรรมดานะ” เซียวจวินหลินแค่นเสียงเย็น

​“ของพวกนี้ ตามกำหนดการแล้ว มันต้องไปโผล่อยู่บนแท่นบูชาในงานบวงสรวงสวรรค์ที่กำลังจะจัดขึ้นเร็วๆ นี้นะ ​แต่ตอนนี้ มันกลับมาโผล่อยู่ที่ข้า ​ดูท่า คงมีใครบางคนกะจะยืมมือข้า ขุดหลุมพรางขนาดยักษ์ฝังกลบองค์ชายหกซะแล้วล่ะ”

​“งะ... งั้นเราก็รีบเอาไปคืนเขาเถอะขอรับ!” ลุงจ้าวร้อนรน

​“เอาไปคืนงั้นรึ?” เซียวจวินหลินส่ายหน้า

​“ของเข้ามือข้าแล้ว มีหรือข้าจะยอมคายออกมาง่ายๆ”

​เขาโยนหยกดึงดาวในมือเล่นไปมาเบาๆ

​“ขอแค่ข้าไม่เก็บของพวกนี้ไว้ในจวนอ๋อง ก็สิ้นเรื่องแล้วไม่ใช่หรือไง”

​สิ้นเสียงของเขา เงาร่างบอบบางที่แฝงไปด้วยความเย็นชาก็ก้าวเข้ามาจากนอกประตู

​“ถ้าท่านพี่ไม่สะดวก จะให้ข้ากับท่านพ่อเป็นคนจัดการเรื่องนี้ให้ก็ได้นะเจ้าคะ”

​ตู๋กูชิวเสียทอดสายตามองเซียวจวินหลิน แววตาเปี่ยมล้นไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเขาแบ่งเบาภาระ

​เซียวจวินหลินสบตานาง รู้สึกอบอุ่นในหัวใจ พยักหน้ารับ “ตกลง งั้นก็รบกวนเจ้าด้วยนะ”

​ในขณะเดียวกัน ตำหนักบูรพา

​องค์ชายสี่กำลังจะสั่งให้คนนำตั๋วเงินอีกยี่สิบล้านตำลึงที่เหลือไปส่งให้จวนเจิ้นเป่ยอ๋อง แต่กลับถูกท่านราชครูห้ามไว้เสียก่อน

​“องค์ชาย เรื่องเงิน ไม่ต้องรีบส่งไปหรอกพะยะค่ะ” ท่านราชครูนั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะรองนั่ง สีหน้าเรียบเฉย

​“ทำไมหรือขอรับท่านอาจารย์?” องค์ชายสี่ไม่ค่อยเข้าใจนัก

​“ลองคิดดูสิ ว่าจะจัดการกับเจียงเฉินยังไงดีกว่า”

​องค์ชายสี่เลิกคิ้ว ดวงตาเป็นประกาย เขาสืบรู้เรื่องที่เจียงเฉินทุ่มเทขนวัสดุหายากไปประเคนให้เซียวจวินหลินเพื่อเอาใจเขาแล้ว

​ก็แหม ในเมืองหลวง การเคลื่อนย้ายเสบียงหรือสิ่งของจำนวนมากขนาดนั้น จะไม่ให้ทิ้งร่องรอยไว้เลย มันก็ออกจะยากไปสักหน่อย

​“ข้าผู้เฒ่าสืบทราบมาว่า วัสดุสำคัญล้ำค่าหลายอย่างที่จะต้องใช้ในงานบวงสรวงสวรรค์ครั้งนี้ ถูกคนสับเปลี่ยนเอาของปลอมมาใส่แทนแล้วพะยะค่ะ” ท่านราชครูพูดทิ้งท้ายไว้อย่างมีเลศนัย

​องค์ชายสี่ใจกระตุกวูบ เข้าใจเจตนาของท่านราชครูทะลุปรุโปร่งทันที

​ท่านราชครูค่อยๆ อ้าปากพูด น้ำเสียงราบเรียบไม่บงบอกอารมณ์ใดๆ

​“ภายในสองวันนี้ ถัาไม่มีอะไรผิดพลาด เจียงเฉินจะต้องเป็นคนนำของไปส่งที่จวนเจิ้นเป่ยอ๋องด้วยตัวเองแน่ๆ ถึงตอนนั้น องค์ชายก็สามารถใช้ข้อหาลักลอบค้าอาวุธยุทโธปกรณ์ของชาติ วางแผนก่อกบฏ นำกำลังไปจับกุมตัวเขาได้เลย รับรองว่าได้จับได้คาหนังคาเขาพร้อมของกลางแน่นอนพะยะค่ะ”

​เขาหยุดไปนิดหนึ่ง ก่อนจะเสริมขึ้นอีกประโยค

​“ถ้าจะให้ดี สาดโคลนใส่เซียวจวินหลินให้แปดเปื้อนไปด้วยอีกคน ก็จะยิ่งสมบูรณ์แบบเลยพะยะค่ะ”

​องค์ชายสี่ขมวดคิ้วมุ่น สีหน้าฉายแววเคลือบแคลงสงสัย

​“ท่านอาจารย์ ในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้ การสาดโคลนใส่เซียวจวินหลิน คงจะไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่นะขอรับ? ปล่อยให้เขาไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีอย่างราบรื่น น่าจะเป็นผลดีกับพวกเรามากที่สุดไม่ใช่หรือ?”

​ราชครูแอบหัวเราะเยาะในใจ

​เขารู้อยู่เต็มอกว่า ด้วยคำทำนายดวงดาวนั่น เจียงเฉียนหยวนไม่มีทางปล่อยให้เซียวจวินหลินรอดไปได้แน่ๆ

​การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์อะไรนั่น มันถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องล้มเหลวตั้งแต่แรกเริ่ม!

​แต่เขาจะบอกเรื่องนี้ออกไปตรงๆ ไม่ได้

​“องค์ชายพะยะค่ะ” ราชครูช้อนตาขึ้น ดวงตาฝ้าฟางคู่นั้นราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตใจคน

​“ตอนนี้ท่านคือผู้สำเร็จราชการ อำนาจชี้ขาดทุกอย่างอยู่ในมือท่าน ​ต่อให้ท่านจะจับจุดอ่อนของเซียวจวินหลินได้ ท่านจะเลือกปิดปากเงียบไม่พูดอะไรก็ย่อมได้ ​แต่ว่านะ... การที่ในมือมีดาบ กับการที่มีดาบแต่ไม่ยอมใช้ มันเป็นคนละเรื่องกันเลยนะพะยะค่ะ”

​องค์ชายสี่ตาสว่างวาบในทันที ประกายแห่งความเฉียบแหลมพาดผ่านแววตา

​……

​บ่ายวันนั้น องค์ชายหกก็มาเยือนจวนอ๋องด้วยตัวเองอีกครั้งจริงๆ พร้อมกับขบวนรถม้ากว่าสิบคันที่บรรทุกวัสดุหายากมาจนเต็ม

​ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าประตู เขาก็ปรี่เข้ามาหาเซียวจวินหลินด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

​“พี่จวินหลิน! ของที่ท่านต้องการ ข้าหามาให้ครบหมดแล้วนะ!”

​เซียวจวินหลินจ้องมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงใจและกระตือรือร้นของเขา นิ่งเงียบไม่พูดจา

​จากนั้น ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงจนตาค้างขององค์ชายหก เซียวจวินหลินก็เงื้อฝ่ามือขึ้น ฟาดฉาดลงบนใบหน้าขององค์ชายหกอย่างแรงโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย

​“เพียะ!”

​เสียงตบหน้าดังก้องกังวานไปทั่วทั้งห้องรับแขก

​องค์ชายหกโดนตบจนเซถลาไปหลายก้าว สมองอื้ออึงไปหมด

​เซียวจวินหลินชี้หน้าด่ากราด

​“ไอ้สารเลวเอ๊ย! เจ้ากะจะฆ่าข้าให้ตายใช่มั้ย!”

​“เจ้า... เจ้ากล้าตบข้าอีกแล้วรึ?”

​องค์ชายหก เจียงเฉิน กุมแก้มที่ร้อนผ่าวเป็นรอยนิ้วมือ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

​ความรู้สึกอัปยศอดสูและเพลิงโทสะอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ตีตื้นขึ้นมาจุกอกอย่างบ้าคลั่ง

​แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจยิ่งกว่า คือความเก่งกาจของเซียวจวินหลิน

​ตัวเขาเองก็ถือว่าเป็นยอดฝีมือที่กำลังจะก้าวข้ามขีดจำกัดเข้าสู่ระดับปรมาจารย์แล้ว แต่ทำไมถึงหลบฝ่ามือของผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลยสักนิด?

​หรือว่าเป็นเพราะเขาประมาทเกินไป? เลยไม่ได้ระวังตัว?

​ในจังหวะที่ความโกรธกำลังจะปะทุขึ้นถึงขีดสุด เขาก็สบเข้ากับดวงตาอันลึกล้ำและเย็นยะเยือกของเซียวจวินหลินเสียก่อน

​“โทษที ตบหน้าเจ้าจนติดเป็นนิสัยไปแล้ว แต่ว่านะ เจ้ารู้ตัวหรือเปล่า ว่าไอ้ของที่เจ้าขนมาประเคนให้ข้าเนี่ย มันคืออะไร?”

​“ก็แค่พวกไม้กับเหล็กหายากไม่ใช่หรือไง?” องค์ชายหกเถียงกลับอย่างร้อนตัว

​“งั้นเรอะ?” เซียวจวินหลินแค่นเสียงหัวเราะหยัน หยิบหยกที่สลักลวดลายอักขระซับซ้อนก้อนนั้นขึ้นมา โยนโครมลงตรงหน้าองค์ชายหก

​“นี่คือหยกดึงดาว นั่นคือไม้ค้ำฟ้า แล้วก็แร่เหล็กดำอีกตั้งหลายหีบนั่น ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นวัสดุสำคัญที่ต้องใช้จัดค่ายกลในงานบวงสรวงสวรรค์ทั้งนั้น ​ของพวกนี้ มันสมควรจะไปอยู่บนแท่นบูชาในงานบวงสรวงสวรรค์โน่น ไม่ใช่มาสุมรวมกันอยู่ในโกดังของข้าแบบนี้!”

​ตู้ม!

​องค์ชายหกราวกับโดนฟ้าผ่าลงกลางหัว

​งานบวงสรวงสวรรค์!

​สี่คำนี้ เปรียบดั่งภูเขาสี่ลูกที่กดทับลงมากลางอกเขาอย่างแรง ทำเอาเขาแทบจะหายใจไม่ออก

​เซียวจวินหลินรู้ได้ยังไง ว่าของพวกนี้มันเป็นของที่ใช้ในงานบวงสรวง?

​ถ้าเซียวจวินหลินรู้แล้ว พวกคนที่รับผิดชอบเรื่องงานบวงสรวง จะระแคะระคายบ้างหรือเปล่า?

​เรื่องที่เขาสับเปลี่ยนของปลอม ความมันแตกแล้วงั้นหรือ?

​เซียวจวินหลินเห็นเขายืนเหม่อลอย ก็เอ่ยเตือนสติด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

​“ตอนนี้ ความลับของเจ้าแตกแล้ว”

​“ขอบใจ... ขอบใจพี่จวินหลินที่ช่วยเตือนสติ” องค์ชายหกตัวสั่นเทา ราวกับเพิ่งสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย เหงื่อเย็นผุดพรายจนชุ่มแผ่นหลังไปหมด

​ความลับแตกแล้ว แต่กลับยังไม่มีใครมาจับตัวเขา นี่มันหมายความว่ายังไง เขาไม่ใช่คนโง่ เขาคิดได้ทะลุปรุโปร่งแล้ว!

​นี่มันคือกับดักชัดๆ ศัตรูแค่ยังไม่ลงมือทอดแห ปล่อยให้เขาตายใจคิดว่าทุกอย่างราบรื่นเหมือนครั้งก่อนๆ แล้วค่อยลงมือรวบยอดเชือดทิ้งทีเดียว!

​ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสำนึกผิด

​“ข้า... สองสามวันมานี้ข้าคงจะเบลอไปหน่อย มัวแต่วุ่นวายเรื่องเสด็จแม่จนหัวหมุนไปหมด...”

​เขาพึมพำกับตัวเอง เล่าเรื่องที่เขาไปตามหาเสด็จแม่ แต่ทางวังหลวงกลับส่งข่าวมาบอกว่า เสด็จแม่ไม่เคยกลับไปที่วังเลย ให้เซียวจวินหลินฟัง

​เซียวจวินหลินฟังจบ ก็แกล้งพูดชี้นำอย่างแนบเนียน

​“วันที่เย่เทียนเช่อตาย เจ้าไม่ได้เจอหน้าเสด็จแม่หรอกเรอะ?”

​“เจอสิ แต่หลังจากนั้น... นางก็หายตัวไปเลย” เจียงเฉินคิดยังไงก็คิดไม่ออก

​“ข้าได้ข่าวมาว่า ลูกน้องขององค์ชายสี่ มีคนเก่งๆ อยู่เยอะเลยนะ มีพวกที่เก่งเรื่องวิชาแปลงโฉมด้วย...” เซียวจวินหลินแกล้งทำเป็นเหมือนเพิ่งนึกอะไรออก แต่ก็หยุดชะงักไปกลางคัน

​ทว่า ประโยคสั้นๆ แค่นั้น กลับเปรียบดั่งสายฟ้าที่ฟาดเปรี้ยงลงมา ผ่าความคิดอันสับสนวุ่นวายขององค์ชายหกจนขาดสะบั้น!

​เขาเงยหน้าขวับ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวและเหลือเชื่อ

​ยอดฝีมือวิชาแปลงโฉม...

​หรือว่า... หรือว่าคนที่มาหาข้าวันนั้น คนที่บอกว่าจะเอาเสื้อเกราะไหมสวรรค์ไปซ่อมให้... ก็เป็นตัวปลอมเหมือนกัน?

​แล้วเสื้อเกราะไหมสวรรค์ของข้าล่ะ...

​ความรู้สึกหนาวเหน็บเสียดกระดูก แล่นปราดจากปลายเท้าขึ้นสู่กระหม่อม!

​เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวตลกที่ถูกจับแก้ผ้า ทุกความลับของเขา ตกอยู่ในกำมือของคนอื่นหมดแล้ว

​“ความลับแตกแล้ว แล้วข้าจะทำยังไงดี?” องค์ชายหกเริ่มสติแตก ถ้าเสด็จแม่ในวันนั้นเป็นตัวปลอม เสื้อเกราะไหมสวรรค์ของเขาก็หายไปแล้วด้วย แล้วเขาจะเอาอะไรไปสู้กับศัตรูในเงามืดได้ล่ะ?

​เขาเสียงสั่นเครือ

​“ท่านราชครูเป็นหนึ่งในผู้รับผิดชอบหลักของงานบวงสรวงสวรรค์ ของพวกนี้ ถ้าท่านราชครูรู้เข้า แล้วเอาผิดขึ้นมา...”

​“เรื่องนั้นจัดการง่ายมาก” เซียวจวินหลินตอบหน้าตาเฉย

​“ข้ากำลังเตรียมตัวจะย้ายออกจากต้าเซี่ย ไปอยู่แคว้นต้าเหยียนพอดี ​ของพวกนี้ที่เจ้ายักยอกมา เจ้าก็ขนมาให้ข้าให้หมด ข้าจะเอามันติดตัวไปด้วย ถึงตอนนั้น ท่านราชครูก็จะไม่มีหลักฐานมามัดตัวเจ้า พี่สี่ของเจ้าก็เอาผิดเจ้าไม่ได้ด้วย”

จบบทที่ บทที่ 180.ตบหน้าองค์ชายหกจนติดเป็นนิสัยไปแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว