- หน้าแรก
- ปฐมบทวันสิ้นโลก เริ่มต้นจากฝันร้าย
- บทที่ 1120 - การทดลองที่เบี่ยงเบนไปจากแผนการอย่างรุนแรง
บทที่ 1120 - การทดลองที่เบี่ยงเบนไปจากแผนการอย่างรุนแรง
บทที่ 1120 - การทดลองที่เบี่ยงเบนไปจากแผนการอย่างรุนแรง
บทที่ 1120 - การทดลองที่เบี่ยงเบนไปจากแผนการอย่างรุนแรง
ตัวเลขบนแผงหลอดไฟเรืองแสงค่อยๆ หยุดนิ่ง
หลินโม่เพียงแค่กวาดสายตามองแวบเดียว จากนั้นความสนใจของเขาก็ถูกดึงดูดไปที่สิ่งอื่นแทน
กระจกเหล่านั้น
กระจกที่วางเรียงรายอยู่รอบๆ
ในเวลานี้ ภายในกระจกแต่ละบาน ล้วนมีร่างของคนผู้หนึ่งยืนอยู่ รูปร่างสูงเตี้ยดำขาว ชายหญิงแก่หนุ่ม ล้วนแตกต่างกันออกไป บางบานก็ไม่ได้มีแค่คนเดียว แต่เป็นฝาแฝด หรือไม่ก็มากันทั้งครอบครัวหลายคน
เงาร่างเหล่านี้ยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ภายในกระจก ร่างกายส่วนใหญ่ถูกบดบังด้วยเงามืด เผยให้เห็นเพียงดวงตาแต่ละคู่ที่ส่องประกายเย็นเยียบออกมา
ดูคล้ายกับฝูงหมาป่าในป่าทึบอันมืดมิด
ในเวลานี้ หลินโม่ทำได้เพียงใช้ความสงบนิ่งสยบความเคลื่อนไหว
ประการแรก ศาสตราจารย์กรีนไม่เคยบอกเลยว่าการเจาะทะลวงชั้นกระจกจะมาถึงตัวเลขนี้ นอกเหนือจากนี้ เขายังไม่เคยพูดถึงสถานการณ์เช่นนี้เลยแม้แต่น้อย
นี่สินะที่เรียกว่าการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ การค้นหาในสิ่งที่ยังไม่รู้
สิ่งที่ผู้คนไม่เคยรับรู้ก็คือ 'สิ่งที่ไม่รู้' ส่วนใหญ่นั้น ล้วนน่าสะพรึงกลัว อันตราย และถึงขั้นเอาชีวิตได้
แต่จากประสบการณ์ของหลินโม่ ระยะเวลาในการเจาะทะลวงชั้นกระจกเช่นนี้มักจะอยู่ได้ไม่นานนัก ส่วนใหญ่ก็แค่สิบห้าวินาที นานที่สุดก็ไม่เกินยี่สิบวินาที
ในช่วงเวลาสั้นๆ เช่นนี้ ต่อให้มีอันตราย เขาก็สามารถรับมือได้อย่างแน่นอน
ในเมื่อมาแล้วก็ต้องทำใจให้สงบ ปฏิบัติตามแผนการเดิมต่อไป
หลินโม่กระแอมเบาๆ เพิ่งจะอ้าปากเตรียมจะเรียกชื่อ ‘ซีเหวินจวิน’
ในเวลานี้เอง เขาก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติทางด้านหลัง
หันกลับไปมอง
ชายผู้หนึ่งที่มีเบ้าตากลวงโบ๋และมีเลือดไหลรินออกจากทวารทั้งเจ็ดยืนอยู่ตรงนั้น
เสื้อผ้าของอีกฝ่ายก็เต็มไปด้วยเลือดเช่นกัน
เลือดได้ปกปิดสีเดิมของเสื้อผ้าไปจนหมดสิ้น กระทั่งมีหยดเลือดหยดลงบนพื้นทีละหยดๆ จากชายเสื้อ
นี่คือผีร้ายที่ดุร้ายมากตนหนึ่ง
แต่ถึงจะดุร้ายแค่ไหน หลินโม่ก็ไม่คิดจะลงมือก่อน
เขาเป็นคนมีเหตุผล ประการสำคัญคืออีกฝ่ายก็ยังไม่ได้ลงมือ
ชั้นกระจกแห่งนี้น่าจะเป็นบ้านของอีกฝ่าย และตัวเขาเองต่างหากที่เป็นผู้บุกรุกเข้าไปในบ้านของคนอื่น ดังนั้นการที่อีกฝ่ายจะแสดงความโกรธเกรี้ยวออกมา จึงถือเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง
แต่หากต้องลงมือ หลินโม่ก็คงยอมให้ถูกทุบตีอยู่ฝ่ายเดียวไม่ได้หรอกนะ ย่อมต้องตอบโต้กลับไปอย่างแน่นอน
หลินโม่ไม่อยากเสียเวลา
เขาอ้าปากตะโกนขึ้นมา
“ซีเหวินจวิน พี่อยู่ที่นี่หรือเปล่า?”
หลินโม่หวังว่าจะได้รับเสียงตอบรับ แต่เขาก็ต้องผิดหวัง
ไม่มีเสียงตอบรับ
“ศาสตราจารย์โอเว่น!”
หลินโม่เลือกตัวเลือกรองลงมา
ครั้งนี้ ร่างโชกเลือดที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกลับเดินจ้ำอ้าวเข้ามาหา หลินโม่หรี่ตาลงเตรียมพร้อมลงมือ
แต่แล้วอีกฝ่ายก็เดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วจู่ๆ ก็หยุดเดิน
ยื่นมือส่งของบางอย่างมาให้
หลินโม่เหลือบมองดู เหมือนจะเป็นกระดาษขยำเป็นก้อน
มีคราบเลือดติดอยู่ด้วย
นี่มันหมายความว่ายังไง?
เขาเตรียมพร้อมจะลงมืออยู่แล้วเชียว แต่ผลปรากฏว่าผีร้ายที่น่าสะพรึงกลัวตนนี้กลับไม่เล่นตามน้ำ
หลังจากครุ่นคิดอยู่สองวินาที หลินโม่ก็เอื้อมมือไปรับมา
หากบนกระดาษมีคำสาป หรือมีการโจมตีที่ชั่วร้ายแอบแฝงอยู่ หลินโม่จะตวัดดาบตัดหัวผีร้ายตนนี้มาเตะเล่นเป็นลูกฟุตบอลทันที
แต่กลับไม่มีอะไรเลย
มันก็แค่กระดาษที่ถูกขยำเป็นก้อนและมีคราบเลือดติดอยู่เล็กน้อยเท่านั้น
วินาทีต่อมา รอบด้านก็มีเสียงฝีเท้าและเสียงร้องโหยหวนดังอื้ออึงขึ้นมา
คล้ายกับว่ามีคนกลุ่มใหญ่กำลังวิ่งกรูเข้ามาทางนี้
ในเวลานี้ ผีร้ายที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็เอ่ยกับหลินโม่ขึ้นมาประโยคหนึ่ง
“ตัวเลข... ตารางธาตุ หลีกเลี่ยง...”
คำพูดนี้คลุมเครือและฟังไม่ถนัด หลินโม่ฟังออกแค่ไม่กี่คำ วินาทีต่อมา ผีร้ายก็หยิบของบางอย่างที่ดูคล้ายกับรีโมทคอนโทรลออกมากด
ชั่วพริบตาเดียว เสียงร้องโหยหวนที่ดังกึกก้องอยู่รอบๆ ก็หายวับไป
ผีร้ายที่อยู่ตรงหน้าก็หายตัวไปเช่นกัน
หลินโม่รู้สึกเพียงแค่หน้ามืดไปวูบหนึ่ง จากนั้นก็พบว่าศาสตราจารย์กรีนและศาสตราจารย์วูล์ฟกำลังจ้องมองเขาอยู่ เมื่อทั้งสองเห็นหลินโม่ ก็รีบเข้ามาถามไถ่ว่าเกิดอะไรขึ้น
หลินโม่ไม่ได้สนใจพวกเขา แต่หันไปมองแผงหลอดไฟเรืองแสงแทน
ตัวเลขบนนั้นกลับไปเป็น 0000 เหมือนเดิมแล้ว
นี่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเขาได้กลับมาจากชั้นกระจกแล้ว
เพียงแต่นาตาชาหายตัวไป
เรื่องนี้หลินโม่รู้ดี เธอถูกสัตว์ประหลาดบางตัวในชั้นกระจกลักพาตัวไป
มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่กลับมาได้
ศาสตราจารย์กรีนและศาสตราจารย์วูล์ฟเดินเข้ามาล้อมรอบตัวเขาในเวลานี้ หลินโม่โบกมือห้ามไม่ให้พวกเขาพูดอะไร เขาต้องการเวลาพักผ่อนสักหน่อย
เขาต้องการเวลาพักผ่อนจริงๆ
เพราะในเวลานี้ หลินโม่กลับรู้สึกหมดเรี่ยวแรง
ราวกับไม่ได้กินข้าวมาหลายวันในโลกแห่งความเป็นจริง หรือราวกับเพิ่งวิ่งมาสิบกว่ากิโลเมตร
ไร้เรี่ยวแรง แขนขาอ่อนเปลี้ย
เห็นได้ชัดว่าการเจาะทะลวงชั้นกระจกส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างมหาศาล จำเป็นต้องแบกรับภาระที่หนักหน่วง
เมื่อกระบวนการเจาะทะลวงชั้นกระจกสิ้นสุดลง ผลกระทบเหล่านี้ก็จะสะท้อนกลับมาที่ร่างกายในทันที
ซึ่งสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน
ในเวลานี้ ศาสตราจารย์กรีนและศาสตราจารย์วูล์ฟไม่กล้าถามอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า พวกเขารู้ดีว่า การทดลองในครั้งนี้จะต้องเกิดเรื่องที่น่ากลัวขึ้นอย่างแน่นอน
ผู้ช่วยสาวสวยของหลินโม่หายตัวไป
นี่คือหลักฐานที่ดีที่สุด
และในสายตาของพวกเขา หลินโม่และผู้ช่วยสาวหายตัวไปพร้อมกัน แต่ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที หลินโม่กลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง ทว่าผู้ช่วยสาวกลับไม่กลับมาด้วย
สิ่งนี้ก็อธิบายปัญหาได้ชัดเจนแล้ว
ในเวลานี้ หลินโม่นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงบอกให้ศาสตราจารย์กรีนไปหยิบรูปถ่ายหมู่ของนักวิทยาศาสตร์ในห้องทดลองมาให้
อีกฝ่ายไม่ได้ถามอะไร รีบไปหยิบมาให้ทันที
จากนั้นหลินโม่ก็มองดูรูปถ่าย ชี้ไปที่คนคนหนึ่งบนนั้นแล้วถามว่าคนนี้คือใคร
“เขาคือนักวิจัยฮิลตัน เป็นหนึ่งในผู้ช่วยของศาสตราจารย์โอเว่น”
ศาสตราจารย์กรีนตอบ
“ผมเคยเห็นเขาข้างในนั้น หมอนั่นกลายเป็นสัตว์ประหลาดไปแล้ว คอยาว แขนยาว ตัวก็ยาว อันตรายมาก”
หลินโม่กำลังพูดถึงสัตว์ประหลาดที่เขาพบในชั้นกระจกหมายเลข 2799
ตอนนั้นเขาก็รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่แล้ว
นั่นเป็นเพราะหลินโม่เคยดูรูปถ่ายหมู่ของพนักงานในห้องทดลองมาก่อน
เพียงแต่ตอนนั้นเขายังนึกไม่ออกทันที
“นักวิจัยฮิลตันก็หายสาบสูญไปในอุบัติเหตุครั้งนั้นเช่นกัน”
“ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด คนที่หายสาบสูญไปในตอนนั้น ล้วนอยู่ในโลกชั้นกระจกทั้งสิ้น ผมจำเป็นต้องทำการเจาะทะลวงอีกครั้ง”
หลินโม่บอกความต้องการของตัวเองไปตรงๆ
ครั้งนี้เขายังชุบชีวิตซีเหวินจวินไม่สำเร็จ
ย่อมต้องไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอน
เมื่อยังไม่บรรลุเป้าหมาย ก็ต้องพยายามต่อไป
ยิ่งไปกว่านั้น คนที่ต้องการชุบชีวิตก็ยังไม่ฟื้น แต่กลับต้องสูญเสียคนไปอีกหนึ่งคน
นาตาชาถูกจับตัวไปแล้ว
แม้ว่าหลินโม่จะไม่ได้มีความผูกพันลึกซึ้งอะไรกับปีศาจสาวตนนี้ ซึ่งเดิมทีก็คิดจะหลอกใช้เขา แต่ในภายหลังอีกฝ่ายก็มาเป็นผู้ช่วยของเขา และคอยช่วยเหลืองานต่างๆ มากมาย
ถึงจะไม่มีความดีความชอบ แต่ก็มีความเหนื่อยยาก
ยิ่งไปกว่านั้น ยังถูกจับตัวไปต่อหน้าต่อตาเขาอีกด้วย
เรื่องนี้จะปล่อยให้จบลงง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้ อย่างน้อยหลินโม่ก็ต้องทวงหน้าตากลับคืนมาให้ได้
“การทดลองเจาะทะลวงในครั้งนี้ พวกเราได้เตรียมการอย่างรัดกุมที่สุดแล้ว แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าสุดท้ายแล้วจะยังมีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้น” ศาสตราจารย์กรีนกำลังพูดถึงความคลาดเคลื่อนของชั้นกระจกที่เกิดขึ้นในระหว่างการเจาะทะลวงครั้งที่สาม
ส่งผลให้หลินโม่หลุดเข้าไปในโลกชั้นกระจกที่ไม่ได้ตั้งค่าเอาไว้
เรื่องนี้ทำให้ศาสตราจารย์กรีนและศาสตราจารย์วูล์ฟตกใจแทบแย่
พวกเขากลัวจริงๆ ว่าหลินโม่จะหายสาบสูญไปด้วย
หากเป็นเช่นนั้น การจะดำเนินการทดลองเช่นนี้ต่อไป ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
โชคดีที่หลินโม่กลับมาได้
ดังนั้นพวกเขาจึงไม่อยากดำเนินการทดลองต่อไปในทันที อย่างน้อยก็ต้องหาสาเหตุของปัญหาก่อนหน้านี้ให้พบเสียก่อน
หลินโม่ไม่ได้พูดอะไร เขารู้ว่าศาสตราจารย์กรีนและศาสตราจารย์วูล์ฟกำลังเป็นห่วงเขา ท้ายที่สุดแล้วในระหว่างการทดลองก็เกิดความผิดพลาดอย่างร้ายแรง ผลลัพธ์ที่ตามมานั้นไม่อาจคาดเดาได้เลย
เรียกได้ว่าการที่เขากลับมาได้นั้น ถือเป็นความโชคดีล้วนๆ
“บางที อาจจะไม่ได้ฟลุคก็ได้นะ!”
หลินโม่นึกถึงผีร้ายอาบเลือดตนนั้น และนึกถึงการกระทำสุดท้ายของอีกฝ่าย
ในเวลานี้ เขาหันไปมองศาสตราจารย์กรีน แล้วถามว่ามีรีโมทคอนโทรลสำหรับควบคุมกระบวนการทดลองบ้างไหม?
“สิ่งที่คุณพูดถึง คือเจ้านี่ใช่ไหม?”
ศาสตราจารย์กรีนหยิบของบางอย่างออกมาจากลิ้นชัก
มันเป็นของสีดำรูปร่างคล้ายกับรีโมทคอนโทรล
เมื่อหลินโม่เห็นสิ่งนี้ ดวงตาก็เป็นประกาย และพยักหน้าทันที
“นี่คือรีโมทคอนโทรลที่ศาสตราจารย์โอเว่นสร้างขึ้น การใช้งานค่อนข้างซับซ้อน มีเพียงศาสตราจารย์โอเว่นคนเดียวเท่านั้นที่ใช้เป็น หลังจากที่เขาหายสาบสูญไป ก็ไม่มีใครใช้มันอีกเลย”
ศาสตราจารย์กรีนถอนหายใจ
ทว่าหารู้ไม่ว่า หลังจากที่หลินโม่ได้ยินประโยคนี้ เขาก็ถึงกับยืนนิ่งอึ้งไปเลย
ในใจเกิดคลื่นลมแรงโหมกระหน่ำ
ในเวลานี้ หลินโมก็นึกถึงกระดาษก้อนที่ผีร้ายในชั้นกระจกหมายเลข 4444 ยื่นมาให้
เขาแบมือออก
เผยให้เห็นกระดาษก้อนที่อยู่ในฝ่ามือ
กระดาษก้อนนี้กลับมาพร้อมกับเขาด้วย
เขารีบคลี่มันออก ผลปรากฏว่าบนกระดาษนั้น มีสูตรคำนวณเขียนไว้อย่างหนาแน่น
แม้ว่าหลินโม่จะอ้างตัวว่าเป็นนักวิจัย แต่ระดับและประสบการณ์ของเขายังไม่มากพอ
พูดง่ายๆ ก็คือ เขาอ่านของพวกนี้ไม่ออก
แต่เมื่อศาสตราจารย์กรีนที่อยู่ด้านข้างได้เห็น ก็ถึงกับส่งเสียงอุทานออกมา
“นี่มันข้อมูลการทดลองและสูตรคำนวณนี่นา นี่ นี่ คุณไปเอาของพวกนี้มาจากไหน?” น้ำเสียงของศาสตราจารย์กรีนถึงกับสั่นเครือ เพราะความตกใจอย่างสุดขีด
หลินโม่จึงเล่าเรื่องแปลกประหลาดที่เขาพบเจอในชั้นกระจกหมายเลข 4444 ให้ศาสตราจารย์ทั้งสองคนฟัง
“ผมสงสัยว่า ผีร้ายตนนั้น น่าจะเป็นศาสตราจารย์โอเว่น”
ความสงสัยนี้มีหลักฐานมากมาย
อย่างแรกคือรีโมทคอนโทรลสีดำในมือของอีกฝ่าย
ศาสตราจารย์กรีนเคยบอกไว้ว่า ศาสตราจารย์โอเว่นเป็นคนสร้างมันขึ้นมากับมือ และมีเพียงเขาเท่านั้นที่ใช้เป็น
แต่ผีร้ายตนนั้นกลับมีรีโมทคอนโทรลอยู่ในมือด้วย
นี่คือหลักฐานชิ้นที่หนึ่ง
นอกจากนี้ หลินโม่ก็นึกขึ้นได้ว่า หลังจากที่เขาร้องเรียกชื่อศาสตราจารย์โอเว่น ผีร้ายตนนั้นถึงได้มีการตอบสนองและการเคลื่อนไหวในเวลาต่อมา
สามารถอนุมานได้ว่า ในตอนแรกอีกฝ่ายก็ไม่รู้ว่าเขาเข้ามาทำไม จึงคอยสังเกตการณ์อยู่
แต่เมื่อได้ยินเขาเรียกชื่อศาสตราจารย์โอเว่น อีกฝ่ายก็รู้ว่าเขามาตามหา จึงได้มีพฤติกรรมส่งกระดาษโน้ตและฝากข้อความมาให้
“จริงสิ ยังมีข้อความด้วย!”
หลินโม่นึกถึงคำพูดที่ผีร้ายตนนั้นบอกกับเขา
เพียงแต่ความสามารถในการสื่อสารของอีกฝ่ายดูเหมือนจะได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทำให้คำพูดที่เปล่งออกมาฟังดูคลุมเครือ
ยังไงเสีย หลินโม่ก็ได้ยินคำสำคัญเพียงไม่กี่คำเท่านั้น
“ตัวเลข... ตารางธาตุ หลีกเลี่ยง... เขาพูดแบบนี้เหรอ?”
ศาสตราจารย์กรีนเอ่ยถามหลังจากรับฟังจบ
หลินโม่พยักหน้า บ่งบอกว่าเขาฟังออกแค่นี้จริงๆ ถ้าไม่ไหว ไว้คราวหน้าลองไปถามในชั้นกระจกหมายเลข 4444 อีกรอบดีไหม?
“การที่คุณเข้าไปในชั้นกระจกหมายเลข 4444 ได้นั้น ไม่ได้เกิดจากการควบคุมของพวกเรา ดังนั้นต้องขออภัยด้วย พวกเราไม่สามารถส่งคุณเข้าไปที่นั่นได้อีกแล้ว”
ศาสตราจารย์กรีนส่ายหน้า
จากนั้นก็เสนอทฤษฎีสันนิษฐานขึ้นมาทฤษฎีหนึ่ง
“ฉันสงสัยว่า จนถึงตอนนี้ศาสตราจารย์โอเว่นก็ยังคงทำการทดลองอยู่ในโลกชั้นกระจก หลินโม่ คุณอาจจะได้รับผลกระทบจากศาสตราจารย์โอเว่น จึงทำให้การทดลองของพวกเราเกิดความคลาดเคลื่อน จนส่งผลให้คุณหลุดเข้าไปในชั้นกระจกหมายเลข 4444 นี่ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นการแทรกแซงโดยเจตนาของศาสตราจารย์โอเว่นต่างหาก”
“แล้วเขาทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร?”
“เพื่อส่งต่อข้อมูลไงล่ะ สูตรคำนวณบนกระดาษก้อนที่คุณนำกลับมา คือทฤษฎีการทดลองในชั้นกระจกที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เมื่อมีสิ่งนี้ พวกเราก็จะมั่นใจมากขึ้น นอกจากนี้ ในสูตรคำนวณยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของตัวเลขพิเศษบางตัวอีกด้วย”
จากนั้น ศาสตราจารย์กรีนก็หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา
บนนั้นมีตารางที่เขียนด้วยลายมือซึ่งดูซับซ้อนเป็นอย่างมาก
มีตัวอักษรและกรอบสี่เหลี่ยมมากมายเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ดูคล้ายกับอุปกรณ์ที่ซับซ้อน หรืออาจจะเหมือนกับพิมพ์เขียวการออกแบบชิประดับไฮเอนด์
“นี่คือตารางธาตุ” ศาสตราจารย์กรีนแนะนำ
หลินโม่บอกว่าอย่ามาหลอกกันเลย ผมเคยเห็นตารางธาตุมาแล้ว มันไม่ได้มีหน้าตาแบบนี้สักหน่อย
“นี่คือตารางธาตุในโลกแห่งความมืดต่างหาก” ศาสตราจารย์กรีนทำหน้าเหมือนหลินโม่เป็นคนไม่เคยเห็นโลกกว้าง
ครั้งนี้หลินโม่ถึงกับเงียบไปเลย
คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีของแบบนี้อยู่ด้วย
โลกแห่งความมืด ก็คือโลกแห่งฝันร้ายนั่นเอง
“ธาตุที่นี่มีเยอะกว่า และซับซ้อนกว่ามาก ยิ่งไปกว่านั้น ธาตุบางชนิด ยังมีอยู่เฉพาะในสถานที่พิเศษ หรือในโลกชั้นกระจกบางชั้นเท่านั้น”
จากนั้นเขาก็ใช้นิ้วชี้ไปที่ตำแหน่งต่างๆ บนกระดาษ
บอกว่าเหล่านี้คือธาตุที่ศาสตราจารย์โอเว่นพูดถึงในสูตรคำนวณ ซึ่งสอดคล้องกับตัวเลขบางตัว
“เมื่อนำตัวเลขไปแทนค่าในสูตรคำนวณ ก็จะได้ผลลัพธ์ที่เหมือนกัน นี่คือคำเตือน และยังเป็นคำใบ้อีกด้วย ศาสตราจารย์โอเว่นต้องการจะบอกพวกเราว่า โลกชั้นกระจกที่เชื่อมโยงกับตัวเลขเหล่านี้ เป็นสถานที่ที่อันตราย หากหลุดเข้าไป มีแต่ตายกับตายเท่านั้น”
หลักการนี้หลินโม่เข้าใจ
แต่เขากลับรู้สึกไม่เข้าใจอยู่บ้าง
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ แล้วทำไมศาสตราจารย์โอเว่นถึงไม่ออกมาด้วยตัวเอง เพื่อบอกผลการวิจัยให้กับพวกคุณล่ะ?”
ความหมายของหลินโม่ก็คือ ในเมื่อผีร้ายตนนั้นคือศาสตราจารย์โอเว่น ในเมื่ออีกฝ่ายสามารถส่งตัวเองเข้าไปได้ ตามหลักการแล้ว เขาก็น่าจะสามารถออกมาเองได้เช่นกัน
“มันต้องมีเหตุผลบางอย่าง ที่ทำให้เขาไม่สามารถออกจากโลกชั้นกระจกแห่งนั้นได้แล้ว เหมือนกับที่พวกเราไม่สามารถเข้าไปในโลกชั้นกระจกส่วนลึกได้อีกต่อไปนั่นแหละ”
ศาสตราจารย์วูล์ฟถอนหายใจ
เนื่องจากเขาเป็นหัวคนที่แช่อยู่ในโหลปลา ดังนั้นการถอนหายใจจึงเป็นการพ่นฟองอากาศออกมา
เดิมทีมันควรจะเป็นเรื่องเศร้า แต่ผลปรากฏว่ากลับดูตลกขบขันเสียอย่างนั้น
“แต่ก็ไม่เป็นไร ในเมื่อมีสูตรคำนวณที่ศาสตราจารย์โอเว่นให้มา พวกเราก็สามารถปรับปรุงรายละเอียดการทดลองให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นได้ ครั้งหน้าจะต้องปลอดภัยกว่าเดิมอย่างแน่นอน”
ในเวลานี้ หลินโม่ก็เสนอความคิดเห็นขึ้นมาเช่นกัน เขาบอกว่าขอเพิ่มเวลาอีกหน่อยได้ไหม แค่สิบห้าวินาที ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย
“เวลาสิบห้าวินาทีเป็นเพียงการตั้งค่าเพื่อความปลอดภัยเท่านั้น ในความเป็นจริง พวกเราสามารถตั้งเวลาได้สูงสุดถึงห้านาที”
“ห้านาทีงั้นหรือ?” หลินโม่ลองคิดดู แล้วตอบตกลง ถือว่าเพียงพอแล้ว
[จบแล้ว]