เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1748 คุณชายเจียง โปรดสั่งการมาได้เลยครับ

ตอนที่ 1748 คุณชายเจียง โปรดสั่งการมาได้เลยครับ

ตอนที่ 1748 คุณชายเจียง โปรดสั่งการมาได้เลยครับ


ตอนที่ 1748 คุณชายเจียง โปรดสั่งการมาได้เลยครับ

ทว่า... ความมีเหตุผลและการยอมถอยของ ซาร่า กลับฟังดูระคายหู เจอร์รี่ อย่างที่สุด

ความรู้สึกเหนอะหนะเย็นเฉียบที่เป้ากางเกง เสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังกึกก้อง และสายตาของ เจียงเฉิง ที่มองมาอย่างเหยียดหยามราวกับเขาก็แค่ฝุ่นผง... สิ่งเหล่านี้กำลังกัดกินสติสัมปชัญญะสุดท้ายของเขาจนแหลกลาญ

ความอัปยศอันมหาศาลโหมกระหน่ำจนบดขยี้ความหวาดกลัวก่อนหน้าเสียสิ้น ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความคลุ้มคลั่งอย่างคนเสียสติ!

“NO! I’m not going anywhere!”

(ไม่! ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น!)

เจอร์รี่ สะบัดแขนเพื่อนร่วมทีมที่เข้ามาพยุงอย่างแรง เขาแผดเสียงคำรามลั่น ดวงตาแดงก่ำด้วยเส้นเลือดขณะจ้องเขม็งไปที่ เจียงเฉิง ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ มือที่สั่นเทาล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงที่เปียกชุ่ม

“You think you’ve won? You dirty animal!”

(แกคิดว่าแกชนะแล้วงั้นเหรอ? ไอ้เดรัจฉานโสโครกเอ๊ย!)

เขาสั่นไปทั้งตัวขณะพยายามปลดล็อกหน้าจอโทรศัพท์อย่างลนลาน ปากก็พ่นคำด่าทอที่หยาบคายและโสมมที่สุดเท่าที่จะนึกออก เขาสติหลุดถึงขั้นขุดคำเหยียดเชื้อชาติขึ้นมาโจมตีอีกฝ่ายอย่างบ้าคลั่ง

เจอร์รี่ แผดเสียงแหลมสูงราวกับคนจมน้ำที่พยายามคว้าฟางเส้นสุดท้าย

“I’m calling my father! I’m calling the embassy! You’re finished! Your family is finished! I will make sure you pay for this! I will ruin you!”

(ฉันจะโทรหาพ่อ! ฉันจะโทรหาสถานทูต! แกจบสิ้นแน่! โคตรเหง้าตระกูลแกต้องพินาศไปพร้อมกัน! ฉันจะทำให้แกต้องชดใช้ ฉันจะทำลายแกให้ย่อยยับ!)

การกระทำอันเสียสติที่พร้อมจะลากปัญหาไปสู่ข้อพิพาทระดับนานาชาติของเขา ทำเอา ซาร่า และเพื่อนร่วมทีมถึงกับหน้าซีดเผือด พวกเขารู้ดีว่า... วินาทีนี้เรื่องราวมันบานปลายเกินกว่าจะควบคุมหรือเยียวยาได้อีกต่อไปแล้ว

และในจังหวะที่ เจอร์รี่ กำลังจะกดปุ่มโทรออกนั้นเอง...

เจียงเฉิง ที่นิ่งสงบราวกับกำลังนั่งดูละครตลกมาตลอด ในที่สุดเขาก็ขยับตัวเสียที

เขาแทบไม่ได้เปลี่ยนท่าทางด้วยซ้ำ เพียงแค่ค่อยๆ ล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาอย่างเนิบนาบ เขาปลดล็อกหน้าจอแล้วเลื่อนหาเบอร์โทรศัพท์เบอร์หนึ่ง ซึ่งแม้จะไม่ได้บันทึกชื่อไว้ แต่เขากลับจำมันได้ขึ้นใจ

เจียงเฉิง กดโทรออกต่อหน้าต่อตาทุกคนอย่างไม่ทุกข์ร้อน และปลายสายก็กดรับแทบจะในวินาทีเดียวกัน

น้ำเสียงของ เจียงเฉิง ราบเรียบยิ่งกว่าครั้งไหนๆ มันราบเรียบจนปราศจากอารมณ์ความรู้สึก ทว่ากลับแฝงไปด้วยความเยือกเย็นที่มากพอจะแช่แข็งดวงวิญญาณของผู้ที่ได้ยิน

“ฮัลโหล”

“สวัสดีครับคุณชายเจียง... โปรดสั่งการมาได้เลยครับ” ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงนอบน้อมสูงสุด

“ส่งคนที่อยู่ใกล้ที่สุดมาที่นี่... พวกนายน่าจะรู้สถานการณ์ดีอยู่แล้วใช่ไหม? มาลากคอพวกมันออกไปซะ”

เมื่อ ซาร่า เห็นว่า เจียงเฉิง เองก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมา สีหน้าของเธอก็ยิ่งฉายแวววิตกกังวลหนักกว่าเดิม แต่ในเมื่อ เจอร์รี่ กดโทรออกไปแล้ว ตอนนี้จะห้ามอย่างไรก็คงไม่ทันการณ์

ฟู่หยาง และคนอื่นๆ เริ่มขยับมายืนรวมกลุ่มกันที่ด้านหลังของ เจียงเฉิง สถานการณ์ของทั้งสองฝ่ายเริ่มแปรสภาพเป็นการเผชิญหน้าและตั้งป้อมปะทะกันอย่างเต็มรูปแบบ

ทว่าเมื่อเปรียบเทียบกับ เจอร์รี่ ที่กำลังคลุ้มคลั่งเหมือนหมาโดนน้ำร้อนลวก ท่าทางของ เจียงเฉิง กลับดูผ่อนคลายและราบเรียบกว่าหลายเท่าตัว

เมื่อเห็น เจียง ชูหราน เดินเข้ามา เจียงเฉิง ก็ยื่นแขนออกไปโอบเอวเธอไว้แล้วดึงเข้ามาพิงรถข้างกายอย่างเป็นธรรมชาติ แม้ภายในใจของเธอจะเต็มไปด้วยความกังวล แต่ในสถานการณ์ที่มีผู้คนรุมล้อมเช่นนี้ เธอจึงเลือกที่จะวางตัวอย่างสงบนิ่งและปิดปากเงียบ ไม่เอ่ยถามสิ่งใดให้ระคายเคือง

เจียง ชูหราน ทำเพียงส่งยิ้มบางๆ ให้เขา แล้วยืนเคียงข้างปล่อยให้เขาโอบเอวไว้แต่โดยดี ราวกับจะประกาศให้โลกรู้อยู่กลายๆ ว่าเธอเชื่อมั่นในตัวชายคนนี้อย่างที่สุด

เวลาผ่านไปไม่ถึงสองนาที ขณะที่ เจอร์รี่ ยังคงเดินงุ่นง่านรอโทรศัพท์จากครอบครัวอย่างร้อนรน จู่ๆ เสียงไซเรนแหลมคมก็ดังแว่วมาจากที่ไกล ก่อนจะพุ่งตรงมายังสนามแข่งอย่างรวดเร็ว

สายตาทุกคู่หันขวับไปมองตามต้นเสียง รถหลายคันเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานเข้ามาเบรกจอดสนิทอย่างแม่นยำ ทว่า... รถที่ปรากฏสู่สายตาไม่ใช่รถตำรวจทั่วไป หากแต่เป็นรถตู้สีดำทะมึนของหน่วยปฏิบัติการพิเศษสามคัน ตามด้วยรถราชการของกระทรวงการต่างประเทศที่ติดป้ายทะเบียนพิเศษอีกหนึ่งคัน

ประตูรถถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว ชายฉกรรจ์ในชุดนอกเครื่องแบบราวแปดคนก้าวลงจากรถ ท่วงท่าคล่องแคล่ว สายตาเฉียบคมดุจเหยี่ยว กลิ่นอายความดุดันที่แผ่ออกมาทำให้ทั้งสนามตกอยู่ในความเงียบงันในพริบตา

ชายวัยกลางคนผู้เป็นหัวหน้าทีมกวาดสายตาไปรอบๆ ก่อนจะเมินเฉยต่อทุกคนแล้วตรงดิ่งไปหา เจียงเฉิง ทันที เขาพยักหน้าให้เล็กน้อยด้วยความนอบน้อมสูงสุด

“คุณชายเจียงครับ”

จากนั้นเขาจึงหมุนตัวไปเผชิญหน้ากับกลุ่มของ เจอร์รี่ พร้อมชูตราประจำตัวสีเข้มขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยอำนาจเด็ดขาด

“หน่วยความมั่นคงแห่งรัฐ... เรากำลังปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เนื่องจากมีข้อสงสัยว่าพฤติกรรมของพวกคุณอาจเข้าข่ายภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ เราจึงขอให้พวกคุณให้ความร่วมมือในการสืบสวนด้วยครับ”

“จัดการเก็บของใช้ส่วนตัวทั้งหมดแล้วตามเราไป ส่วนรถแข่งและอุปกรณ์ของพวกคุณ ทางเราจะทำการอายัดไว้ตรวจสอบ... สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ เราจะแจ้งให้ทราบผ่านช่องทางทางการทูตอย่างเป็นทางการในภายหลัง”

เขากดเสียงต่ำทิ้งท้าย: “กรุณาให้ความร่วมมือด้วย... มิฉะนั้น เราจำเป็นต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด”

ไม่มีการเปิดโอกาสให้โต้แย้ง ไม่มีคำอธิบายเหตุผลใดๆ ...มีเพียงคำสั่งประกาศิตที่ไม่อาจขัดขืนได้เท่านั้น

เจอร์รี่ ที่เพิ่งดึงสติกลับมาจากความช็อก พอได้ยินคำสั่งเขาก็แสดงอาการเหมือนแมวถูกเหยียบหางทันที เขาชูโทรศัพท์มือถือขึ้นพลางแผดเสียงตะโกนอย่างคลุ้มคลั่ง

“What? National security? This is ridiculous! I’m calling my father! I’m calling the embassy! You have no right…”

(อะไรนะ? ความมั่นคงของชาติงั้นเหรอ? ตลกสิ้นดี! ฉันจะโทรหาพ่อ! ฉันจะโทรหาสถานทูต! พวกแกไม่มีสิทธิ์มา...)

ทว่าชายผู้เป็นหัวหน้าทีมกลับไม่มีกะจิตกะใจจะมายืนต่อความยาวสาวความยืด เขาเพียงแค่ทวนประโยคเดิมด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยและน้ำเสียงที่เย็นเยียบดุจเหล็กกล้า

“กรุณาให้ความร่วมมือด้วยครับ... นี่คือขั้นตอนตามกฎหมาย”

“I refuse! This is unlawful detention!”

(ฉันขอปฏิเสธ! นี่มันกักขังหน่วงเหนี่ยวชัดๆ!)

เจอร์รี่ แผดเสียงอย่างเสียสติ เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าภาพเหตุการณ์แบบที่เขาเคยเห็นแต่ในข่าวจากประเทศล้าหลัง จะมาเกิดขึ้นกับตัวเองกลางประเทศหัวเซี่ยแบบนี้!

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงดื้อดึง หัวหน้าทีมก็คร้านจะเสวนากับคนเขลา เขาเพียงตวัดสายตาเฉียบคมส่งสัญญาณให้ลูกน้องข้างกาย

โดยไม่ต้องรอคำสั่งซ้ำ เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบสองคนก็พุ่งเข้าประกบ เจอร์รี่ จากซ้ายขวา ล็อกแขนควบคุมตัวไอ้ฝรั่งที่กำลังสติแตกไว้แน่นหนาจนดิ้นไม่หลุด

เจ้าหน้าที่อีกคนจัดการยึดโทรศัพท์ในมือ เจอร์รี่ ไปอย่างง่ายดาย ขณะเดียวกันพวกเขายังตรวจค้นและยึดอุปกรณ์บันทึกภาพทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกล้องแอ็กชันแคมตามตัวรถหรือติดบนหมวกนิรภัย

กระบวนการทั้งหมดดำเนินไปอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ไร้ซึ่งความชักช้าหรือยืดเยื้อ

“How dare you! This is my private property!”

(พวกแกกล้าดียังไง! นี่มันทรัพย์สินส่วนตัวนะ!)

เจอร์รี่ พยายามดิ้นรนแผดเสียงอย่างไม่ยอมรับความจริง ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ

ซาร่า และสมาชิกทีมแข่งคนอื่นๆ หน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว เมื่อต้องเผชิญกับมาตรการรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน หลายคนพยายามหันไปขอความช่วยเหลือจาก เจียงเฉิง... แต่เมื่อสบตาที่เยือกเย็นของเขา ก็ไม่มีใครกล้าปริปากโต้แย้งแม้แต่คำเดียว สุดท้ายอุปกรณ์สื่อสารของทุกคนก็ถูกยึดไปจนหมดสิ้น

สมาชิกทีมรถแข่งต่างชาติที่เคยทำตัวกร่างเมื่อไม่กี่นาทีก่อน บัดนี้กลับมีสภาพไม่ต่างจากเป็ดที่ถูกบีบคอ พวกเขาถูก ‘คุ้มกัน’ ขึ้นรถตู้สีดำไปท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงัดและกดดันจนแทบหายใจไม่ออก

หลังจากต้อนกลุ่มคนต่างชาติขึ้นรถจนหมด หัวหน้าทีมก็ตีหน้าขรึมเดินกลับมายังกลุ่มสมาชิกคลับ HAC บรรดาคุณชายทายาทเศรษฐีที่กำลังสะใจพลันรู้สึกประหม่าขึ้นมาทันที บรรยากาศรอบตัวกลับมาอึดอัดจนหลายคนทำตัวไม่ถูก

หัวหน้าทีมกวาดสายตามองทุกคนก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นทางการ

“ทุกท่านครับ สำหรับเหตุการณ์ในค่ำคืนนี้มีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานต่างประเทศและประเด็นความมั่นคงที่อ่อนไหว เพื่อให้การจัดการเป็นไปอย่างรัดกุมและป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือภาพวิดีโอที่ถูกบิดเบือนจนอาจกลายเป็นประเด็นพิพาทระดับนานาชาติ... ทางเราจึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากพวกคุณทุกคน”

เขาหยุดจังหวะเพื่อให้คำพูดนั้นกดทับลงในใจของทุกคนก่อนจะพูดต่อ: “ขอความกรุณาให้ทุกท่านส่งมอบอุปกรณ์สื่อสารและกล้องบันทึกภาพทุกชนิดให้กับทางเรา เจ้าหน้าที่เทคนิคจะทำการ ‘ลบ’ ภาพและเสียงที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ทั้งหมด โดยขั้นตอนทั้งหมดจะดำเนินการต่อหน้าพวกคุณเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีการก้าวก่ายข้อมูลส่วนตัว และเมื่อเสร็จสิ้นเราจะส่งคืนอุปกรณ์ให้ทันทีครับ”

พอได้ยินคำสั่ง ทุกคนก็อึ้งไปชั่วขณะก่อนจะเข้าใจสถานการณ์ในทันที

อ๋อออ… ที่แท้ก็ต้องการควบคุมไม่ให้ข้อมูลรั่วไหล... เหมือนกับที่ยึดโทรศัพท์ของพวกเจอร์รี่ไปเมื่อครู่นี้เอง!

แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือคนกลุ่มนี้ไม่มีใครคิดจะโต้แย้ง เริ่มตั้งแต่ ฟู่หยาง เสิ่นล่าง ไล่ไปจนถึงสมาชิกคลับ HAC ทุกคนต่างพากันเดินไปวางโทรศัพท์มือถือลงในกล่องเก็บของแบบพิเศษอย่างเป็นระเบียบและว่าง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ระหว่างนั้น เจียงเฉิง ยังคงยืนพิงรถ ก้มหน้ากดโทรศัพท์มือถือเล่นเงียบๆ ราวกับเรื่องรอบกายไม่มีความเกี่ยวข้องกับเขา

เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อย หัวหน้าทีมก็เดินเข้าไปหา เจียงเฉิง แล้วกระซิบรายงานด้วยท่าทีนอบน้อม: “คุณชายเจียงครับ... ทางนี้พวกผมจะจัดการเก็บกวาดทุกอย่างให้เรียบร้อย คุณชายโปรดวางใจได้เลยครับ”

เจียงเฉิง เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบถามเสียงเบา: “มันจะไม่ลำบากพวกนายใช่ไหม?”

ชายคนนั้นรีบส่ายหน้าทันที: “คุณชายวางใจได้ครับ การจัดการปัญหาประเภทนี้เป็นงานถนัดของพวกเราอยู่แล้ว รับรองว่าจะไม่มีผลกระทบด้านลบใดๆ ตามมาแน่นอน”

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตีความหมายผิดไป เจียงเฉิง ก็ยิ้มบางๆ พลางเอื้อมมือไปโอบไหล่เขาอย่างเป็นกันเองแล้วพูดต่อ: “เดี๋ยวๆ... วันนี้ผมก็แค่อยากให้บทเรียนพวกมันนิดหน่อยเท่านั้นแหละ เอาเป็นว่าหลังจากลบคลิปในโทรศัพท์เสร็จแล้ว... ก็ปล่อยตัวพวกมันไปซะ”

“หืม?” ชายคนนั้นถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย

เจียงเฉิง เลิกคิ้วพลางอธิบายด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ: “ก็แหม... ถึงยังไงพวกเขาก็ถือว่าเป็น ‘มิตรชาวต่างชาติ’ นี่นา ถ้าทำเรื่องให้ใหญ่โตเกินไปเดี๋ยวจะดูไม่งามเอาได้”

ความจริงแล้วสิ่งที่ เจียงเฉิง คิดนั้นต่างออกไป... หากปล่อยให้หน่วยงานรัฐควบคุมตัวไป โทษหนักสุดก็แค่การ ‘เนรเทศ’ ส่งกลับประเทศ ซึ่งนั่นจะทำให้ทีมรักษาความปลอดภัยของเขา ‘จัดการ’ พวกมันได้ไม่สะดวกนัก

เมื่อได้ยินคำสั่ง หัวหน้าทีมปฏิบัติการก็ไม่ได้ระแวงสงสัยในเจตนาเลยแม้แต่น้อย

เขากลับยิ่งรู้สึกชื่นชมและยกย่องว่า เจียงเฉิง ช่างสมกับเป็นทายาทตระกูลใหญ่ผู้มีบารมีอย่างแท้จริง ทั้งวิสัยทัศน์และการวางตัว ช่างแตกต่างจากพวกคุณหนูคุณชายทั่วไปที่วันๆ เอาแต่สร้างเรื่องเดือดร้อนให้ครอบครัวอย่างสิ้นเชิง

“รับทราบครับคุณชายเจียง... ถ้าอย่างนั้น ผมรู้แล้วว่าควรจัดการเรื่องนี้อย่างไรต่อ”

เมื่อมีเรื่องวุ่นวายระดับนี้เกิดขึ้น ทุกคนก็หมดอารมณ์ที่จะสนุกต่อในสนามแข่ง เดิมที เจียงเฉิง ตั้งใจจะให้ เสิ่นซวง ลองเอารถลงไปวิ่งสักสองสามรอบ แต่ในเมื่อ ฟู่หยาง ต้องรีบไปโรงพยาบาล และบรรดาสมาชิกคนอื่นๆ แม้จะยังยืนออกันอยู่ แต่บรรยากาศก็เปลี่ยนไปสิ้นเชิง

เสิ่นซวง เองก็เป็นคนรู้จักกาลเทศะ เธอเกรงใจและกลัวว่าจะกลายเป็นตัวถ่วงให้ เจียงเฉิง ต้องเสียเวลาจัดการธุระที่เหลือ จึงเลือกที่จะหาข้ออ้างและขอตัวกลับไปก่อนอย่างรู้งาน

เมื่อเห็น เจียงเฉิง โอบเอว เจียง ชูหราน ขึ้นรถขับออกไป สีหน้าของ หาน อันหนิง ก็ฉายแววหงุดหงิดอย่างไม่ปิดบัง เธอสะบัดหน้าเดินไปขึ้นรถของตัวเองแล้วขับรถพุ่งออกไปทันที

แม้คืนนี้เขาจะไม่ได้ลงไปวาดลวดลายในสนามมากนัก แต่เรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นก็กินเวลาไปไม่น้อย กว่าจะกลับถึงคอนโดหรูเหรินจี้ ซานจวง เวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่เที่ยงคืน

ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้องเข้ามา เจียง ชูหราน ก็ถูก เจียงเฉิง ดันร่างจนแผ่นหลังแนบชิดกับผนังห้องทันที!

สัมผัสที่จู่โจมอย่างกะทันหันทำให้หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ เธอถูกกักไว้ภายใต้อ้อมแขนและลมหายใจร้อนผ่าวของเขา เจียง ชูหราน หลับตาพริ้ม แพขนตาสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น ภายในใจไร้ซึ่งแรงต้านทาน ตรงกันข้าม... เธอกลับเตรียมใจและแอบคาดหวังถึง ‘บทสรุป’ ของค่ำคืนนี้เอาไว้แล้ว

เธอรู้ดีว่าเมื่อความรักสุกงอม สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือธรรมชาติที่แสนงดงาม

ทว่า... การ ‘รุกราน’ อย่างหนักหน่วงที่เธอเฝ้ารอ กลับหยุดชะงักลงเสียดื้อๆ

จุมพิตที่เคยดูดดื่มค่อยๆ ผละออกอย่างอ่อนโยน เจียงเฉิง ยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระหน้าตาเฉย

เจียง ชูหราน ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ดวงตาคู่สวยฉ่ำเยิ้มและแฝงไปด้วยความประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด เขา... เขาหยุดแค่นี้งั้นเหรอ? ความสับสนเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ หรือว่าเธอจะยังไร้เสน่ห์ไม่พอ? หรือว่าเขาจะเปลี่ยนใจกะทันหันกันแน่?

ความรู้สึกผิดหวังและความไม่มั่นใจเริ่มคลืบคลานเข้าเกาะกุมหัวใจของเธออย่างเงียบเชียบ

เมื่อทอดสายตามองใบหน้าหล่อเหลาของ เจียงเฉิง ที่อยู่ห่างไปเพียงคืบ สีหน้าของเขากลับดูเหมือนกำลังพยายาม ‘อดกลั้น’ อะไรบางอย่าง ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เธอสับสนและไม่เข้าใจมากกว่าเดิม

ความจริงแล้ว ไม่ใช่ว่า เจียงเฉิง ไม่อยากจะสานต่อภารกิจให้จบหรอกนะ แต่เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา เขาเพิ่งใช้ ‘การ์ดกลืนกินลูกหลาน’ ติดต่อกันไปถึงสองใบแล้ว

หากเขาใจร้อนเอาตอนนี้ ระดับความพึงพอใจของฝ่ายหญิงย่อมไม่สูงเท่าที่ควร ซึ่งมันดูไม่คุ้มค่าเอาซะเลย

ท้ายที่สุดแล้ว เจียง ชูหราน ก็ไม่ใช่ ‘เด็กสาวร้านนวด’ ทั่วไปเสียหน่อย...

อืม... จะว่าไปเปรียบเทียบแบบนี้ก็ดูจะไม่ค่อยถูกนัก อย่าได้ไปหลงจินตนาการเชียวว่าเวลาเด็กสาวเหล่านั้นเสนอ ‘บริการพิเศษ’ ให้ พวกเธอจะรู้สึกยินดีไปกับคุณจริงๆ

เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ก็มีแต่พวกผู้ชายวัยกลางคนกลิ่นตัวเหม็นสาบทั้งนั้น การที่พวกเธอฝืนใจปรนนิบัติได้อย่างเป็นธรรมชาติ ก็เพราะอำนาจของ ‘เงินตรา’ ล้วนๆ ต่างหาก

แต่สำหรับที่นี่... ในเมื่อเป็น ‘ครั้งแรก’ ของ เจียง ชูหราน เจียงเฉิง ย่อมต้องการสร้างความทรงจำที่แสนประทับใจและยอดเยี่ยมที่สุดให้กับเธอ

เจียงเฉิง ยื่นมือไปลูบผมของเธอเบาๆ น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนและนุ่มนวลยิ่งกว่าตอนที่จูบกันเมื่อครู่ซะอีก

“เริ่มจะหิวแล้วแฮะ... คืนนี้เราจะกินอะไรกันดีล่ะ?”

เมื่อเห็น เจียงเฉิง สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่า เจียง ชูหราน ก็พยายามกดข่มความว้าวุ่นในใจไว้สุดกำลัง เธอปรับน้ำเสียงให้ดูเป็นปกติที่สุด

“ฉัน... ฉันทานง่ายค่ะ ทานอะไรก็ได้ทั้งนั้น”

พูดจบสายตาเธอก็เหลือบไปเห็นนามบัตรใบหนึ่งบนโต๊ะ: “จริงสิ... บนโต๊ะมีนามบัตรร้านอาหารพรีเมียมที่ทางนิติฯ คอนโดแนะนำไว้ เห็นว่าปรุงสุกใหม่จานต่อจานและส่งถึงหน้าห้องเลยนะคะ ลองสั่งร้านนี้ดูดีไหม?”

ในเวลานี้ ขอเพียงเป็นอะไรที่ช่วยประหยัดเวลาได้ เจียงเฉิง ย่อมโอเคทั้งนั้น เขาพยักหน้าพลางถาม: “อืม... คุณเคยสั่งหรือยัง?”

“ยังเลยค่ะ” เธอส่ายหน้าอย่างซื่อตรง: “เดี๋ยวฉันลองดูนะคะ ขอสมัครสมาชิกแป๊บนึง”

“เอาสิ คุณจัดการได้เลย เดี๋ยวผมขอตัวไปอาบน้ำก่อน”

คำว่า ‘อาบน้ำ’ ทำให้ใบหูของ เจียง ชูหราน แดงซ่านขึ้นมาทันที: “โอเคค่ะ... งั้นฉันขอดูเมนูก่อนนะคะว่ามีอะไรน่ากินบ้าง”

เมื่อเห็นเธอแกล้งเดินไปที่โซฟาทำเป็นเช็กโทรศัพท์เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เจียงเฉิง ก็หัวเราะในลำคอเบาๆ เขาไม่ได้แกล้งเธอต่อก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าห้องน้ำไป

เจียงเฉิง ใช้เวลาอาบน้ำไม่นานตามสไตล์ ทันทีที่เขาเดินออกมาพร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของครีมอาบน้ำที่โชยมากับไอร้อน ภาพแรกที่เห็นคือ เจียง ชูหราน ที่นั่งหันหลังอยู่บนโซฟาบุนวมตัวใหญ่

เธอกำลังจดจ่ออยู่กับรายละเอียดอาหารในโทรศัพท์ ทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าเธอก็ลดมือลงแล้วหันกลับมามอง ท่วงท่านั้นทำให้เส้นสายส่วนเว้าส่วนโค้งบริเวณเอวและสะโพกของเธอเด่นชัดขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ

ลูกกระเดือกของ เจียงเฉิง ขยับขึ้นลงโดยไม่รู้ตัว... ให้ตายเถอะ นี่แหละที่เขาเรียกว่า ‘แรงดึงดูด’

เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะผ่อนฝีเท้าเดินเข้าไปสวมกอดเธอจากทางด้านหลังอย่างทะนุถนอม วางคางเกยบนกลุ่มผมอ่อนนุ่มพลางทอดสายตามองหน้าจอโทรศัพท์ในมือเธอ

“ยังเลือกไม่เสร็จอีกเหรอครับ?”

จบบทที่ ตอนที่ 1748 คุณชายเจียง โปรดสั่งการมาได้เลยครับ

คัดลอกลิงก์แล้ว