เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1736 กูจ่ายเงินซื้อมา... เพื่อให้มึงมาทำตัวเป็นภาระกูหรือไงวะ

ตอนที่ 1736 กูจ่ายเงินซื้อมา... เพื่อให้มึงมาทำตัวเป็นภาระกูหรือไงวะ

ตอนที่ 1736 กูจ่ายเงินซื้อมา... เพื่อให้มึงมาทำตัวเป็นภาระกูหรือไงวะ


ตอนที่ 1736 กูจ่ายเงินซื้อมา... เพื่อให้มึงมาทำตัวเป็นภาระกูหรือไงวะ

คล้อยหลัง ต้า มี่มี่ เดินพ้นประตูไปได้ไม่นาน เสียงโทรศัพท์จาก เจียง เจี้ยนหมิง ก็ดังขึ้นพอดี เจียงเฉิง เหลือบมองชื่อบนหน้าจอก่อนกดรับสายอย่างรวดเร็วและเป็นฝ่ายทักทายก่อน

“พ่อครับ... อยู่ที่นั่นเป็นยังไงบ้าง ทิเบตเป็นพื้นที่ราบสูง อากาศเบาบาง ร่างกายพ่อยังรับไหวใช่ไหมครับ?”

“ทุกอย่างราบรื่นดี ไม่ต้องห่วงหรอก งานที่นี่ยังไม่รัดตัวมาก พ่อเลยปรับตัวได้ค่อนข้างเร็ว” น้ำเสียงปลายสายแฝงความซาบซึ้งใจที่ลูกชายเป็นห่วง ทว่าเพียงครู่เดียวเขาก็วกเข้าประเด็นอย่างรวดเร็ว: “ว่าแต่... ‘แขก’ ของลูกกลับไปแล้วใช่ไหม? ตอนนี้คงว่างคุยธุระได้แล้วสิ?”

เจียงเฉิง อึ้งไปหลายวินาที ก่อนจะตอบกลับอย่างจนใจ: “พ่อครับ... ไม่ต้องพูดตรงขนาดนั้นก็ได้มั้ง”

ก็นะ... นอกจากทีมบอดี้การ์ดส่วนตัวแล้ว คนที่คอยประจำการคุ้มกันอยู่รอบคฤหาสน์แห่งนี้ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนที่มี ‘บัตรประจำตัว’ สายตรงมาจากปู่ใหญ่ทั้งนั้น ดังนั้นไม่ว่าเขาจะนัดเจอใครหรือทำเรื่อง ‘อย่างว่า’ ในปักกิ่ง... ย่อมไม่มีทางรอดพ้นหูตาของผู้ใหญ่ในบ้านไปได้ ถึงแม้ตัว เจียงเฉิง จะไม่เคยแคร์เรื่องพวกนี้เลยก็ตาม

เจียง เจี้ยนหมิง หัวเราะร่วน: “นี่แกจะให้พ่อแกล้งทำเป็นหูหนวกตาบอด ไม่รู้ไม่เห็นอะไรเลยหรือไง? ที่โทรมาเนี่ย... พ่อแค่อยากจะถามเรื่องเจียงไท่กรุ๊ปหน่อย”

“พ่อหมายถึงเรื่องลุงหวังเหว่ยใช่ไหมครับ?”

“อืม…” ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อ: “พ่อเคยบอกไปแล้วว่าเรื่องบริษัทให้ลูกจัดการได้ตามความเหมาะสม... แต่สำหรับหวังเหว่ย ถึงเขาจะมีข้อเสียและจุกจิกไปบ้าง แต่เนื้อแท้แล้วเขาไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร โดยเฉพาะช่วงแรกที่เพิ่งก่อตั้งบริษัท…”

เจียงเฉิง เงียบ ปล่อยให้ผู้เป็นพ่อรำลึกความหลังต่อไป

“ตอนนั้นลูกยังเด็ก พ่อมีเงินติดบัญชีอยู่แค่สองแสนหยวน แค่เอามาเป็นทุนหมุนเวียนยังแทบไม่พอ หนำซ้ำแต่ละเดือนยังต้องหาเงินไปจ่ายหนี้ธนาคาร... ในช่วงบุกเบิกที่ยากลำบากนั้น หวังเหว่ยถึงขั้นยอมไม่รับเงินเดือนนานถึงครึ่งปี เพื่อเอาเงินก้อนนั้นมาพยุงบริษัทไว้... พูดกันตามตรง ช่วงแรกเขาเป็นคนที่ใช้ได้และทุ่มเทมาก พ่อเองก็ยังรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณเขามาจนถึงทุกวันนี้”

เจียงเฉิง ย่อมเข้าใจความหมายที่พ่อต้องการจะสื่อเป็นอย่างดี... ท้ายที่สุดแล้ว หวังเหว่ย ก็คือพี่น้องร่วมสาบานที่เคยกอดคอฝ่าฟันความลำบากมาด้วยกัน ถึงแม้พอบริษัทใหญ่โตขึ้น หวังเหว่ย จะเริ่มเผยนิสัยเสียบางอย่างออกมาให้เห็น... แต่ เจียง เจี้ยนหมิง ก็มักจะเลือกหลับตาข้างหนึ่งและยอมปล่อยผ่านเสมอมา

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เจียง เจี้ยนหมิง ดูแลและปฏิบัติต่อ หวังเหว่ย เป็นอย่างดี นอกเหนือจากเงินเดือนประจำที่สูงถึงห้าแสนหยวนแล้ว โบนัสปลายปีของ หวังเหว่ย ก็มักจะเริ่มต้นที่หลักแสนหยวนขึ้นไปเสมอ

น้ำเสียงของ เจียง เจี้ยนหมิง อ่อนโยนลงเล็กน้อย เขากล่าวต่อ: “เพราะฉะนั้นพ่อเลยคิดว่า... ครั้งนี้พ่ออยากจะเป็นคนโทรไปคุยกับหวังเหว่ยเป็นการส่วนตัวดูสักรอบ ท้ายที่สุดพวกเราก็ทำงานร่วมกันมาหลายสิบปี... คำพูดบางประโยค ถ้าพ่อเป็นคนพูดออกไปเอง เขาอาจจะยอมรับฟังและเปิดใจมากกว่า... ถ้าเกิดเขายอมคิดได้ ยอมรับสภาพความเป็นจริง และรู้จักวางตัวให้ถูกต้อง... พ่อก็หวังว่าในอนาคต ลูกจะยังพอเหลือพื้นที่ให้เขาสักนิด และยอมเมตตาผ่อนปรนให้เขาสักหน่อยก็แล้วกันนะ”

เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงแฝงร่องรอยของการทอดถอนใจที่แทบจะจับสังเกตไม่ได้

“แต่แน่นอน... ถ้าเขายังดื้อดึงไม่ฟัง และไม่รู้จักแยกแยะว่าอะไรควรไม่ควร... หลังจากนี้พ่อก็จะไม่ขอก้าวก่ายเรื่องของเขาอีก ลูกอยากจะจัดการหรือลงดาบยังไงก็ทำได้ตามสบาย... พ่อสัญญาว่าจะไม่ยื่นมือเข้าไปสอดแทรกอย่างเด็ดขาด”

พูดกันตามตรง... ภายในใจของ เจียงเฉิง ก็แอบรู้สึกเห็นใจผู้เป็นพ่ออยู่ไม่น้อย อดีตเพื่อนสนิทวัยรุ่นอย่าง ‘ลุงชิวเจิ้ง’ แม้ตอนนี้จะย้ายมาอยู่ปักกิ่งแล้ว แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขา นอกเหนือจากความผูกพันในวัยเด็กแล้ว มันกลับถูกเจือปนไปด้วยการชั่งน้ำหนักผลประโยชน์และเล่ห์เหลี่ยมแอบแฝงมากมาย

ส่วนเพื่อนร่วมเป็นร่วมตายที่กอดคอสร้างธุรกิจมาด้วยกันตั้งแต่หนุ่ม... ตอนนี้ก็กำลังจะแตกหักฉีกหน้ากันเพียงเพราะความโลภ

เจียงเฉิง กำโทรศัพท์มือถือไว้แน่น สายตาทอดมองไปยังสวนอันเงียบสงบภายนอกหน้าต่าง เขารับรู้ได้ถึงความผูกพันอันลึกซึ้งและความจนใจที่ซ่อนอยู่ในน้ำเสียงของพ่ออย่างชัดเจน และเขาเข้าใจดีว่า... นี่คือความเมตตาและการไว้หน้าครั้งสุดท้าย ที่พ่อพยายามหยิบยื่นให้กับ หวังเหว่ย

เขาตอบรับ “อืม” เบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงสงบนิ่งทว่าเด็ดขาด: “ผมเข้าใจเจตนาของพ่อครับ วางใจได้เลย... ขอเพียงลุงหวังยอมคิดได้และก้าวถอยหลัง ผมก็จะไม่ต้อนเขาให้จนมุมหรือทำร้ายกันจนเกินเหตุ... การไว้หน้าและเกียรติในส่วนที่เขาควรได้รับ ผมจะมอบให้เขาอย่างแน่นอน”

ปลายสายตกอยู่ในความเงียบงันไปอึดใจหนึ่ง ก่อนที่เสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกของเจียงเจี้ยนหมิงจะดังแว่วมา “ดีมาก... งั้นตกลงตามนี้นะ”

………………………………………………

ณ เมืองฉางซา ภายในห้องสวีตส่วนตัวของไนต์คลับแห่งหนึ่ง อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นควันซิการ์ราคาแพง แอลกอฮอล์ และกลิ่นน้ำหอมที่หวานเลี่ยนจนน่าสะอิดสะเอียน

หวังเหว่ย ในชุดคลุมอาบน้ำที่เปิดอ้าซ่า หอบหายใจรุนแรง แววตาดุร้ายดุจสัตว์ป่าจ้องเขม็งไปยังเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกับนักศึกษาที่ขดตัวสั่นเทาอยู่บนพรมหรูหรา

เสื้อผ้าของเด็กสาวหลุดลุ่ยไม่เป็นทรง บนผิวพรรณที่เปลือยเปล่าของเธอ ปรากฏรอยแดงจากการถูกเฆี่ยนตีให้เห็นอย่างชัดเจนหลายแห่ง เธอกำลังส่งเสียงสะอื้นไห้อย่างแผ่วเบา

“จะร้องหาพระแสงอะไร! ทีตอนรับเงินทำตัวออดอ้อน พอตอนนี้ทำเป็นเรียกร้องความสงสารงั้นเหรอฮะ?” เขาคว้าแก้วเหล้าขึ้นมากระดกจนหมด แม้ดีกรีแรงจะแผดเผาลงไปถึงกระเพาะ ทว่าก็ไม่อาจดับไฟแค้นในอกได้

“กูจ่ายเงินซื้อตัวมึงมานะโว้ย... มึงมีหน้าที่ปรนเปรอกู ไม่ใช่มาทำตัวงี่เง่าเป็นภาระ!”

ภาพเหตุการณ์ในห้องประชุมเมื่อวานเปรียบเสมือนตราบาป ไอ้เด็กเมื่อวานซืนที่ชื่อ เจียงเฉิง กล้าพาพวกพนักงานใหม่มาฮุบอำนาจที่เขาสร้างมานับสิบปีไปต่อหน้าต่อตา!

สายตาของพวกนกสองหัวในห้องประชุมที่มองมา ทั้งสมเพช เยาะเย้ย และจ้องจะเสี้ยมให้เขาออกหน้าชนกับเจ้านายแทน... ความคับแค้นที่อัดแน่นทำให้เขาทำได้เพียงระบายมันลงกับเหยื่อที่อ่อนแอกว่า

หวังเหว่ย พุ่งเข้าไปกระชากผมเด็กสาวบังคับให้เงยหน้าขึ้น: “ในเมื่อรับเงินกูไปแล้ว ก็ต้องทำตัวให้ว่าง่าย อย่าให้กูเห็นมึงทำหน้าเป็นตูดตายซากอีก!”

เด็กสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดลึกๆ ในใจมีความโกรธแค้นและอัปยศซุกซ่อนอยู่ แม่มึงเถอะ!... คนที่มึงเรียกมาเสิร์ฟมันไม่ใช่กูซะหน่อย! ผู้หญิงคนก่อนหน้าโดนมึงทรมานจนทนไม่ไหวแอบหนีไปแล้วต่างหาก มาม่าซังถึงส่งกูมาสลับกะรับเคราะห์แทน!

ตลอดทั้งคืนไอ้หวังเหว่ยนอกจากจะเอาแต่สูบซิการ์และกระดกเหล้าแล้ว มันยังถุยน้ำลายลงพื้นไปทั่วห้อง ยิ่งหลังจาก ‘ระบายอารมณ์’ ใส่ผู้หญิงคนอื่นเสร็จ มันก็ยังไม่ยอมไปอาบน้ำล้างตัว เนื้อตัวเหม็นหึ่งจะให้เธอฝืนยิ้มระรื่นออกมาได้ยังไง!

เธอพยายามดิ้นรนขัดขืน: “คุณ... คุณจะทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้นะ...”

“กูทำไม่ได้งั้นเหรอ?” หวังเหว่ย แสยะยิ้มชั่วร้าย เขายกมืออีกข้างขึ้นเตรียมจะฟาด: “กูจ่ายเงินซื้อตัวมึงมา กูก็มีสิทธิ์ที่จะทำอะไรกับมึงก็ได้! ถ้ากูเห็นมึงขย้อนอ้วกออกมาอีกแม้แต่หยดเดียว... พ่อจะจับมึงมาลงแส้ให้หนักกว่าเดิม!”

เมื่อได้ยินคำข่มขู่ เด็กสาวก็ก้มมองรอยฟกช้ำบนร่างกายตัวเอง แม้จะเกลียดชังเข้ากระดูกดำ แต่เธอก็ไม่กล้าปริปากเถียง: “ฉันยอมอมแล้ว... ฉันจะไม่ขย้อนมันออกมาอีกแล้ว... ได้โปรดอย่าตีฉันเลยนะ...”

ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะกระจกก็สั่นสะเทือนขึ้นมาอย่างรุนแรง แสงไฟหน้าจอที่สว่างวาบดูเย็นเยียบและบาดตา

มือของ หวังเหว่ย ที่กำลังเงื้อขึ้นชะงักค้างกลางอากาศ เขากวาดตามองหน้าจอด้วยความรำคาญใจ แต่เมื่อดวงตาปะทะเข้ากับตัวอักษรสามคำว่า [เจียง เจี้ยนหมิง] สีหน้าที่เคยดุร้ายและบ้าคลั่งก็พลันแข็งทื่อ ความเกรี้ยวกราดมลายหายไปราวกับสายน้ำที่เหือดแห้ง ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกอย่างกะทันหัน

เจียง เจี้ยนหมิงงั้นเหรอ?! ทำไมจู่ๆ ถึงได้โทรมาในเวลานี้ล่ะ?!

ความหนาวเหน็บแล่นปราดเข้าเกาะกุมไปทั่วร่าง ในสมองเขาปรากฏภาพของ ‘ข้อมูลบัญชีลับ’ และแผนการ ‘เจาะยางบริษัท(1)’ ที่กำลังซุ่มวางแผนอยู่อย่างลับๆ ขึ้นมาทันที…

ก้อนเนื้อในอกเต้นรัวแรงราวกับถูกจับได้คาหนังคาเขา เด็กสาวที่นั่งสะอื้นอยู่บนพื้นก็เผลอหยุดร้องไห้ไปชั่วขณะ เธอเบนสายตาจ้องมองโทรศัพท์เครื่องนั้น... ทุกจังหวะการสั่นมันเปรียบเสมือนกับค้อนเหล็กที่ตอกย้ำลงไปบนหัวใจของเขา

หวังเหว่ย สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อขับไล่ความตื่นตระหนก วินาทีถัดมา เขาก็รีบปล่อยมือที่จิกผมเด็กสาวออกแล้วผลักร่างของเธอให้กระเด็นออกไปพ้นทาง พร้อมสบถลอดไรฟันว่า: “ไสหัวไป! แล้วห้ามส่งเสียงดัง!”

หลังจากไล่ตะเพิดเด็กสาว เขาก็รีบจัดระเบียบเสื้อคลุมอาบน้ำ พยายามสูดลมหายใจปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วที่ยังสั่นเทาเลื่อนหน้าจอกดรับสาย

และในวินาทีนั้นเอง... รอยยิ้มประจบสอพลอที่ดูนอบน้อมอย่างเหลือเชื่อก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า แตกต่างราวกับคนละคนกับซาตานเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง แม้กระทั่งน้ำเสียงก็ถูกปั้นแต่งให้ฟังดูนุ่มนวลและเป็นมิตรสุดๆ

“ฮัลโหล? พี่เจี้ยนหมิงครับ!”

……………………………………………

(1)[เจาะยางบริษัท (釜底抽薪) – แปลตรงตัวว่า ‘ถอนฟืนออกจากใต้กระทะ’ เป็นกลยุทธ์ลำดับที่ 19 ในตำรา ‘พิชัยสงคราม 36 กลยุทธ์’ ของจีน เปรียบเทียบกับน้ำในกระทะที่กำลังเดือดพล่าน หากเราใช้น้ำเย็นเติมลงไปก็ช่วยได้ชั่วคราว แต่ถ้าเรา ‘ถอนฟืน’ ที่เป็นต้นเหตุของความร้อนออก น้ำก็จะหยุดเดือดทันที]

จบบทที่ ตอนที่ 1736 กูจ่ายเงินซื้อมา... เพื่อให้มึงมาทำตัวเป็นภาระกูหรือไงวะ

คัดลอกลิงก์แล้ว