- หน้าแรก
- ระบบให้เป็นเทพทอฝัน ไม่ได้ให้เป็นจอมสลัดรัก
- ตอนที่ 1723 บัญชีนี้ถูกระงับการใช้งาน
ตอนที่ 1723 บัญชีนี้ถูกระงับการใช้งาน
ตอนที่ 1723 บัญชีนี้ถูกระงับการใช้งาน
ตอนที่ 1723 บัญชีนี้ถูกระงับการใช้งาน
เมื่อเห็นฝั่ง เจียงเฉิง เงียบกริบไปสิบวินาที มุมปากของ ‘นายน้อยจางพาบิน’ ก็ยกยิ้มเย้ยหยัน ทว่ายังไม่ทันที่มันจะได้พิมพ์ข้อความถากถางซ้ำ บนหน้าจอไลฟ์สดก็พลันสว่างวาบราวกับเกิดปรากฏการณ์ห่าฝนดาวตก!
‘หัวใจแห่งจักรวาล’ จำนวนนับไม่ถ้วนพวยพุ่งและเบ่งบานจนกลบหน้าจอจนมืดมิดด้วยแสงสีทองอร่าม แถบแจ้งเตือนของขวัญด้านข้างไหลเลื่อนด้วยความเร็วแสงจนอ่านไม่ทัน นายน้อยจางที่กำลังกุมโทรศัพท์เตรียมจะเปย์สู้ถึงกับช็อกจนตัวแข็งทื่อ
เจียงเฉิง ไม่ได้แค่เปย์ถล่มทลาย แต่เขายังทำให้ข้อความ ‘ประกาศก้องเซิร์ฟเวอร์’ เด้งขึ้นแจ้งเตือนผู้ใช้งานทั่วทั้งแพลตฟอร์ม! ในช่วงปี 2018 นั้น กฎของแอปโต่วอินระบุเอาไว้ว่า หากใครก็ตามที่สาดเงินเปย์ของขวัญจนสะสมครบ 100,000 เหรียญโต่วอินขึ้นไป ระบบจะทำการส่งข้อความแจ้งเตือนป็อปอัปไปทั่วทั้งแพลตฟอร์มทันที
ไม่นานนัก ข้อความแจ้งเตือนสีทองอร่ามก็เด้งขึ้นมาให้ผู้ใช้งานทุกคนในแอปโต่วอินได้เห็นพร้อมกัน
[ผู้ใช้งาน ID: พี่หลง มอบ ‘หัวใจแห่งจักรวาล’ x10 ให้กับห้องไลฟ์สดของเฉียว อินอิน, ยอดสะสมรวม 188,880 เหรียญโต่วอิน!]
[ผู้ใช้งาน ID: พี่หลง มอบ ‘หัวใจแห่งจักรวาล’ x10 ให้กับห้องไลฟ์สดของเฉียว อินอิน, ยอดสะสมรวม 188,880 เหรียญโต่วอิน!]
........................................
ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที เงินกว่าแปดหมื่นหยวนถูกสาดลงมาอย่างป่าเถื่อนและบ้าคลั่ง พลังทำลายล้างของตัวเลขเหล่านี้บดขยี้คอมเมนต์กวนประสาทและ ‘ซูเปอร์ร็อกเก็ต’ ง่อยๆ ของนายน้อยจางจนปลิวหายไปอย่างไร้ร่องรอย บรรยากาศในห้องไลฟ์สดที่เคยอึกทึกพลันเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาตกตะลึงจนหยุดหายใจไปชั่วขณะ
ความเงียบงันถูกทำลายลงด้วยเสียงกึกก้องของคลื่นมหาชน ช่องแชตในห้องไลฟ์สดระเบิดความคลุ้มคลั่งยิ่งกว่าเดิมหลายสิบเท่า:
[ตา… ตาฉันบอดไปแล้วเหรอวะเนี่ย? ‘หัวใจแห่งจักรวาล’ สี่สิบดวงรวดเนี่ยนะ?]
[เชี่ย! นี่เอาของระดับเทพมาจุดเล่นแทนประทัดหรือไงวะ?!]
[พี่หลงคือตำนาน! พี่หลงแม่งโคตรเทพเลยโว้ย!]
[อ้าว... แล้วไอ้คนที่ชื่อ ‘นายน้อยจาง’ ที่ทำแอ็กอาร์ตเปย์จรวดเมื่อกี้มันมุดหัวหนีไปไหนแล้ววะ? ไหนตะกี้มึงยังแหกปากปาวๆ ว่าเป็นบอสใหญ่ตัวจริงอยู่เลยนี่นา แน่จริงก็โผล่หัวออกมาเดินโชว์ตัวหน่อยสิวะ โดนตบหน้าหันจนหาทางกลับบ้านไม่เจอแล้วล่ะสิ ฮ่าๆๆ]
“สะใจฉิบหาย! นี่สิเขาถึงเรียกว่า ‘ป๋าตัวจริงระดับเทพ’ ไอ้จรวดง่อยๆ กระจอกๆ ของแกน่ะ... ยังมีหน้ากล้าเรียกตัวเองว่านักเปย์อีกเหรอวะ?]
ท่ามกลางห่าฝนของขวัญที่โหมกระหน่ำ ‘นายน้อยจางพาบิน’ ก็หายจ้อยไปราวกับถูกความอลังการนี้สยบจนตัวลีบ เขาเงียบกริบไปพักใหญ่จนแฟนคลับตัวจริงพากันรัวแชทถากถางด้วยความสะใจ
เมื่อทนแบกรับความอับอายไม่ไหว นายน้อยจางจึงจำใจต้องแถสีข้างเข้าถูเป็นครั้งสุดท้าย
[เหอะ... การแสดงละครจัดฉากหลอกควายเนี่ย ใครมันจะทำไม่เป็นบ้างวะ? ดูท่าพวกมึงคงทุ่มทุนสร้างจนเลือดตาแทบกระเด็นเลยสินะ! แค่มาตั้งกล้องขายไส้กรอกแฮมกิ๊กก๊อก... คิดเหรอว่าจะมีบอสใหญ่ตัวจริงที่โง่เอาเงินมาสาดให้ขนาดนี้? อย่ามาหลอกกูเสียให้ยาก!]
คำแก้ตัวของมันฟังดูไร้น้ำหนักและน่าสมเพชจนคนอ่านต้องส่ายหน้า เพราะต่อให้เป็นคนทั่วไป ก็ย่อมดูออกว่าพลังการเปย์ระดับนี้ไม่ใช่การจัดฉากของเอเจนซีที่ไหน! ทว่ายังไม่ทันที่ชาวเน็ตจะได้ตอกกลับ ภาพเหตุการณ์ที่น่าสะพรึงยิ่งกว่าก็บังเกิดขึ้น...
เจียงเฉิง กดยืนยันการเปย์ของขวัญอีกระลอก ทันใดนั้น ที่ด้านหลังชื่อไอดี ‘พี่หลง’ ก็ปรากฏ ‘ป้ายตราสัญลักษณ์พิเศษ’ ที่ดูทรงพลังและหายากยิ่งลอยเด่นขึ้นมา ด้านข้างตราสัญลักษณ์นั้นมีตัวอักษรข้อความกำกับไว้ว่า: [นักลงทุนเชิงกลยุทธ์แห่งโต่วอินเทคโนโลยี]
แม้ตราสัญลักษณ์นี้จะปรากฏขึ้นเพียงชั่วพริบตา แต่มันเปรียบเสมือนระเบิดนิวเคลียร์ลูกใหญ่ที่ถูกทิ้งลงกลางห้องไลฟ์สด มันจุดชนวนความคลั่งไคล้ให้พุ่งถึงขีดสุดจนบรรยากาศในแอปฯ แทบจะพังทลายลงในพริบตา!
[ห๊ะ! นี่กูตาฝาดไปหรือเปล่าวะเนี่ย?]
[นักลงทุนเหรอ? นักลงทุนของแอปโต่วอินเนี่ยนะ?]
[เชี่ยเอ๊ยยยยยย! สรุปว่าพี่หลงแกเป็นหนึ่งในบอสใหญ่ (ผู้ถือหุ้น) ของแพลตฟอร์มโต่วอินเหรอวะ?]
[มิน่าล่ะ... แกถึงได้กดสาดเงินเปย์ของขวัญเล่นเป็นว่าเล่นซะขนาดนั้น... ที่แท้พี่แกก็มีหุ้นส่วนอยู่ในแพลตฟอร์มนี้ด้วยนี่เอง!]
[ไอ้นายน้อยจางพาบิน... คราวนี้มึงจบเห่แล้วล่ะมึง! มึงดันแกว่งเท้าไปเตะโดนตอเหล็กกล้าไทเทเนียมเข้าให้แล้ว! นี่มึงกล้าดีตอแหลตั้งข้อสงสัยว่าของขวัญเป็นของปลอม... ต่อหน้าต่อตา ‘ผู้ถือหุ้น’ ของแพลตฟอร์มเลยเนี่ยนะ? โง่กว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!]
อันที่จริง ตัว เจียงเฉิง เองก็แอบตกใจไม่น้อยที่จู่ๆ ไอดีของเขาก็มีป้ายสัญลักษณ์บ้าบอนี่โผล่ติดมาด้วย เขาแค่ออกคำสั่งให้แบนไอดีไอ้เวรนั่นไปเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการจะประจบสอพลอถึงขั้นอัปเกรดสถานะบัญชีให้เขาแบบนี้
ทันทีที่ระเบิดลูกใหญ่ฟาดเข้าแสกหน้า ‘นายน้อยจางพาบิน’ ก็ถึงกับหุบปากสนิทและหายสาบสูญไปราวกับอากาศธาตุในทันที
เฉียว อินอิน จ้องมองไอดีที่ประดับด้วยตราสัญลักษณ์อันทรงอิทธิพลบนหน้าจอ หัวใจของเธอเต้นโครมครามรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกปลอดภัยที่เอ่อล้นเข้ามาผสานกับความภาคภูมิใจจนจุกอยู่ที่ลำคอ
ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้น แม้แต่ ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว ก็ยังตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ พวกเธอรู้ดีว่า เจียงเฉิง ร่ำรวยมหาศาลและมีธุรกิจในเครือมากมาย แต่ใครจะคาดคิดว่า... เขาจะเป็นถึง ‘นักลงทุนเชิงกลยุทธ์’ ของแพลตฟอร์มระดับโลกอย่างโต่วอินด้วย!
……………………………………
เฉียว อินอิน พยายามรวบรวมสติแล้วกล่าวขอบคุณ: “ขอบคุณสำหรับพายุฝน ‘หัวใจแห่งจักรวาล’ จากพี่หลงนะคะ และขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันรักษามารยาทในห้องไลฟ์สดของเราด้วย... งั้นเรามาดูสินค้ากันต่อเลยดีกว่า เสี่ยวเสี่ยวคะ เมื่อกี้ขั้นตอนการชิมไส้กรอกยังค้างอยู่นะ?”
ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว รีบตอบรับทันที เธอพยายามกดความตื่นเต้นที่อัดแน่นอยู่เต็มอกแล้วรับมุกต่อ: “อ้อ ใช่แล้ว! เมื่อกี้พูดถึงไหนนะ? อ๋อ... ต้องค่อยๆ อ้าปากงับแล้วแทะลงไปทีละนิด เพื่อซึมซับรสสัมผัสของน้ำซุปเนื้อที่ชุ่มฉ่ำ... แต่ฉันว่านะ ก่อนจะลงมือแทะน่ะ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ‘อารมณ์’ ค่ะ!”
เธอเว้นจังหวะแล้วอมยิ้ม: “อย่างเมื่อกี้พอเห็นบอสใหญ่สายเปย์ตัวจริงอย่าง ‘พี่หลง’ โผล่มา... ไส้กรอกของฉัน... เอ๊ย ไม่ใช่ค่ะ! อารมณ์และความรู้สึกของฉันมันก็พุ่งกระฉูดดีขึ้นมาทันตาเห็นเลย!”
มุกไหลตามน้ำของ ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว ทำเอาแชตระเบิดเสียงหัวเราะ ผู้ชมต่างชื่นชมใน ‘ทักษะเอาตัวรอด’ ของเธอ บรรยากาศเปลี่ยนจากความเดือดดาลเป็นการแห่กดสั่งซื้อสินค้าในตะกร้าอย่างรวดเร็ว
[เมื่อกี้จัดไปสองออเดอร์แล้ว! นายน้อยจางนั่นมันตัวอะไรวะ พี่หลงต่างหากคือของจริง!]
[อ้าว แล้วนายน้อยจางมันหายหัวไปไหนแล้วล่ะ? ทำไมไม่เห็นสาดของขวัญสู้ต่อแล้ว? ไหนเมื่อกี้มึงยังแหกปากท้าดวลอยู่เลยนี่?]
[เมื่อกี้ฉันแอบเข้าไปส่องดูหน้าโปรไฟล์ของไอ้นายน้อยจางมา... มันเพิ่งจะกดลบโพสต์เก่าๆ ที่มันเคยอวดเรื่อง ‘สาดเงินด่าสตรีมเมอร์’ ทิ้งไปจนหมดเกลี้ยงเลยว่ะ... โคตรฮา!]
ผ่านพ้นสมรภูมิรบ ยอดผู้ชมและยอดขายในห้องไลฟ์สดกลับพุ่งทะยานสูงขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ ทว่าในขณะที่บรรยากาศกำลังคึกคัก ชาวเน็ตตาดีบางคนเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ... เมื่อกดเข้าไปส่องโปรไฟล์ของ ‘นายน้อยจางพาบิน’ ที่เคยกร่างนักหนา กลับพบว่ามันเงียบกริบราวกับป่าช้า
พอกดเข้าไปดูอีกครั้ง ดวงตาของพวกเขาก็เบิกโพลงด้วยความตกตะลึง!
ในเวลานี้ รูปโปรไฟล์ของบัญชี ‘นายน้อยจางพาบิน’ กลายเป็นสีเทาหม่น และบนหน้าจอมีป้ายกำกับตัวอักษรหนาทึบแปะหราเอาไว้ว่า [บัญชีนี้ถูกระงับการใช้งาน]
[เชี่ย! โดนแบนปลิวไปเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?]
ไม่นานนัก ข่าวนี้ก็ถูกจุดชนวนกลางช่องแชต ผู้คนจำนวนมากทยอยกดออกจากห้องไลฟ์เพื่อไปพิมพ์ค้นหาชื่อบัญชี ‘นายน้อยจางพาบิน’ ด้วยตัวเอง และสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาพวกเขาก็คือป้ายกำกับคำว่า [บัญชีนี้ถูกระงับการใช้งาน] ที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอ ทุกคนยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า... นายน้อยจางได้หายไปจากแพลตฟอร์มนี้ตลอดกาลแล้ว!
ในวินาทีนี้ คนที่ช็อกและหวาดผวาจนสติแตกไม่ใช่แค่ชาวเน็ต แต่คือ ‘นายน้อยจางพาบิน’ ที่กำลังนั่งตัวสั่นเทาอยู่หน้าจอมือถือ สันดาน ‘เก่งกับคนอ่อนแอแต่แพ้คนเหนือกว่า’ ทำให้เขาไม่ได้รู้สึกโกรธแค้นเลยสักนิด มีเพียงความหวาดกลัวสุดขีดเท่านั้น
หากเป็นการแบนด้วยสาเหตุอื่น เขาคงโวยวายและตั้งกระทู้เรียกร้องความเป็นธรรมไปแล้ว เพราะบัญชีเลเวล 45 นี้เขาอัดเงินไปกว่าสามแสนหยวน! แต่ในยามนี้ ไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะร้องเรียนหรือแฉเรื่องราวบนโลกออนไลน์ เขาตระหนักดีว่าหากดันไปทำให้ เจียงเฉิง โกรธจนตามขุดรากถอนโคนไปถึงบริษัท... จุดจบของเขามีแต่ความพินาศย่อยยับ
ความกลัวว่า เจียงเฉิง จะใช้อำนาจตามสืบข้อมูลส่วนตัวแล้ว ‘เชือดทิ้ง’ ในชีวิตจริง ทำให้เขาเสียสติจนลืมเรื่องความใคร่ไปสิ้น เขาคว้ากางเกงขึ้นมาใส่ ลนลานจนไม่มีเวลาเปลี่ยนรองเท้า แล้ววิ่งพรวดพราดออกจากบ้านด้วยรองเท้าแตะเพื่อมุ่งหน้าไปออฟฟิศทันที
ทั้งที่ในความเป็นจริง... เขาสามารถหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็กข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ได้ง่ายๆ แต่ความหวาดกลัวที่ครอบงำสมองจนหมดสิ้น ทำให้เขาหลงลืมทุกอย่างและถ่อสังขารไปที่นั่นด้วยความโง่เขลาโดยแท้
ในขณะเดียวกัน ทิศทางของคอมเมนต์ในห้องไลฟ์สดก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงทันที
[เชี่ย! บัญชีปลิวไปแล้วจริงๆ ด้วย!]
[เมื่อกี้ฉันเพิ่งจะกดเข้าไปส่องโปรไฟล์ กะจะดูซะหน่อยว่าไอ้โง่นี่มันเป็นใครมาจากไหน... ปรากฏว่าหน้าโปรไฟล์มันขึ้น 404 Not Found ไปเรียบร้อยแล้วเว้ย!]
[ความเร็วในการแบนระดับแสงแบบนี้... หรือว่าทางแพลตฟอร์มจะเป็นคนลงดาบกวาดล้างขยะด้วยตัวเองวะ?]
[ต้องเป็นฝีมือพี่หลงแน่ๆ! พี่หลงต้องเป็นคนสั่งการแน่นอน! สมน้ำหน้าแม่งปากหมาดีนัก! เป็นไงล่ะ ไปเตะตอเหล็กกล้าเข้าให้แล้วสิ!]
[คอมเมนต์ข้างบนอย่าเพิ่งมโนไปเองสิ... บางทีอาจจะเป็นเพราะไอ้หมอนี่มันปากเสียเกินไปจนโดนคนรุมรีพอร์ต แล้วระบบก็เลยจัดการแบนมันอัตโนมัติก็ได้นะ?]
[ใช่ๆๆ โต่วอินเป็นแพลตฟอร์มระดับประเทศนะเว้ย มันจะยอมแบนบัญชีผู้ใช้งานเพียงเพราะคำสั่งของคนรวยแค่ประโยคเดียวได้ยังไงกัน? มันต้องเป็นเพราะไอ้ ‘นายน้อยจาง’ นี่มันมีปัญหา หรือไม่ก็เคยมีประวัติทำผิดกฎมาก่อนอยู่แล้วนั่นแหละ!]
[แต่จังหวะเวลามันก็ช่างโป๊ะเชะพอดีเป๊ะเกินไปไหมล่ะ? เพิ่งจะด่ากราดใส่พี่หลงจบปุ๊บ บัญชีก็ปลิวหายไปปั๊บเลยเนี่ยนะ?]
[มันก็แค่เรื่องบังเอิญนั่นแหละ! ยังไงฉันก็ไม่เชื่อหรอกว่าเป็นฝีมือของพี่หลงน่ะ... คนที่มีสถานะสูงส่งระดับพี่หลง เขาจะลดตัวลงไปเกลือกกลั้วและเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือทำไมกันล่ะ?]
[สนับสนุนพี่หลงครับ! ไอ้พวกเกรียนคีย์บอร์ดพรรณนี้มันสมควรโดนแบนทิ้งให้หมด! โคตรจะสะใจเลยโว้ย!]
[พี่หลงโคตรจะเทพเลยครับ!]
เจียงเฉิง อ่านคอมเมนต์แล้วก็ขมวดคิ้ว เขาตัดสินใจสลับหน้าจอไปหาผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการโต่วอินอีกครั้ง เพื่อสั่งให้ถอด ‘ป้ายตราสัญลักษณ์ผู้ถือหุ้น’ ออกทันที ตราสัญลักษณ์นี้เป็นเหมือนแม่เหล็กดึงดูดความสนใจเกินความจำเป็น หากปล่อยไว้เช่นนี้ บัญชีส่วนตัวของเขาคงต้องพังพินาศเพราะยอดผู้ติดตามที่จะหลั่งไหลเข้ามาจนใช้งานไม่ได้แน่ๆ
ถึงเขาจะเป็นแฟนคลับตัวยงที่แอบไถดูคลิปของ เฉียว อินอิน, โจวอิ่ง หรือไป๋ เสี่ยวเสี่ยว อยู่บ่อยครั้ง หรือแม้กระทั่ง เผิง สือชี ก็เถอะ… แต่ เจียงเฉิง กลับไม่เคยกดติดตามใครเลยแม้แต่คนเดียว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมบัญชีของเขาถึงเป็นเพียง ‘บัญชีเปล่า’ ที่ดูธรรมดาที่สุดในห้องไลฟ์สด
โชคดีที่บรรดาสาวๆ รอบตัวเขาทุกคนล้วนเป็นคนฉลาดและเข้าใจโลก พวกเธอไม่เคยงี่เง่างอแงเรื่องยอดกดไลก์หรือยอดติดตาม ซึ่งทำให้เขายังคงรักษาพื้นที่ส่วนตัวในการไถคลิปดูสาวๆ เต้นได้อย่างสงบสุข
เจียงเฉิง สั่งการให้ผู้จัดการถอดตราสัญลักษณ์ประจำตัวออก พร้อมกำชับให้ลบยอดผู้ติดตามที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาทิ้งให้หมด ใช่แล้ว... ต่อให้ชาวเน็ตจะกดติดตามมานับหมื่นนับแสน แต่ด้วยอำนาจจากหลังบ้านของบริษัท ตัวเลขเหล่านั้นก็สามารถถูกลบหายไปได้ในพริบตา โดยที่ไม่มีใครรู้ตัวเลยแม้แต่นิดเดียว
ในขณะที่คอมเมนต์บนหน้าจอเลื่อนไหลไม่หยุด ความรู้สึกอบอุ่นในใจของ เฉียว อินอิน ก็พลันถูกแทนที่ด้วยความกังวล เมื่อกระแสวิจารณ์เริ่มเปลี่ยนทิศทาง จากความสะใจกลายเป็นการตั้งคำถามว่า ‘การกระทำนี้ดูใช้อำนาจเกินไปหรือไม่’
หัวใจของเธอเต้นกระตุกด้วยความเป็นห่วง ยอดผู้ชมที่ทะลุ 130,000 คนผนวกกับ ‘ประกาศก้องเซิร์ฟเวอร์’ ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นสาธารณะไปแล้ว เธอรู้ดีว่าในเช้าวันพรุ่งนี้ หัวข้อข่าวเรื่อง ‘ผู้ถือหุ้นใหญ่ใช้อำนาจแบนผู้ใช้เพียงเพราะโดนท้าทาย’ จะต้องถูกกระพือไปทั่วอินเทอร์เน็ต แม้แพลตฟอร์มจะช่วยปิดกั้นได้ แต่การตกเป็นเป้าโจมตีของสังคมในเรื่อง ‘การใช้อภิสิทธิ์ชน’ และ ‘ความบ้าอำนาจ’ นั้น ย่อมเป็นผลเสียร้ายแรงต่อ เจียงเฉิง
ชาวเน็ตส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจต้นสายปลายเหตุ พวกเขาจะโฟกัสแค่สิ่งที่ต้องการจะด่าเท่านั้น ยิ่งคิด เฉียว อินอิน ก็ยิ่งร้อนใจจนไม่มีกะจิตกะใจจะขายของต่อ ในหัวของเธอมีเพียงความคิดเดียวคือต้อง ‘พลิกสถานการณ์’ และดับกระแสดราม่านี้ให้เร็วที่สุด
เมื่อหันไปเห็น ไป๋ เสี่ยวเสี่ยว ที่กำลังหน้าเครียดไม่ต่างกัน สมองของเธอก็เริ่มหมุนติ้วเพื่อหาทางออกในทันที