เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 48 ไคเมรา 3 หัว

ตอนที่ 48 ไคเมรา 3 หัว

ตอนที่ 48 ไคเมรา 3 หัว


เมื่อ'เย่ว์หยาง'ถูกส่งมาวิหารราศีเมษ เขาพบว่าตนเองกำลังยืนอยู่บนเกาะยักษ์ที่ลอยอยู่กลางอากาศ เบื้องล่างคือหุบเหวลึกไม่เห็นก้น 'เย่ว์หยาง'หยิบก้อนหินโยนลงไป  นานครึ่งค่อนวันก็ไม่ได้ยินเสียงอะไร

ขณะที่เขาออกมาจากช่องของเสาแก้วผลึกในพื้นที่เทเลพอร์ต  แสงสีทองแผ่กระจายออกจากเท้าของ'เย่ว์หยาง'ทันทีและก่อตัวเป็นโล่ห์คุ้มกันสีทองจางๆ 'ฮุยไท่หลาง'ก็ยังถูกม่านคุ้มกันคลุมไปได้วย แต่ไม่เหมือนกับเย่ว์หยาง เขาสามารถเข้าออกได้อย่างอิสระ ขณะที่ม่านคุ้มกันเคลื่อนไปพร้อมกับ'เย่ว์หยาง'

"นี่หมือนกับก็อปฯ มาจากเกมออนไลน์ โอว ใช่แล้ว  ลักษณะของมันก็เหมาะสมดีแล้ว  ลืมไป เราอาจจะไปดูว่าไคเมรา 3 หัวหน้าตาเป็นอย่างไรก็ได้"”

'เย่ว์หยาง'ไม่ได้ทำตัวเหมือนเป็นนักวิทยาศาสตร์ ที่พยายามหาดูว่าพลังงานหรือกฎชนิดไหนที่ควบคุมสิ่งท้้งหมดนี้  นอกจากนี้ ไม่ต้องพูดถึงหอทงเทียนก็ได้  แค่ร่างกายของเขาเองก็อธิบายปรากฏการณ์ลึกลับทั้งหลายยังไม่ได้เลย

เขาขี้เกียจเกินกว่าจะคิดอะไรให้มากเกินแล้วเรียกโคเถื่อนเงาออกมา  ใช้โคเถื่อนเงาที่ไม่มีวันตายอย่างถาวรไปสอดแนมข้างหน้า เขาเดินขึ้นไปตามทางเกือบ 100 เมตร แล้วข้ามผ่านประตูหินขนาดมหึมา

ที่ด้านหลัง จะมีอาคารขนาดใหญ่ดูซับซ้อน รอบๆ ด้านนอกอาคารมีโกเล็มรบตรวจการณ์ไปมาอยู่ 10 ตัว โกเล็มรบเหล่านี้สูงประมาณ 3 เมตร  ไม่ทราบว่ามันถูกสร้างด้วยโลหะชนิดใด มีหัวเป็นแกะ ร่างเป็นมนุษย์

พวกมันมีอาการตอบสนองต่อการปรากฏตัวของเย่ว์หยางแล้วเข้ามาล้อมเขาทันที บนหัวแกะมีอักขระโบราณแปลกๆเขียนไว้และตาทั้งคู่คล้ายกับอัญมณีมีแสงเรืองแดงๆ เหมือนไฟ

'เย่ว์หยาง'เคยสู้กับโกเล็มศิลามาก่อนและรู้จุดอ่อนของหุ่นเชิดสงครามพวกนี้ พวกมันไม่มีชีวิตและความรู้สึก  รู้แต่วิธีโจมตีคนที่ใกล้ที่สุด ถ้าสู้กับพวกมันโดยตรงจะเสียเปรียบ แต่พอใช้กลยุทธ์ไม่กี่อย่าง ก็จะควบคุมความเคลื่อนไหวของพวกมันไว้ได้

'เย่ว์หยาง'ไม่ยอมให้โคเงาของเขาสู้กับพวกมัน แต่เขายันก้น'ฮุยไท่หลาง'ออกไป ให้มันเป็นตัวล่อคอยหลอกล่อความสนใจพวกโกเล็มรบเอาไว้ โกเล็มรบจะอืดอาดและเคลื่อนไหวเชื่องช้า

พวกมันเพียงจู่โจมเป้าหมายที่ใกล้ที่สุด  ถ้ามันเพียงแต่หันเหความสนใจพวกโกเล็มด้วยความเร็วและพลังของมัน  'ฮุยไท่หลาง'ก็จะทำหน้าที่มันได้อย่างสมบูรณ์

เมื่อ'ฮุยไท่หลาง'เห็นโกเล็มรบหัวแกะเคลื่อนไหวได้เชื่องช้า  มันรู้สึกว่าหุ่นโลหะพวกนี้จัดการได้ง่าย จึงรีบวิ่งทันที ด้วยนิสัยขี้เล่น 'ฮุยไท่หลาง'โดดวิ่งวนอยู่รอบๆ

โกเล็มรบทุกตัวเพื่อดึงดูดความสนใจพวกมัน และบางครั้งมันทำเต๊ะท่ายกขาฉี่รดขาของโกเล็มรบก็มี

“เจ้าหมาติงต๊อง! รีบๆ ล่อพวกมันไปที่อื่นสิโว้ย! อย่าทำให้ข้าเสียเวลาอันมีค่า!”

'เย่ว์หยาง'หงุดหงิดอย่างมากกับการโชว์เหนือชั้นของ'ฮุยไท่หลาง'  มันมีสันดานเหมือนแมลงเล็กที่ชอบรังแกผู้อ่อนแอกว่าแต่กลัวผู้แข็งแกร่ง

ตอนที่วิ่งผ่านหุบเขายู่หลง เขาปล่อยให้มันคอยหลอกล่อกลุ่มหนอนยักษ์ที่ขวางทางข้างหน้า   มันก็ทำทีเป็นว่าไม่เห็นสัตว์อสูรที่ดุร้ายอย่างรังแมงมุมและนกกินตั๊กแตนตำข้าว

ตรงกันข้าม พอมันเห็นแมลงตัวเหม็นหรือตัวอ่อนแมลงที่อ่อนแอที่สุด มันจะกระโจนเข้าไปฟัดอย่างเมามัน  แม้เมื่อมันเจอไข่หนอน ก็จะฟาดเรียบไม่มีเหลือ

ถ้าไม่ใช่เพราะ'ฮุยไท่หลาง'อาละวาดและไปกระตุ้นหนอนกลุ่มใหญ่แล้ว  การวิ่งข้ามหุบเขายู่หลงคงจะราบรื่นกว่าเดิม ถ้า'เย่ว์หยาง'ไม่แอบช่วยพวกเขา ป่านนี้เย่คงกับพี่น้องตระกูลหลี่คงเป็นอาหารมื้อค่ำของหนอนยักษ์ไปแล้ว

พอ'ฮุยไท่หลาง'ได้ยินว่า'เย่ว์หยาง'โกรธมัน  มันจึงเลิกเล่นได้บ้างและหลอกล่อกลุ่มโกเล็มรบให้ออกห่างมา ยังมีการต่อสู้รอคอย'เย่ว์หยาง'อยู่

ขณะที่เขามาถึงทางเข้าอาคาร ณ ทางเข้าขนาดใหญ่มีสัตว์เวทระดับสูงและปีศาจหัวแกะอยู่กลุ่มหนึ่ง เจ้าพวกนี้จัดเป็นสิ่งมีชีวิต แม้ว่าพวกมันจะไม่ค่อยฉลาด แต่ก็ไม่โง่พอที่จะถูกหลอกล่อได้โดยง่าย

พวกมันมีทวนเหล็กดำในมือเป็นอาวุธ  ก่อนที่จะตะโกนให้ตีวงล้อมแล้วจู่โจม พวกมันยังเรียกไฟสีเขียวมาเชื่อมสนับสนุนกันและกัน ถ้า'ฮุยไท่หลาง'ต้องมาสู้กับสัตว์เวทระดับลึกพวกนี้  มันคงไม่สามารถเป็นต่อได้ แต่โคเถื่อนเงาเป็นข้อยกเว้น

'เย่ว์หยาง'โอนพลังของเงายักษ์ไปเสริมให้โคเถื่อนเงาจนนางกลายรูปเป็นมนุษย์ล่ำบึกบึน นางตวาดลั่นพลางควงมือขนาดใหญ่ของนางและฟาดทุบตบตีปีศาจหัวแกะจนฝุ่นตลบ ต่อหน้าโคเถื่อนเงาสูง 3 เมตร  ปีศาจหัวแกะสูง 2 เมตรก็เหมือนกลุ่มคนแคระ ระดับขั้นของนางในปัจจุบันยังไม่สูง

แค่อสูรระดับ 3 ชั้นทองแดง แม้ว่าชั้นของนางจะพอๆ กับปีศาจหัวแกะ  แต่ความแข็งแกร่งของนางเหนือกว่าพวกมันโดยสิ้นเชิง  และเหนือกว่ามากแม้จะเป็นระดับ 3 ชั้นทองแดง 'เย่ว์หยาง'คิดในใจว่า

ถ้าระดับชั้นของโคเงาเพิ่มขึ้นในอนาคต ก็จะมีความก้าวหน้าถ้วนทั่ว  ปีศาจหัวแกะเหล่านี้จะไม่สามารถต้านทานได้แม้แต่หมัดเดียว สิ่งที่น่าเสียดายก็คือแม้หลังจากที่นางสู้มาเป็นเวลานาน แต่เขาไม่เห็นนางใช้ เนตรประหาร เลย

ดูเหมือนว่าบางทีความสามารถในการใช้เนตรประหารคงอยู่ในระดับต่ำมาก และคงจะปล่อยได้กับศัตรูที่เข้ามใกล้ ปีศาจหัวแกะและโกเล็มรบหัวแกะเหล่านี้  มีเอาไว้แค่เพื่อถ่วงเวลา  นักรบผู้ตั้งใจท้าประลองวิหาร 12 นักษัตรอย่างน้อยก็ต้องมีมาตรฐานฝีมือพอควร ผู้ท้าประลองส่วนใหญ่มีพลังพอเอาชนะพวกมันได้ทั้งหมด

แต่ถ้าใช้เวลากับพวกมันมากเกินไป  ทันทีที่โล่ห์ป้องกันหายไปผู้ท้าประลองจะถูกตัดสินว่าล้มเหลว  ก่อนที่จะได้รับคทาแห่งความเงียบและอักขระบอดเพื่อเอาชนะไคเมรา 3 หัว  นักรบระดับ 5 หรือต่ำกว่าที่ต้องการจะเอาชนะจ้าวสัตว์อสูรทองอย่างไคเมรา 3 หัวคงเป็นฝันเพ้อเจ้อของคนโง่

พลังป้องกันของปีศาจหัวแกะไม่สูงนัก  แต่พวกมันจัดเป็นสัตว์ประเภทตั้งรับที่ยากจะฆ่ามันได้เช่นกัน ไม่ใช่เพียงแค่นั้น  ความสามารถในการพลิกแพลงของพวกมันก็ทำได้ดีเช่นกัน

แม้ว่าพวกมันจะโดนโค่นไปแล้ว  พวกมันก็สามารถลุกขึ้นมาเข้าร่วมต่อสู้ได้อีก สายตาของพวกมันเต็มไปด้วยความคลั่ง กระหายเลือดเหมือนถูกสะกดจิต แม้จะถูกโคเงาต่อยตีอย่างหนัก พวกมันก็ไม่หลบไม่ยอมล้ม

เมื่อ'เย่ว์หยาง'ตระหนักถึงเรื่องนี้ เขาจึงเร่งมือทันที  ผ่านสนามรบและวิ่งไปตามทางยาว เข้าไปในวิหารราศีเมษที่ปกป้องโดยจ้าวสัตว์อสูรทอง

สิ่งที่น่าผิดหวังสำหรับเย่ว์หยางก็คือ วิหารราศีเมษนี้แตกต่างจากปราสาทศิลาจากเรื่องเซนท์เซยามากมาย ที่นี่ไม่สมกับชื่อมันเสียเลย วิหารราศีเมษที่ปรากฏต่อหน้าเขาไม่ใช่วิหารเลย แต่เป็นเวทีต่อสู้ขนาดใหญ่เหลือเชื่อมากกว่า มีพื้นที่กับเวทีต่อสู้ใหญ่กว่าสนามฟุตบอลหลายเท่า

ที่ใจกลางของเวทีต่อสู้ มีสัตว์อสูรสีทองอ่อนๆ ขนาดใหญ่กำลังหลับอยู่บนพื้นอย่างเกียจคร้าน ร่างมันใหญ่โตราวภูเขาย่อมๆ หลังของมันมีปีกสีแดงสดคู่หนึ่ง

'เย่ว์หยาง'จินตนาการไม่ออกเลยว่ามันจะใช้ปีกบางๆ เหล่านั้นบินได้อย่างไร อสูรตัวนี้กำลังนอนอย่างเกียจคร้านในสนาม  ฟังเสียงเหมือนกำลังหลับ  'เย่ว์หยาง'เห็นได้ชัดเจนว่ามันมี 3 หัว ด้านซ้ายเป็นหัวมังกรที่น่าหวาดหวั่น

ไม่เหมือนมังกรตามคติชาวตะวันออก  แต่เหมือนหัวมังกรยักษ์ตามคติชาวตะวันตก มีฟันแหลมคม ลิ้นแดงและมีพิษหยดออกมาจากปาก หัวกลางเป็นหัวสิงโตขนาดใหญ่ แผงคอของมันสร้างมาจากเปลวไฟ เมื่อมันหายใจทางปาก มันจะคายลูกไฟออกมา

ทางด้านขวาเป็นหัวแกะสีขาว หัวแกะนี้ดูเหมือนจะไม่มีการคุกคามใดๆ เลย และสร้างความรู้สึกลวงเหมือนมีความบริสุทธิ์จากมัน ภายใต้คอของแกะขาวนั้น มีกระดิ่งทองแขวนเอาไว้  ทั้ง 3 หัวดูแตกต่างและแปลกประหลาดอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม  ถ้ามีคนตรวจสอบอย่างระมัดระวัง  ก็จะพบตรรกะที่อธิบายไม่ได้  ขณะที่'เย่ว์หยาง'มองสัตว์อสูรขนาดยักษ์ที่ส่องประกายสีทองนี้  เขาถึงกับขมวดคิ้ว  ขนาดไคเมรา 3 หัวนอนหลับสนิท ยังสร้างแรงกดดันที่ยากจะอธิบายเป็นคำพูดได้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านี่คือสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม  'เย่ว์หยาง'เชื่อว่าหัวที่ทรงพลังโดดเด่นมากที่สุดในสามหัวไม่ใช่หัวมังกรด้านซ้ายที่มีพิษหยดอยู่ ทั้งไม่ใช่หัวสิงห์ตรงกลางที่ปล่อยไฟได้ แต่เป็นหัวแกะขาวที่ดูเหมือนจะไม่มีการคุกคามเสียมากกว่า จ้าวสัตว์อสูรทองระดับ 6 แม้ว่ายังห่างจากจ้าวปีศาจฮาซินผู้ชั่วร้าย

แต่ก็ยังสามารถสร้างแรงกดดันต่อ'เย่ว์หยาง'ได้  'ฮุยไท่หลาง'พอสลัดหลุดจากโกเล็มรบได้แล้วผ่านทางเข้ามาได้ก็สูญเสียความเย่อหยิ่งของมันไปในทันที

เมื่อมันมองเห็นร่างกายขนาดภูเขาย่อมๆ ของไคเมรา 3 หัว  ตลอดทั้งร่างของมันสั่นเทิ้มและคลานไปหลบอยู่ข้างหลัง'เย่ว์หยาง'ด้วยความกลัว พอเมื่อ'เย่ว์หยาง'ถีบมันออกมา  ทำให้'ฮุยไท่หลาง'ต้องทำเป็นเหมือนปกป้องชีวิตเขา

มันยืนอยู่ข้างๆ 'เย่ว์หยาง'แทน  แต่ไม่ยอมก้าวออกไปข้างหน้า เป็นไปตามคาด  เจ้าหมาป่าปีศาจหลังเหล็กชั้นทองแดงระดับ 3 ตัวนี้ทำได้เพียงยืนดูการต่อสู้ครั้งนี้อยู่ด้านข้างเท่านั้น

ต้นดอกหนามชั้นทองยังคงย่อยแขนจ้าวปีศาจฮาซินอยู่และเขาก็ไม่สามารถเข้าร่วมต่อสู้ศึกครั้งนี้ได้โดยตรงเขาต้องพึ่งพาโคเงาและเสี่ยวเหวินหลีเท่านั้น ศึกครั้งนี้... เขาจะชนะศึกครั้งนี้ได้อย่างไร?

 

 

ที่มา:https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=48

จบบทที่ ตอนที่ 48 ไคเมรา 3 หัว

คัดลอกลิงก์แล้ว