- หน้าแรก
- ทะลุมิติแดนบรรพกาล จุติระบบเซ่นไหว้บูชาเทพ
- บทที่ 56 กลืนกินเผ่าซั่งหวง หมาป่าขับไล่พยัคฆ์
บทที่ 56 กลืนกินเผ่าซั่งหวง หมาป่าขับไล่พยัคฆ์
บทที่ 56 กลืนกินเผ่าซั่งหวง หมาป่าขับไล่พยัคฆ์
บทที่ 56 กลืนกินเผ่าซั่งหวง หมาป่าขับไล่พยัคฆ์
ณ เผ่าซั่งหวง
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
ลูกศรพุ่งแหวกอากาศ ร่างของหวงอวิ๋นถูกลูกศรปักจนพรุนไปทั้งตัว แต่เขาก็ยังคงสังหารคนในเผ่าไปได้อีกนับสิบคน ก่อนจะร่วงหล่นลงมาจากที่สูง
เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากปาก แววตาของเขากลับมามีความรู้สึกนึกคิดอีกครั้ง
"ไม้... ไม้เหล็ก... อย่าไปแตะ... เผ่า... ซั่งหู..."
หวงอวิ๋นอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วคอก็พับเอียง และไม่ได้มีโอกาสเอ่ยคำใดออกมาอีกเลย
หวงหยางก้าวขาที่หนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว ค่อยๆ เดินเข้าไปหาศพของหวงอวิ๋น
"หัวหน้าเผ่า!"
เสียงร้องไห้คร่ำครวญดังกึกก้องไปทั่วเผ่า
ผู้หญิงและเด็กๆ ร้องไห้สะอึกสะอื้น ส่วนพวกผู้ชายก็เอาแต่ยืนเหม่อลอย ไม่เข้าใจว่าทำไมเผ่าที่กำลังจะเจริญรุ่งเรือง จู่ๆ ถึงได้ร่วงหล่นลงสู่ขุมนรกได้เร็วขนาดนี้
ทั้งหัวหน้าเผ่า ผู้ดูแลศาลบรรพชน ผู้อาวุโส และนักรบระดับเบิกภูผา ต่างก็ล้มตายไปเกินครึ่ง…
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
"ไปเอาน้ำมันสัตว์อสูรมา!"
หวงหยางตะโกนด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนจะแผดเสียงคลุ้มคลั่ง "ไปเอาน้ำมันสัตว์อสูรมาเผา เผามันให้หมด!"
พูดจบ เขาก็วิ่งโซเซไปรื้อค้นหาไหใส่น้ำมันอย่างบ้าคลั่ง
"เผาไม้เหล็กพวกนั้นให้หมด!"
ทุกคนที่เคยสัมผัสกับไม้เหล็ก โดยเฉพาะคนที่เดินทางไปขนไม้เหล็กกลับมาจากตลาดทงเป่ยร่วมกับหวงอวิ๋น ล้วนตายไปหมดแล้ว
หวงหยางที่ตอนนี้ผมเผ้ายุ่งเหยิงและวิ่งชนข้าวของไปทั่ว จู่ๆ ก็เงยหน้าขึ้นมา "รีบเอาเชือกที่เหนียวที่สุดมามัดข้าไว้เร็วเข้า!"
"ข้าก็เคยจับไม้เหล็กนั่นเหมือนกัน"
"เผาไม้เหล็กนั่นซะ!"
"แล้วก็ฆ่าข้าทิ้งซะด้วย"
แต่คำสั่งของหวงหยางก็ช้าไปเสียแล้ว
เส้นเลือดที่แขนของเขาเริ่มปูดโปน และลุกลามไปทั่วทั้งตัวอย่างรวดเร็ว
"ท่านแม่ ข้าคันไปหมดเลย"
"ทำไมตามตัวข้าถึงมีตุ่มเลือดขึ้นเต็มไปหมดเลย"
เพียงไม่นาน คนในเผ่าหลายคนก็เริ่มเกาตามเนื้อตามตัวอย่างรุนแรง บางคนถึงกับตาแดงก่ำและเริ่มลงมือทำร้ายคนรอบข้าง
ไม่มีใครสามารถจัดกำลังตั้งรับได้อีกต่อไป
บางคนที่พยายามจะวิ่งหนีออกจากเผ่า ก็ถูกลูกศรที่พุ่งมาจากไหนไม่รู้เสียบทะลุร่างตายคาที่
เส้นทางลงเขาที่เป็นทางเข้าออกเพียงทางเดียวของเผ่าซั่งหวง ซึ่งแต่เดิมสร้างไว้เพื่อป้องกันผู้บุกรุก บัดนี้กลับกลายเป็นอุปสรรคขัดขวางไม่ให้คนในเผ่าหนีเอาชีวิตรอดไปได้
……
หลายวันต่อมา บนยอดเขาของเผ่าซั่งหวง
ร่างอัปลักษณ์ที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคลุ้งไปทั่ว ใบหน้าครึ่งหนึ่งดูเหมือนมีหนอนไชชอนอยู่กำลังร่ายมนต์พึมพำ
"ในที่สุดก็ออกฤทธิ์จนหมดแล้ว"
สุยเมี่ยวที่สวมมงกุฎหัวกะโหลกสัตว์อสูร เอามือปิดจมูกเดินเข้ามาใกล้
ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วพูดขึ้น "ฉิวฉง ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ทั้งเผ่าก็กลายเป็นแหล่งอาหารของเจ้าหมดน่ะสิ"
"ข้าอุตส่าห์พานักรบมาตั้งสามร้อยคน เจ้าจะให้คนของข้ากลับไปมือเปล่างั้นรึ"
"พวกเราตกลงกันแล้วนี่ ว่าจะแบ่งกันคนละครึ่ง ครึ่งหนึ่งเป็นอาหารของเจ้า อีกครึ่งเป็นทาสของข้า"
……
"กุ๊ก กุ๊ก"
ฉิวฉงส่งเสียงร้องเหมือนนกออกมาก่อน แล้วจึงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "อะไรกัน อาวุธอาคมของเผ่าหลิงอวี๋ ยังมีค่าไม่สู้ทาสแค่ไม่กี่คนงั้นรึ? ยังไงก็ต้องให้ 'ไม้คำสาปโลหิต' กินให้อิ่มก่อนสิ ไม่อย่างนั้นก็คงต้องเอาคนของเผ่าซั่งหูของเจ้ามาสังเวยแทนแล้วล่ะ"
"ไอ้คนบ้าเอ๊ย" สุยเมี่ยวตัวสั่นสะท้าน
ไม้สองท่อนนั่นมันกินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่มหรอก
"ข้าจะลงไปเฝ้าข้างล่างแล้วกัน จะได้ไม่มีใครหนีรอดไปได้"
เมื่อเห็นสุยเมี่ยวเดินจากไป ฉิวฉงก็เลิกเสแสร้ง
ระดับแพทย์อาคมขั้นสองอย่างมัน แค่ร่ายมนต์ก็ทำให้เผ่าทั้งเผ่าปั่นป่วนได้ขนาดนี้ จะยอมแบ่งผลประโยชน์ให้เผ่าซั่งหูไปทำไม
มันต้องการความคุ้มครองจากเผ่าซั่งหู ส่วนเผ่าซั่งหูก็ต้องการให้มันช่วยจับทาสและปล้นทรัพยากร
และต้นเหตุก็มาจาก 'ไม้คำสาปโลหิต' สองท่อนนั้นแหละ หัวหน้าเผ่าและผู้อาวุโสของเผ่าซั่งหวงคงจะได้รู้ความจริงก็ตอนก่อนตายนั่นแหละ ว่าตัวเองเป็นคนนำความตายมาสู่เผ่าแท้ๆ
……
ที่ด้านหลังภูเขาที่ตั้งของเผ่าซั่งหวง มีคนหลายคนกำลังแอบมองไปยังต้นตอของกลิ่นเหม็น
พวกเขาไม่ได้ตั้งใจตามหาหรอก แต่กลิ่นเหม็นมันโชยมาเตะจมูกเอง
"เผ่าซั่งหวง... จบสิ้นแล้ว"
หั่วถังพูดด้วยริมฝีปากที่แห้งผาก
เผ่าซั่งหวงที่เคยดูยิ่งใหญ่ในสายตาของเขา กลับถูกคนแค่สองคนปั่นป่วนจนย่อยยับไม่มีชิ้นดี
วิธีแบบนี้มันน่ากลัวกว่าการสู้กันด้วยดาบด้วยหอกตั้งเยอะ
ตอนแรก เสิ่นช่านเองก็แอบงงกับวิธีการของแพทย์อาคมโลหิตคนนี้เหมือนกัน
ถ้าบอกว่ามันเก่งกาจ พวกเขาก็แอบซุ่มดูอยู่ด้านหลังตั้งหลายวันแล้ว มันก็ยังไม่รู้ตัวเลย
แต่ถ้าบอกว่ามันไม่เก่ง เผ่าซั่งหวงก็ถูกมันป่วนจนแทบจะล่มสลายอยู่แล้ว
เผ่าซั่งหวงตกอยู่ในความโกลาหล คนในเผ่าฆ่าฟันกันเอง เสียงร้องไห้ระงมไปทั่ว
"อาช่าน แพทย์อาคมโลหิตคนนั้น..."
"หัวหน้าเผ่า ไม่ต้องกังวลไปหรอกขอรับ ถึงมันจะดูมีแผนการ แต่ก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรมากหรอก ไม่อย่างนั้นมันคงไม่ต้องใช้เวลาตั้งหลายวันกว่าจะทำให้เผ่าซั่งหวงปั่นป่วนได้ขนาดนี้"
"น่าจะเป็นเพราะไม้เหล็กสองท่อนนั้นนั่นแหละ เดี๋ยวตอนเข้าไป อย่าลืมกำชับคนในเผ่าว่าห้ามเข้าไปในเผ่าซั่งหวงเด็ดขาดนะขอรับ"
เสิ่นช่านปลอบใจหั่วถัง "มันใช้เวลาเกือบเดือนกว่าจะทำได้ขนาดนี้ ท่านคิดว่ามันจะมาร่ายคำสาปใส่เผ่าจื้อเหยียนของเราทันหรือ?"
ไม่ได้คุยโม้นะ แต่เสิ่นช่านมั่นใจว่า ถึงจะให้แพทย์อาคมคนนั้นลงมือก่อน เขาก็สามารถแก้คำสาปได้สบายๆ
"หัวหน้าเผ่า เตรียมตัวลงมือเถอะขอรับ"
"ถ้าช้ากว่านี้ พวกเราจะไม่ได้อะไรเลยนะขอรับ"
เสิ่นช่านละสายตาจากเผ่าซั่งหวง "ข้ามีวิธีจัดการกับแพทย์อาคมโลหิตคนนั้นแล้วล่ะ"
ใครๆ ก็ลอบโจมตีเป็นกันทั้งนั้นแหละน่า
หั่วถังพยักหน้า ในเผ่าซั่งหวงมีทั้งคัมภีร์วรยุทธ์และเรือไม้เหล็ก ถ้าปล่อยให้พวกนั้นเอาไปได้ เผ่าจื้อเหยียนคงหาคัมภีร์ไม่ได้อีกแล้ว
ตลอดหลายวันที่ซุ่มดูอยู่ พวกเขาก็พอจะรู้ตัวการของเรื่องนี้แล้ว
มีแพทย์อาคมโลหิตหนึ่งคน นักรบระดับชีพจรสวรรค์สองคน และกองกำลังนักรบอีกประมาณสามร้อยคน
แพทย์อาคมมีหน้าที่สร้างความปั่นป่วนในเผ่า ส่วนนักรบระดับชีพจรสวรรค์และคนอื่นๆ ก็คอยดักอยู่ทางเข้าออก เพื่อรอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์
และด้วยความหยิ่งผยอง พวกมันจึงไม่ได้ส่งคนออกไปลาดตระเวนรอบๆ เลย
ในขณะที่นักรบของเผ่าจื้อเหยียน ก็มาดักซุ่มรออยู่ใกล้ๆ เผ่าซั่งหวงตั้งแต่หลายวันก่อนแล้ว
"ข้าสังเกตเห็นว่าพวกนักรบที่อยู่ตีนเขามีธนูเยอะมาก ตอนสู้กันก็ให้พวกเราใช้ยันต์อาคมที่ข้าให้ไปจัดการซะ"
……
หั่วถังพยักหน้า "อาซาน ดูแลอาช่านให้ดีๆ นะ ถ้ามีอันตรายก็แบกอาช่านหนีไปให้ไกลที่สุดเลยเข้าใจไหม"
"ข้าเข้าใจแล้ว" หั่วซานพยักหน้ารับ
หั่วซานลูบคลำธนูคันใหญ่ของตัวเอง อาช่านบอกให้เขาใช้ธนูยิงจัดการกับแพทย์อาคม
แต่ตำแหน่งของพวกเขากับจุดที่แพทย์อาคมอยู่ มันห่างกันตั้งร้อยจั้งแถมยังอยู่สูงพอๆ กันอีก
มองจากตรงนี้ แพทย์อาคมตัวเท่ามดเอง เขาไม่ค่อยมั่นใจว่าจะยิงโดนเลย
แต่อาช่านก็บอกว่า ไม่โดนก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็อาจจะทำให้มันตกใจจนตายได้
เขาเริ่มรู้สึกว่าอาช่านกำลังหลอกเขาอยู่แน่ๆ
แพทย์อาคมที่ไหนจะตกใจตายกันเล่า
เสิ่นช่านก็ลูบคลำธนูระดับเจ็ดสิบห้าพละกำลังของตัวเองเหมือนกัน ใครๆ ก็รู้ว่าร่างกายของแพทย์อาคมน่ะบอบบางจะตายไป
……
หั่วถังนำทีมเดินอ้อมไปรวมตัวกับนักรบที่ซุ่มอยู่ในหุบเขา ห่างจากเผ่าซั่งหวงไปประมาณสามลี้
"หัวหน้าเผ่า"
เมื่อเห็นทุกคนกำลังเตรียมตัว ทั้งเช็ดลูกศรและกินข้าว หั่วถังก็โบกมือให้สัญญาณ
"อาฉี พวกมันมีนักรบระดับชีพจรสวรรค์อยู่สองคน เจ้าต้องใช้หน้าไม้ยักษ์จัดการกับไอ้คนที่สวมมงกุฎหัวกะโหลกสัตว์อสูรนั่นให้ได้นะ"
หั่วฉีลูบหน้าไม้ยักษ์ที่ส่องประกายเย็นเยียบอยู่ด้านหลังด้วยความตื่นเต้น
หน้าไม้ยักษ์ตัวนี้ถูกถอดมาจากเรือไม้เหล็ก และอาช่านก็เป็นคนบอกเองว่าให้เอามาใช้ 'ส่งความอบอุ่น' ให้ศัตรู
"อาฉิง อาหมู่ พวกเจ้าพานักรบธนูอาคมอีกสิบเอ็ดคน เล็งเป้าไปที่นักรบระดับชีพจรสวรรค์อีกคนที่เหลืออยู่ให้แม่นๆ นะ"
"อาช่านให้ยันต์อาคมพวกเจ้ามากี่แผ่น?"
"รวมทั้งหมดหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเจ็ดแผ่นขอรับ"
"ดีมาก ทุกคนจำวิธีใช้กันได้หมดแล้วใช่ไหม?"
"พวกที่ถือโล่อยู่ข้างหน้า พวกมันมีพลธนูเยอะกว่าเรา ดังนั้นพวกเราต้องบุกฝ่าเข้าไปให้ใกล้ที่สุด แล้วระดมปายันต์อาคมใส่พวกมันให้หมด"
หั่วถังคว้ายันต์อาคมกำใหญ่ยัดใส่ในอกเสื้อ แล้วก็หยิบโล่หวายที่หุ้มด้วยหนังสัตว์หนาเตอะขึ้นมาถือไว้
ถึงจะไม่รู้ว่ามันป้องกันได้ดีแค่ไหน แต่มีก็ดีกว่าไม่มีล่ะน่า
ความจริงเขาตั้งใจจะบุกโจมตีตอนกลางคืน แต่ถ้าบุกตอนกลางคืน อานุภาพของหน้าไม้ยักษ์และยันต์อาคมก็จะลดลง แถมยังมองเห็นเป้าหมายได้ไม่ชัดเจนอีกด้วย
อีกอย่าง ศัตรูมีนักรบระดับเบิกภูผามากกว่าเผ่าจื้อเหยียน การจะเอาชนะได้ในพริบตา ก็ต้องบุกเข้าไปให้ประชิดตัว แล้วใช้ยันต์อาคมระดมยิงเข้าใส่เท่านั้น
……
ณ ตีนเขาเผ่าซั่งหวง
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว เสียงลูกศรแหวกอากาศดังขึ้น สังหารคนที่พยายามหนีลงมาจนล้มตายไปหลายคน
"มีคนมา!"
เสียงตะโกนดังขึ้น ทำให้คนที่กำลังนั่งพักผ่อนหรือเฝ้ายามอยู่ตามจุดต่างๆ ต้องรีบลุกขึ้นมาตั้งรับ
ในไม่ช้า ทั้งสองฝ่ายก็เผชิญหน้ากัน
"ฮ่าๆ ไอ้พวกคนป่าเถื่อนโผล่มาจากไหนวะเนี่ย"
เมื่อเห็นนักรบของเผ่าจื้อเหยียน นักรบของเผ่าซั่งหูก็ถึงกับหัวเราะเยาะ
"ดูโล่หนังสัตว์พวกมันสิ หนังสัตว์ยังไม่ได้ตัดเย็บให้เรียบร้อยเลย สงสัยเพิ่งถลกมาสดๆ ร้อนๆ แล้วก็วิ่งเอามาคลุมเลยมั้งเนี่ย"
"เฮ้ยๆ หรือว่าพวกมันกะจะมาขโมยผลงานพวกเราวะ?"
"พวกมันเนี่ยนะ จะมาแย่งของจากเผ่าซั่งหู?"
สุยเมี่ยว หัวหน้าเผ่าซั่งหู มองดูกลุ่มคนที่จู่ๆ ก็โผล่มาด้วยความประหลาดใจ
คนป่าคนดอยเดี๋ยวนี้มันกล้าหาญชาญชัยขนาดนี้เลยรึ?
"เยี่ยมไปเลย แถวนี้ยังมีเผ่าอื่นเหลืออยู่อีก แบบนี้สิถึงจะคุ้มค่าเหนื่อยหน่อย!"
"สุยถัว จัดขบวนทัพ! ให้ไอ้พวกคนป่าเถื่อนนี่มันรู้ซะบ้างว่า ใครหน้าไหนที่ริอาจมาแหยมกับเผ่าเรา!"
ชายร่างกำยำคนหนึ่งกระโดดออกมา พร้อมกับแบกท่อนเหล็กขนาดเท่าแขนไว้บนบ่า แล้วแสยะยิ้มกว้าง "ฮ่าๆ ไม่คิดเลยว่าจะมีคนมาส่งถึงที่แบบนี้"
"จัดขบวน! ทำให้พวกมันเห็นหน่อยสิว่าการสู้รบที่แท้จริงน่ะเป็นยังไง คิดจะมาชุบมือเปิปงั้นรึ พวกมันยังเร็วไปร้อยปี!"
นักรบเผ่าซั่งหูรีบจัดกระบวนทัพอย่างรวดเร็ว พลธนูเจ็ดแปดสิบคนเริ่มง้างคันธนูเตรียมพร้อม
"ข้าว่าไม่ต้องใช้ลูกศรหรอกมั้ง แค่บุกเข้าไปกระทืบ พวกมันก็คงร้องไห้หาแม่กันแล้วล่ะ"
"เดี๋ยวตอนสู้ก็ออมมือกันหน่อยล่ะ อย่าเผลอฆ่าพวกมันตายหมดเสียก่อน พวกหนุ่มๆ ล่ำๆ แบบนี้ เอาไปเป็นทาสขุดแร่ได้ดีนักเชียว"
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
หั่วถังนำขบวนนักรบพุ่งทะยานเข้าไปจนถึงระยะยี่สิบจั้ง เสียงสายธนูดังสนั่น ห่าลูกศรพุ่งแหวกอากาศพุ่งตรงเข้าใส่กลุ่มของเผ่าจื้อเหยียนอย่างรวดเร็ว
"ตั้งรับไว้!"
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
ลูกศรพุ่งปะทะด้วยความรุนแรงมหาศาล เพียงพริบตาเดียวก็เจาะทะลุโล่ดังฉึกๆ บางคนก็ล้มลงเพราะถูกยิง แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงกัดฟันดันโล่เดินหน้าต่อไป
เมื่อพลธนูเผ่าซั่งหูกำลังง้างธนูเตรียมยิงระลอกที่สอง หั่วถังก็พานักรบวิ่งฝ่าดงธนูเข้ามาจนถึงระยะสิบจั้งแล้ว
"ใช้ยันต์เลย!"
หั่วถังตะโกนสั่งการสุดเสียง ก่อนจะโยนโล่ทิ้ง ล้วงยันต์อาคมออกมาจากอกเสื้อ ฉีกมันออก แล้วขว้างไปข้างหน้าสุดแรง
แครก! แครก!
นักรบที่วิ่งตามหลังมา ก็ล้วงยันต์อาคมที่เตรียมไว้ออกมาฉีกและขว้างตามไปติดๆ
ยันต์อาคมกว่าร้อยเจ็ดสิบแผ่น ถูกระดมขว้างออกไปกว่าร้อยแผ่น
ยันต์อาคมหนึ่งแผ่น สามารถสร้างศรวารีได้เป็นสิบดอก
ทันใดนั้น ศรวารีนับพันดอกก็ก่อตัวขึ้นกลางอากาศ กลายเป็นห่าฝนลูกศรพุ่งทะลวงเข้าใส่ศัตรูอย่างบ้าคลั่ง
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
ในระยะประชิดแค่นี้ นักรบเผ่าซั่งหูบางคนที่พุ่งตัวเข้ามากะจะสู้ระยะประชิด ก็เบรกไม่ทัน พุ่งเข้าไปรับศรวารีเต็มๆ
ร่างของพวกมันถูกศรวารีทะลวงจนพรุนเป็นรังผึ้งในพริบตา
"ตึง!"
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงสายหน้าไม้ยักษ์ก็ดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่ามาจากที่ไกลๆ
ลูกศรยักษ์พุ่งแหวกอากาศมาด้วยความเร็วสูง ส่งเสียงหวีดหวิวบาดแก้วหู
หัวหน้าเผ่าซั่งหูตกใจกับยันต์อาคมที่โผล่มาอย่างกะทันหัน ยังไม่ทันจะได้ตั้งตัว ก็โดนลูกศรยักษ์พุ่งกระแทกเข้าอย่างจัง
ร่างของเขาลอยละลิ่วปลิวไปกระแทกกับภูเขาเผ่าซั่งหวงอย่างแรง
ตู้ม!
ภูเขาทั้งลูกถึงกับสั่นสะเทือน
……
บนยอดเขาเผ่าซั่งหวง
เมื่อได้ยินเสียงหน้าไม้ยักษ์ดังกึกก้อง ฉิวฉงก็สะดุ้งสุดตัว ก่อนจะรีบม้วนตัวเป็นก้อนกลมๆ แล้วกลิ้งหลุนๆ ลงไปตามทางลาดชันอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
ห่างออกไปร้อยจั้ง
หั่วซานที่กำลังง้างธนูเล็งเป้าอย่างตั้งใจ จู่ๆ ก็เบิกตากว้างขึ้นอีกนิด
ไอ้จุดแดงๆ เมื่อกี้ จู่ๆ มันก็... หายวับไปซะงั้น!