- หน้าแรก
- จุติเทพสงครามหลังโดนไล่ออกผมก็ไปอาละวาดที่แนวหน้า
- บทที่ 210 ความจริงอยู่ในรายละเอียดเสมอ!
บทที่ 210 ความจริงอยู่ในรายละเอียดเสมอ!
บทที่ 210 ความจริงอยู่ในรายละเอียดเสมอ!
กู๋เจี้ยนฉางนั่งอยู่บนเก้าอี้ พลางส่ายหัวรัวๆ
เขาอยากจะสลัดความคิด "อกตัญญู" ที่เพิ่งผุดขึ้นมาในหัวทิ้งไป
ผู้บัญชาการเฉินเป็นคนดีมาก
เขาจะเอาดาบไปไล่ฟันอาจารย์เหยียนจิ้งหานของตัวเองได้ยังไง?
อย่างมากที่สุด... ก็แค่สับอาจารย์จนเละคามือในคาบฝึกซ้อมประลองวิชา... ใช่ไหม?
กู๋เจี้ยนฉางซดน้ำลายอึกใหญ่ บังคับตัวเองให้ใจเย็นลง
แต่มันทำไม่ได้!
ตื่นเต้น... ตื่นเต้นเกินไปแล้ว!
กู๋เจี้ยนฉางรู้สึกว่าสายตาของตัวเองนั้นแหลมคมขีดสุด
ถ้าตอนนั้นที่เจียงเฉิง เขาไม่ได้เหลือบไปเห็นเทพสังหารไร้พ่ายคนนี้เข้า
มหาวิทยาลัยหลงหยวนจะมีเป้าหมายระดับตำนานแบบนี้มาให้ล็อกตัวก่อนใครเพื่อนได้ยังไง?
ถ้าไม่มีกู๋เจี้ยนฉางคนนี้ เรื่องแบบนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน!
ตอนนี้หลักฐานมัดตัวแน่นหนา
บุกเดี่ยวสังหารราชันอสูรระดับ 6
ตัวคนเดียวกวาดล้างกองทัพอสูรทำลายเมือง
นี่ไม่ใช่แค่อัจฉริยะอายุสิบเจ็ดปีธรรมดาๆ แล้ว
นี่มันคือเทพสงครามกลับชาติมาเกิดชัดๆ!
ถ้าวันนี้อาจารย์เหยียนสามารถเชิญตัวตนระดับเทพคนนี้มาเป็นอาจารย์พิเศษที่หลงหยวนได้สำเร็จ...
แค่จินตนาการ กู๋เจี้ยนฉางก็รู้สึกว่าเลือดในกายมันเดือดพล่าน
"พวกเรากำลังจะรวยแล้ว!"
"หลงหยวนกำลังจะทะยานขึ้นสวรรค์!"
กู๋เจี้ยนฉางระเบิดเสียงหัวเราะบ้าคลั่งอยู่ในใจ
แปดสำนักดังคืออะไร? ต่อหน้าเทพสงครามวัยสิบเจ็ดคนนี้ พวกนั้นก็แค่ไก่กับสุนัข เป็นแค่ตัวประกอบไร้ค่า!
จากนี้ไป มหาวิทยาลัยหลงหยวนทั้งแห่งจะพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดใหม่ภายใต้การนำของเฉินเทียน!
จินตนาการของกู๋เจี้ยนฉางเตลิดไปไกล มุมปากยกยิ้มกว้างจนควบคุมไม่อยู่ยิ่งกว่าปืนกล AK
แม้แต่... ความทะเยอทะยานของเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่แปดสำนักดังอีกต่อไป
ตราบใดที่มีอาจารย์เฉินอยู่
เมื่อเวลาผ่านไป แม้แต่สถาบันคุนหลุนที่อยู่เหนือโลกและกุมสายเลือดของอาณาจักรมังกร!
หรือสถาบันหลงจิงที่แสนจองหองและดูถูกคนอื่น!
ฉันก็จะเหยียบพวกมันไว้ใต้เท้าให้หมด!
"หมัดซัดบ้านพักคนชราคุนหลุน เตะก้านคอโรงเรียนอนุบาลหลงจิง!"
ซี้ด
กู๋เจี้ยนฉางสูดปาก เขารู้สึกว่าตัวเองมาถึงจุดสูงสุดของชีวิตแล้ว
และผลงานที่ไร้คู่เปรียบทั้งหมดนี้ เริ่มต้นมาจากเขา... ผู้มีสายตาแหลมคมที่มองเห็นเพชรในตม!
หลังจบงานประชุมประเมินผลงาน
อาจารย์คงจะตบรางวัลให้เขาสักชิ้น เป็นศาสตราวิญญาณระดับเทพใช่ไหมนะ?
เมื่อคิดได้ดังนี้ กู๋เจี้ยนฉางก็ยืดหลังตรงอย่างลำพอง
หลังจากจัดปกเสื้อเสร็จ เขาก็เหลือบมองฉู่เฟิงที่นั่งเยื้องๆ อยู่ทางด้านข้างด้วยหางตา
อัจฉริยะจากกรมช่างสวรรค์งั้นเหรอ?
เหอะ
นาทีนี้ ฉู่เฟิงนั่งกองอยู่บนเก้าอี้เหมือนก้อนโคลน ดวงตาไร้แวว
กู๋เจี้ยนฉางรู้สึกสะใจเป็นบ้า
"เอ๋อไปเลยล่ะสิ?"
"กลัวจนตัวสั่นเลยใช่ไหมล่ะ?"
"ไอ้บ้านนอกไม่เคยเห็นโลกเอ๊ย"
กู๋เจี้ยนฉางถากถางคู่ปรับเก่าในใจ
เขาชอบเห็นสีหน้าของฉู่เฟิงตอนที่โลกทัศน์พังทลายแบบนี้ที่สุด
เมื่อวานที่ศูนย์อนุมัติทรัพยากร ไอ้หมอนี่ยังจองหองพองขนอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?
ยังตบอกโม้เหม็นอยู่เลยว่ากรมช่างสวรรค์เจออัจฉริยะที่มีเพลิงวิญญาณสีทองอะไรนั่น
แถมยังกล้าพล่ามหน้าด้านๆ ว่าปรมาจารย์กู่เหอจะยกตำแหน่งผู้อำนวยการให้
แล้วตอนนี้ล่ะ?
ใบ้รับประทานไปเลยสิ?
ไหนล่ะไอ้หนูช่างเหล็กมหัศจรรย์ของแกน่ะ?
ป่านนี้คงแอบสั่นอยู่ในผ้าห่มเพราะโดนรัศมีเทพสงครามวันนี้ขู่จนขวัญกระเจิงไปแล้วมั้ง!
กู๋เจี้ยนฉางเบะปากอย่างดูแคลน
แค่เนี้ย?
คิดจะมาแข่งกับมหาวิทยาลัยหลงหยวนของเรางั้นเหรอ!
อัจฉริยะตีเหล็กของแก จะไปเทียบกับเทพสังหารบนเวทีที่ฆ่าระดับ 6 ได้ด้วยตัวคนเดียวได้ยังไง!
กู๋เจี้ยนฉางยืดอกอย่างภาคภูมิใจ
เขาอยากจะลุกขึ้นตอนนี้เลย แล้วชี้นิ้วไปที่ดั้งจมูกของฉู่เฟิงพร้อมตะโกนว่า: ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว ไอ้พวกช่างเหล็ก!
อาจารย์ในอนาคตของหลงหยวน คืออัจฉริยะเพียงหนึ่งเดียวในใต้หล้านี้โว้ย!
ในความเป็นจริง...
กู๋เจี้ยนฉางเดาถูกแค่ครึ่งเดียว
ฉู่เฟิงน่ะ "ช็อก" จริงๆ
ความจริงแล้ว สภาวะจิตใจของฉู่เฟิงในตอนนี้ย่ำแย่กว่าที่กู๋เจี้ยนฉางจินตนาการไว้เป็นร้อยเท่า
เขากำลังจะบ้าตาย!
แต่มันไม่ใช่สิ่งที่กู๋เจี้ยนฉางคิดเลยสักนิด
ตอนนี้ ในหัวของเขามีเพียงคำเดียววนเวียนอยู่!
เชี่ยอะไรเนี่ย?!
เชี่ยอะไรเนี่ย!!!
"เชี่ยอะไรวะเนี่ย!!!" ฉู่เฟิงคำรามบ้าคลั่งอยู่ในใจ
วินาทีที่หัวหน้าหน่วยเทียนเสวียนประกาศชื่อนั้นออกมาเสียงดังลั่น...
ฉู่เฟิงรู้สึกเหมือนกะโหลกโดนกระชากเปิด สมองโดนรีดจนเรียบกริบ!
เฉินเทียน?
ผู้บัญชาการเฉินเทียนแห่งเจียงเฉิง?!
เฉินเทียนที่เขารู้จัก ไม่ใช่คนที่เกิดมาพร้อมเพลิงวิญญาณสีทองบริสุทธิ์หรอกเหรอ?
คนที่โบกมือครั้งเดียวก็หลอมศาสตราวิญญาณระดับท็อปออกมาได้น่ะ!
คนที่เป็ยอัจฉริยะนักหลอมในรอบพันปีคนนั้นไง!
แต่ในปากของคนพวกนี้ เฉินเทียนกลับกลายเป็นนักวรยุทธ์สายบ้าพลัง!
แถมยังเป็นสายบู๊ที่บ้าคลั่งที่สุดด้วย!
บุกเดี่ยวกวาดล้างกองทัพอสูรกลายพันธุ์คืนชีพที่แม้แต่นักวรยุทธ์ระดับ 6 อย่างลวี่ว่านซานยังเอาไม่อยู่เนี่ยนะ?!
แล้วยังฆ่าระดับ 6 ได้เหมือนเดินเด็ดดอกไม้อีก?!
นี่มันสมเหตุสมผลตรงไหนวะ?!
โลกทัศน์ของฉู่เฟิงกำลังพังทลาย
กู๋เจี้ยนฉางที่อยู่ข้างๆ กลับยิ้มเยาะอย่างมีความสุข
เขามองฉู่เฟิงที่สั่นเทิ้ม หน้าซีดเผือดและเหม่อลอย แล้วรู้สึกสะใจเป็นที่สุด
โจวเสวียนนั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้
เขาเบือนหน้าเล็กน้อย ชำเลืองมองความวุ่นวายข้างหลังด้วยหางตา
เขามองดูอัจฉริยะของกรมช่างสวรรค์ที่ปกติจะจองหองไม่เห็นหัวใคร
บัดนี้กลับทรุดตัวอยู่ในที่นั่งเหมือนปลาเค็มที่สิ้นหวัง ใบหน้ามืดมน
ความรู้สึกสะใจลึกๆ ผุดขึ้นในใจโจวเสวียน
แถมยังแฝงไปด้วยความเวทนาจางๆ
ถึงเวลาให้พวกผู้ใช้พลังจิตที่เย่อหยิ่งและเย็นชาพวกนี้ ได้รับการกระตุ้นประสาทสักหน่อย
หวังว่าพวกแกคงจะยังไหวนะ
โจวเสวียนถอนหายใจในใจอย่างเงียบๆ ใครๆ ก็ต้องผ่านจุดนี้มาทั้งนั้นแหละ
ตอนที่ฉัน ผู้ตรวจการมณฑล ไปถึงเจียงเฉิงครั้งแรก ฉันก็เป็นแบบพวกแกนี่แหละ
เขาคิดพลางแอบขำในความโชคร้ายของคนอื่น
ลองเดาสิ ว่าทำไมผู้ตรวจการมณฑลเทียนหยุนที่ยิ่งใหญ่อย่างฉัน ถึงปฏิบัติกับเฉินเทียนเหมือนเขาเป็นราชาตอนอยู่ที่เจียงเฉิง?
ลองเดาสิ ว่าทำไมเมื่อวานฉันถึงยอมเสี่ยงตาย แบกหน้าไปทนอารมณ์เสียของปรมาจารย์กู่เหอ เพื่อพาเฉินเทียนไปอัปเกรดอาวุธที่กรมช่างสวรรค์?
ลองเดาสิ ว่าทำไมเฉินเทียนอายุแค่สิบเจ็ด แต่มีอุปกรณ์ระดับ S เต็มยศขนาดนั้น?
ลองเดาสิ ว่าทำไมแค่อุปกรณ์ระดับ S ถึงยังไม่พอสำหรับเฉินเทียน จนต้องอัปเกรดให้กลายเป็นศาสตราวิญญาณ?!
ความจริงน่ะ... มันแฝงอยู่ในรายละเอียดเสมอโว้ย!