- หน้าแรก
- จุติเทพสงครามหลังโดนไล่ออกผมก็ไปอาละวาดที่แนวหน้า
- บทที่ 180 สายฟ้าถล่มปฐพีของลอยสลัก!
บทที่ 180 สายฟ้าถล่มปฐพีของลอยสลัก!
บทที่ 180 สายฟ้าถล่มปฐพีของลอยสลัก!
หน้าจอระบบสีฟ้าอ่อนปรากฏขึ้นตรงหน้าเฉินเทียนเพียงคนเดียว
【ชื่ออาวุธ: ลอยสลัก - สายฟ้ากัมปนาท (ศาสตราวิญญาณระดับกลาง)】
【วัสดุ: คริสตัลความว่างเปล่า (วัสดุหลัก), ศิลาสายฟ้าใต้ทะเลลึก (แกนกลาง), ปีกจักจั่นหน้าผีกลายพันธุ์ระดับ 4】
【น้ำหนัก: เบาดุจขนนก (ปกติ) / หนักนับพันชั่ง (สถานะประจุพลัง)】
【อำพรางว่างเปล่า: ดัชนีหักเหแสง 100% เคลื่อนที่ไร้เสียง ไร้การรบกวนของกระแสอากาศ】
【เร่งความเร็วแม่เหล็กไฟฟ้า: ใช้สนามแม่เหล็กเข้มข้นจากศิลาสายฟ้าเพื่อเร่งความเร็วมีดบินเป็นจังหวะที่สอง ความเร็วเริ่มต้นทะลุ 5 เท่าของความเร็วเสียง พลังเจาะทะลุเพิ่มขึ้น 300%】
【คุกสายฟ้าโลกันตร์: เมื่อปะทะเป้าหมาย จะปลดปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงสูงล้านโวลต์ทันที พร้อมคุณสมบัติ "สายฟ้าลูกโซ่" 】
"ลอยสลัก - สายฟ้ากัมปนาท..." เฉินเทียนพึมพำกับตัวเอง
โดยเฉพาะไอ้คุณสมบัติ [เร่งความเร็วแม่เหล็กไฟฟ้า] นี่แหละ เดิมทีมีดบินลอยสลักอาศัยเพียงแรงขับจากพลังจิต แม้จะเร็วแต่ก็มีขีดจำกัด แต่ตอนนี้ด้วยการเร่งความเร็วแบบปืนแม่เหล็กไฟฟ้านี่มันไม่ใช่แค่มีดบินแล้ว แต่มันคือปืนใหญ่แม่เหล็กไฟฟ้าขนาดจิ๋ว 36 กระบอกชัดๆ!
“โฮก—!!!” กลิ่นสาบคละคลุ้งไปในอากาศ
ลิงแขนเหล็กสูงห้าเมตรเงื้อหมัดยักษ์ที่แฝงพลังทำลายล้าง ห่างจากกำแพงเมืองไม่ถึงสองเมตร ดวงตาสีแดงฉานของมันเต็มไปด้วยความคุ้มคลั่ง เบื้องหลังของมันคือฝูงอสูรนับไม่ถ้วนที่เกาะเต็มกำแพงราวกับโรคระบาด
จางเยว่ตาแดงก่ำ ดาบในมือประจุปราณจนสั่นระริก ต่อให้ต้องตายเขาก็จะลากพวกมันไปลงนรกด้วย!
“ตอนนี้แหละ”
เปรี๊ยะๆๆๆ—!!! เสียงประจุไฟฟ้าแผดดังสนั่น
มีดบินสีน้ำเงินเข้ม 36 เล่มที่ลอยอยู่ตรงหน้าเฉินเทียนพลันหดตัวกลับ ราวกับสปริงที่ถูกกดจนสุด อากาศรอบใบมีดบิดเบี้ยวทันทีจากสนามแม่เหล็กไฟฟ้าแรงสูง เนื่องจากความเร็วมันสูงเกินไป สูงจนทิ้งเสียงไว้เบื้องหลัง จางเยว่เห็นเพียงเงาสีน้ำเงินวูบผ่านสายตาไป
จากนั้น...
ฉึก!
ลิงแขนเหล็กที่กำลังผยองแข็งทื่อไปทันที ที่หน้าผาของมันปรากฏรูโหว่ขนาดเล็กที่มีรอยไหม้เกรียม แม้แต่กะโหลกที่แข็งดุจเหล็กก็ระเหยกลายเป็นไอภายใต้ความร้อนจัดในพริบตา ไม่ใช่แค่ที่หน้าผา ทั้งลำคอ หัวใจ จุดตันเถียน... ในเสี้ยววินาที รูเลือดเจ็ดแปดแห่งระเบิดออกบนตัวมันพร้อมกัน!
นี่คือความน่ากลัวของ [เร่งความเร็วแม่เหล็กไฟฟ้า] ตราบใดที่พลังจิตของเฉินเทียนตามทัน มีดบินสามารถเจาะทะลุเป้าหมายได้นับสิบครั้งภายใน 0.01 วินาที!
แต่นี่ยังไม่ใช่จุดจบ หลังจากทะลวงร่างลิงแขนเหล็กแล้ว เส้นแสงสีน้ำเงินยังคงพุ่งต่อไปโดยไม่ลดความเร็ว มันเหมือนการเสียบลูกชิ้น
ปึก ปึก ปึก ปึก ปึก—!
เสียงระเบิดทึบๆ ต่อเนื่องทำเอาคนฟังขนลุกซู่ สัตว์อสูรกว่าสิบตัวที่ตามหลังลิงแขนเหล็กมายังไม่ทันได้ตอบโต้ ร่างของพวกมันก็ระเบิดออกทันที! คุณสมบัติคุกสายฟ้าโลกันตร์ทำงาน! กระแสไฟฟ้าล้านโวลต์ถูกปล่อยออกมาภายในร่าง เลือดระเหยกลายเป็นไอในพริบตา ร่างยักษ์พวกนั้นเหมือนโดนยัดระเบิดไว้ข้างใน
ตูม! ตูม! ตูม! เนื้อหนังปลิวว่อนไปทั่ว
และท่ามกลางม่านเลือดนั้น มีดบิน "สายฟ้ากัมปนาท" ทั้ง 36 เล่มได้กลายเป็นเคียวมัจจุราชอย่างสมบูรณ์ พวกมันสานต่อกันกลางอากาศ กลายเป็นตาข่ายสายฟ้าที่ไม่มีใครผ่านได้ ทุกการเคลื่อนไหวจะนำมาซึ่งประกายสายฟ้าสีน้ำเงิน กระแสไฟฟ้ากระโดดและส่งต่อกันไปทั่วฝูงอสูร คลื่นอสูรที่เกาะกลุ่มกันแน่นบัดนี้กลับกลายเป็นจุดอ่อนที่ร้ายแรงที่สุด
ตัวหนึ่งโดนช็อต อีกสิบตัวรอบๆ ตายตาม!
เปรี๊ยะๆๆ—
เบื้องล่างกำแพงเมืองกลายเป็นสระว่ายน้ำสายฟ้าสีน้ำเงินในพริบตา กลิ่นไหม้คละคลุ้งผสมกับกลิ่นคาวเลือดลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า
“นี่มัน... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย?!” จางเยว่เองก็เหมือนโดนสายฟ้าฟาด ยืนอึ้งตาค้างเป็นไก่ตาแตก
ในฐานะยอดฝีมือระดับ 5 เขาไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับวิชาสายฟ้า [คุกสายฟ้า] ของลวี่ว่านซานก็ปล่อยสายฟ้าได้ แต่นั่นมันยังมีร่องรอยให้ตามทัน ทว่าสายฟ้าตรงหน้าเขามันเหมือนโผล่ออกมาจากความว่างเปล่า แล้วระเบิดออกด้วยเสียงกัมปนาท เร็วเสียจนจางเยว่ไม่อาจตามรอยวิถีของมีดบินได้ทัน เขาเห็นเพียงเส้นสายสีน้ำเงินที่หักเหไปมาอย่างบ้าคลั่งในฝูงอสูร
การหักเหทุกครั้ง... หมายถึงการล้มตายของอสูรนับไม่ถ้วน
มันเหมือนกับ... เฉินเทียนกำลังเล่นเกมงูกินหางอยู่คนเดียว โดยมีฝูงอสูรเบื้องล่างเป็นเหยื่อ ยิ่งกินมากเท่าไหร่ พวกมันก็ยิ่งตายมากเท่านั้น!
อึก ลวี่ว่านซานที่ยืนอยู่ข้างๆ ซดน้ำลายอึกใหญ่
เขาก้มลงมองศาสตราวิญญาณระดับต่ำในมือที่เขาเพิ่งจะเห่อและทะนุถนอมเมื่อครู่ จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่า...
มันไม่สวยแล้วว่ะ มันไม่สวยเอาซะเลย! เมื่อเทียบกับของเฉินเทียน อาวุธของเขามันก็แค่ไม้เขี่ยไฟชัดๆ!
นี่น่ะเหรอร่างที่แท้จริงของผู้ใช้พลังจิต? นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด!
[สังหารอสูรระดับ 4 ลิงแขนเหล็ก, แต้มสังหาร +100]
[สังหารอสูรระดับ 3 หมาป่ากัดกร่อน, เปิดใช้งานสายฟ้าลูกโซ่, แต้มสังหาร +200]
[สังหาร...]
ผ่านไปเพียงครึ่งนาที ได้แต้มมาสามหมื่น!
ซู่—
สายตาของทุกคนจับจ้องไปยังพื้นที่ว่างรูปพัดที่น่าสยดสยองเบื้องล่างกำแพงเมือง เมื่อไม่กี่วินาทีก่อน มันยังเต็มไปด้วยอสูรนับพันที่ถาโถมเข้ามาดุจสึนามิสีดำที่ทำให้กองทัพต้องสิ้นหวัง แต่ตอนนี้มันกลับว่างเปล่าสนิท
และที่ใจกลางแผ่นดินที่ไหม้เกรียมนั่น มีดบินสีน้ำเงิน 36 เล่มขยับเขยื้อนช้าๆ เหมือนกำลังหายใจ ใบมีดยังมีประกายไฟฟ้าหลงเหลืออยู่ พวกมันเหมือนฝูงปลาใต้ทะเลลึกที่ดูสง่างามแต่แฝงความตายไว้ทุกลมหายใจ ภาพของความสวยงามและการทำลายล้างที่ตัดกันอย่างรุนแรงนี้สะกดสายตาของทุกคนที่อยู่ตรงนั้น
"เชี่ย... แล้ว..." ลวี่ว่านซานพึมพำ
เขามองดูดาบระดับต่ำในมือสลับกับมีดบิน "สายฟ้ากัมปนาท" ของเฉินเทียน สายฟ้าที่ไหลเวียนบนดาบของเขา เมื่อเทียบกับของเฉินเทียนแล้ว มันเหมือนหิ่งห้อยที่พยายามจะแข่งแสงกับสปอตไลท์ชัดๆ ลวี่ว่านซานหน้ากระตุกไม่หยุด
แต่ในวินาทีนี้ คนที่โดนดาเมจทางใจหนักที่สุดไม่ใช่ลวี่ว่านซาน แต่เป็นจางเยว่ ผู้บัญชาการเมืองฟางเฉิงที่ยืนแข็งทื่อเป็นหินอยู่หน้าสุดของหอสังเกตการณ์ ลมพัดผ่านไป จางเยว่รู้สึกแสบที่ใบหน้าเหมือนโดนตบ
เขาเข้าใจแล้ว... คำว่า "มีตาแต่หามีแววไม่" มันเป็นยังไง!
เขานึกถึงคำประเมินที่มีต่อเฉินเทียนเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน คำพูดเหล่านั้นตอนนี้เหมือนฝ่ามือที่ตบเข้าหน้าเขาฉาดใหญ่จนหน้าชา
จนกระทั่งเฉินเทียนแสดงให้เห็นกับตา เขาถึงได้เชื่ออย่างหมดใจว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงคืออะไร จางเยว่รู้สึกสมองเดือดพล่าน นี่มันยังเป็นคนอยู่ไหม?! ต่อให้ปรมาจารย์กู่เหอผู้โอหังมาเอง เขาก็ไม่เคยได้ยินว่ามีการอัปเกรดอาวุธระดับ S เป็นศาสตราวิญญาณได้ในเวลาชั่วโมงเดียว!
และ... เมื่อมองดูสมรภูมิที่ยังมีควันกรุ่นเบื้องล่าง พลังทำลายล้างนี้มันเทียบไม่ได้เลยกับพวกงานลวกๆ หยาบๆ ทั่วไป! คำว่าอัจฉริยะเนี่ย มันไม่สมเหตุสมผลได้ขนาดนี้เลยเหรอ?
ในตอนนั้นเอง เฉินเทียนดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงสายตาที่เร่าร้อนของจางเยว่ เขาค่อยๆ หันกลับมา บนใบหน้าหล่อเหลาที่ดูอ่อนเยาว์เกินไปนั่นมีเพียงรอยยิ้มจางๆ เขาไม่ได้แสดงความขุ่นเคืองต่อท่าทีของจางเยว่ก่อนหน้านี้เลยสักนิด
"ผู้บัญชาการจาง ผมทำให้ท่านต้องดูเรื่องตลกซะแล้ว" เฉินเทียนเอ่ยเบาๆ
"ท่านอาจารย์เฉิน..." น้ำเสียงจางเยว่แหบพร่า
แม้แต่คำเรียกขานก็เปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว หากก่อนหน้านี้การเรียก "ท่านอาจารย์" คือการให้เกียรติตามมารยาทและแฝงความประชดประชันนิดๆ แต่ตอนนี้... คำว่า "ท่านอาจารย์" นี้มาจากส่วนลึกของหัวใจ และแฝงไปด้วยความยำเกรงอย่างไม่ปิดบัง
ขอแค่หมัดคุณหนักพอ ขอแค่คุณฆ่าสัตว์อสูรได้ อย่าว่าแต่อายุสิบเจ็ดเลย ต่อให้เป็นเด็กทารกยังใส่ผ้าอ้อม ทุกคนก็พร้อมจะคุกเข่าเรียกว่า "ท่านปู่!"