- หน้าแรก
- จุติเทพสงครามหลังโดนไล่ออกผมก็ไปอาละวาดที่แนวหน้า
- บทที่ 175 ลวี่ว่านซานเสียสติไปแล้วหรือไง?!
บทที่ 175 ลวี่ว่านซานเสียสติไปแล้วหรือไง?!
บทที่ 175 ลวี่ว่านซานเสียสติไปแล้วหรือไง?!
จางเยว่จ้องมองลวี่ว่านซาน สหายร่วมรบคนสนิทของเขา
สายตาของเขาช่างซับซ้อนเหลือเกิน มีทั้งความตกตะลึง ความกังขา และอารมณ์ประมาณว่า 'นี่แกตลกกับฉนอยู่ใช่ไหม?!'
จางเยว่รู้สึกเหมือนสติปัญญาของตนกำลังถูกหยาม ในฐานะผู้บัญชาการเมือง จางเยว่มีความเยือกเย็นและการควบคุมอารมณ์ที่เป็นเลิศ แม้ในใจเขาจะกำลังสบถด่าอย่างบ้าคลั่ง และอยากจะผ่ากะโหลกของลวี่ว่านซานออกมาดูเหลือเกินว่าข้างในนั้นมันบรรจุไปด้วยสมองหรือมูลของสัตว์อสูรกันแน่
แต่ต่อหน้าทหารสามพันนาย เขาจะเสียมาดไม่ได้ เขาจะปล่อยให้คนนอกหัวเราะเยาะไม่ได้
"ที่แท้... ก็คือท่านอาจารย์เฉินนี่เอง" รอยยิ้มที่ฝืนและดูอัปลักษณ์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าซูบตอบของจางเยว่ "ได้ยินชื่อเสียงมานาน"
น้ำเสียงนั้นฟังดูไม่เหมือนคำทักทายตามมารยาท แต่มันแฝงไปด้วยโทสะที่สะกดกลั้นไว้ เฉินเทียนยังคงนิ่งสงบ เพียงแค่พยักหน้าตอบรับเบาๆ: "ผู้บัญชาการจาง ท่านเกรงใจไปแล้ว"
ท่าทางที่ไม่แยแสนี้ ในสายตาของจางเยว่ มันกลับดูเหมือนความโอหังที่เกิดจากความเขลา จางเยว่ตาพรมยิกๆ
"แค่กๆ" จางเยว่ไอหนักๆ สองครั้ง ก่อนจะหันไปสั่งนายทหารคนสนิทที่อยู่ข้างกาย "นี่ เจ้าเซียวหลิว"
"พาท่านอาจารย์เฉินไปพักผ่อน"
"จัดห้องที่ดีที่สุด เตรียมชาที่ดีที่สุด อย่าได้ขาดตกบกพร่องต่อแขกผู้มีเกียรติของเราเด็ดขาด"
นายทหารคนสนิทเซียวหลิวนั้นเป็นคนหัวไว เมื่อเห็นสีหน้ากะซวกไส้ของผู้บัญชาการตน เขาก็เข้าใจทันทีว่านี่คือการ 'ไล่ไปให้พ้นหูพ้นตา' ก่อน!
"รับทราบครับ! เข้าใจแล้วครับ!" นายทหารคนสนิทรีบวิ่งเหยาะๆ มาหาเฉินเทียนพร้อมผายมือเชิญ "ท่านอาจารย์เฉิน เชิญทางนี้ครับ แม้สภาพในเมืองฟางเฉิงจะยากลำบากไปบ้าง แต่ท่านเดินทางมาไกลคงจะเหนื่อยล้า เชิญพักผ่อนก่อนเถอะครับ"
เฉินเทียนชำเลืองมองจางเยว่อย่างมีเลศนัย แล้วเหลือบมองลวี่ว่านซานที่ทำท่าอึกอักเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง เขาก็เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดทันที
"ในเมื่อผู้บัญชาการจางหวังดี ผมก็ขอรับไว้ครับ" เฉินเทียนไม่เกรงใจและเดินตามนายทหารคนสนิทไป ก่อนจะจากไป เขาตบไหล่ลวี่ว่านซานเบาๆ "พี่ลวี่ อย่าลืมเตรียมวัสดุไว้ให้พร้อมนะครับ เมื่อไหร่ที่ของครบ ผมเริ่มงานได้ทันที"
สามนาทีต่อมา
ณ กองบัญชาการเมืองฟางเฉิง ห้องทำงานผู้บัญชาการ
ทันทีที่ประตูหนาหนักปิดลง
"ปัง—!!!" เสียงกระแทกดังสนั่น จางเยว่ตบโต๊ะอย่างแรง "ลวี่ว่านซาน!!!"
แรงกระแทกทำเอากระจกนิรภัยในห้องสั่นสะเทือน จางเยว่คำรามราวกับราชสีห์ที่กำลังพิโรธ "ไอ้ลิงมารแยกนภานั่นมันเตะสมองแกกระเด็นไปแล้วหรือไง?! นี่น่ะเหรอผู้ช่วยชีวิตที่แกพูดถึง?"
จางเยว่ตัวสั่นด้วยความโกรธ เดินพล่านไปมาท่ามกลางความวุ่นวาย
"ไอ้เด็กที่ขนหน้าแข้งยังไม่ทันงอกนั่นน่ะนะ! มันเรียนจบมัธยมหรือยัง? หรือเป็นแค่เฟรชชี่จากมหาวิทยาลัยวรยุทธ์ที่ไหนสักแห่ง? แกบอกข้าว่าเขาคือปรมาจารย์ช่างหลอมงั้นเหรอ? ทำไมแกไม่บอกข้าไปเลยล่ะว่าเขาคือเง็กเซียนฮ่องเต้จุติมาเกิด?!"
ลวี่ว่านซานหดตัวลีบ ยืนพิงกำแพงเหมือนนักเรียนที่ทำความผิด หมาป่าโลกันต์ผู้เกรงขามบัดนี้กลายเป็นคนขี้ขลาดไปเสียแล้ว เขารู้ดีว่าคราวนี้จางเยว่โกรธจัดของจริง
"ไอ้จาง ฟังฉันอธิบายก่อน..."
"อธิบายบ้านป้าแกสิ!" จางเยว่ไม่เปิดโอกาสให้พูด น้ำลายกระเด็นใส่หน้าอีกฝ่าย "ลวี่ว่านซาน ฉันรู้ว่าแกกังวล แต่ความกังวลไม่ใช่ข้ออ้างในการทำอะไรบ้าๆ แบบนี้! ต่อให้แกเชิญท่านกู่เหอมาไม่ได้ จะพาช่างหลอมคนอื่นจากกรมช่างสวรรค์มาข้าก็ยอมรับได้ แต่นี่แกไปหิ้วเด็กอายุไม่ถึงยี่สิบมาเนี่ยนะ?!"
จางเยว่ทิ้งตัวลงบนโซฟา เอามือกุมขมับ ดูแก่ลงไปทันตาเห็นสิบปี เมื่อเห็นสหายร่วมรบมีสภาพหดหู่ ลวี่ว่านซานก็เริ่มจะไม่กลัวแล้ว เขาเดินดุ่มเข้าไป กระชากคอเสื้อตัวเองออกจนเห็นขนหน้าอกรุงรัง แล้วตะโกนเสียงดังลั่น
"จางเยว่! แกหันมามองหน้าข้าเดี๋ยวนี้! แกก็รู้ว่าฉันไม่ใช่ไอ้โง่! ฉันอยู่ฟางเฉิงมาคือนี่ปีที่เท่าไหร่แกคิดว่าฉันเป็นคนประเภทที่จะเอาชีวิตพี่น้องมาล้อเล่นงั้นเหรอ?"
"แกมันบ้าไปแล้ว! ไอ้ลวี่ แกมันบ้าไปแล้วจริงๆ!" ในสายตาของจางเยว่ ลวี่ว่านซานตอนนี้เหมือนคนโดนล้างสมองโดยแชร์ลูกโซ่ไม่มีผิด
ลวี่ว่านซานหยิบกล่องโลหะสีดำทองออกมา ศิลาสายฟ้าใต้ทะเลลึก
จางเยว่เห็นแล้วหัวใจแทบสลาย นี่คือวัสดุที่ลวี่ว่านซานเก็บหอมรอมริบมาหลายปี ไอ้คนใจสปอร์ตคนนี้จะเอาสมบัติทั้งหมดไปประเคนให้ไอ้หนูหน้ามนที่ผมยังไม่ทันงอกนั่นจริงๆ เหรอ?
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?
"ไอ้จาง ปล่อยมือ" ลวี่ว่านซานถือกล่องหนักอึ้งด้วยมือข้างเดียว ส่วนอีกมือหนึ่งกำดาบระดับ S [คุกสายฟ้า] ที่อยู่กับเขามานานแน่น
"ฉันไม่ปล่อย!" จางเยว่กำหูหิ้วกล่องแน่นจนแทบจะโหนลงไป
"ถ้าแกจะเอาไปให้ท่านกู่เหอ ฉันไม่ห้าม! แต่ไอ้เฉินเทียนนั่น... มันอายุเท่าไหร่? หือ? สิบเจ็ด! เด็กสิบเจ็ดจะไปรู้อะไรเรื่องหลอมอาวุธ!"
จางเยว่ตะโกนจนเสียงแหบพร่า เขากังวลจริงๆ สถานการณ์ในเมืองฟางเฉิงตอนนี้วิกฤตสุดขีด คลื่นอสูรที่คืนชีพได้ไม่จำกัดเหมือนดาบดามอคลีสที่แขวนอยู่เหนือหัว ถ้าอาวุธของลวี่ว่านซานพังไปตอนนี้ หรือวัสดุล้ำค่าพวกนี้สูญเปล่า เมืองฟางเฉิงจบเห่แน่!
ลวี่ว่านซานมองดูสหายที่เกือบจะร้องไห้ แล้วถอนหายใจเบาๆ "ไอ้จาง พวกเราคบกันมานี่ปีแล้ว?"
จางเยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง เผลอคลายมือออกโดยสัญชาตญา "สามสิบปี"
"แกก็รู้ว่าสามสิบปี" น้ำเสียงของลวี่ว่านซานทุ้มลึกและทรงพลัง "ในสามสิบปีนี้ ฉันลวี่ว่านซาน เคยทำเรื่องที่ไม่มีความมั่นใจบ้างไหม?"
จางเยว่อ้าปากค้างแต่พูดไม่ออก เขายังคงลังเลอยู่บ้าง ลวี่ว่านซานไม่อยากอธิบายอีกต่อไป เพราะอธิบายไปร้อยคำก็ไม่เท่าเห็นกับตา เขาขยับข้อมือเบาๆ พลังงานมหาศาลที่นุ่มนวลแต่หยุดไม่ได้พุ่งออกมา สะบัดมือของจางเยว่ออกไปทันที
"นำทางไปสิ?" จางเยว่ตาโต "ฉันต้องไปด้วยเหรอ?"
"แน่นอน!" ลวี่ว่านซานคว้าไหล่จางเยว่แล้วลากผู้บัญชาการเมืองฟางเฉิงออกไปเหมือนลากหมาตาย "ถ้าแกไม่ไปดูด้วยตาตัวเอง เกิดท่านอาจารย์เฉินบอกว่าวัสดุไม่พอ ฉันจะได้ขออนุมัติจากแกได้ทันท่วงทีไง"
"ขออนุมัติ?!" จางเยว่แทบพ่นเลือด "แกจะปล้นคลังหลวงงั้นเหรอ?! ลวี่ว่านซาน! แกบ้าไปแล้วจริงๆ ใช่ไหม?!"
"ฉันบอกไว้ก่อนนะ! ถ้าไอ้เฉินเทียนนั่นทำดาบแกพัง ฉันจะฆ่ามันทิ้งตรงนั้นเลย!"
จางเยว่สบถด่าสาปแช่งขณะที่โดนลากตัวไปอย่างขัดขืนไม่ได้ แต่เขาก็ไม่ได้ขัดขืนด้วยกำลังอีก ส่วนหนึ่งเพราะเขารู้ว่าสู้แรงไอ้ลวี่ไม่ได้ และอีกส่วนหนึ่งคือ... เขาอยากจะเห็นกับตาตัวเองเหลือเกินว่า "ปรมาจารย์" คนไหนกันที่ทำให้ลวี่ว่านซานหลงหัวปักหัวปำขนาดนี้?
ณ หน้าผา ป้อมปราการเมืองฟางเฉิง พื้นที่รับรอง VIP
ที่นี่คือสถานที่ที่เงียบสงบและมีอุปกรณ์ครบครันที่สุดในป้อมปราการ ปกติมีเพียงบุคคลสำคัญจากเบื้องบนเท่านั้นที่มีสิทธิ์พัก
ในเวลานี้ เฉินเทียนกำลังนั่งจิบชาบนโซฟาอย่างสบายอารมณ์ เมื่อเขาได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากนอกประตู
มาถึงแล้วสินะ
เร็วกว่าที่คิดเสียอีก เฉินเทียนไม่แปลกใจเลย เพราะในเมื่อลวี่ว่านซานทุ่มเทขนาดนี้ เขาไม่มีทางยอมล้มเลิกง่ายๆ แน่นอน