- หน้าแรก
- จุติเทพสงครามหลังโดนไล่ออกผมก็ไปอาละวาดที่แนวหน้า
- บทที่ 165 สามสุดยอดวัสดุเทวะ!
บทที่ 165 สามสุดยอดวัสดุเทวะ!
บทที่ 165 สามสุดยอดวัสดุเทวะ!
เฉินเทียนไม่ลังเลเลย เขาขยับมือเพียงนิด
หินสีดำขนาดเท่ากำปั้นก็ถูกพลังดึงดูดเข้าสู่ฝ่ามือเขาทันที
หนังตาของกู่เหอกระตุกยิกๆ อย่างรุนแรง
เชี่ยเอ๊ย!
นั่นมันคือสมบัติที่เขาเสี่ยงชีวิตไปขุดออกมาจากซากปรักหักพังเมื่อสามปีก่อนเชียวนะ!
เพราะรูปลักษณ์ที่ดูธรรมดาของมัน เขาเลยตั้งใจวางทิ้งไว้ตรงนี้เพื่อพรางตาไม่ให้ใครสนใจ
แล้วไอ้เด็กนี่มันไปถูกตาต้องใจตั้งแต่แวบแรกได้ยังไงกัน?
กู่เหอสูดลมหายใจลึก ฝืนยิ้มออกมา
"พ่อหนุ่ม รสนิยมเธอ... ไม่เลวเลยนะ หินก้อนนี้ถึงจะดูไม่สะดุดตา แต่มันแข็งแกร่งมาก..."
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ เฉินเทียนก็ขยับตัวอีกครั้ง
เขาเดินตรงไปยังชั้นวางอีกฝั่ง บนนั้นมีกล่องคริสตัลที่ผนึกกลุ่มแก๊สสีฟ้าอ่อนจางๆ เอาไว้
[ลมหายใจเทพวายุ: ผลึกธาตุลมบริสุทธิ์ที่หาได้ยากยิ่ง]
คลิก
เฉินเทียนเปิดกล่องอย่างไม่เกรงใจและคว้าเอาแก๊สนั้นมาไว้ในมือ
กู่เหอรู้สึกเหมือนหัวใจโดนบีบอย่างแรง
เจ็บ! มันเจ็บจี๊ดเข้าไปถึงขั้วปอด!
นั่นมันวัสดุหลักที่เขาเก็บไว้กะจะหลอมอาวุธระดับตำนานไว้ใช้ตอนเกษียณนะโว้ย!
ไอ้เด็กนี่มันรู้เรื่องจริงๆ ใช่ไหม? ทำไมมันถึงเลือกแต่ของรักของหวงที่ประเมินค่าไม่ได้แบบนี้ล่ะ?
“เอ่อ... พ่อหนุ่ม” เสียงกู่เหอเริ่มสั่น รอยยิ้มบนหน้าเริ่มแข็งทื่อ “สิ่งนี้มันไม่ค่อยเสถียรนะ มือใหม่อาจจะคุมยากหน่อย ลองดูอันที่มันปลอดภัยกว่านี้ไหม?”
“ไม่เป็นไรครับ ผมชอบความท้าทาย”
เฉินเทียนฉีกยิ้มกว้าง เห็นฟันขาวสะอาดเรียงกันสวย
กู่เหออยากจะร้องไห้
ท้าทายบ้านป้าแกสิ! แกน่ะสนุก แต่แกเล่นกวาดเงินเก็บในโลงศพของฉันไปจนเกลี้ยงแล้วนะ!
ทว่า ฝันร้ายเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
สายตาของเฉินเทียนไปหยุดอยู่ที่แท่นโลหะที่ถูกผนึกด้วยอาคมนับสิบชั้น
ที่นั่นมีของเหลวสีม่วงหยดหนึ่งลอยตัวอยู่ มันดูไม่สะดุดตา ขนาดเพียงเท่าปลายนิ้วก้อย
【แก่นความว่างเปล่า: วัสดุระดับเทวะที่บรรจุพลังแห่งมิติ!】
เฉินเทียนสูดลมหายใจลึก ชี้ไปที่หยดของเหลวสีม่วงนั่นแล้วหันมามองกู่เหอ
“ท่านปรมาจารย์กู่ ผมขอเพิ่มสิ่งนี้ด้วยครับ”
พรืด
กู่เหอเกือบจะพ่นเลือดออกมาคำโต
เขาเบิกตากว้างจ้องมองเฉินเทียน เหมือนมองโจรที่กำลังล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อเพื่อฉกเงินเก็บทั้งชีวิตของเขาไป
แก่นความว่างเปล่า!
เรียกได้ว่าเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในคลังแห่งนี้! เป็นของสะสมที่น่าภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตของกู่เหอ!
ไอ้เด็กนี่มันดูออกได้ยังไง? สิ่งนี้มีเกราะกำบังไว้ตั้งสิบแปดชั้นนะโว้ย!
“สิ่งนี้...” กู่เหออ้าปากอยากจะปฏิเสธ
นี่มันวัสดุระดับท็อป! จะเอาไปให้มือใหม่หัดขับเนี่ยนะ?
ต่อให้สิ้นเปลืองไปเพียงมิลลิกรัมเดียว มันก็คืออาชญากรรมชัดๆ!
แต่พอมองลึกลงไปในดวงตาที่ใสกระจ่างและมุ่งมั่นของเฉินเทียน
เขาก็หวนนึกถึงพรสวรรค์ที่สะเทือนโลกนั่น... ถ้าเขาไม่ให้ของที่ดีที่สุดไป แล้วเด็กนี่เกิดเปลี่ยนใจหนีไปล่ะ? ถ้าเกิดการลองครั้งแรกล้มเหลวเพราะวัสดุกระจอกๆ จนทำให้อัจฉริยะคนนี้เสียความมั่นใจล่ะ?
หัวใจกู่เหอกำลังหลั่งเลือดและกรีดร้อง เขาเกิดการต่อสู้ในใจอย่างรุนแรง
มันช่างเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าความตาย
"เอาไป... เอาไปเลย..." กู่เหอหลับตาลง พลางผลักหยดแก่นความว่างเปล่าส่งให้
"พ่อหนุ่ม... เธอ... ได้โปรด... ระวังหน่อยนะ..."
กู่เหอรู้สึกว่าหัวใจสั่นสะท้าน นี่ไม่ใช่แค่การจ่ายค่าเทอมแล้ว
แต่มันคือการเฉือนเนื้อตัวเองมาชงน้ำให้เด็กดื่มชัดๆ!
เฉินเทียนรับหยดของเหลวที่ล้ำค่ามหาศาลนั้นมา เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานที่น่าหวาดหวั่นที่บรรจุอยู่ภายใน เขาพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม
"ไม่ต้องห่วงครับท่านปรมาจารย์ ผมจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังแน่นอน"
เห็นท่าทางมั่นใจของเฉินเทียน กู่เหอก็ได้แต่ร่ำไห้ในใจ
ไม่ผิดหวังงั้นเหรอ?
ขอแค่เตาหลอมไม่ระเบิด ฉันก็แทบจะจุดธูปกราบขอบคุณฟ้าดินแล้ว!
วินาทีนี้ ปรมาจารย์ช่างผู้เลื่องชื่อแห่งมณฑลเทียนหยุนจู่ๆ ก็รู้สึกนึกเสียใจขึ้นมา... เขาโฆษณาชวนเชื่อเกินจริงไปหรือเปล่านะ?
ราคาค่างวดที่ต้องจ่าย... มันช่างสูงลิบลิ่วเหลือเกิน!
ไม่กี่นาทีต่อมา ประตูอัลลอยหนาหนักของคลังอาวุธเปิดออกอีกครั้ง
เฉินเทียนและกู่เหอเดินออกมาตามลำดับ ทุกสายตาพุ่งเป้าไปที่พวกเขาทันที
เฉินเทียนเดินนำหน้าด้วยฝีเท้าเบาสบาย ท่าทางฮึกเหิม เขาถือกล่องโลหะสั่งทำพิเศษที่ดูหนักอึ้งไว้ รอยยิ้มบนหน้าเขากว้างยิ่งกว่าความยาวของปืน AK-47 เสียอีก
แต่กู่เหอที่เดินตามหลังมานั้น...
ปรมาจารย์ผู้น่าเกรงขามและอารมณ์ร้ายคนเดิมกลับมีสภาพเหมือนเพิ่งโดนปล้นสะดมมา ใบหน้าหมองคล้ำ ริมฝีปากสั่นระริก ทุกย่างก้าวดูหนักอึ้ง แววตาที่แดงก่ำจ้องมองกล่องในมือเฉินเทียนอย่างอาลัยอาวรณ์ ราวกับกำลังบอกลาคนรักที่กำลังจะจากไปไกล
"นี่มัน..." โจวเสวียนซดน้ำลายอึกใหญ่
ยังไม่ทันที่ใครจะตั้งตัว เฉินเทียนเดินตรงไปยัง "แท่นหลอมเพลิงเทวะ" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของฝีมือการช่างระดับสูงสุดของที่นี่ เขาประคองกล่องโลหะวางลงบนแท่น
ปึก
ใบหน้าตาแก่กู่เหอกระตุกรุนแรง เขาหันหน้าหนีไปทางอื่นเพราะทนดูภาพบาดตาไม่ไหว
"ท่านปรมาจารย์กู่ ผมเริ่มเลยนะ?" เฉินเทียนหันไปถามตามมารยาท
"เปิด! เปิดเลย!" กู่เหอโบกมือส่งๆ ไม่อยากจะมองอีกต่อไป
เฉินเทียนยิ้มจางๆ คลิก ล็อกกล่องโลหะถูกดีดออก
กลิ่นอายประหลาดพลันฟุ้งกระจายไปทั่วห้องหลอม ฉู่เฟิงจมูกไวมาก ในฐานะผู้ใช้พลังจิต ประสาทสัมผัสต่อความผันผวนของพลังงานเขานั้นเฉียบคมยิ่งนัก
นี่มันอะไรกัน? ความผันผวนของพลังงานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงหลายสายผสมปนเปกันจนทำให้เขาขนลุกซู่
"กลิ่นอายแบบนี้..." ฉู่เฟิงก้าวไปข้างหน้าโดยสัญชาตญาณ ชะเง้อคอมอง
วินาทีต่อมา เมื่อมือเรียวยาวของเฉินเทียนหยิบวัสดุชิ้นแรกออกจากกล่อง
ดวงตาของฉู่เฟิงก็เบิกกว้างในทันที
มันคือหินสีดำสนิทที่ดูไม่สะดุดตา ไร้ความเงางามเหมือนฝุ่นถ่านหินริมถนน
“แก่นอุกกาบาตสวรรค์!”
“แค่เศษเสี้ยวเท่าปลายนิ้วก็ประเมินค่าไม่ได้แล้ว!”
“แล้วชิ้นที่อยู่ในมือเฉินเทียน... มันขนาดเท่ากำปั้นเลยนะนั่น!”
ลวี่ว่านซานที่ยืนอยู่ห่างๆ ถึงกับหดคอ ถึงเขาจะไม่เข้าใจชื่อเรียกแต่มันฟังดูเทพขิงๆ
เฉินเทียนราวกับกำลังเล่นมายากล เขาหยิบวัสดุชิ้นที่สองออกมาจากกล่อง
วูบ
ห้องหลอมที่เคยร้อนระอุจู่ๆ ก็เย็นลงชั่วขณะ วงโคจรสีฟ้าครามที่ถูกผนึกอยู่ในลูกแก้วคริสตัลกำลังหมุนวนช้าๆ แม้จะผ่านการผนึก ทุกคนก็ยังได้ยินเสียงหวีดหวิวของลมที่แหลมคม ราวกับมีใบมีดวายุนับไม่ถ้วนกำลังฉีกกระชากอากาศ
“เชี่ยแล้ว!” คราวนี้แม้แต่โจวเสวียนที่สุขุมยังหลุดสบถ ถึงเขาจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ความผันผวนของธาตุลมที่รุนแรงจนทำให้ระดับ 5 อย่างเขายังรู้สึกหนาวสั่น มันไม่ใช่ของธรรมดาแน่นอน!
"ลม... ลมหายใจเทพวายุ..." ฉู่เฟิงเกาะกระจกนิรภัยที่กั้นห้องไว้ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความตกตะลึง พึมพำกับตัวเองเหมือนเห็นผี "นั่นมันของที่มีแค่ในตำราไม่ใช่เหรอ?"
"อาจารย์เก็บของแบบนี้ไว้เป็นความลับมาตลอดเลยเหรอ?"
"แล้วท่าน... ท่านให้มันกับเขาเนี่ยนะ?!"
ฉู่เฟิงรู้สึกว่าโลกทัศน์ของตัวเองกำลังถล่มทลาย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความอิจฉาที่บรรยายไม่ถูก วัสดุระดับนี้ แม้แต่เขาเองยังไม่เคยแม้แต่จะแตะต้องเลยสักครั้งในชีวิต! แค่จะขอดูยังต้องเขียนคำร้องเป็นหมื่นคำ! แต่เฉินเทียน... กลับหยิบมันออกมาง่ายๆ เหมือนหยิบก้อนหิน
แต่นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด เมื่อเฉินเทียนหยิบวัสดุชิ้นสุดท้ายออกมา...
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน
มันคือหยดของเหลวสีม่วงที่ลอยตัวอยู่ในเครื่องสร้างสนามพลังสั่งทำพิเศษ วินาทีที่มันปรากฏขึ้น มิติจัดรอบตัวดูเหมือนจะบิดเบี้ยว แสงสว่างหักเหเป็นวงรัศมีที่ดูพร่าเลือน
ในวินาทีนี้ ฉู่เฟิงเงียบไปเลย
เข่าของเขาอ่อนแรงจนทรุดลงกับพื้น ใบหน้าที่เคยโอหังบัดนี้ว่างเปล่าไร้จุดหมาย
“แก่นความว่างเปล่า...”
ฉู่เฟิงหันหัวไปมองกู่เหอที่ยืนทำหน้าซังกะตายอยู่ไม่ไกล แววตาเต็มไปด้วยคำถาม:
อาจารย์!
นี่เหรอที่ท่านเรียกว่าให้เด็กมาฝึกมือ?!
ท่านเรียกว่าฝึกมือเหรอครับ?!
ท่านแทบจะเทกระเป๋าเอาเงินเก็บในโลงศพประเคนให้เขาหมดแล้วนะนั่น!
นี่น่ะเหรอการปฏิบัติกับอัจฉริยะ?
นี่คือคุณค่าที่แท้จริงของการมีเพลิงวิญญาณงั้นเหรอ?
ฉู่เฟิงมองดูเด็กหนุ่มบนแท่นที่กำลังหยิบจับวัสดุเทวะทั้งสามชิ้นเล่นอย่างสบายใจ
จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่า... ยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาของชีวิตเขานั้น ช่างเสียเปล่าจริงๆ
คนน่ะ... แข่งกันได้ แต่แข่งวาสนากับแข่งความสปอยล์เนี่ย มันน่าโมโหที่สุด!