- หน้าแรก
- ยุคแห่งลอร์ด
- บทที่ 296 หลิวเยียนหราน: ถ้าเธอตาย ฉันก็จะไม่ขออยู่คนเดียวเด็ดขาด
บทที่ 296 หลิวเยียนหราน: ถ้าเธอตาย ฉันก็จะไม่ขออยู่คนเดียวเด็ดขาด
บทที่ 296 หลิวเยียนหราน: ถ้าเธอตาย ฉันก็จะไม่ขออยู่คนเดียวเด็ดขาด
บทที่ 296 หลิวเยียนหราน: ถ้าเธอตาย ฉันก็จะไม่ขออยู่คนเดียวเด็ดขาด
เวลาผ่านไป กองทัพอันเดดหมื่นล้านนายถูกโจมตีจนลดน้อยลงเรื่อยๆ ลอร์ดประเทศพันธมิตรที่เป็นฝ่ายได้เปรียบต่างพากันตื่นเต้นดีใจอย่างถึงที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีพวกที่พ่นน้ำลายอย่างบ้าคลั่งในช่องแชทโลก "หลิงหยุนแห่งประเทศเซี่ย เลิกดิ้นรนเปล่าประโยชน์ได้แล้ว ออกมามอบตัวซะดีๆ พวกเราจะให้แกตายอย่างมีเกียรติสักหน่อย" "ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในสมรภูมิระดับหนึ่งเหรอ? หึหึ พอมาถึงสมรภูมิระดับสองก็เป็นได้แค่เด็กน้อยแหละวะ"
"ยังกล้ามาท้าทายอำนาจของประเทศพันธมิตรพวกเราอีก ไม่ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองเลยหรือไง?" "ถ่ายทอดสดจ้า หลิงหยุนแห่งประเทศเซี่ยดิ้นรนสู้ตาย แต่ก็เปล่าประโยชน์ กองทหารของเขากำลังถูกพวกเรารุมฆ่าอย่างรวดเร็ว" (แนบวิดีโอ) "บากะ พูดก็พูดเถอะ เจ้านี่มันก็มีความแข็งแกร่งอยู่เหมือนกันนะ กองทหารที่เข้าร่วมรบนี่อย่างน้อยก็หมื่นล้านนายแล้วมั้ง น่าเสียดายที่มาเจอพวกเรา"
"อาซี ตอนนี้ก็มีกองทัพหมื่นล้านนายแล้ว ถึงจะไม่รู้ว่ามันทำได้ยังไงก็เถอะ แต่มันก็จบลงแค่นี้แหละ มันตายแน่ ฮ่าฮ่าฮ่า!" ข้อความทำนองนี้ไหลเลื่อนเป็นสแปมในช่องแชทโลกอย่างต่อเนื่อง และแพร่สะพัดไปทั่วทั้งสมรภูมิระดับสองอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นลอร์ดประเทศพันธมิตร ลอร์ดต่างชาติในน่านฟ้าอื่นๆ หรือลอร์ดประเทศเซี่ยที่กำลังทำสงครามกับเผ่าแมงป่องดำในน่านฟ้าชื่ออู ล้วนได้รับรู้เรื่องที่หลิงหยุนถูกรุมล้อมกันหมด ลอร์ดประเทศพันธมิตรต่างพากันปลาบปลื้มยินดี ขาดก็แต่เปิดเพลงเฉลิมฉลองเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลอร์ดระดับคุมสนามรบของประเทศพันธมิตร อัลเลนได้เคลียร์ดันเจี้ยนตะกละผ่านแล้ว และได้รับป้ายคำสั่งตะกละมาครอง
ในตอนนี้ เขากำลังดูการถ่ายทอดสดในช่องแชทโลกด้วยความผ่อนคลายไปทั้งตัว มุมปากประดับด้วยรอยยิ้มอันเหี้ยมเกรียม "หลิงหยุน! หึหึ ก็แค่นี้เอง!" "ท้ายที่สุดแล้วก็ยังอ่อนหัดเกินไป ค่อยๆ ซุ่มพัฒนาตัวเองเงียบๆ ไม่ดีกว่าหรือไง? ดันหาเรื่องท้าทายอำนาจประเทศพันธมิตรของเรา จนต้องจบอนาคตของตัวเองซะงั้น"
ลอร์ดต่างชาติ อย่างเช่น ลอร์ดประเทศหมีขาว ลอร์ดประเทศปาเถี่ย แม้พวกเขาจะไม่ได้เป็นพันธมิตรกับประเทศเซี่ย แต่ความสัมพันธ์ระหว่างกันก็ถือว่าไม่เลว ในตอนนี้ พวกเขาต่างก็มีสีหน้าเสียดาย ลอบรำพึงในใจว่าสวรรค์ริษยาคนเก่ง ส่วนเหล่าลอร์ดประเทศเซี่ย แต่ละคนต่างโกรธแค้นจนถึงขีดสุด สบถด่าทอ สาปแช่งไปถึงโคตรเหง้าศักราชของลอร์ดประเทศพันธมิตร ขวัญกำลังใจที่ถูกหลิงหยุนกระตุ้นขึ้นมาอย่างยากลำบาก ในตอนนี้ กลับมีแนวโน้มที่จะตกต่ำลงอีกครั้ง
ลู่ฉางคงและจางเหิงที่กำลังเร่งรุดไปยังน่านฟ้ากระแสน้ำทมิฬ มีสีหน้าเขียวคล้ำ พวกเขาเพียงแค่ต้องการเทเลพอร์ตอีกครั้งเดียว ก็จะถึงรอบนอกของน่านฟ้ากระแสน้ำทมิฬแล้ว แต่ตอนนี้ ประเทศพันธมิตรกลับสแปมข้อความว่าหลิงหยุนต้องตายแน่ไปทั่ว ทำให้ทั้งสองคนสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน "หรือว่าพวกเราจะมาช้าไปก้าวหนึ่งจริงๆ?" จางเหิงกำหมัดแน่น ดวงตาของลู่ฉางคงแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือด: "ไอ้พวกประเทศพันธมิตรบัดซบ รังแกกันเกินไปแล้ว!" พูดจบ ลู่ฉางคงก็ใช้ม้วนคัมภีร์เทเลพอร์ตต่อไป
"ท่านผู้นำ ตอนนี้พวกเรารีบไป ก็เกรงว่าจะเปล่าประโยชน์ ดีไม่ดีอาจจะถูกลอร์ดประเทศพันธมิตรล้อมเอาได้ พวกเรา..." เขายังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกลู่ฉางคงขัดจังหวะ: "ต่อให้มีความหวังเพียงริบหรี่ พวกเราก็จะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด!"
น่านฟ้ากระแสน้ำทมิฬ การต่อสู้ทางฝั่งนี้ได้ดำเนินมาถึงช่วงท้ายแล้ว ประเทศพันธมิตรก็คือประเทศพันธมิตรวันยังค่ำ มีลอร์ดเข้าร่วมรบนับไม่ถ้วน มีกองทหารเข้าร่วมรบนับไม่ถ้วน ต่อให้อันเดดหมื่นล้านนายของหลิงหยุนจะเยอะแค่ไหน แข็งแกร่งเพียงใด ช้าเร็วก็ต้องถูกกัดกร่อนจนหมดสิ้นอยู่ดี เหมือนอย่างในตอนนี้ อันเดดล็อตสุดท้าย ก็ถูกกองทัพประเทศพันธมิตรฆ่าตายในที่สุด
เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลง ลอร์ดระดับคุมสนามรบของประเทศพันธมิตรก็มารวมตัวกัน มองหน้ากันเลิ่กลั่ก พวกเขาเหมือนจะค้นพบปัญหาบางอย่าง ตลอดกระบวนการต่อสู้ทั้งหมด ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้ปะทะกับหลิงหยุนเลยด้วยซ้ำ อุเมะคาวะ ไนคิไม่เชื่อสายตา ตอนนี้เขากวาดสายตามองทุกคน: "ใครเป็นคนฆ่าหลิงหยุน ตามที่ตกลงกันไว้ โปรดส่งมอบป้ายคำสั่งแห่งราคะมาให้ฉัน นี่เป็นของของประเทศซากุระเรา" เขาถามอุเมะคาวะ วาจื่อ ยูมิโกะ และมิยาโมโตะ ทาโร่ทั้งสามคนแล้ว แม้ว่าตั้งแต่เริ่มการต่อสู้ พวกเขาจะพุ่งเป้าไปที่หลิงหยุน แต่จนกระทั่งการต่อสู้สิ้นสุดลงในตอนนี้ พวกเขาก็ยังไม่ได้ประมือกับหลิงหยุนจริงๆ เลยสักครั้ง ดังนั้น อุเมะคาวะ ไนคิจึงฟันธงว่า ต้องเป็นลอร์ดระดับคุมสนามรบของประเทศอื่น ที่แอบฆ่าหลิงหยุนอย่างลับๆ แล้วเอาป้ายคำสั่งไป
สแตนลีย์ อีซูซอน และคนอื่นๆ ได้ยินดังนั้น ก็มีสีหน้าแปลกประหลาด "ฟักยู คนที่ไล่ล่าหลิงหยุนมาตลอดไม่ใช่ลอร์ดระดับคุมสนามรบสี่คนของประเทศซากุระพวกแกหรอกเหรอ? พวกแกไม่ได้ฆ่าหลิงหยุนเหรอ?" "อาซี นั่นสิๆ พวกเราไม่ได้ฆ่าหลิงหยุนนะ ป้ายคำสั่งก็ไม่ได้อยู่ในมือพวกเราด้วย" อุเมะคาวะ ไนคิยังไม่ยอมตัดใจ แผดเสียงคำราม: "บากะยาร่า ระดับคุมสนามรบสี่คนของประเทศซากุระเราไม่ได้ฆ่าหลิงหยุน แม้แต่เงายังไม่เห็นเลยด้วยซ้ำ" "ต้องเป็นพวกแกที่แอบฆ่ามัน แล้วเอาป้ายคำสั่งไปแน่ๆ"
สแตนลีย์และคนอื่นๆ ที่ถูกใส่ร้าย ก็โกรธจัดขึ้นมาทันที และเริ่มตอบโต้กลับ "เชี่ย แม่งเอ๊ยอุเมะคาวะ ไนคิ พวกเราหวังดีมาช่วยแกแท้ๆ แกกลับมาใส่ร้ายพวกเราแบบนี้เนี่ยนะ?" "อาซีบา ยังไงซะฉันก็ไม่ได้ฆ่าหลิงหยุน แล้วก็ไม่ได้เอาป้ายคำสั่งไปด้วย ใครเอาไป ขอให้มันนกเขาไม่ขันไปตลอดชีวิต"
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มวุ่นวายมากขึ้นเรื่อยๆ ยูมิโกะ ลอร์ดระดับคุมสนามรบหญิงเพียงคนเดียวในที่นั้น ก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา: "มีความเป็นไปได้ไหมว่า หลิงหยุนยังไม่ตาย เขาหนีไปแล้ว..." ยูมิโกะยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกกลุ่มลอร์ดระดับคุมสนามรบขัดจังหวะอย่างรุนแรง... "เป็นไปไม่ได้!" "ไม่มีทาง!" "เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!" แต่หลังจากที่ตะโกนจบ ทุกคนก็ตกอยู่ในความเงียบงัน
พวกเขารู้สึกได้ถึงความผิดปกติแล้ว คนที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นลอร์ดระดับคุมสนามรบ เป็นบุคคลมีหน้ามีตา แถมยังเป็นพันธมิตรกันอีก แม้ว่าป้ายคำสั่งบาปจะล้ำค่าเพียงใด ก็ไม่มีทางแตกหักกันเพราะป้ายคำสั่งแค่ชิ้นเดียวหรอก ถ้าอย่างนั้น ก็มีความเป็นไปได้เพียงข้อเดียว นั่นก็คืออย่างที่ยูมิโกะพูด หลิงหยุนยังไม่ตาย แต่ถ้าหลิงหยุนยังไม่ตาย แล้วเขาอยู่ที่ไหนล่ะ? หนีไปแล้วเหรอ?
ในขณะเดียวกัน ณ ตำแหน่งหนึ่งในน่านฟ้าหินแดง ที่อยู่ถัดไป ถัดไป ถัดไป ถัดไป และถัดไปจากน่านฟ้ากระแสน้ำทมิฬ มิติเกิดการบิดเบี้ยว ร่างของคนหลายคนพุ่งทะยานออกมาจากข้างใน พวกเขาคือหลิงหยุนและคนอื่นๆ นั่นเอง ก่อนหน้านี้ในระหว่างที่กำลังชุลมุน หลิงหยุนได้พาเหล่าฮีโร่เทเลพอร์ตออกจากน่านฟ้ากระแสน้ำทมิฬ จากนั้นก็เทเลพอร์ตต่อเนื่องอีกสามครั้ง ท้ายที่สุดก็เทเลพอร์ตมาที่น่านฟ้าหินแดงแห่งนี้ ห่างจากน่านฟ้ากระแสน้ำทมิฬ โดยมีน่านฟ้าคั่นกลางอยู่ถึงสามแห่ง
"ปลอดภัยแล้ว ทุกคนพักผ่อนกันหน่อยเถอะ!" หลิงหยุนนำเกาะเริ่มต้นออกมาจากแหวนแห่งความว่างเปล่า หญิงสาวทั้งหลายหัวเราะเจื้อยแจ้ว บินไปใต้ต้นไม้โบราณเอลฟ์ แล้วกินผลไม้วิเศษที่นั่น หลิวเยียนหรานเองก็เพิ่งจะได้สติจากการรอดพ้นความตายมาได้หวุดหวิด นี่เป็นครั้งแรกที่เธอติดตามหลิงหยุนเฉียดตายมาได้ อืมมม... ในมุมมองของหลิวเยียนหราน นี่คือการรอดตายมาได้หวุดหวิด แต่ในมุมมองของหลิงหยุน นี่เป็นเพียงปฏิบัติการตามปกติเท่านั้น ยังห่างไกลจากคำว่าเฉียดตายอยู่มาก ยังไงซะในสมรภูมิระดับหนึ่ง เขาก็ทำเรื่องแบบนี้อยู่บ่อยๆ
"เจ้าเด็กดื้อ วันหลังอย่าเสี่ยงแบบนี้อีกนะ" หลิวเยียนหรานตบหน้าอกที่อวบอิ่มของตัวเอง หลิงหยุนหัวเราะร่า โอบเอวบางของหลิวเยียนหราน: "น้าหลิวกลัวเหรอครับ?" บนใบหน้าสวยของหลิวเยียนหรานฉายแววขัดเขินวูบหนึ่ง: "ฉันไม่ได้กลัว แต่ฉันกลัวแทนเธอน่ะสิ เธอมีอนาคตที่สดใสและยาวไกลรออยู่ ไม่เห็นต้องมาเสี่ยงขนาดนี้เลย" หลิงหยุนได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเบาๆ: "แต่ประเทศเซี่ยมีคำกล่าวโบราณว่า 'ความมั่งคั่งมักได้มาจากการเสี่ยงภัย' นะครับ" หลิวเยียนหรานถึงกับพูดไม่ออก ทำได้เพียงใช้กำปั้นเล็กๆ ทุบหน้าอกของหลิงหยุน: "ยังไงฉันก็ไม่สน เธอจะทำอะไรก็ต้องเอาความปลอดภัยเป็นหลัก ถ้า... ถ้าเธอเป็นอะไรไป ฉันก็จะไม่ขออยู่คนเดียวเด็ดขาด"