- หน้าแรก
- ยุคแห่งลอร์ด
- บทที่ 277 มีกองทหารระดับสิบแล้ว มีสิ่งปลูกสร้างระดับเทพนิยายก็สมเหตุสมผลดีนี่!
บทที่ 277 มีกองทหารระดับสิบแล้ว มีสิ่งปลูกสร้างระดับเทพนิยายก็สมเหตุสมผลดีนี่!
บทที่ 277 มีกองทหารระดับสิบแล้ว มีสิ่งปลูกสร้างระดับเทพนิยายก็สมเหตุสมผลดีนี่!
บทที่ 277 มีกองทหารระดับสิบแล้ว มีสิ่งปลูกสร้างระดับเทพนิยายก็สมเหตุสมผลดีนี่!
หลิงหยุนยักไหล่ พูดด้วยใบหน้าผ่อนคลายว่า: "ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ แท่นบูชากองทหารระดับสิบพวกนี้ ฉันได้มาจากสมรภูมิระดับหนึ่งทั้งหมดเลยล่ะ"
ได้ยินคำพูดนี้ หลิวเยียนหรานก็ยิ่งงงหนักเข้าไปอีก "สมรภูมิระดับหนึ่ง? ไม่ใช่ว่าสมรภูมิระดับหนึ่งจะได้รับกองทหารสูงสุดแค่ระดับเก้าหรอกเหรอ? ตำราเรียนของทุกโรงเรียนก็บอกไว้แบบนี้นี่นา" ยังไงซะหลิวเยียนหรานก็เป็นอาจารย์ ย่อมคุ้นเคยกับตำราเรียนประเภทต่างๆ เป็นอย่างดี
หลิงหยุนหัวเราะหึๆ พูดด้วยใบหน้าหลงตัวเองว่า: "นั่นมันก็แค่ทฤษฎี ลอร์ดทั่วไปในสมรภูมิระดับหนึ่ง ได้รับกองทหารสูงสุดแค่ระดับเก้าจริงๆ นั่นแหละ แต่สามีของน้าไม่ใช่คนทั่วนะครับ!" "ผมทำลายสถิติหลายอย่างของสมรภูมิระดับหนึ่ง ดังนั้นผมจึงกลายเป็นลอร์ดเพียงคนเดียวในสมรภูมิระดับหนึ่ง ที่มีกองทหารระดับสิบ"
หลิวเยียนหรานได้ยินดังนั้นก็ตกตะลึง อย่างที่คิดไว้เลย ตัวเองยังคงประเมินหลิงหยุนต่ำเกินไป หมอนี่ถึงกับได้รับกองทหารระดับสิบตั้งแต่ในสมรภูมิระดับหนึ่ง แถมยังมีตั้งหลายอันด้วย จะเชื่อไหมล่ะ?
ย้อนกลับไปตอนที่ตัวเองยังเป็นลอร์ด ใช้เวลาตั้งหลายปี กว่าจะกลายเป็นลอร์ดระดับ 6 ได้อย่างยากลำบาก แต่ถึงกระนั้น กองทหารที่แข็งแกร่งที่สุดในสังกัด ก็ยังเป็นแค่ระดับ 9 เท่านั้น ลองคิดดูก็รู้ ว่าความห่างชั้นกับหลิงหยุนในตอนนี้มันมากมายขนาดไหน
แต่พอคิดๆ ดูแล้วก็สบายใจขึ้น หลิวเยียนหรานในตอนนั้น ก็เป็นแค่ลอร์ดธรรมดาๆ คนหนึ่ง จะเอาไปเทียบกับพวกวิปริตที่เชี่ยวชาญด้านการทำลายสถิติอย่างหลิงหยุนได้ยังไงล่ะ! หลิงหยุนทำลายสถิติในสมรภูมิระดับหนึ่งไปตั้งมากมาย ความแข็งแกร่งจะสูงหน่อย มีกองทหารระดับสิบสักสองสามอัน มันก็สมเหตุสมผลดีนี่!
หลังจากดูแท่นบูชากองทหารเสร็จ หลิวเยียนหรานก็หันไปมองตำหนักอมตะ ประตูมิติแห่งความว่างเปล่า และอาณาเขตกระดูกขาว รวมถึงสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ "แล้วสิ่งปลูกสร้างพวกนี้ล่ะ... พระเจ้าช่วย ระดับเทพนิยายทั้งหมดเลยเหรอ?" หลิวเยียนหรานที่เห็นหน้าต่างข้อมูลอุทานออกมาด้วยความตกใจ
หลิงหยุนยังคงนิ่งเฉย: "กองทหารระดับสิบยังมีได้เลย มีสิ่งปลูกสร้างระดับเทพนิยายสักสองสามแห่งก็ไม่แปลกหรอกมั้ง!" หลิวเยียนหรานเดาะลิ้น ให้ตายเถอะ พูดซะง่ายเชียว เธอรู้ไหมเนี่ย ว่าสิ่งปลูกสร้างระดับเทพนิยายมันหายากขนาดไหน ทำไมพออยู่ตรงหน้าเธอ มันถึงดูเหมือนเป็นของที่หามาได้ง่ายๆ แค่พลิกฝ่ามือล่ะ? มันหลุดโลกเกินไปแล้ว
เมื่อมองดูหลิวเยียนหรานที่ตกตะลึงจนหน้าแดงก่ำ หลิงหยุนก็หัวเราะ: "ฟังก์ชันและประโยชน์ของสิ่งปลูกสร้างพวกนี้ วันหลังน้าค่อยๆ ทำความเข้าใจเอาแล้วกัน พวกเราไปดูตรงนู้นกันต่อเถอะ" พูดจบ หลิงหยุนก็พาหลิวเยียนหรานบินมุ่งหน้าไปยังสวนผลไม้วิเศษที่อยู่ทางทิศตะวันออกของอาณาเขต ถ้าจะบอกว่า พื้นที่ฝั่งหนึ่งของดินแดนอาณาจักรแห่งความตายของหลิงหยุนคือสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ล่ะก็ พื้นที่อีกฝั่งหนึ่ง ก็คือสถานที่ท่องเที่ยวขนาดใหญ่
ด้านในมีต้นไม้โบราณแห่งเอลฟ์ ทะเลสาบแห่งจันทรา ต้นผลไม้วิเศษ สมุนไพรวิเศษ ผักวิเศษ ข้าววิเศษ พืชวิเศษ สัตว์ปีกวิเศษ และปศุสัตว์วิเศษ แล้วก็ยังมีศาลาพักผ่อน สระว่ายน้ำน้ำพุร้อน วิลล่าริมทะเลสาบ และอื่นๆ ที่หลิงหยุนสร้างขึ้นมาเองอีกด้วย จุดเด่นหลักๆ ก็คือทิวทัศน์ที่งดงามราวกับภาพวาด
ทั้งสองบินไปอยู่เหนือสวนผลไม้วิเศษ เมื่อได้เห็นต้นผลไม้วิเศษแต่ละต้นที่ออกผลผลิตจนเต็มต้น รวมถึงสมุนไพรวิเศษนานาชนิดที่เติบโตอย่างหนาแน่นและเจริญงอกงามอยู่ใต้ต้นผลไม้วิเศษเหล่านั้น เธอก็รู้สึกทั้งตกตะลึง และซาบซึ้งใจ
ที่ตกตะลึง ก็คือหลิงหยุนสามารถสร้างสวนผลไม้วิเศษขนาดใหญ่โตขนาดนี้ขึ้นมาได้ ภายในเวลาสั้นๆ เพียงแค่หนึ่งปี ต้นผลไม้วิเศษมากมายขนาดนี้ ผลผลิตที่ได้จะต้องมหาศาลจนน่าตกใจแน่ๆ มิน่าล่ะ ก่อนหน้านี้ตอนที่หลิงหยุนกลับไปที่ดาวบลูสตาร์หลายครั้ง ถึงได้นำผลไม้วิเศษกลับไปมากมาย เพื่อให้เธอเอาไว้กินเล่นเป็นขนม ตอนนั้นยังนึกว่าหลิงหยุนแค่ทำตัวอวดรวยซะอีก แต่ดูจากตอนนี้แล้ว หลิงหยุนไม่ได้อวดรวยเลย แต่เขามีความแข็งแกร่งและมีต้นทุนขนาดนี้จริงๆ!
ส่วนที่ซาบซึ้งใจ ก็คือสมุนไพรวิเศษพวกนั้น จำนวนมันเยอะมากๆ แถมส่วนใหญ่ก็ยังเป็นของที่เธอเคยเห็น และสามารถนำมาใช้รักษาอาการบาดเจ็บของตัวเองได้ทั้งนั้น นั่นก็หมายความว่า หลิงหยุนทำเพื่อเธอ เขาตั้งใจรวบรวมสมุนไพรวิเศษพวกนี้มาโดยเฉพาะ แล้วนำมาปลูกไว้ในแปลงนาวิญญาณ พร้อมกับดูแลเอาใจใส่อย่างดี เพื่อที่จะให้เธอมีสมุนไพรวิเศษเอาไว้ใช้อย่างไม่ขาดสาย ความตั้งใจนี้ ทำให้หลิวเยียนหรานซาบซึ้งใจยิ่งนัก
"ต้นไม้ใหญ่ต้นนี้คือต้นไม้โบราณแห่งเอลฟ์ ส่วนทะเลสาบนั่นคือทะเลสาบแห่งจันทรา ต้นไม้โบราณแห่งเอลฟ์มี..." หลิงหยุนแนะนำอย่างเอาใจใส่ แต่พูดได้ไม่ทันจบ ก็ถูกหลิวเยียนหรานขัดจังหวะขึ้นมา "เดี๋ยวก่อนนะ เธอว่าต้นไม้ใหญ่นั่นคืออะไรนะ? แล้วก็ทะเลสาบนั่นด้วย?"
"ต้นไม้โบราณแห่งเอลฟ์ กับทะเลสาบแห่งจันทราไงครับ!" หลิงหยุนตอบตามความจริง หลิวเยียนหรานได้ยินดังนั้น ก็เบิกตากลมโตขึ้นมาทันที: "ต้นไม้โบราณแห่งเอลฟ์กับทะเลสาบแห่งจันทรา ล้วนเป็นของศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าเอลฟ์นะ นี่เธอมีของพวกนี้ด้วยเหรอ?" หลิงหยุนหัวเราะหึๆ: "เมื่อสองเดือนก่อน ผมไปปล้นดินแดนลับของเผ่าเอลฟ์มาน่ะครับ ของพวกนี้ก็ได้มาจากในนั้นแหละ แล้วก็วินนีน่าด้วย เธอก็มาจากในนั้นเหมือนกัน" หลิวเยียนหรานถึงกับเดาะลิ้นจนหมดคำจะพูด
เธอคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าหลิงหยุนจะเริ่มเข้าไปพัวพันกับเผ่าพันธุ์อื่นแล้ว แถมยังไปยกเอาของศักดิ์สิทธิ์ของชาวบ้านเขากลับมาอีกต่างหาก ให้ตายเถอะ ยังจะมีอะไรที่น่าตื่นตะลึงไปกว่านี้อีกไหมเนี่ย?
หลิงหยุนกลับดูใจเย็นมาก เขาพูดต่อ: "ต้นไม้โบราณแห่งเอลฟ์มีพลังวิญญาณอุดมสมบูรณ์ พักผ่อนใต้ต้นไม้แล้วจะรู้สึกสบายมาก ส่วนทะเลสาบแห่งจันทราก็มีสรรพคุณช่วยขจัดความเหนื่อยล้า ชำระล้างไขกระดูก ทำให้ผิวขาวชุ่มชื้น และรักษาอาการบาดเจ็บเรื้อรังได้ด้วย" "ดังนั้น ผมก็เลยสร้างสระว่ายน้ำน้ำพุร้อนไว้ริมทะเลสาบแห่งจันทรา เดี๋ยวประเดี๋ยวน้าหลิวไปแช่น้ำตรงนั้นหน่อยนะ มันจะช่วยฟื้นฟูอาการบาดเจ็บของน้าได้" "แล้วก็มีสมุนไพรวิเศษ ผมเตรียมจะกั้นพื้นที่น้ำพุร้อนออกมาเล็กน้อย เอาสมุนไพรวิเศษกับหินวิญญาณธาตุไฟลงไปต้มในนั้น เพื่อสร้างบ่อแช่น้ำสมุนไพรธรรมชาติให้กับน้า"
เมื่อได้ยินคำพูดของหลิงหยุน หลิวเยียนหรานก็รีบส่ายหน้า: "ไม่ต้อง ไม่ต้องหรอก ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นก็ได้" แต่หลิงหยุนกลับทำหน้าจริงจัง จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของหลิวเยียนหราน: "ผมเคยบอกแล้วไงครับ ว่าผมจะรักษาอาการป่วยของน้าหลิวให้หาย ขอให้น้าหลิวให้ความร่วมมือกับผมดีๆ เถอะนะ" หลิวเยียนหรานตกอยู่ในความเงียบ เธอไม่อยากให้หลิงหยุนต้องมาลำบากวุ่นวายขนาดนี้ แต่ท่าทีของหลิงหยุนนั้นแน่วแน่มาก เธอจึงทำได้เพียงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วตอบตกลง "งั้นก็ได้ น้าจะฟังคำสั่งเธอก็แล้วกัน"
หลิงหยุนพยักหน้า ยิ้มและกล่าวว่า: "ต้องแบบนี้สิครับ!" พูดจบ เขาก็พาหลิวเยียนหรานร่อนลงมาจากกลางอากาศ มาถึงที่วิลล่าริมทะเลสาบแห่งจันทรา จากนั้นก็เรียกหน้าต่างสร้างอาณาเขตขึ้นมา แล้วตีกรอบแบ่งพื้นที่ในบ่อน้ำพุร้อนออกมาส่วนหนึ่งอย่างรวดเร็ว แล้วโยนหินวิญญาณธาตุไฟลงไปจำนวนหนึ่ง ทันใดนั้น น้ำในบ่อน้ำพุร้อนก็เดือดปุดๆ ขึ้นมา
หลังจากนั้น หลิงหยุนก็ออกคำสั่งกับเอลฟ์แห่งธรรมชาติที่อยู่แถวนั้น: "รีบไปเก็บสมุนไพรวิเศษมาจำนวนหนึ่ง ล้างให้สะอาด แล้วเอามาใส่ในบ่อนี้" สิ้นคำสั่ง เอลฟ์แห่งธรรมชาติกลุ่มหนึ่งก็เริ่มลงมืออย่างรวดเร็ว ส่วนหลิงหยุน ก็จูงมือหลิวเยียนหรานเดินมาที่โซนพักผ่อน จากนั้นก็เปิดหน้าต่างค่าสถานะของหลิวเยียนหรานขึ้นมา
[หลิวเยียนหราน] เผ่าพันธุ์: มนุษย์ ระดับขั้น: ฮีโร่ระดับ 6 อาชีพ: นักล่าพายุหมุน มหากาพย์ เลเวล: 520 พลังชีวิต: 450,000 พลังป้องกัน: 36,000 พลังโจมตี: 62,000 พละกำลัง: 18 เกราะ: 12 ความแข็งแกร่ง: 108 พลังจิต: 12 สกิล: [ศรพายุหมุน], [เจาะเกราะ]..., [ควบคุมสายลม]... คำอธิบาย: นักธนูผู้ควบคุมพลังแห่งสายลม สามารถเพิ่มความเร็วในการโจมตีและความเร็วในการเคลื่อนที่ได้
พูดกันตามตรง หน้าต่างค่าสถานะของหลิวเยียนหรานนั้นกากมาก กากสุดๆ ทั้งๆ ที่เป็นถึงลอร์ดระดับ 6 เลเวลก็สูงปรี๊ดถึง 520 แต่ค่าสถานะกลับเทียบฮีโร่เลเวล 300 ของหลิงหยุนไม่ได้เลยสักคน แถมยังห่างชั้นกันแบบสุดกู่
สาเหตุก็คือ อาชีพของหลิวเยียนหรานมันกากเกินไป เป็นแค่ระดับมหากาพย์เท่านั้น ค่าสถานะเริ่มต้นต่ำเกินไป เลเวลสูงแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ นอกจากนี้ เป็นเพราะหลิวเยียนหรานเคยถูกเตะออกไปครั้งหนึ่ง ทั้งอาณาเขต อุปกรณ์ และไอเทมทุกอย่างของตัวเอง ล้วนถูกโลกแห่งลอร์ดริบกลับคืนไปหมดแล้ว ดังนั้น หลิวเยียนหรานในตอนนี้ จึงไม่ได้สวมใส่อุปกรณ์ใดๆ เลยแม้แต่ชิ้นเดียว กระทั่งพรสวรรค์ของตัวเองก็ยังหายไป
ส่วนหลิงหยุน ความคิดของเขาก็คือ ปั้นหลิวเยียนหรานขึ้นมาใหม่ทั้งหมด สร้างใหม่ตั้งแต่ อาชีพ ระดับขั้น เลเวล อุปกรณ์ และค่าสถานะพื้นฐานทั้งสี่ อย่างครบวงจรแบบ 360 องศาไร้จุดบอด มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น หลิวเยียนหรานถึงจะสามารถก้าวตามกองทัพหลักของหลิงหยุนได้ทัน