เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 200: ปฏิบัติการช่วยชีวิตนอกโลก (ฟรี)

บทที่ 200: ปฏิบัติการช่วยชีวิตนอกโลก (ฟรี)

บทที่ 200: ปฏิบัติการช่วยชีวิตนอกโลก (ฟรี)


ที่สำคัญ... สก็อต แลง ยังอยู่ในช่วงพักฟื้นจากผลกระทบของกัมมันตรังสี

ร่างกายของเขาได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการสัมผัสรังสีนิวเคลียร์ และถ้าไม่ให้พักฟื้นอย่างจริงจัง เขาก็ไม่มีทางสานต่อภารกิจได้

แล้วถ้ารอให้เขาฟื้นตัวก่อน ค่อยให้ไปเสี่ยงแอบลอบเข้าไปในฐานของอัมเบรลล่า?

ไม่ต้องพูดถึงเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จ แค่เวลาที่ต้องรอก็ทำให้โอกาสนั้นหลุดมือไปแล้ว

เพราะฉะนั้น แผนขโมยมณีอินฟินิตี้จึงควรถูกใช้เป็นทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น

ในสถานการณ์ตอนนี้ วิธีที่เร็วและมีโอกาสสำเร็จมากที่สุดก็คือการให้ "คนวงใน" อย่าง ปิเอโตร เป็นคนขโมยมณี ซึ่งก็มีความเป็นไปได้สูง

“เสียดายที่ปิเอโตรมันเป็นไอ้คนไร้ประโยชน์…” โทนี่สบถพลางเดินออกจากไนต์คลับ “ซาช่า”

เขากำลังจะเรียกชุดนาโนขึ้นมาใส่ แต่ทันใดนั้น เขาก็เห็นสองคนที่คุ้นหน้าคุ้นตายืนโบกมือเรียกเขาอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน

"นาตาชา กับ ดร.แบนเนอร์?"

สายตาของโทนี่เวอร์ชันผ่านโลกเปลี่ยนเป็นระแวงทันที

เขารู้เรื่องที่โทนี่เวอร์ชั๋นหนุ่มโดนนาตาชาปลอมหลอกสองครั้งแล้ว

ตอนนี้นาตาชากับแบนเนอร์ก็เดินข้ามถนนตรงมาหาเขา

เมื่อเห็นสีหน้าไม่ไว้ใจของโทนี่ นาตาชารีบพูดปลอบว่า

“ใจเย็นนะ ฉันกับแบนเนอร์เป็นตัวจริงแน่นอน ถ้าไม่เชื่อลองดูนี่ก็ได้”

พูดจบ นาตาชาก็หยิบมีดพกออกมาแล้วบาดแขนเบาๆ เลือดสีแดงสดค่อยๆ ไหลออกมา

โทนี่เวอร์ชันผ่านโลกรู้จากข้อมูลที่แครอลให้มาว่า วิธีแยกแยะตัวจริงกับสครัลล์แบบง่ายที่สุดคือ…ดูสีเลือด

เมื่อเห็นว่าเลือดเป็นสีแดง โทนี่จึงเริ่มเชื่อว่านาตาชาคนนี้น่าจะเป็นตัวจริง

แต่เขาก็ยังถามด้วยความระแวงว่า “งั้นสองคนนี้หายหัวไปไหนมาตลอด? แล้วแบนเนอร์จะพิสูจน์ตัวเองยังไง?”

นาตาชาอธิบายว่า “ฉันโดนสครัลล์จับเปลี่ยนตัวตั้งแต่สองเดือนก่อน แล้วก็ถูกขังไว้ตลอด จนแบนเนอร์มาช่วยไว้ได้น่ะสิ”

โทนี่หันไปมองแบนเนอร์ที่อยู่ในร่างมนุษย์ตามปกติ ก่อนถามด้วยความสงสัยว่า

“นายควบคุมฮัลค์ได้แล้วเหรอ?”

แบนเนอร์เกาหัวเล็กน้อยอย่างเขินๆ “จริงๆ ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นนะ ฉันบ้าคลั่งจนกลายเป็นฮัลค์ไปช่วงนึง

จนผ่านไปครึ่งเดือน ถึงได้ฟื้นแล้วกลับมาเป็นปกติ แล้วพอตื่นมาก็เห็นนาตาชาอยู่ข้างๆ นั่นแหละ”

โทนี่ยังครึ่งเชื่อครึ่งไม่เชื่อ “มันจะบังเอิญเกินไปหน่อยมั้ยเนี่ย?”

นาตาชามองไปรอบๆ แล้วพูดว่า “จะยังไงก็ช่างเถอะ อย่างน้อยตอนนี้ฉันก็รอดออกมาแล้ว”

“ฉันยังเจอ ชารอน คาร์เตอร์ กับ เอเจนท์ฮิลล์ ด้วยนะ”

“แต่ แซม, ลุค, ทีชัลล่า, ชูรี แล้วก็เพื่อนรักของนาย โร้ดี้ ยังโดนพวกสครัลล์จับตัวไว้ เราต้องไปช่วยพวกเขา”

โทนี่ยังคงตั้งการ์ดไว้ “แล้วเธอรู้ได้ไงว่าโร้ดี้กับพวกนั้นโดนจับ? ไปเห็นมากับตาเหรอ?”

นาตาชาถึงกับต้องเล่าเหตุการณ์ตอนเธอโดนจับอย่างละเอียด

“ตอนแรกฉันถูกจับขังไว้บนยานอวกาศของพวกสครัลล์ เพราะฉันไม่ใช่มิวแทนท์หรือซูเปอร์โซลเยอร์ พวกมันเลยขังไว้เฉยๆ ไม่ทำอะไร”

“ต่อมาฉันถูกย้ายมาขังในฐานอเวนเจอร์ส แล้วก็เจอแซมกับคนอื่นๆ ที่โดนขังอยู่ด้วย”

“ฉันเห็นกับตาว่าพวกมันเอาทีชัลล่า กับลุคไปดูดเลือดเอาไปทดลอง เพราะร่างกายของทั้งคู่พิเศษ”

“แล้วตอนที่แครอลบุกกลับมายึดฐานคืน พวกสครัลล์กำลังจะถอนกำลัง ฮัลค์ก็โผล่มาช่วยฉันออกมาได้พอดี”

แบนเนอร์พยักหน้าเสริม “ตอนฉันฟื้นก็อยู่ใกล้ๆ ฐานอเวนเจอร์สเหมือนกัน เรื่องที่นาตาชาพูดดูน่าจะจริง”

โทนี่เวอร์ชั๋นผ่านโลกลูบคางครุ่นคิด

เรื่องราวของนาตาชาเหมือนจะไม่มีช่องโหว่ แต่เขาก็ยังไม่อาจไว้ใจ 100% จนกว่าจะพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง

หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง โทนี่จึงพูดว่า

“ตกลง งั้นรู้มั้ยว่าพวกเขาถูกขังอยู่ที่ไหน? ฉันจะไปหาแรงสนับสนุน แล้วเราจะไปช่วยพวกเขาด้วยกัน”

โทนี่มั่นใจว่า ด้วยพลังของเขาและแบนเนอร์ ถ้านาตาชาโกหก เขาก็ยังสามารถรับมือได้

นาตาชาพยักหน้า “โอเค แต่แซมกับพวกเขาอยู่บนยานอวกาศของสครัลล์ เราต้องขึ้นไปในอวกาศก่อนนะ”

โทนี่ว่า “ไม่ต้องห่วง ถ้าบอกพิกัดยานได้ ฉันมีวิธีพาพวกเธอขึ้นไปแน่นอน”

“ถ้างั้นคืนนี้พักก่อน พรุ่งนี้เจอกันที่ถนนนี้ตอนเที่ยงละกัน” นาตาชาพูด

โทนี่ยังส่ายหน้า “ฉันไม่ไปกับพวกเธอ คืนนี้ขอแยกก่อน เจอกันพรุ่งนี้ที่นี่”

นาตาชาพยักหน้ารับ เธอเข้าใจดี ตอนนี้ทุกคนต่างหวาดระแวง เพราะสครัลล์ทำให้ไม่มีใครไว้ใจกันได้อีกต่อไป

จากนั้น โทนี่ใส่ชุดเกราะนาโนแล้วพุ่งทะยานขึ้นฟ้าออกไป

ส่วนนาตาชากับแบนเนอร์ก็กลับไปพักที่อพาร์ตเมนต์ร้างในเขตออสซินิง

เที่ยงวันถัดมา

แดดฤดูร้อนสาดกระทบต้นเมเปิลนอร์เวย์ที่เรียงรายริมทางเท้าถนนเบอริงเงอร์

โทนี่กับแบนเนอร์ร่างใหญ่ก็มาถึงก่อน นั่งรออยู่ใต้ร่มไม้

แบนเนอร์ร่างใหญ่ใส่แว่น ดูนิ่งๆ กำลังเล่นกับใบไม้เบาๆ

ถัดจากเขาคือรถบินได้ชิทอรี่ที่ถูกโมดิฟายจนดูคล้ายลูกบอลโลหะสีเงิน

รถลำนี้มีเปลือกหุ้มโลหะเพิ่ม ทำให้บินออกสู่อวกาศได้ พร้อมบุกยานศัตรูได้

ไม่นาน นาตาชาก็เดินมาพร้อมกับแบนเนอร์เวอร์ชั่นปกติ

พอแบนเนอร์สองคนเจอกัน แบนเนอร์ตัวใหญ่ก็กล่าวทักด้วยความกระอักกระอ่วน

“ไง แบนเนอร์หนุ่ม”

แบนเนอร์ปกติมองอย่างงงๆ “เดี๋ยวนะ...นายเป็นฮัลค์? โทนี่ หมอนี่เป็นฮัลค์อีกคนเหรอ?”

โทนี่ถอดหมวกเกราะนาโน เผยใบหน้าผ่านโลก ก่อนอธิบายว่าเขามาจากปี 2023

แบนเนอร์เวอร์ชันปกติตาโต “อเวนเจอร์สมาจากอนาคตเพื่อช่วยโลก…โห โลกนี้มันบ้าชะมัด!”

นาตาชาแทรกขึ้น “ตั้งแต่เจอมนุษย์ต่างดาว ฉันก็เลิกตกใจอะไรละ”

“ไว้ค่อยอึ้งทีหลัง ตอนนี้ต้องรีบช่วยแซมกับคนอื่นก่อน”

เธอหยุดนิดหนึ่ง ก่อนถาม “ว่าแต่โทนี่ ทำไมไม่เรียกแครอลมาด้วย?”

โทนี่ยักไหล่ “ถ้ามีเหตุจำเป็น แครอลจะโผล่มาเอง”

จริงๆ เขาแอบกันแครอลไว้ต่างหาก เผื่อว่านาตาชาคนนี้เป็นตัวปลอม เขาจะได้มีแครอลคอยหนุนหลัง

นาตาชาเข้าใจทันที “โอเค งั้นไปกันเลยมั้ย?”

แบนเนอร์ร่างใหญ่โบกมือ “ขึ้นรถนี่เลยครับ” แล้วเขาก็ก้มตัวเข้าไปในรถชิทอรี่

นาตาชาเดินตามเข้าไปโดยไม่ลังเล

แบนเนอร์เวอร์ชั่นปกติก็เข้าไปด้วย

โทนี่ใส่หมวกเกราะอีกครั้ง แล้วพุ่งขึ้นฟ้า นำทางให้พวกเขา

เมื่อร่างสีทองแดงพุ่งออกนอกชั้นบรรยากาศไปพร้อมลูกบอลโลหะสีเงิน ทุกคนก็เปลี่ยนมาใช้ระบบสื่อสาร

โทนี่: "ถ้าพิกัดที่นาตาชาให้มาถูกต้อง ยานสครัลล์จะโคจรผ่านระดับความสูง 13 กิโลเมตรเหนือโลกในเวลา 27:870"

นาตาชา: “ไม่ต้องห่วง ตอนฉันโดนขัง หน้าต่างห้องขังหันออกอวกาศพอดี”

“ฉันนับดาวทุกวันเพราะเบื่อ แล้วจากแสงอาทิตย์กับตำแหน่งดาวเหนือ ฉันคำนวณพิกัดได้คร่าวๆ”

โทนี่: "โห เธอรู้ดาราศาสตร์ด้วย?"

นาตาชา: “ก็พอรู้บ้าง ในฐานะสายลับ ฉันต้องเรียนหลายอย่างนะ”

ขณะนั้นจุดสีแดงปรากฏขึ้นบนเรดาร์ที่แบนเนอร์ร่างใหญ่ติดตั้งไว้ในรถชิทอรี่

เขาเปลี่ยนสีหน้าทันที “เจอยานของพวกสครัลล์แล้ว ระวังให้ดีนะ ต่อไปนี้จะกระแทกแรงหน่อย”

ทุกคนเตรียมตัวอย่างตึงเครียด

โทนี่ที่บินด้วยชุดเกราะมาร์ค 85 เพ่งมองจอแสดงผลในหมวก

หลังซูมภาพเข้า เขาก็เห็นยานศึกสีเทาเขียวขนาดยักษ์ กำลังลอยมาตามวงโคจร

“ทุกคนเตรียมเร่งความเร็วให้เท่ากับยานข้าศึก ตอนเร่งจะกระแทกแรงหน่อยนะ”

พูดจบ ชุดเกราะก็ปล่อยพลังจากเท้า พ่นไอพาร์ติเคิลสีฟ้าเข้มออกมา

แบนเนอร์ร่างใหญ่ก็ควบคุมรถพุ่งตาม

สำหรับนาตาชา ซึ่งเป็นคนธรรมดา แรง G กว่า 13 เท่าในอวกาศคือโหดสุดๆ

แม้เธอเคยผ่านการฝึกทนแรงเหวี่ยง แต่ก็ไม่เคยเจอสภาพจริงแบบนี้

เธอกัดริมฝีปากแน่น อดทนไม่ร้องออกมาและไม่สลบ

ส่วนแบนเนอร์ปกติก็รับไม่ไหว คอเริ่มบวมและเปลี่ยนเป็นสีเขียว ฮัลค์ใกล้จะโผล่มาแล้ว!

เพราะรถชิทอรี่ลำเล็กเกินไป ยานศึกสครัลล์จึงยังไม่ตรวจพบ

สิบ นาทีต่อมา

โทนี่กับแบนเนอร์ควบคุมความเร็วให้ไล่ตามยานยักษ์แบบกระชั้นชิด

พอเร่งเสร็จ โทนี่รีบถามผ่านวิทยุ

“ทุกคนไหวมั้ย?”

เสียงแบนเนอร์ร่างใหญ่ดังมาแบบเร่งด่วน

“ฮัลค์โผล่มาแล้ว กำลังตื่นเต้นแรงมาก ชิทอรี่เกือบโดนพังแล้วด้วย!”

“ตอนนี้นาตาชากำลังกล่อมฮัลค์อยู่ เราต้องรีบแล้ว! ไม่มั่นใจว่ารถคันนี้จะพังเมื่อไหร่!”

ขณะนั้น โทนี่ก็เห็นลูกบอลโลหะพุ่งแรงทะลุตัวเรือของยานศึกยาวกว่า 3 กิโลเมตรไปเลย

“ถ้าตัวถังยานศึกมันแข็งกว่านี้ นายนี่ก็คือเอาไข่ไปกระแทกหินเลยนะ...บ้าระห่ำจริงๆ”

โทนี่บ่นขำๆ ก่อนจะเร่งสปีดตามไป พุ่งทะลุรูที่พวกนั้นเพิ่งทำไว้ มุ่งหน้าเข้าสู่ยานของพวกสครัลล์อย่างไม่ลังเล

FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]

……….

จบบทที่ บทที่ 200: ปฏิบัติการช่วยชีวิตนอกโลก (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว